ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1416 ความวุ่นวาย
ตอนที่ 1416 ความวุ่นวาย
………………..
ชีวิตในเรือนจำวันแรกนอกจากเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆนี้แล้วมันก็ค่อนข้างราบรื่นและเงียบสงบ ซึ่งหลังจากที่เย่เชียนพูดคุยกับเซี่ยเฟยไปแล้วพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก บางครั้งเขาก็ไม่ควรรีบร้อนเกินไปเมื่อต้องรับมือกับคนเหล่านี้เพราะถ้ารีบเกินไปมันก็เหมือนกับการตบหน้าตัวเอง นอกจากนี้อีกฝ่ายก็เป็นถึงผู้นำขององค์กรศิห์ชาห์ดังนั้นหากเขาต้องการอำนาจและเงินเขาก็สามารถได้มันทุกเมื่อและไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ในเรือนจำแห่งนี้เพื่อค้นหาความสงบสุขเลย
เย่เชียนได้พักผ่อนอย่างเพียงพอในตอนกลางคืนเพราะหลังจากเหตุการณ์ในตอนกลางวันแล้วเหล่านักโทษในห้องขังก็เชื่อฟังอย่างง่ายดาย ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาจึงไม่กล้ายั่วยุเย่เชียนอีกและเช้าวันต่อมาหลังจากอาบน้ำเสร็จนักโทษทั้งหมดก็ไปกินข้าวในโรงอาหารแต่ชายร่างกำยำรีบไปช่วยเย่เชียนและเซี่ยเฟยถืออาหารและทั้งสองก็ไม่ได้ปฏิเสธและหาที่นั่งเพื่อนั่งกินอาหาร
อาหารในโรงอาหารก็ไม่เลวเลยเพราะมีทั้งเนื้อสัตว์และผักซึ่งถึงแม้ว่าจะมีปริมาณไม่มากแต่ก็ไม่ได้แย่ อย่างไรก็ตามเพราะการเสิร์ฟอาหารน้อยนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เหล่านักโทษจะขัดแย้งกันหากพวกเขาไม่อิ่ม เย่เชียนชำเลืองมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “นายได้สู้กับพวกนั้นตอนที่เข้ามาที่นี่ครั้งแรกหรือเปล่า?”
“คนพวกนี้จริงๆแล้วก็น่าสงสารมากเพราะพวกเขาได้แต่รอวันตายเพราะงั้นหากพวกเขาไม่ต่อสู้และหาอะไรทำพวกเขาก็จะรู้สึกว่างเปล่าและโดดเดี่ยว” เซี่ยเฟยพูดต่อ “แต่เรือนจำที่นี่ก็จริงจังมากเพราะคนที่นี่มันมีทั้งอาชญากรฆ่าตกรเพราะงั้นฉันก็กังวลอยู่เล็กน้อยว่าพวกเขาจะสร้างปัญหาในสักวันหนึ่ง”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ฟังจากที่นายพูดแล้วดูเหมือนว่านายจะไม่ได้ถูกจำคุกเพราะก่ออาชญากรรมสินะ”
เซี่ยเฟยยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ฉันมาที่นี่เพื่อพักผ่อนเพราะที่นี่มันเงียบสงบและไม่มีใครมารบกวนฉัน..ส่วนนายเองก็ไม่ได้ถูกจับเพราะก่ออาชญากรรมใช่ไหมล่ะ?..เพราะด้วยฝีมือของนายแล้วคงไม่มีใครสามารถจับนายแน่ๆ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าฉันจะไม่สามารถซ่อนมันจากนายได้จริงๆสินะ..ดูเหมือนนายจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีเลย”
“แน่นอน..ไม่ใช่แค่ฉันรู้เรื่องนี้แต่ฉันยังรู้จุดประสงค์ที่นายมาที่นี่ด้วย” เซี่ยเฟยพูด “ฉันแนะนำให้นายเลิกเสียเวลาที่นี่จะดีกว่าแล้วออกไปใช้ชีวิตแบบเดิมซะ…ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นเพราะที่นี่มันเหมาะกับฉันมาก..แต่ถ้านายคิดถึงฉันก็มาหาฉันได้แล้วเอาบุหรี่มาให้ฉันด้วย”
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็มองไปที่เซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจ ซึ่งพวกเขาไม่ได้รู้จักกันแต่อีกฝ่ายกลับสามารถเดาจุดประสงค์ของการมาที่นี่ได้ของเขาได้ซึ่งทำให้เย่เชียนประหลาดใจอย่างมาก “อย่ามองฉันแบบนั้นสิ..ฉันไม่ได้สนใจผู้ชายหรอก”
“พูดตามตรงฉันไม่เชื่อหรอกเพราะมันไม่มีผู้หญิงในเรือนจำแห่งนี้เลยมันมีแต่ผู้ชายเพราะงั้นที่นายมาอยู่ที่นี่ก็เพราะว่านายสนใจผู้ชายใช่ไหมล่ะ?” เย่เชียนฉีกยิ้มแล้วพูด
เซี่ยเฟยเม้มปากและมองเย่เชียนด้วยความไม่สบอารมณ์และหันหน้าหนีไปทางอื่นและไม่สนใจเย่เชียนอีก หลังจากนั้นไม่นาน ชายร่างกำยำในห้องขังเดียวกันก็เข้ามาพร้อมกับอาหารแล้วยื่นให้เย่เชียนกับเซี่ยเฟยด้วยความเคารพ จากนั้นก็นั่งลงข้างๆเย่เชียนด้วยสีหน้าเศร้าๆและหมดหนทาง เย่เชียนเหลือบมองเขาด้วยความประหลาดใจแต่ไม่ได้พูดอะไรเย่เชียนเพียงแค่ก้มลงเพื่อรับประทานอาหาร แต่เซี่ยเฟยดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างเพราะคิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้พูดเช่นกัน
เย่เชียนชำเลืองมองไปรอบๆโดยไม่ได้ใส่ใจจากนั้นก็มองไปที่ชายร่างกำยำด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น?..ทำไมคนอื่นถึงมีน่องไก่และหมูตุ๋นในชามของพวกแต่ไม่มีอะไรในชามของพวกเราเลยมันมีแต่ถั่วงอก?”
