ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1407 เยือนบ้านนายพล
ตอนที่ 1407 เยือนบ้านนายพล
………………..
เย่เชียนตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติไปและถ้าหากพวกนักรบพราหมณ์คุกคามเขามากเกินไปเย่เชียนก็จะไม่รอช้าและรีบลงจากรถไป หลิวเทียนเฉินก็พารูฮาห์ตามไปและเดินเข้าไปในคฤหาสน์ซึ่งมีความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในแต่ไม่มีใครจัดการสถานการณ์โดยรวม
เมื่อเห็นเย่เชียนกลับมาภรรยาทั้งสามคนของดีห์ราห์ก็รีบเข้ามาและพูดว่า “คุณเย่แย่แล้วค่ะ..ดีห์ราห์กับเฟิงหลานถูกจับไปแล้ว”
เย่เชียนไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูดแล้วหันไปมองหลิวเทียนเฉินซึ่งแปลให้เย่เชียนฟัง เมื่อได้ยินสิ่งที่หลิวเทียนเฉินพูดเย่เชียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นเย่เชียนก็เรียกคนของดีห์ราห์คนหนึ่งและบอกให้เขาพาตัวรูฮาห์ไปก่อน พอลูกน้องของดีห์ราห์พารูฮาห์ไปเย่เชียนก็ถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเฟิงหลานและดีห์ราห์..ไม่ต้องกังวลไปค่อยๆพูด”
“ไม่นานหลังจากที่คุณเย่จากไปกองพลทหารก็เข้ามาล้อมคฤหาสน์ทั้งหมดโดยที่ไม่พูดไม่จาสักคำและพวกเราก็ไม่มีโอกาสถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นและมีคนบาดเจ็บจำนวนมาก จากนั้นดีห์ราห์กับคุณเฟิงหลานก็ถูกจับไปเพราะงั้นคุณเย่คุณต้องหาทาง หาทางช่วยพวกเขานะ” ภรรยาของดีห์ราห์พูด
เย่เชียนขมวดคิ้วแน่น กองทัพงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเสนาธิการกระทรวงกลาโหมพ่อของซูเอออห์ ซึ่งเคลื่อนไหวกันเร็วมากจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็เหลือบมองภรรยาของดีห์ราห์และพูดว่า “กลับเข้าไปก่อนดีห์ราห์กับเฟิงหลานจะไม่เป็นไรเชื่อผม..พวกเขาจะกลับมาในไม่ช้า”
หลังจากได้ยินคำแปลของหลิวเทียนเฉินแล้วผู้หญิงทั้งสามก็มองหน้ากันและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้อง พวกเธอไม่สามารถทำอะไรได้พวกเธอได้แต่ฝากความหวังเอาไว้ที่เย่เชียน ถึงแม้ว่าพวกเธอจะไม่รู้จักตัวตนของเย่เชียนแต่พวกเธอก็เดาได้ว่าเย่เชียนเป็นเจ้านายของผู้ชายที่พวกเธอรักและเมื่อพวกเธอเห็นว่าคนรักของพวกเธอเคารพต่อเย่เชียนมากแค่ไหนพวกเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากฝากความหวังเอาไว้กับเย่เชียน
“บอสตอนนี้เราควรทำยังไงกันดี” หลิวเทียนเฉินเหลือบมองไปที่เย่เชียนและถาม
“แค่รอให้พวกมันเคลื่อนไหวก่อนและถ้าพวกมันกล้าแตะต้องคนของเราล่ะก็เราจะได้มีข้ออ้างที่จะเรียกองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่ามาปกป้องคนของเรา..มันขึ้นอยู่กับพวกมันนับจากนี้ว่าประเทศอินเดียจะเป็นยังไง” เย่เชียนพูด “ฉันจะไปพบกับเสนาธิการกระทรวงกลาโหมเพราะเป้าหมายของเขาคือผมและเขาก็ต้องกำลังรอผมอยู่ตอนนี้”
“ฉันจะไปกับบอสด้วย” หลิวเทียนเฉินพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่จำเป็น..พี่ต้องอยู่ที่นี่และดูแลมันสถานการณ์โดยรวมและถ้ามีอะไรผิดปกติมันจะต้องมีคนจัดการไม่อย่างนั้นมันจะยุ่งเหยิงกว่าเดิม..นอกจากนี้พี่ต้องเค้นข้อมูลจากรูฮาห์ด้วยแล้วดูว่าจะอะไรออกจากปากเขาได้บ้าง”
