ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1424 ไปทานอาหารเย็น ....................
ตอนที่ 1424 ไปทานอาหารเย็น
………………..
เซี่ยเฟยพูดอย่างสมเหตุสมผลอย่างที่เย่เชียนพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าผู้คนล้วรมีความปรารถนาเพราะถ้าคนเราไม่มีความปรารถนาเขาอาจจะสูญเสียแรงจูงใจที่จะมีชีวิตต่อ การมีความปรารถนานั้นไม่น่ากลัวแต่ประเด็นสำคัญคือหากคุณไม่ยอมเผชิญกับความปรารถนาแต่พยายามสงสัยหรือปกปิดไว้นั่นแสดงว่าคุณไม่มีความตั้งใจ
เป็นเวลาหลายปีที่นายพลฟรอซต์รักษาชื่อเสียงของเขาในฐานะผู้พิพากษาเลือดเหล็ก ซึ่งจุดประสงค์ของเขาคืออะไร? เขาซื่อสัตย์และยุติธรรมจริงงั้นเหรอ? ดังที่เซี่ยเฟยพูดว่านายพลฟรอซต์ได้ทำตัวเป็นกลางมานานหลายปีและยังแสร้งทำเป็นตัวเองอ่อนแอโดยเจตนา อันที่จริงจุดประสงค์ของเขาก็คือการได้รับทุนและชื่อเสียงที่มากขึ้นสำหรับตัวเขาเองเพราะเมื่อการต่อสู้ระหว่างนักรบพราหมณ์และองค์กรศิห์ชาห์ไม่ได้ตัดสินว่าใครได้เปรียบเขาก็จะต้องไม่เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมิฉะนั้นถ้าวันหนึ่งฝ่ายที่เขาเลือกแพ้มันก็จะไม่คุ้มกับการสูญเสียใช่ไหม? ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากแต่ในขณะเดียวกันเขาก็เพิ่มอำนาจและชื่อเสียงของเขาไปด้วย ถึงแม้ว่านักรบพราหมณ์องค์กรศิห์ชาห์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชนะในอนาคตเขาก็ยังกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของเขาที่มีส่วนร่วมอยู่ดีดังนั้นนี่คือความปรารถนาของเขานั่นเอง
เขาเป็นนายพลที่มีเกียรติและเป็นถึงเสนาธิการกระทรวงกลาโหมดังนั้นเหตุใดเขาจึงต้องหวั่นเกรงเย่เชียนด้วย? ถึงแม้ว่าองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าจะมีชื่อเสียงระดับโลกแต่ทำไมเขาถึงต้องยอมให้กับคนธรรมดาๆอย่างเย่เชียนด้วย? ถึงแม้ว่าผู้นำกองทัพในประเทศสหรัฐอเมริกาและบางประเทศในทวีปยุโรปจะชื่นชมและเกรงกลัวทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าก็ตามแต่แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่มีวันอ่อนข้อและก้มหัวให้กับเย่เชียนอย่างแน่นอน นั่นเป็นเพราะทหารมีความภาคภูมิใจของทหารสูงและในฐานะที่เป็นรั้วของชาติแล้วพวกเขาจะก้มหัวให้กับทหารรับจ้างได้อย่างไร? แม้แต่บุคคลระดับสูงในเขตทหารของประเทศจีนเหตุผลที่พวกเขาปฏิบัติต่อเย่เชียนเป็นอย่างดีนั้นไม่ใช่เพราะสถานะของเย่เชียนในฐานะผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าแต่เป็นเพราะสถานะของเย่เชียนในโลกศิลปะการต่อสู้จีนโบราณและตระกูลของเขานั่นเอง ดังนั้นทัศนคติของนายพลฟรอซต์จึงไม่สมเหตุสมผลอย่างเห็นได้ชัด
การปรากฏตัวของเย่เชียนทำให้นายพลฟรอซต์ได้กลิ่นบางอย่างที่แตกต่างออกไปและจุดประสงค์ของเย่เชียนที่มาที่นี่ก็คือการกำจัดนักรบพราหมณ์ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับเขาอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะเมื่อเย่เชียนเคลื่อนไหวมันจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และทำให้องค์กรศิห์ชาห์เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วยและหลังจากนั้นนายพลฟรอซต์ก็สามารถใช้ประโยชน์จากสงครามและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อันมหาศาล ดังนั้นไม่ว่าใครจะแพ้หรือใครจะชนะสำหรับเขาแล้วเขาไม่มีอะไรเสียหายเลย
