ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1414 ถูกข่มขู่
ตอนที่ 1414 ถูกข่มขู่
………………..
ท้ายที่สุดพวกเขาก็ติดตามเย่เชียนมานานหลายปีแล้วเฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินยังคงมีความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับเย่เชียน และอันที่จริงแล้วพวกเขาก็ยังรู้ว่าภาระของเย่เชียนหนักหนากว่าพวกเขามาก ซึ่งพวกเขาก็รู้ดีว่าเย่เชียนมักจะเป็นแบบนี้และไม่ต้องการให้พวกเขากังวลและหวังเสมอว่าพวกเขาจะแข็งแกร่ง พวกเขาทั้งหมดนี้เข้าใจเย่เชียนเป็นอย่างดีเพียงแต่พวกเขาไม่พูดเท่านั้น บางครั้งพวกเขาก็ต้องทำความเข้าใจความคิดของเย่เชียนและพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยเย่เชียนให้มากยิ่งขึ้น
นี่คืออารมณ์ระหว่างผู้ชายด้วยกันบางครั้งก็ลึกลับและลึกซึ้งกว่าผู้หญิง
เรือนจำกลางนิวเดลีนั้นตั้งอยู่ชานเมืองเก่าของเมืองนิวเดลี เป็นเรือนจำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดียเช่นเดียวกับเรือนจำฉินเฉิงในประเทศจีนและนักโทษส่วนใหญ่ที่นี่ก็เป็นอาชญากรโทษร้ายแรงและผู้ที่เข้ามาที่นี่มีทั้งโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตและไม่เคยมีสักคนเดียวที่เดินออกไปจากที่นี่แบบมีชีวิต ดังนั้นการจัดการของเรือนจำแห่งนี้จึงวุ่นวายมากและไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักโทษขัดแย้งกันและเกิดเหตุรุนแรงขึ้น
ภายใต้การจัดการของดีห์ราห์นั้นเย่เชียนจึงเข้าสู่เรือนจำกลางนิวเดลีได้อย่างราบรื่น แต่เพื่อความปลอดภัยของเย่เชียนแล้วดีห์ราห์จึงบอกผู้คุมในเรือนจำกลางและขอให้พวกเขาดูแลเย่เชียนอย่างดีและอย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับเย่เชียนเด็ดขาด โดยการขจัดขั้นตอนการตรวจสอบที่ยุ่งยากแล้วเย่เชียนจึงถูกจัดให้อยู่ในห้องขังโดยตรงและเป็นเพราะเย่เชียนระบุเอาไว้ดังนั้นเขาจึงถูกจัดให้อยู่ในห้องขังเดียวกับที่เซี่ยเฟยถูกคุมขังอยู่
โดยทั่วไปแล้วการตรวจร่างกายทั้งหมดเป็นสิ่งจำเป็นก่อนเข้าคุกแต่เนื่องจากดีห์ราห์ได้ดำเนินการเอาไว้ล่วงหน้าดังนั้นเย่เชียนจึงสามารถหลีกเลี่ยงขั้นตอนนี้ไปได้
ภายใต้การนำของผู้คุมเรือนจำเย่เชียนจึงเดินเข้าไปในห้องขังซึ่งมีผู้ถูกคุมขังอยู่ 11-12 คน และทุกคนล้วนเลวร้ายกันทั้งนั้น ซึ่งมีสายตาที่ละโมบและดถร้ายจ้องมองไปที่เย่เชียนที่เดินเข้ามา เย่เชียนก็มองไปรอบๆเพื่อให้แน่ใจว่าเซี่ยเฟยไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะตามคำอธิบายของดีห์ราห์เกี่ยวกับเซี่ยเฟยแล้วคนพวกนี้จะไม่จ้องมองด้วยสายตาแบบนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามตั้งแต่เขามาที่นี่เย่เชียนก็มีวิธีตามหาเซี่ยเฟยและไม่ได้รีบร้อนอะไรนัก