“แต่ว่าบอสไปคนเดียวจะเป็นอันตรายนะ” หลิวเทียนเฉินพูด “ฉันกังวลว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเพราะงั้นให้ฉันไปกับบอสดีกว่าถ้าเสนาธิการกระทรวงกลาโหมกล้าที่จะทำอะไรฉันจะฆ่ามันทันทีและพวกมันทั้งหมดจะถูกวางยาพิษจนตาย..ฉันจะไม่ยอมปล่อยพวกมันไปเด็ดขาด”
เย่เชียนฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกผมไปคนเดียวได้”
หลิวเทียนเฉินเปิดปากของเขาและต้องการที่จะพูดอย่างอื่นแต่เขาก็กลืนคำพูดลงไปแล้วพยักหน้าเล็กน้อยเห็นด้วย
เย่เชียนหันหลังกลับเข้าไปในรถและสตาร์ทรถฃขับออกจากคฤหาสน์เพื่อมุ่งตรงไปที่บ้านของนายพลฟรอซต์สิ่งที่เย่เชียนต้องการรู้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือนายพลฟรอซต์เป็นสมาชิกของนักรบพราหมณ์หรือไม่และถ้าใช่เขาควรจะกำจัดพวกนักรบพราหมณ์ได้แล้วไม่อย่างนั้นก็หาทางหลอกใช้นายพลฟรอซต์ต่อสู้กับพวกนับรบพราหมณ์เพราะเขาเป็นผู้นำทางทหารที่มีกำลังรบที่สำคัญมาก
รถขับเร็วมากถึงแม้ว่าเย่เชียนเชื่อว่านายพลฟรอซต์จะไม่ฆ่าเฟิงหลานกับดีห์ราห์ก็ตามแต่คาดว่าพวกเขาจะต้องบาดเจ็บและกำลังทรมานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บ้านของนายพลฟรอซต์อยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยยามและเป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาจะเข้าไปได้ ทันทีที่รถของเย่เชียนเข้ามาในระยะยามสองคนก็เข้ามาขวางทางของเย่เชียนทันที
เย่เชียนหยุดรถและเปิดประตูรถเดินลงมาแล้วชำเลืองมองทหารยามสองคนพร้อมกับพูดว่า “ไปบอกว่าเย่เชียนมาขอพบนายพลฟรอซต์” เขาพูดภาษาอังกฤษแต่โชคดีที่ยามสองคนเข้าใจไม่อย่างนั้นเย่เชียนคงต้องใช้วิธีอื่นเพื่อเข้าไป
“รอสักครู่!” ทหารยามคนหนึ่งพูดจากนั้นก็หยิบเครื่องรับส่งวิทยุขึ้นมาแล้วพูดว่า “บอกท่านนายพลว่าคนที่ชื่อเย่เชียนมาขอพบ” หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงพูดคุยจากเครื่องรับส่งวิทยุทหารยามพูด “อืม” หลายครั้ง จากนั้นก็วางเครื่องรับส่งวิทยุแล้วชำเลืองมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “ท่านนายพลไม่ว่าง..กรุณาออกไปจากที่นี่ด้วยครับ”
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อย จะเป็นไปได้อย่างไร? อีกฝ่ายไม่ได้จับตัวดีห์ราห์กับเฟิงหลานไปเพราะเขาหรอกเหรอ? ทำไมอีกฝ่ายไม่มาพบเขาเมื่อเขามาถึงที่แบบนี้? เป็นไปได้ไหมที่เขาเดาผิด? ทั้งสองคนไม่ได้ถูกนายพลฟรอซต์จับตัวไปหรอกเหรอ? แต่ไม่มีเหตุผลใดๆสำหรับเรื่องนี้หรือดีห์ราห์จะไปทำให้คนอื่นในกองทัพขุ่นเคืองหรือเปล่า? “ได้โปรดบอกนายพลฟรอซต์อีกครั้งเขาอาจจะได้ยินไม่ชัด..ผมชื่อเย่เชียน” เย่เชียนพูดอีกครั้ง
ทหารยามพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ผมบอกไปแล้วว่าท่านนายพลไม่ว่าง..คุณคิดว่าใครจะมาขอเข้าพบท่านนายพลก็ได้อย่างงั้นเหรอ?..กลับไปซะไม่งั้นก็อย่ามาโทษว่าพวกเราหยาบคายกับคุณ”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันหลังกลับเดินเข้าไปในรถและสตาร์ทรถขับออกไป เรื่องนี้ทำให้เย่เชียนสับสนอย่างมากและเขาก็ไม่เข้าใจว่าจุดประสงค์ของนายพลฟรอซต์คืออะไร ถ้าหากว่าดีห์ราห์กับเฟิงหลานไม่ได้ถูกนายพลฟรอซต์จับตัวไปเย่เชียนก็นึกถึงคนอื่นไม่ได้จริงๆ ตอนนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองทางหนึ่งคือนายพลฟรอซต์ต้องการเตือนและยับยั้งเขา ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือนายพลฟรอซต์ไม่ได้จับตัวทั้งสองไป อาจเป็นไปได้ว่าซูเออห์ระดมคนและพรรคพวกของตัวเองเพื่อจับตัวทั้งสองไป
