ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1413 ผู้นำที่หายสาบสูญ
ตอนที่ 1413 ผู้นำที่หายสาบสูญ
………………..
เย่เชียนโบกมือและพูดกับดีห์ราห์ “ปล่อยเขาไป!” ดีห์ราห์ตกตะลึงเล็กน้อยและพยักหน้าแล้วบอกให้คนของเขาออกไปให้พ้นทาง ถึงแม้ว่าดีห์ราห์จะไม่เข้าใจว่าทำไมเย่เชียนถึงต้องการทำแบบนี้แต่เนื่องจากเป็นคำสั่งของเย่เชียนเขาจึงต้องเชื่อฟังไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม
เมื่อเห็นชายวัยกลางคนจากไปเย่เชียนก็ผ่อนคลายทันทีและกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ‘เอือก’ เมื่อกี้เขาระงับพลังปราณและเลือดที่ปั่นป่วนในร่างกายและใช้เคล็ดวิชาลับประตูด่านที่หก แต่ตอนนี้เขาผ่อนคลายและไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ถึงแม้ว่าหลังจากการทำพิธีกรรมแลกเปลี่ยนเลือดของหว่านไห่ไปแล้วเย่เชียนก็สืบทอดร่างกายที่แข็งแกร่งของตระกูลจอมขมังเวทย์ แต่ผลที่ตามมาของเคล็ดวิชาลับประตูแปดด่านนั้นรุนแรงเกินไปและร่างกายของเย่เชียนก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก
เฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อประคองเย่เชียนและถามด้วยความกังวล “บอสเป็นอะไรไหม”
เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่เป็นไรไปพักผ่อนกันเถอะความสามารถของคนๆนั้นสูงเกินไป” จากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองศิห์ดีหูและถามว่า “คุณศิห์ดีหูดูเหมือนคุณจะรู้เรื่องนี้ดีสินะครับ..เขาเป็นใครเหรอ”
“เขาเป็นคนทรยศต่อของนักรบพราหมณ์หลัวหมิง” ศิห์ดีหูพูด “เมื่อหลัวหมิงทรยศต่อนักรบพราหมณ์พวกนั้นก็ส่งคนมาตามล่าเขาและทุกคนก็คิดว่าเขาตายไปแล้วแต่ไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่..อันที่จริงเดิมทีพวกนักรบพราหมณ์และองค์ศิห์ชาห์เป็นองค์กรเดียวกันแต่ภายหลังพวกเขาได้แยกออกเป็นสององค์กรและต่อสู้กันเอง..ซึ่งหลัวหมิงคนนี้ยังเป็นพี่ชายคนโตของเซี่ยเฟยผู้นำองค์กรศิห์ชาห์และความแข็งแกร่งของเขาก็เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้..ไม่ว่าจะในองค์กรศิห์ชาห์หรือพวกนักรบพราหมณ์ก็ไม่มีใครสู้เขาได้..เดิมทีหลัวหมิงเป็นสมาชิกขององค์กรศิห์ชาห์แต่ต่อมาเขาก็แปรพักตร์จากองค์กรศิห์ชาห์และเข้าร่วมกับนักรบพราหมณ์และทรศยพวกเขาอีกครั้ง..แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่..ผมต้องไปบอกผู้อาวุโสเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่พวกเขาจะได้หารือถึงมาตรการรับมือ..คุณเย่ผมผมไม่รบกวนคุณแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”