“เข้าไปเลยครับ..ถ้ามีอะไรทำก็ตะโกนดังๆได้เลยเพราะคุณดีห์ราห์บอกผมเอาไว้แล้วครับ..ถ้ามีอะไรผมจะรีบมาทันที” ผู้คุมเรือนจำพูด “ไม่ว่ายังไงก็ตามผมจะทำให้คุณปลอดภัยตอนอยู่ที่นี่เอง”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูด “ขอบคุณ” แล้วเดินเข้าไปช้าๆ จากนั้นประตูห้องขังก็ปิดเสียงดังราวกับว่าชีวิตจะต้องหยุดลงในขณะนี้ เย่เชียนอยู่ในสถานกักกันหรือสถานีตำรวจนับครั้งไม่ถ้วนแต่เขาไม่เคยอยู่ในคุกแต่เขาก็ยังเคยได้ยินเกี่ยวกับความมืดในคุกแต่ไม่คิดว่าจะได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง
เย่เชียนไม่ก้าวไปข้างหน้าเพียงยืนอยู่ตรงนั้นและสายตาของเขาก็กวาดมองคนเหล่านั้นอย่างช้าๆ ทั้งสิบเอ็ดคนในห้องขังยืนขึ้นและเดินไปหาเย่เชียนอย่างช้าๆ แน่นอนว่าในเรือนจำแล้วสถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่ปกติมากๆและนักโทษใหม่ส่วนใหญ่จะถูกทำร้ายอย่างรุนแรง พวกเขาล้วนเป็นอาชญากรตัวฉกาจที่ไม่มีทางรอดไปได้ตลอดชีวิตและนี่คือบ้านและเรือนจำนี้ก็คือโลกทั้งใบของพวกเขาและนี่ก็คือจุดรวมของปรากฏการณ์ที่น่ารังเกลียดที่สุดในสังคม
“พ่อหนุ่มหล่อไม่เบาเลยนี่..คืนนี้ล้างก้นของแกให้พร้อมล่ะ..ฉันต้องการประตูหลังของแก” ชายร่างกำยำและสูงพูด และคนที่เหลือก็ยืนข้างหลังเขา เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้คือผู้นำในห้องขังนี้
“พ่อหนุ่มแกเข้าใจกฎใช่ไหม..แกจงก้มกราบลูกพี่ของเราและยอมรับเขาเดี๋ยวนี้และนับจากนี้ไปลูกพี่ของเราจะปกป้องแกและดูแลให้แกปลอดภัยที่นี่..ไม่อย่างนั้นถ้าตกกลางดึกแล้วมีคนมาเชือดคอแกก็อย่าหาว่าไม่มีใครคอยช่วยแกก็แล้วกัน” คนตัวเตี้ยที่อยู่ข้างๆเขาพูด
“ตอบฉันมาหน่อยซิว่าแกทำอะไรถึงได้เข้ามาที่นี่” ชายร่างกำยำถาม
เย่เชียนมองดูพวกเขาอย่างเฉยเมยเพราะเขาเคยเห็นคนชั่วมากมายและการต่อสู้แบบนี้ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเย่เชียนเลย เย่เชียนไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังพูดถึงอะไรแต่เขาคาดเดาได้คร่าวๆว่าการมาและไปนั้นเป็นเพียงคำขู่ ดังนั้นเย่เชียนก็แค่มองไปที่พวกเขาเบาๆและไม่ได้พูดอะไร
“ให้ตายเถอะลูกพี่ของเรากำลังถามแกอยู่นะแกหูหนวกหรือเป็นใบ้รึไงวะ” คนตัวเตี้ยตะโกนด้วยความโกรธและเย่อหยิ่งราวกับว่า “ฉันคือที่หนึ่งของโลก”
เย่เชียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยและกอดผ้าห่มเดิยไปที่อ่างล้างหน้าและเครื่องใช้ประจำวันอื่นๆแล้วมองมันพร้อมกับพูดว่า “ขอโทษทีฉันไม่เข้าใจสิ่งที่พวกแกกำลังพูด”