ในคฤหาสน์ของนายพลฟรอซต์เขาได้จัดงานเลี้ยงขึ้นเพราะไม่กี่วันก่อนนายพลฟรอซต์รู้สึกว่าเย่เชียนอาจจะยังมีความโลภอยู่บ้างดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟแต่เขาก็บอกซูเออห์ลูกชายของเขานับครั้งไม่ถ้วนว่าเย่เชียนนั้นไม่ใช่คนที่เขาจะท้าทายได้และเพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวนั่นก็เท่ากับผลประโยชน์ของซูเออห์เองดังนั้นซูเออห์จึงตัดสินใจที่จะไม่สร้างปัญหาให้เย่เชียนในตอนนี้ อย่างไรก็ตามนายพลฟรอซต์ก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ปล่อยเย่เชียนไปเพราะหลังจากเรื่องนี้จบลงเขาจะต้องกำจัดเย่เชียนเพื่อศักดิ์ศรีของเขา
เย่เชียนและเซี่ยเฟยมาถึงชั้นล่างของบ้านนายพลฟรอซต์อย่างตรงเวลาและแทนที่จะเข้าไปโดยตรงพวกเขากลับให้ทหารยามข้างนอกแจ้งว่าพวกเขามาถึงแล้ว เซี่ยเฟยไม่ชอบทำสิ่งเหล่านี้มากนักเพราะเขาสามารถมองผ่านหลายสิ่งได้อย่างรวดเร็วดังนั้นเขาจึงปล่อยให้เย่เชียนทำอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ
หลังจากนั้นไม่นานทหารยามก็หันหน้ามาและเหลือบมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “ท่านนายพลเชิญพวกคุณให้เข้าไป!”
เซี่ยเฟยกำลังจะเดินเข้าไปข้างในแต่เย่เชียนก็ค่อยๆดึงเซี่ยเฟยแล้วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และหยุดเดิน “ช่วยไปบอกท่านนายพลฟรอซต์ทีว่าผมมาที่นี่เพื่อทักทายเขาเท่านั้นเพราะผมมีธุระที่ต้องทำเพราะงั้นผมจึงขอตัวก่อน” เย่เชียนพูด
ทหารยามตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจแต่ก็ยังทำตามคำพูดของเย่เชียนและบอกคนข้างในผ่านเครื่องรับส่งวิทยุ เมื่อนายพลฟรอซต์ได้ยินแบบนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย “พ่อครับไอ้หมอนั่นมันทำตัวน่ารังเกียจเกินไปแล้ว..พ่ออุตส่าห์แบกหน้าไปเชิญมันมากินอาหารเย็นแต่มันกลับไม่มา..มันน่าเกลียดเกินไป” ซูเออห์พูดด้วยความโกรธ
นายพลฟรอซต์ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “แกรู้อะไรไหมฉันได้ยินมาว่าเย่เชียนคนนี้ชอบวัดใจอยู่เสมอและเขาก็แค่ต้องการรักษาหน้าเพื่อดึงฉันให้ออกไปพบเขาด้วยตัวเอง”
“พ่ออยากจะเจอกับมันจริงๆงั้นเหรอ..มันเป็นแค่ทหารรับจ้างไม่ใช่เหรอ..พูดตามตรงมันก็เป็นได้แค่คนที่ทำงานให้คนอื่นและก้มหัวให้คนอื่นเพื่อเงินเท่านั้น” ซูเออห์พูดอย่างฉุนเฉียว
“แกยังเด็กและแกไม่มีสติพอที่จะทำสิ่งต่างๆ..ในการเป็นผู้ชายแกต้องสามารถแบกรับสถานการณ์ต่างๆให้ได้..ตอนนี้มันมีประโยชน์กับเรามากเพราะงั้นเราควรปฏิบัติต่อมันอย่างดี” นายพลฟรอซต์พูด “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของบุคคลไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จหรือความล้มเหลวชั่วขณะแต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะยืนหยัดได้นานที่สุดเพราะงั้นแกต้องรู้จักใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่แกสามารถหาได้และใช้แม้แต่ศัตรูของแกเองเพื่อช่วยให้แกบรรลุเป้าหมาย..นี่คือปรัชญาสูงสุดของการเป็นมนุษย์..แกยังต้องเรียนรู้อย่างช้าๆแต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก” หลังจากหยุดไปชั่วขณะนายพลฟรอซต์ก็พูดต่อ “เอาล่ะไปกันเถอะ..ออกไปหามันกัน..แต่แกต้องจำเอาไว้ว่าแกต้องอยู่เฉยๆเพราะความใจแคบเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ความหายนะได้”
“ผมเข้าใจแล้วพ่อไม่ต้องห่วง” ซูเออห์ตอบ
ทั้งสองเดินออกจากคฤหาสน์ไปและเย่เชียนกับเซี่ยเฟยก็กำลังเปิดประตูรถและเตรียมขึ้นรถแต่นายพลฟรอซต์รีบเดินออกมาและพูดว่า “คุณเย่คุณเย่เดี๋ยวก่อนสิครับ..ทำไมคุณถึงรีบกลับล่ะ?”