เย่เชียนไม่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาอยู่ต่อแต่พยักหน้าเล็กน้อยเพราะเหตุการณ์นี้เกินความคาดหมายของเขาจริงๆ เดิมทีองค์กรศิห์ชาห์เป็นองค์กรเดียวกับนักรบพราหมณ์ อย่างไรก็ตามเมื่อตัดสินจากวิธีการพูดของหลัวหมิงแล้วเขาน่าจะมาจากสกายเน็ตและสิ่งนี้ก็ทำให้เย่เชียนรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก คนที่ปรากฏตัวจากสกายเน็ตล้วนแต่ทรงพลังและเขาก็ไม่สามรถสู้กับพวกนั้นได้เลย หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปสกายเน็ตจะต้องการจัดการกับเขาในวันหนึ่งในอนาคตและเขาก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายได้เลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดผู้นำของสกายเน็ตถึงสั่งไม่ให้คนในองค์กรฆ่าเขาในตอนนี้แต่เย่เชียนก็เข้าใจว่าพวกเขาต้องอยากได้อะไรบางอย่างจากเขาและไม่ช้าก็เร็วทั้งสองฝ่ายก็จะต้องเผชิญหน้ากัน
“บอสนั่งลงก่อนเถอะ” เฟิงหลานพูด
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและหันหลังกลับเดินเข้าไปในห้องและนั่งลงแล้วหลับตาเพื่อปรับลมหายใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นความเจ็บปวดบนร่างกายของเขาก็ค่อยๆจางหายไป จากนั้นเขาก็หันศีรษะไปมองที่ดีห์ราห์และถามว่า “ดีห์ราห์นายรู้เรื่ององค์กรศิห์ชาห์มากแค่ไหน”
“ไม่มากเท่าไหร่ครับ” ดีห์ราห์พูด “ผมไม่รู้ว่ามีคนในองค์กรศิห์ชาห์กี่คนและใครอยู่ในตำแหน่งไหนบ้าง..ซึ่งทุกๆครั้งที่องค์กรศิห์ชาห์ติดต่อผมมาพวกเขาจะติดต่อผ่านศิห์ดีหูแต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมรู้คือผู้นำขององค์กรศิห์ชาห์อยู่ในคุกมานานหลายปีแล้ว”
“อยู่ในคุก?” เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
เฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินก็ประหลาดใจเช่นกันเพราะผู้นำองค์กรศิห์ชาห์ผู้ยิ่งใหญ่จะอยู่ในคุกได้อย่างไร หลิวเทียนเฉินถามด้วยความประหลาดใจ “องค์กรศิห์ชาห์มีอำนาจมากในประเทศอินเดียเพราะงั้นผู้นำของพวกเขาถูกคุมขังได้ยังไงมันเกิดอะไรขึ้น?”
“แน่นอนว่าไม่มีใครขังเขาเอาไว้แต่เขาเข้าไปเอง” ดีห์ราห์พูด “ว่ากันว่าเซี่ยเฟยคนนี้ค่อนข้างเกียจคร้านและเขาไม่ชอบการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจดังนั้นเขาจึงซ่อนตัวอยู่ในคุกเพื่อความสงบ..ซึ่งถ้าเขาไม่สมัครใจแล้วใครจะกล้าจับเขาเข้าคุกก็คงไม่มี..นอกจากนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีองค์กรศิห์ชาห์ก็ตามแต่ถึงยังไงก็ไม่มีใครสามารถขังเขาเอาไว้ได้เลยเพราะว่ากันว่าฝีมือการต่อสู้ของเซี่ยเฟยนั้นค่อนข้างสูงและเขาก็ไม่เคยพ่ายแพ้เลยตั้งแต่เขาเป็นผู้นำ..ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้คนจากองค์กรศิห์ชาห์ได้ส่งคนมาเยี่ยมเขาในคุกนับครั้งไม่ถ้วนโดยหวังว่าเขาจะสามารถออกมาควบคุมสถานการณ์โดยรวมได้แต่เสี่ยเฟยคนนี้กลับเพิกเฉยและถือว่าเขาเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นไม่มีตัวตนไปแล้ว”
“เขาเป็นคนที่แปลกมาก” เฟิงหลานพูด
“แล้วหลัวหมิงคนนี้มีเรื่องข้องใจอะไรกับเซี่ยเฟ่ยล่ะ” เย่เชียนถาม