ชายร่างกำยำก้มหน้าด้วยความละอายใจและไม่กล้าพูด จากนั้นเซี่ยเฟยก็ยิ้มแล้วพูดว่า “นั่นก็เพราะว่าเขากลัวยังไงล่ะ!..เขาเลยถูกคนอื่นเอาอาหารไป”
เย่เชียนชะงักไปครู่หนึ่งและยิ่งประหลาดใจที่เห็นเซี่ยเฟยพูดแบบนี้ ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรสามารถซ่อนไปจากเขาได้และตอนนี้เขาก็นั่งหันหลังให้ชายร่างกำยำแล้วเขาจะรู้เรื่องนี้อย่างแจ่มแจ้งได้อย่างไร? มีความลับและสิ่งที่ไม่รู้เกี่ยวกับเซี่ยเฟยมากเกินไปซึ่งทำให้เย่เชียนงุนงงมากขึ้นเรื่อยๆแต่นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องเหล่านี้เพราะถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มมากนักแต่เย่เชียนก็ไม่สามารถยอมทนรับความสูญเสียแบบนี้ได้อยู่ดี การที่หมูตุ๋นกับน่องไก่ของเขาถูกคนอื่นแย่งไปนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้น?
“ใครเป็นคนทำ?” เย่เชียนมองไปที่ชายร่างกำยำแล้วถาม
ชายร่างกำยำลังเลและไม่พูดอะไรราวกับว่าเขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร “ให้ตายเถอะแกกำลังทำอะไรอยู่อย่างลังเลสิวะ..บอกฉันมาเร็วๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น!” เย่เชียนมองเขาแล้วพูดอย่างเกรี้ยวกราด
“นั่นผู้ชายคนนั้น” ชายร่างกำยำชี้ไปที่ชายคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลเขาไม่ได้ล่ำสันและดูเหมือนจะผอมกว่าเย่เชียนอีก
ในแง่ของร่างกายชายร่างกำยำเห็นได้ชัดว่ามีข้อได้เปรียบอย่างมากแต่เขากลับถูกผู้ชายตัวผอมแห้งกดขี่ข่มเหงซึ่งเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายอาจมีอำนาจและอิทธิพลไม่ใช่น้อย เย่เชียนกลอกตาไปที่ชายร่างกำยำและพูดว่า “ฉันจะให้โอกาสแก..ไปหาเขาและจัดการซะ”
ชายร่างกำยำชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นก็มองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจ
“อะไรกันแกกลัวเหรอ?” เย่เชียนพูด “วันก่อนแกไม่ได้วางมาดใหญ่โตกับฉันหรอกเหรอ?..ตอนนี้แกจะกลัวอะไร..ไปซะ..ถ้ามีอะไรเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งชายร่างกำยำก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปหาชายร่างผอมบางอย่างช้าๆ เมื่อเห็นเขาเข้ามาชายร่างผอมก็หันหน้ามามองอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “อะไร?..นี่แกยังไม่เข็ดอีกเหรอ?..ออกไปซะ..ฉันจะกินข้าวไม่งั้นเดี๋ยวแกได้เจอดีแน่”
ชายร่างกำยำชะงักไปครู่หนึ่งราวกับว่าเขากำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญอยู่แต่จู่ๆเขาก็ชกออกไปอย่างแรงจนชายร่างผอมไม่มีเวลาโต้ตอบและเขาไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าท้าทายเขาและก่อนที่เขาจะได้ป้องกันตัวเองเขาก็ถูกชกเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง จากนั้นชายร่างผอมก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและแตะคราบเลือดที่มุมปากพร้อมกับยิ้มอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “แกกล้าต่อยฉันงั้นเหรอ?..ได้เลยเดี๋ยวแกจะได้รู้ซึ้ง” หลังจากพูดจบชายร่างผอมก็ลุกขึ้นทันทีและต่อยชายร่างกำยำ
ชายร่างกำยำกลัวชายร่างผอมคนนี้ฝังใจและหมัดเมื่อกี้ก็ได้เรียกความกล้าของเขาออกมาแต่ตอนนี้เขาได้สูญเสียความมั่นใจไปหมดแล้วและเขาจะกล้าสู้ได้อย่างไร เมื่อเห็นกำปั้นของชายร่างผอมเหวี่ยงออกมาเขาก็รีบถอยหลังออกไปและหลับตาแน่น และล้มเลิกที่จะตอบโต้ไปแล้วรอให้หมัดของชายร่างผอมมาถึงเขา แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆและเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและค่อยๆลืมตาขึ้นเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขาและนั่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเย่เชียนและในขณะนี้ชายร่างกำยำก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจและมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกในใจของเขา
เย่เชียนจ้องมองเขาอย่างดุดันและพูดว่า “จำเอาไว้ให้ดีแกต้องมองตาอีกฝ่ายเมื่อต้องต่อสู้และแกต้องเอาชนะความกลัวในใจของแกก่อนไม่อย่างนั้นคนที่แพ้ก็จะเป็นแกอย่างแน่นอน” ในขณะที่พูดเย่เชียนออกแรงที่มือของเขาจนทำให้เกิดเสียง “กรึก” เย่เชียนได้บีบกำปั้นของชายร่างผอมเอาไว้และไม่ว่าเขาจะพยายามดิ้นแค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์เพราะมือของเย่เชียนเหมือนที่หนีบเหล็กและนั่นก็ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างไม่รู้จบ
“ให้ตายเถอะแกเป็นใครกันแน่?..นี่มันไม่ใช่เรื่องของแกสักหน่อยปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นแกได้เจอดีแน่” ชายร่างผอมตะโกนด้วยความโกรธและสีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวภายใต้ความเจ็บปวด
เย่เชียนไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดดังนั้นเขาจึงหันไปมองชายร่างกำยำซึ่งรีบแปลสิ่งที่ชายร่างผอมพูดทันทีและเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วมองไปที่ชายร่างผอมและพูดว่า “จะไม่ใช่เรื่องของฉันได้ยังไง?..แกขโมยน่องไก่และหมูตุ๋นของฉันไปในวันแรกที่ฉันเข้ามาที่นี่และนั่นมันก็เท่ากับการท้าทายฉัน..เพราะงั้นในเมื่อเป็นอย่างนี้ฉันก็ต้องจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น..เอาสิถ้าแกกล้าพอก็มาสู้กับฉันอย่าเอาแต่พูดไร้สาระอยู่เลย”
ชายร่างผอมตกตะลึงและถอนหายใจอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “พวกแกมัวทำบ้าอะไรอยู่..ทำไมถึงไม่รีบจัดการมันซะ..เดี๋ยวฉันจะรีบผิดชอบเองถ้ามีปัญหาอะไรตามมา” เมื่อได้รับคำสั่งคนกลุ่มหนึ่งก็ลุกขึ้นและพุ่งเข้าหาเย่เชียนทีละคน
ชายร่างผอมคนนี้เป็นดั่งเผด็จการในเรือนจำดังนั้นเขาจึงมีลูกน้องมากมาย เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้เหล่านักโทษที่เหลือก็รู้สึกตื่นเต้นและเคาะโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับตะโกน แน่นอนว่าพวกเขาจะพลาดชมการฉากที่ดีแบบนี้ได้อย่างไร?
เย่เชียนหัวเราะอย่างเย็นชาและเตะนักโทษที่กรูกันเข้ามาออกไปอย่างรุนแรงและชายร่างผอมก็ถูกเย่เชียนเตะเข้าที่ท้องจกรีดร้องและกระเด็นออกไปแต่ทว่าเย่เชียนได้คว้าแขนของชายร่างผอมเอาไว้แล้วถอยไปหนึ่งก้าวจากนั้นก็เหวี่ยงลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง ซึ่งการกระทำทั้งสองนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยมือที่แข็งแรงเย่เชียนก็ดึงชายร่างผอมขึ้นแล้วบีบคอเขาด้วยมือข้างเดียวแล้วหันมองไปรอบๆพร้อมกับเตะนักโทษที่พยายามจะลุกขึ้น
“ใครก็ตามที่กล้าเข้ามาอีกฉันจะฆ่ามันให้หมด!” เย่เชียนเหลือบมองคนเหล่านั้นแล้วพูด
เมื่อเห็นว่าชายร่างผอมถูกเย่เชียนจัดการไปแล้วและชีวิตของเขาอยู่ในกำมือของเย่เชียนแบบนี้พวกเขาจึงตกตะลึงอย่างมากและไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า เย่เชียนบีบคอของชายร่างผอมจนคอของเขาเอียงไปด้านหลังอย่างสยดสยอง ในเวลานี้ชายร่างผอมจ้องไปที่เย่เชียนอย่างดุเดือดและพูดว่า “ถ้าแกกล้าก็ลองปล่อยฉันดูสิวะ”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “ไอ้เวรนี่..ฉันเพิ่งจะจับแกได้เพราะงั้นฉันคงจะโง่ปล่อยแกไปหรอก..ถ้าแกเก่งพอก็ลองดูสิวะ”
.
.
.
………………..