เย่เชียนกับเซี่ยเฟยหันไปมองแต่เซี่ยเฟยมีสีหน้าที่ขี้เกียจอย่างมากและยืนพิงรถด้วยความง่วง ซึ่งเมื่อนายพลฟรอซต์เห็นเซี่ยเฟยเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจเพราะเขารู้จักเซี่ยเฟยเป็นอย่างดีซึ่งเป็นผู้นำขององค์กรศิห์ชาห์ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเย่เชียนกับเซี่ยเฟยจะมาร่วมมือกันได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคนขององค์กรศิห์ชาห์ได้พยายามอย่างมากแต่ก็ไม่มีวิธีใดที่จะเกลี้ยกล่อมเซี่ยเฟยได้เลย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะเกลี้ยกล่อมให้เซี่ยเฟยออกจากเรือนจำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งนี้ทำให้นายพลฟรอซต์ประหลาดใจและเขาก็รู้สึกเหมือนว่าสิ่งต่างๆได้เกินความคาดหมายของเขาไปมาก เพราะเมื่อเซี่ยเฟยอยู่ที่นี่สิ่งต่างๆจึงไม่ง่ายอย่างที่เขาคิดอีกต่อไป เมื่อมองไปที่เซี่ยเฟยแล้วนายพลฟรอซต์ก็ยิ้มและพูดว่า “คุณเซี่ยเฟยก็มาที่นี่ด้วยหรอครับ..ช่างน่าตกใจจริงๆ”
เซี่ยเฟยตอบเบาๆแต่ไม่ได้พูดอะไร ส่วนเย่เชียนก็ฉีกยิ้มและพูดว่า “ท่านนายพลฟรอซต์เชิญผมมาเป็นแขกและมันก็เป็นเกียรติของผมมากแต่ผมยังมีบางสิ่งที่ต้องไปจัดการอยู่เพราะงั้นผมก็เลยมาที่นี่เพื่อบอกคุณก่อนกลัวว่าคุณจะเข้าใจผิด”
“ในเมื่อคุณเย่มาที่นี่แล้วคุณเย่ก็น่าจะเข้าไปรับประทานอาหารก่อนกลับสักหน่อยสิครับ..ตอนนี้อาหารพร้อมแล้ว..เห็นแก่ผมนะครับ” นายพลฟรอซต์พูด
“ผมต้องขอโทษจริงๆท่านนายพลฟรอซต์ผมมีเรื่องเร่งด่วนบางอย่างที่ต้องไปจัดการไม่อย่างนั้นผมก็คงจะไม่เสียมารยาทกับท่านนายพลฟรอซต์หรอกครับ..ผมหวังว่าท่านนายพลฟรอซต์จะยกโทษให้ผมและคราวหน้าผมจะมาเพื่อขอโทษอย่างแน่นอน” เย่เชียนพูด
“ทำไมคุณเย่ดูรีบร้อยจัง..ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่ามันคือเรื่องอะไร..ถ้าผมช่วยได้เดี๋ยวผมจะส่งคนไปทำแทนให้ครับ” นายพลฟรอซต์พูด
“มันก็น่าละอายใจอยู่ครับ” เย่เชียนพูด
“คุณเย่อย่าเกรงใจไปเลย..ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ทำบางอย่างให้กับคุณเย่เพราะงั้นขอแค่คุณเย่ได้พักทานอาหารสักหน่อยก็พอครับ..อีกอย่างเดี๋ยวคนอื่นจะนินทาเอาว่าผมไม่รู้จักวิธีปฏิบัติต่อแขก” นายพลฟรอซต์พูด
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเย่เชียนก็พูดว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ผมก็ไม่อยากเสียมารยาทไม่อย่างนั้นคนอื่นจะคิดว่าผมไม่ให้เกียรติผู้อื่นกันพอดี..ได้ครับผมต้องขอรบกวนด้วย!”