“ผมก็ไม่ค่อยชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ผมได้ยินมาว่ามันเป็นเพราะตำแหน่งผู้นำองค์กรศิห์ชาห์เพราะเมื่อผู้นำองค์กรศิห์ชาห์คนก่อนเสียชีวิตไปตำแหน่งนี้ก็ตกเป็นของเซี่ยเฟยแต่หลัวหมิงในฐานะพี่ชายกลับไม่มีสถานะอะไรเลย..ดังนั้นเขาจึงเสียใจและโกรธแค้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..ผมคิดว่านี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทรยศองค์กรศิห์ชาห์” ดีห์ราห์พูด หลังจากหยุดไปชั่วขณะดีห์ราห์ก็พูดต่อ “ตอนนี้หลัวหมิงกลับมาแล้วผมกลัวว่าทั้งนักรบพราหมณ์และองค์กรศิห์ชาห์จะต้องไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอนและนักรบพราหมณ์จะไม่มีวันปล่อยหลัวหมิงไปเพราะการตายของผู้นำของนักรบพราหมณ์เกือบจะทำให้นักรบพราหมณ์พังทลายเพราะงั้นนักรบพราหมณ์จะไม่แก้แค้นได้ยังไง”
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของหลัวหมิงทำให้สถานการณ์ในประเทศอินเดียซับซ้อนขึ้น อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็สนใจเซี่ยเฟยมากเพราะถ้าเขาไม่สนใจตำแหน่งผู้นำองค์กรศิห์ชาห์แล้วทำไมเขาถึงไม่ให้หลัวหมิงรับตำแหน่งด้วยวิธีนี้ บางทีพวกเขาอาจรักษามิตรภาพระหว่างพี่น้องเอาไว้เพราะงั้นเขาก็คงจะไม่ซ่อนตัวอยู่ในคุกตลอดหลายปีที่ผ่านมาและไม่ถามถึงเรื่องทางโลก แต่ทว่ามันมีหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับบุคคลนี้ที่เย่เชียนอยากรู้อยากเห็นจริงๆ
“แล้วนายรู้ไหมว่าเซี่ยเฟยอยู่ในเรือนจำไหน” เย่เชียนถาม
“เขาอยู่ในเรือนจำกลาง” ดีห์ราห์พูด
“ข่าวนี้เป็นความลับใช่ไหม..ฉันคิดว่าหลัวหมิงน่าจะหาเขาเจอในไม่ช้านี้” เย่เชียนพูด “ดีห์ราห์นายมีวิธีจับฉันเข้าคุกไหม?”
“คุก?” ดีห์ราห์อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “บอสครับเรือนจำกลางแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ธรรมดาเพราะผู้คนในนั้นล้วนเป็นอาชญากรโทษร้ายแรงและนักโทษหลายคนก็ถูกซ้อมจนตายในนั้น..ทำไมบอสถึงอยากเข้าไปในเรือนจำล่ะครับ”
“บอสต้องการไปพบเซี่ยเฟย” เฟิงหลานพูดและยิ้มเล็กน้อย
ดีห์ราห์ชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นก็มองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจ เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “มีปรมาจารย์ที่ซ่อนอยู่เพราะงั้นถ้าฉันไม่ไปเยี่ยมก็น่าเสียดายแย่..ฉันอยากพบเซี่ยเฟยสักครั้งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันแต่เมื่อเห็นคนเก่งๆทีไรก็รู้สึกอยากเจอทุกที”
“บอสครับแต่เรือนจำกลางมันไม่ใช่สถานที่ธรรมดาๆและข้างในมันก็วุ่นวายเกินไป..มันมีพวกฆ่าตกรและพวกนักโทษสถานหนักมากมายเพราะงั้นถ้าบอสเข้าไปผมคงกังวลแย่” ดีห์ราห์พูด
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “หากเราไม่เข้าไปในถ้ำเสือเราจะได้ลูกเสือมาได้ยังไง..นอกจากนี้ฉันก็ไม่กลัวหรอก..ฉันเชื่อว่าฉันสามารถจัดการได้และถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้นนายก็แค่ต้องพาฉันออกไปแบบนั้นคงไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
“เนื่องจากบอสได้ตัดสินใจแล้วผมจึงไม่สามารถพูดอะไรได้อีก” ดีห์ราห์พูด “ผมจะรีบจัดการให้ในพรุ่งนี้เช้านนะครับผมเชื่อว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