รถแล่นวนรอบคฤหาสน์ของนายพลฟรอซต์และสักพักก็จอดหลังจากลงจากรถและมองไปรอบๆแล้วเย่เชียนก็กระโดดเข้าไปในกำแพง ซึ่งการทำแบบนี้อันตรายมากถ้าอีกฝ่ายรู้ก็คงคิดว่าเป็นพวกโจรหัวขโมยแน่ๆและจะยิงใส่แบบไม่ลังเลเลย อย่างไรก็ตาม อาชีพทหารรับจ้างแปดปีของเย่เชียนนั้นก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์อีกทั้งองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่ายังเป็นที่รู้จักในฐานะองค์กรทหารอันดับต้นๆของโลก ดังนั้นในฐานะผู้นำของพวกเขาแล้วเย่เชียนก็ไม่สามารถปล่อนผ่านได้ นอกจากนี้เย่เชียนยังคงเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้โบราณอีกด้วย
เย่เชียนยังคงสามารถตัดสินได้ใจอย่างรอบคอบและแม่นยำว่าที่ใดจะมีกล้องวงจรปิดและที่ใดจะกล้องมีอินฟราเรด ด้วยวิธีนี้ เขาสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบและเข้าไปภายในบ้านได้อย่างเงียบๆ ไม่มีใครอยู่ในห้องนั่งเล่นและเย่เชียนก็เงยหน้าขึ้นเดินขึ้นไปบนชั้นสองอย่างเงียบๆพร้อมกับฟังเสียงอย่างระมัดระวังและหาตำแหน่งของนายพลฟรอซต์
ในห้องทำงานเย่เชียนเดินไปที่ประตูอย่างเงียบๆและตั้งใจฟัง มีเพียงคนๆเดียวเท่านั้นที่หายใจแล้วผลักประตูเข้าไปอย่างดุเดือด เย่เชียนยิงออกไปเหมือนลูกธนูแล้วจับนายพลฟรอซต์โดยใช้มือขวาจับคอของเขาเอาไว้และตราบใดที่เย่เชียนออกแรงเพียงเล็กน้อยเขาก็สามารถหักกระดูกคอของนายพลฟรอสต์ได้เลย “คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม?” เย่เชียนพูดเป็นภาษาอังกฤษ
นายพลฟรอซต์พยักหน้าด้วยความยากลำบากและไม่สามารถส่งเสียงได้
“คุณต้องรับปากว่าจะไม่ตะโกนและผมจะปล่อยคุณไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าผมโหดร้ายก็แล้วกัน” เย่เชียนพูด
เมื่อนายพลฟรอซต์พยักหน้าเย่เชียนก็ปล่อยเขาช้าๆ นายพลฟรอซต์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและจับคอของเขาแล้วหันหน้าไปมองเย่เชียนและพูดว่า “แกเข้ามาได้ยังไง”
“คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอกท่านนายพลฟรอซต์..ผมมีวิธีที่จะเข้ามาได้” เย่เชียนพูด “ผมต้องขอโทษจริงๆที่ใช้วิธีนี้เพื่อเข้ามาหาท่านนายพลฟรอซต์แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิธีนี้”
นายพลฟรอซต์ตกตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “แกคือเย่เชียนที่ลูกน้องของฉันบอกว่าจะมาหาฉันเมื่อกี้นี้น่ะเหรอ?..ฉันไม่รู้จักแก แล้วแกมายุ่งวุ่นวายกับฉันทำไม?..อย่าคิดว่าแกจะข่มขู่ฉันแบบนี้ได้..ถ้าแกต้องการขอให้ฉันทำอะไรฉันต้องขอโทษด้วยฉันไม่สามารถช่วยแกได้หรอก”
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มเบาๆและพูดว่า “ท่านนายพลฟรอซต์ปฏิเสธทันทีแบบนี้คุณไม่อยากรู้เหรอว่าผมมาหาคุณทำไม?”