“เชิญครับ!” นายพลฟรอซต์แสดงท่าทางเชิญแล้วพูด
เซี่ยเฟยเบื่อที่จะรออยู่ข้างๆเป็นเวลานานและรู้สึกสะอิดสะเอียนมากที่ได้ยินพวกเขาพูดถึงคำพูดที่หน้าไหวหลังหลอกกันแบบนี้ เมื่อพูดคุยกันจบพวกเขาก็เดินเข้าไปก่อน แน่นอนว่าทั้งเย่เชียนและนายพลฟรอซต์ต่างก็รู้ว่าเซี่ยเฟยกำลังคิดอะไรแต่พวกเขาไม่ได้ใส่ใจ
“คุณเย่ถ้าคุณมีเรื่องด่วนจริงๆคุณก็บอกผมมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจเดี๋ยวผมจะส่งซูเออห์ไปจัดการให้คุณทันที..ถึงแม้ว่าเด็กคนนี้จะไร้ความสามารถไปสักหน่อยแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆบางอย่างเขาก็ยังสามารถทำได้ดี” นายพลฟรอซต์พูด
“เป็นการดีกว่าที่จะไม่รบกวนนายน้อยซูเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างยากลำบากเลยทีเดียว..แต่ผมเชื่อว่าคนของท่านนายพลฟรอซต์จะสามารถจัดการได้” เย่เชียนพูด “แต่ผมคิดว่าไม่รบกวนนายพลฟรอซต์จะดีกว่า”
นายพลฟรอซต์พยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีก เขาชัดเจนว่าสิ่งที่เย่เชียนพูดเป็นเพียงข้อแก้ตัวและเขาก็แค่ต้องการบังคับตัวเองให้ออกไปพบกับเขาและไม่ได้มีปัญหาหรือธุระด่วนจริงๆ แต่แน่นอนว่าเขายังไม่ได้ตัดสินว่ามันจริงหรือไม่จริงกันแน่ดังนั้นนายพลฟรอซต์จึงต้องแสร้งทำเป็นสับสน
หลังจากเข้าไปในคฤหาสน์แล้วนายพลฟรอซต์ก็พาเย่เชียนกับเซี่ยเฟยไปที่ห้องรับแขกและนั่งลง จากนั้นก็หันไปมองซูเออห์และพูดว่า “บอกให้คนในครัวนำอาหารมาเสิร์ฟได้” ซูเออห์ตอบแล้วหันหลังจากไป นายพลฟรอซต์ก็หันไปมองเย่เชียนและพูดว่า “ผมไม่รู้ว่าคุณเย่ชอบกินอะไรดังนั้นผมจึงสั่งให้คนในครัวทำอาหารง่ายๆและคุณเย่ก็มาจากประเทศจีนเพราะงั้นผมก็เลยไม่รู้จริงๆ..เพราะงั้นผมจึงจ้างเชฟชาวจีนจากร้านอาหารจีนมาเป็นพิเศษ..ผมไม่รู้ว่ามันจะถูกปากคุณเย่หรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรครับท่านนายพลฟรอซต์..อันที่จริงผมไม่ได้เจาะจงเรื่องการกินและดื่มเลย” เย่เชียนพูด
“ถ้าอย่างนั้นผมก็สบายใจขึ้นมาหน่อย” นายพลฟรอซต์พูด จากนั้นเขาก็หันมองไปที่เซี่ยเฟยและนายพลฟรอซต์ก็พูดว่า “ผมไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าคุณเซี่ยจะมาที่นี่ด้วย..ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากเพราะงั้นถ้าหากคุณเซี่ยต้องการอะไรก็บอกผมมาได้เลย”
เซี่ยเฟยกลอกตาไปมาและนั่งลงด้วยความง่วงและพูดอย่างเบื่อหน่อยว่า “รีบเสิร์ฟอาหารเร็วผมหิวแล้ว”
.
.
.
………………..