ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1420 การยอมรับ
ตอนที่ 1420 การยอมรับ
………………..
ปีนี้ตาซูร์อายุ 28 ปีและแก่กว่าเซี่ยเฟย 3 ปี และครอบครัวของเธอก็มีอำนาจมากในประเทศอินเดียและเป็นครอบครัวทางทหาร ตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงรุ่นเธอทั้งหมดทำงานในกองทัพหรือตำรวจทั้งนั้น ตาซูร์เคยแต่งงานมาสองครั้งติดต่อกันแต่น่าเสียดายที่เธอยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระเล็กน้อยที่จะพูดถึง
สามีคนแรกของเธอเป็นลูกชายของข้าราชการและครอบครัวก็มีอิทธิพลอยู่บ้างดังนั้นพวกเขาจึงถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่เข้ากันได้ดีแถมเขายังหล่อเหลาและไร้ระที่ติและหล่อยิ่งกว่าผู้ชายหลายๆคนและยังสุภาพมากอีกด้วย ที่สำคัญนิสัยของเขาก็ไร้ที่ติเพราะผู้ชายคนนี้เป็นที่ต้องการมากที่สุดของสาวๆหลายๆคนอย่างไม่ต้องสงสัยใช่ไหม? แต่โชคไม่ดีที่หลังจากแต่งงานไปแล้วผู้ชายคนนี้มักจะหาข้ออ้างที่จะไม่กลับบ้านและถึงแม้ว่าเขาจะแต่งงานกับเธอแต่เขาก็แทบไม่มีเซ็กส์กับเธอเลยจนตาซูร์รู้สึกสับสนมากเช่นกันและคิดว่าเธอไม่น่าดึงดูดพอและทะเลาะกับเขานับครั้งไม่ถ้วน ต่อมาภายใต้การยืนกรานของเธอผู้ชายคนนั้นก็นอนกับเธอแต่เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอด้วยซ้ำและนี่ก็เป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง ครั้งหนึ่งเธอเคยสงสัยว่าเขามีผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างนอกดังนั้นทุกวันเมื่อเขากลับมาเธอจึงตรวจดูเสื้อผ้าของเขาอย่างละเอียดเพื่อดูว่ามีผมของผู้หญิงหรือไม่ และลองดมกลิ่นดูว่ามีน้ำหอมของผู้หญิงหรือไม่อย่างไรก็ตามมันก็ไม่มีอะไรเลย
ต่อมาในที่สุดเธอก็เห็นสามีของเธอควงผู้ชายคนหนึ่งเข้าโรงแรมและด้วยระดับความสนิทสนมนั้นก็ทำให้เธอออกอาการหึงหวงอย่างมากและในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าทำไมผู้ชายของเธอถึงลังเลที่จะสัมผัสเธออยู่เสมอ นั่นไม่ใช่เพราะเธอไม่สวยแต่เป็นเพราะสามีของเธอไม่ชอบผู้หญิงนั่นเอง
ต่อมาเธอได้แต่งงานกับลูกชายของนักธุรกิจมหาเศรษฐีที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลับฮาวาร์ดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เขานักศึกษาชั้นนำและมีชื่อเสียงโด่งดังในโลกธุรกิจ อย่างไรก็ตามเขาเป็นคนห่างเหินและเย่อหยิ่งและเขาไม่มองผู้หญิงเหล่านั้นที่เข้ามาหาเขาเลยและบางครั้งเขาก็จะยิ้มอย่างสุภาพ
ด้วยความช่วยเหลือจากครอบครัวแล้วตาซูร์จึงแต่งงานกับเขาแต่เขาไม่ได้ไม่ชอบตาซูร์ในฐานะผู้หญิงที่หย่าร้างและเขาก็รักเธอมากเพราะไม่ว่าเขาจะยุ่งกับงานแค่ไหนเขาก็จะทำอาหารเช้าให้ตาซูร์ทุกเช้าและกลับบ้านตรงเวลาทุกคืน ถ้าเธอต้องออกไปสังสรรค์เขาจะพาตาซูร์ไปด้วยทุกครั้งราวกับว่าเขากลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดไป
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไร้ที่ติอย่างสมบูรณ์แบบและยังเป็นวัตถุในอุดมคติในใจของผู้หญิงหลายๆคน อย่างไรก็ตาม มีเพียงผู้ที่อยู่ในนั้นเท่านั้นที่สามารถเข้าใจความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้ตาซูร์ที่เป็นผู้หญิงธรรมดาๆเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้เธอจะไม่ตกหลุมรักเขาได้อย่างไร ดังนั้นเธอจึงต้องการมอบร่างกายของเธอให้กับเขาและแบ่งปันความสุขกับเขาแต่ทว่าต่อให้ตาซูร์จะพยายามมากแค่ไหนแต่ผู้ชายคนนี้ก็ไม่สามารถ… แต่ต่อมาหลังจากที่ตาซูร์ถามเขาอย่างจริงจังก็รู้ความจริงว่าเขาซนมากเกินไปเมื่อเขายังเด็กและครั้งหนึ่งเขาเคยเกิดอุบัติเหตุจนทำให้เขาไม่มีอวัยวะเพศมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
อันที่จริงก็ไม่เป็นไรเพราะตราบใดที่ผู้ชายคนนี้รักเธอตาซูร์ก็รู้สึกว่าถึงแม้ไม่มีเรื่องทางเพศเธอก็ทนได้เพราะท้ายที่สุดชีวิตแต่งงานก็ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อสิ่งเหล่านี้เท่านั้นและจากหลายๆมุมมองผู้ชายคนนี้ก็เป็นผู้ชายที่ไร้ที่ติ ตาซูร์เลือกที่จะเงียบและยอมรับความจริง อย่างไรก็ตามก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเพราะอุบัติเหตุทางเครื่องบินจึงทำให้ผู้ชายคนนั้นไม่กลับมาอีกและตาซูร์ ก็กลายเป็นแม่หม้ายและครอบครัวของชายคนนั้นก็ไล่เธอออกและจ่ายค่าชดเชยให้จำนวนหนึ่งเท่านั้น
ตาซูร์ไม่สู้ต่อและเลือกที่จะยอมรับ ซึ่งหลังจากกลับบ้านแล้วให้ครอบครัวจัดหางานดังกล่าวให้และใครจะไปรู้ว่าเธอจะเจอเซี่ยเฟยโดยบังเอิญและตั้งแต่นั้นมาเซี่ยเฟยก็เกาะติดเธอราวกับน้ำตาลทรายแดงตลอดทั้งวันและเขาก็ไม่สามารถสลัดเขาออกได้นอกจากนี้เธอก็ไม่คาดคิดว่าเซี่ยเฟยจะมาที่เรือนจำแห่งนี้เพื่อไล่ตามจีบเธอซึ่งค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไปมันก็คงเป็นเรื่องโกหกที่จะบอกว่าเธอไม่ชอบเซี่ยเฟยเลย แต่เนื่องจากประสบการณ์สองครั้งก่อนหน้านี้เธอจึงกลัวเล็กน้อยที่จะยอมรับความรักครั้งนี้อีก
เธอพยายามที่จะปฏิเสธเซี่ยเฟยแต่เซี่ยเฟยกลับไม่ยอมและไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาก็ล้มเลิกความพยายามจนในที่สุดเธอก็ไม่มีทางเลือกและเธอก็รู้สึกขัดแย้งในใจมากเพราะเธอต้องการให้เซี่ยเฟยออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดและไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับพวกอาชญากรแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันที่นี่และนักโทษในคุกก็ไม่กล้าแตะต้องเขาแต่ที่นี่คือคุกเพราะมันจะมีที่ไหนดีเท่าข้างนอก? อย่างไรก็ตามเธอค่อนข้างลังเลเล็กน้อยที่จะปล่อยให้เซี่ยเฟยออกจากที่นี่และดูเหมือนว่าเธอจะเคยชินกับการที่เซี่ยเฟยปรากฏตัวต่อหน้าเธอโดยไม่ได้ตั้งใจแบบนี้ หากจู่ๆเขาเปลี่ยนนิสัยนี้เธอก็ไม่รู้จะปรับตัวอย่างไรจริงๆ