“ฉันไม่อยากรู้และฉันก็ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วย” นายพลฟรอซต์พูด “ไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อผู้พิพากษาเลือดเหล็กของฉันเพราะงั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะเปิดประตูหลังให้แกเข้ามาเพื่อช่วยแกจัดการเรื่องต่างๆ..ถ้าแกออกไปตอนนี้ฉันจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและฉันจะไม่เอาเรื่องใดๆกับแกทั้งสิ้น”
เย่เชียนหัวเราะอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ผมคิดว่าท่านนายพลฟรอซต์คงลืมไปสินะว่าตอนนี้ผมได้เปรียบคุณอยู่เพราะชีวิตของคุณอยู่ในกำมือของผมและผมเท่านั้นที่จะขู่คุณได้ไม่ใช่คุณมาขู่ผม”
นายพลฟรอซต์ยิ้มอย่างเหยียดหยามแล้วพูดว่า “แกคิดว่าแกจะให้ฉันยอมจำนนแกแบบนี้น่ะเหรอแกประเมินฉันต่ำไป..นายพลฟรอซต์คนนี้ไม่เคยเสียศักดิ์ศรีเพราะงั้นกลับไปบอกเจ้านายของแกว่าถึงแม้ว่าจะฆ่าฉันก็ตามถึงยังไงนายพลฟรอซต์คนนี้ก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใคร”
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งและหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วดูเหมือนว่านายพลฟรอซต์จะคาดเดาตัวตนของเขาผิดไปสิ่งที่อีกฝ่ายพูดดูเหมือนจะหมายถึงอะไรบางอย่างจนเย่เชียนขมวดคิ้วและพูดว่า “ดูเหมือนท่านนายพลฟรอซต์จะมั่นใจพอตัวเลยนะ”
“หึ..ฉันนายพลฟรอซต์เป็นคนมีศักดิ์ศรี” นายพลฟรอซต์พูด “ถึงพวกนักรบพราหมณ์ของแกจะทรงอำนาจแค่ไหนแต่ฉันนายพลฟรอซต์ก็ไม่กลัวหรอก..ฉันเป็นทหารและเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีไม่ยอมก้มหัวให้ใครเด็ดขาด..ฉันไม่มีวันเข้าร่วมการเมืองกับพวกแกเด็ดขาดถ้าพวกแกต้องการให้ฉันเข้าร่วมกับพวกแกล่ะก็มันไม่มีทางเป็นไปได้เพราะงั้นก็ฆ่าฉันซะ!”
เยเชียนยิ้มเล็กน้อยทันใดนั้นเขาก็เข้าใจว่านายพลฟรอซต์จะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นพวกของนักรบพราหมณ์และคำพูดของนายพลฟรอซต์ก็แสดงความหมายอย่างชัดเจนและนั่นคือนายพลฟรอซต์กับนักรบพราหมณ์เป็นศัตรูกัน
.
.