เย่เชียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจและพูดว่า “นายควรเข้าใจว่าบางครั้งนายไม่สามารถยึดติดกับสามัญสำนึกเมื่อทำสิ่งต่างๆได้เพราะงั้นไม่ว่าผลลัพธ์จะสำเร็จหรือไม่ก็ตามแต่อย่างน้อยๆเราก็ได้ลองอะไรใหม่ๆเพราะงั้นไปกันเถอะ..เอาล่ะทุกคนกลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว”
“ว่าแต่บอสอาการบาดเจ็บของบอสจะไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ?” หลิวเทียนเฉินยังคงถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรก็แค่กัดลิ้นนิดหน่อยๆเองและมันก็ดีขึ้นมากหลังจากปรับสมาธิและลมหายใจแล้ว” เย่เชียนพูด “ไปนอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ผมเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา..ความสามารถในการฟื้นตัวของผมค่อนข้างทรงพลังเลยล่ะ”
“นี่ไม่ใช่ยาพิษเหรอ?” เย่เชียนรู้สึกขนลุกเล็กน้อยเมื่อนึกถึงหลิวเทียนเฉินที่กินยาพิษพร้อมกับข้าวและเย่เชียนก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว นอกจากนี้เขาเคยเห็นหลิวเทียนเฉินกลั่นพิษ เช่น ตะขาบ แมงป่อง และคางคก ซึ่งทำให้เขารู้สึกขยะแขยงมาก แน่นอน เขาไม่กลัวว่าหลิวเทียนเฉินจะวางยาพิษเขาเพราะถ้าหลิวเทียนเฉินต้องการวางยาพิษเขาหลิวเทียนเฉินก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดังกล่าวเลยแต่เขาก็กลัวว่ายาจะทำจากสิ่งเหล่านั้นเพราะเมื่อคิดเกี่ยวกับมันก็น่าขยะแขยงนิดหน่อยแล้วเขาจะกินมันได้อย่างไร
“อย่ากังวลไปเลยทั้งหมดนี้ทำมาจากพืช” หลิวเทียนเฉินมองเย่เชียนด้วยสีหน้าที่ขมขื่นและพูด
เย่เชียนเอื้อมมือไปหยิบมันและพูดว่า “ขอบคุณครับแต่ผมขอฝากรูฮาห์ด้วย..การปรากฏตัวของหลัวหมิงทำให้แผนเดิมของเราหยุดชะงักไปและผมก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเพราะงั้นเราควรถามเรื่องนักรบพราหมณ์จากปากของรูฮาห์ให้เร็วที่สุดเพื่อเราจะได้โจมตีได้ถูกเป้า”
หลิวเทียนเฉินพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “บอสไม่ต้องกังวลไป..ภายในสองวันฉันจะแงะปากของรูฮาห์และทำให้มันเล่าทุกอย่างที่มันรู้ออกมารวมไปถึงเรื่องที่ในทำอะไรกับผู้หญิงบนเตียงว่าใช้เวลาไปเท่าไหร่ด้วยซ้ำฮ่าๆ”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมไม่เคยกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่พี่หรอก..พี่เฟิงหลานก็ช่วยพี่เทียนเฉินด้วยละกัน..เอาล่ะทุกคนไปพักผ่อนกันได้แล้ว..ผมจะไปนั่งสมาธิและปรับลมหายใจเพราะฝ่ามือเมื่อกี้มันไม่เบาเลยจริงๆ” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็ยืนขึ้นและเดินขึ้นชั้นบนอย่างช้าๆไปยังห้องของเขา
ดีห์ราห์เหลือบมองไปที่เฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินแล้วถามว่า “บอสมั่นใจในทุกอย่างที่พวกคุณทำขนาดนี้เลยหรอครับ”
“ถึงแม้ว่าบอสจะมีความมั่นใจแต่เขาก็ไม่เคยหยิ่งยโสและจะไม่ประเมินคู่ต่อสู้ของเขาต่ำเกินไปเด็ดขาด” เฟิงหลานพูด “เขาทำตัวแบบนี้จริงๆเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเราและนายก็ต้องรู้ว่าความมั่นใจนั้นมักจะมีบทบาทชี้ขาดความสำเร็จหรือความล้มเหลวด้วยใช่ไหมล่ะ”
.
.
.
………………..