เช่นเดียวกับวันนี้ถึงแม้ว่าเธอจะขังเซี่ยเฟยเอาไว้ในห้องขังเดี่ยวแต่เธอก็กลัวว่าเขาจะเหงาดังนั้นเธอจึงขังเย่เชียนเอาไว้กับเขาด้วย ซึ่งอาหารเย็นที่ถูกส่งมาพร้อมกับอาหารที่เธอทำเองและแม้แต่บุหรี่เธอก็เตรียมเอาไว้ให้เขาด้วย แต่ที่เธอให้บุหรี่แค่สองมวนนั่นก็เพราะว่าเธอกลัวว่าถ้าเขาสูบมากเกินไปจะไม่ดีต่อสุขภาพของเขานั่นเอง
หลังจากฟังคำพูดของเย่เชียนแล้วเซี่ยเฟยก็ยิ้มกว้างและดูมีความสุขมาก “น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนแล้วนับประสาอะไรกับใจคน..ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะค่อยๆเอาใจฉันสินะ” เซี่ยเฟยพูดแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “ฉันสบายเพราะนายจริงๆไม่อย่างนั้นฉันจะเพลิดเพลินกับการดูแลแบบวีไอพีได้ยังไง..นายไม่สังเกตเลยเหรอว่าทำไมรสชาติของปลาจานนี้ถึงแตกต่างออกไป..โดยทั่วไปแล้วในโรงอาหารของเรือนจำโดยพื้นฐานแล้วมันจะมีรสชาติจืดชืดแต่ปลาจานนี้เต็มไปด้วยสีสันและรสชาติ” เย่เชียนหยิบตะเกียบแล้วยัดปลาเข้าปาก
“ต่างกันยังไง?..ทุกครั้งที่ฉันเข้ามาในห้องขังเดี่ยวฉันก็ได้กินอาหารแบบนี้ตลอด” เซี่ยเฟยพูด
เย่เชียนผงะเล็กน้อยและส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดว่า “ถ้าฉันเดาถูกตาซูร์จะต้องทำอาหารพวกนี้ให้นายด้วยตัวเองไม่อย่างนั้นเธอจะปฏิบัติกับนายดีแบบนี้ทำไม..อีกอย่างถ้าเธอไปสั่งให้คนในโรงครัวทำอาหารพิเศษให้นายซึ่งนั่นคงไม่ดีเท่าไหร่”
เซี่ยเฟยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างระมัดระวังและพยักหน้าโดยไม่ตั้งใจแล้วพูดว่า “ฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย..สิ่งที่นายพูดดูเหมือนมันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ”
“เพราะงั้นตราบใดที่นายพยายามล่ะก็ผู้หญิงคนนี้จะเป็นของนายโดยสมบูรณ์” เย่เชียนพูด
“ได้!..มาพยายามกัน” เซี่ยเฟยยิ้มและพูดว่า “มาเลย..ฉลองกัน!” ขณะที่พูดเซี่ยเฟยก็หยิบชามซุปพร้อมกับเย่เชียนและดื่มอึกใหญ่ด้วยความตื่นเต้น
หลังจากรับประทานอาหารแล้วทั้งสองก็จุดบุหรี่และสูบมัน การสูบบุหรี่หลังอาหารนั้นยอดเยี่ยมอย่างมากและทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดูไม่จืดชืด ซึ่งในเวลานี้ก็มีเสียงฝีเท้าอยู่ข้างนอกซึ่งเป็นเสียงจากรองเท้าส้นสูงที่ดังมาก
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่ประตูห้องขังและหลังจากนั้นก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “เป็นไงบ้าง?”