ทุกคนผงะอย่างเห็นได้ชัด “แกเป็นคนจีนงั้นเหรอ” ชายร่างกำยำพูด
ประโยคนี้เป็นภาษาอังกฤษและเย่เชียนก็เข้าใจ จากนั้นเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ใช่ฉันเป็นคนจีน”
“ไอ้งี่เง่านี่เป็นพวกหมูจีนงั้นเหรอให้ตายสิ..ลูกพี่เราต้องสั่งสอนมันสักหน่อยแล้วไอ้หมูจีนกล้าที่จะสร้างปัญหาในประเทศของเราเพราะงั้นลูกพี่ต้องให้บทเรียนกับมันนะ” ชายตัวเตี้ยหยิ่งผยองและตะโกน
ห้องน้ำในห้องคุมขังถูกกั้นด้วยผนังปูนสูงประมาณหนึ่งเมตรเท่านั้นและชายหนุ่มก็โผล่หัวออกมาจากห้องน้ำแล้วมองไปข้างนอก เขากำลังสูบบุหรี่และดูเกียจคร้านราวกับว่าเขากำลังจะหลับ มีห้องน้ำใกล้ๆห้องนอนแบบนี้ค่อนข้างน่าหดหู่จริงๆ ซึ่งชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นแล้วก้มลงอีกครั้ง “เอ่อ…อ๊ะ…” มีเสียงร้องอย่างเร้าอารมณ์อยู่ในห้องน้ำ
“ฉันไม่เห็นว่าแกจะรักชาติเลย..เหอะ..มันน่าเสียดายนะที่ประเทศของแกทอดทิ้งแกไป” เย่เชียนพูด “คนที่ถูกทิ้งโดยประเทศและไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ตลอดชีวิตเพราะงั้นแกก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชะตากรรมของแกจะเป็นยังไง..เพราะงั้นแกกล้าที่จะมาพูดเรื่องความรักชาติกับฉันแบบนี้มันไม่ไร้สาระไปหน่อยเหรอ?”
“ให้ตายเถอะอย่าหาห้ามฉันเชียวล่ะ..ถ้าฉันไม่ฆ่ามันให้ตายในวันนี้ฉันคงจะระบายความโกรธออกไปไม่ได้หรอก” คนตัวเตี้ยพูด “ให้ตายเถอะแกยังกล้าอวดดีอีกงั้นเหรอ”
“ฉันไม่ได้ห้ามแกสักหน่อย” ชายร่างกำยำพูด
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและหรี่ตาลงอย่างช้าๆ จากนั้นก็จ้องมองคนตัวเตี้ยโดยไม่พูดอะไร
“ไอ้เวรนี่ฉันไม่เคยเจอคนที่หยิ่งผยองเท่าแกมาก่อนเลย..ขนาดนี่เป็นวันแรกที่แกเข้ามานะแกยังกล้าถึงขนาดนี้..เรามีกฎของเราที่นี่และแกก็ควรจะคุกเข่าลงอย่างเชื่อฟังและก้มหัวให้ฉันสามครั้งซะแล้วฉันจะปล่อยแกไป..ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ปราณีแก” ชายร่างกำยำพูด
“อะไรกันวะ?..ส่งเสียงดังกันอยู่ได้.. อยากถูกขังเดี่ยวกันรึไงวะ?” ในขณะนี้ผู้คุมเรือนจำได้ยินเสียงดังในห้องขังและเข้ามาหา
ชายร่างกำยำมองเย่เชียนอย่างดุร้ายและพูดว่า “แกไม่ควรพูดเรื่องไร้สาระไม่งั้นแกได้เจอดีแน่” จากนั้นเขาก็ยิ้มและพยักหน้าให้ผู้คุมเรือนจำและพูดว่า “ไม่มีอะไรครับท่าน..เราแค่ต้อนรับเพื่อนบ้านคนใหม่ของเรา”
เขาเป็นผู้คุมที่นี่มาหลายปีแล้วทำไมเขาถึงไม่เข้าใจนักโทษเหล่านี้ แน่นอนว่าผู้คุมรู้ว่าพวกเขาต้องการทำอะไรดังนั้นผู้คุมจึงชำเลืองมองพวกเขาจากนั้นก็มองไปที่เย่เชียนแล้วถามว่า “คุณเป็นอะไรไหม?”
ชายร่างกำยำจ้องมองที่เย่เชียนอย่างดุเดือดราวกับว่าเขากลัวว่าเย่เชียนจะพูดไร้สาระอะไรออกมาเพราะกฎในคุกแห่งนี้ค่อนข้างเคร่งครัดและใครก็ตามที่ก่อกวนสร้างปัญหาที่นี่จะถูกขังเดี่ยวไว้ 1 สัปดาห์ โดยไม่มีอาหารใดๆ อย่างไรก็ตามถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนจำนวนมากที่เพิกเฉยและต้องการที่จะสร้างปัญหา
เย่เชียนยิ้มจางๆและมองไปที่ผู้คุมเรือนจำแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรผมแค่คุยกับพวกเขาเท่านั้น”
เบื้องบนได้สั่งให้ดูแลชายคนที่ชื่อเย่เชียนให้ดีและอย่าให้เขาเป็นอันตรายที่นี่อย่างเด็ดขาด ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักตัวตนของเย่เชียนคนนี้แต่เห็นได้ชัดว่าเขาสามารถแจ้งให้ผู้คุมทั้งหมดทราบได้และเตือนนักโทษเหล่านี้ได้ ดังนั้นถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครก็ไม่ทราบแต่ผู้คุมก็ไม่กล้าที่จะทำให้เบื้องบนขุ่นเคือง ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขาต้องระมัดระวังและดูแลเย่เชียนเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามตอนนี้เย่เชียนเองก็บอกว่าไม่เป็นไรและมันยากสำหรับเขาที่จะพูดอะไรได้ ผู้คุมเรือนจำชำเลืองมองไปที่นักโทษแล้วพูดว่า “พวกแกควรสงบสติอารมณ์และอย่าสร้างปัญหาให้ฉันไม่งั้นฉันจะจับพวกแกไปขังเดี่ยว!” หลังจากพูดจบ เขาก็หันหน้าไปมองเย่เชียนแล้วหันหลังเดินจากไป
นักโทษเหล่านั้นไม่ได้สังเกตว่าผู้คุมเรือนจำมองไปที่เย่เชียนด้วยความกลัว แต่เมื่อเห็นผู้คุมเดินออกไปชายร่างกำยำก็เหลือบมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “ไอ้เวรนี่เพื่อประโยชน์ของแกแล้วแกควรจะเชื่อฟังฉัน..อย่ามาพูดว่าฉันไม่เตือนแกล่ะ”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าแกทำพลาดไปนะ”
ชายร่างกำยำชะงักไปครู่หนึ่งและพูดว่า “แกหมายความว่าไง”
“ฉันไม่ได้พูดถึงแก..ฉันแค่ไม่อยากให้ผู้คุมเรือนจำมารบกวนฉันก็เท่านั้นเอง” เย่เชียนพูด “ฉันไม่ได้กลัวแกเลย..ฉันแค่อยากได้คนรับใช้มากขึ้นและสนุกกับชีวิตของฉันในนี้ก็เท่านั้นเอง..เพราะฉันไม่เคยชินกับความยากลำบากเพราะงั้นแม้อยู่ในคุกนี้ฉันก็ต้องหาคนมารับใช้..ถึงพวกแกจะน่ารำคาญไปหน่อยแต่ก็ไม่เลวเพราะงั้นฉันยอมรับพวกแกมาเป็นข้ารับใช้ก็แล้วกัน”
คำพูดของเย่เชียนทำให้เหล่านักโทษประหลาดใจอยากมากเพราะมันเหมือนกับการปัสสาวะบนหัวของพวกเขาและทุกคนก็โกรธมาก “ไอ้เวรนี่แกบ้าไปแล้วงั้นเหรอ..ดูซิว่าแกยังกล้าปากแข็งอยู่อีกมั้ย!” คนตัวเตี้ยสาปแช่งด้วยความโกรธ
เย่เชียนแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “แกน่ะปากดีที่สุดเลยเพราะงั้นฉันจะเก็บแกเอาไว้หลังสุดก็แล้วกัน” หลังจากพูดจบมุมปากของเย่เชียนก็ฉีกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มและเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายจนทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกแต่กลับไม่รู้สึกถึงอันตรายจนนักโทษเหล่านี้ล้วนมีความรู้สึกแปลกประหลาดในใจและมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ราวกับว่าพวกเขากลายเป็นนกในกรงและของเล่นของชายหนุ่มตรงหน้าไปแล้ว
.
.
.
………………..