เซี่ยเฟยอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะเขาคุ้นเคยกับเสียงนี้เป็นอย่างดี จะเป็นใครไปได้นอกจากตาซูร์ “ตาซูร์ขอบคุณสำหรับอาหารนะ..ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอใจดีกับฉันมาก” เซี่ยเฟยพูด
“หืม..ฉันไม่ต้องการให้นายตายเร็วเกินไป..ฉันจะทรมานนายอย่างช้าๆ” ตาซูร์พูด
“ถ้าเธอต้องการทรมานฉันจริงๆเธอก็มาแต่งงานกับฉันสิเพราะด้วยวิธีนี้เธอจะได้ค่อยๆทรมานฉันไปตลอดชีวิตได้” เซี่ยเฟยพูด
“นายควรออกไปให้เร็วและทำธุระของนายซะ..อย่ามาเสียเวลาที่นี่เลย” ตาซูร์พูด “สถานการณ์ข้างนอกวุ่นวายมากในตอนนี้ และนายก็คงไม่ต้องการให้องค์กรของนายถูกทำลายภายใต้น้ำมือของนายหรอกใช่ไหม?..เฮ้อ..พูดไปก็เท่านั้นสินะ..ลองคิดดูเองก็แล้วกัน..ฉันไม่ชอบผู้ชายที่เอาแต่อยู่ในที่เงียบๆไปวันๆหรือแม้แต่เลี่ยงสังคมไม่กล้าเผชิญหน้า” เมื่อพูดจบก็มีเสียงส้นสูงดังขึ้นจากรองเท้าส้นสูงข้างนอกและเห็นได้ชัดว่าตาซร์ออกไปแล้ว
เซี่ยเฟยตกตะลึงเล็กน้อยจากนั้นก็มองไปที่เย่เชียนอย่างว่างเปล่าและพูดว่า “เมื่อกี้เธอหมายความว่ายังไง..ทำไมฉันถึงไม่เข้าใจ”
“นายไม่ได้แสร้งทำเป็นสับสนใช่ไหม” เย่เชียนพูด “สิ่งที่เธอพูดนั้นก็ชัดเจน..นายไม่ได้ยินที่เธอพูดว่า..ฉันไม่ชอบผู้ชาย..ใช่ไหม..นั่นหมายถึงใครล่ะ?..แน่นอนว่าเธอหมายถึงนายและเธอก็ไม่ยอมรับที่นายเป็นแบบนี้ดังนั้นเธอจึงหวังว่านายจะสามารถสิ่งที่นายทิ้งเอาไว้อย่างจริงจังแทนที่จะซ่อนตัวอยู่ที่นี่..พูดง่ายๆคือนายทำให้เธอผิดหวังยังไงล่ะ..ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับองค์กรของนายเธอก็จะโกรธนายเพราะงั้นควรฟังเธอและออกไปจากที่นี่ซะไม่อย่างนั้นฉันคิดว่ามันจะทำให้เธอยอมรับนายได้ยาก”
“องค์กรศิห์ชาห์มีผู้อาวุโสอยู่และมันจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ” เซี่ยเฟยพูด “พวกตาเฒ่าเหล่านั้นเป็นจิ้งจอกเฒ่าและทักษะของพวกเขาก็ไม่เลวเลย..เพราะงั้นปัญหาทั่วไปพวกเขาสามารถจัดการได้”
“แต่ถ้าไม่มีนายพวกเขาจะสูญเสียกระดูกสันหลังเพราะถ้าหากพวกเขาพบศัตรูที่ทรงพลังจริงๆพวกเขาจะจัดการกับมันยังไง”เย่เชียนพูด “อย่างหลัวหมิงพี่ชายของนาย”
เซี่ยเฟยอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งสีหน้าของเขาก็ตกตะลึงและเขาก็มองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “นายพูดว่าอะไรนะหลัวหมิง?”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ใช่..หลัวหมิง..นายคิดว่าจะมีคนในองค์กรศิห์ชาห์เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ไหมล่ะ..เพราะงั้นถ้านายไม่ปรากฏตัวออกมานายคิดว่าคนในองค์กรศิห์ชาห์จะสามารถเอาชนะหลัวหมิงได้งั้นเหรอ?..ยิ่งไปกว่านั้นหลัวหมิงยังตามหานายไปทั่วทุกที่และไม่ช้าก็เร็วเขาจะพบนายที่นี่อย่างแน่นอน..ฉันเกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้นตาซูร์อาจจะถูกดึงเข้ามาเกี่ยวด้วย..นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่นายอยากจะเห็นใช่ไหม?”
เซี่ยเฟยขมวดคิ้วโดยไม่ได้ตั้งใจและพูดว่า “เป็นไปได้ยังไง?..ไม่ใช่ว่าหลัวหมิงถูกพวกนักรบพราหมณ์ฆ่าเมื่อสองปีก่อนหรอกเหรอ?..เขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง” ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่เชื่อว่าหลัวหมิงถูกสังหารโดยนักรบพราหมณ์แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับความจริงที่ว่าเขาไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับหลัวหมิงมานานแล้ว
.
.
.
………………..