ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1429 ใจถึงใจ
ตอนที่ 1429 ใจถึงใจ
………………..
หลังจากออกจากบ้านพักของนายพลฟรอซต์แล้วเย่เชียนกับเซี่ยเฟยก็เข้าไปในรถและสตาร์ทรถขับออกไป
เย่เชียนหันไปมองเซี่ยเฟยและยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันไม่คิดว่าเราจะร่วมมือกันในที่สุด..ฉันตกตะลึงกับนายพลฟรอซต์จริงๆที่ตกหลุมพรางของเราอย่างสมบูรณ์แบบ..ส่วนนายเซี่ยเฟย..นายถูกกำหนดให้เป็นพี่น้องของฉันจริงๆ”
เซี่ยเฟยกลอกตาไปมาและพูดว่า “อย่ามายุ่งกับฉันเลย..มันไม่ใช่ว่าฉันกับนายรู้ใจกันหรอกแต่มันเป็นเพราะฉันร่วมมือกับนายก็เท่านั้นเอง..อย่าประมาทนายพลฟรอซต์ไปล่ะเพราะเขาไม่ใช่คนง่ายๆไม่อย่างนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่ได้รับความเสียหายเลยภายใต้การคุกคามของพวกนักรบพราหมณ์แต่ยังคงขยายอำนาจต่อไปได้เรื่อยๆ..ฉันเดาว่าเขาต้องคิดที่จะรวมเราเข้าด้วยกันในตอนนี้อย่างแน่นอน”
“ฉันยอมรับเรื่องนี้เหมือนกันเพราะถ้าเขาไม่มีความสามารถสักนิดเขาคงถูกกำจัดไปแล้ว” เย่เชียนพูด “นอกจากนี้ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาในตอนนี้ก็ไม่ใช่ความแข็งแกร่งเต็มที่ของเขาเพราะงั้นเราต้องระวัง”
เซี่ยเฟยเม้มปากเล็กน้อยและพูดว่า “ปรมาจารย์ตัวจริงก็คือนายพลฟรอซต์เองและถ้าฉันเดาไม่ผิดฝีมือของเขาก็น่าจะเท่าๆกับนายและฉัน..ตาเฒ่านั่นทำตัวลึกลับมากเกินไปจริงๆแต่ก็น่าเสียดายถ้าเขาสู้กับฉันมันก็เท่านั้น..สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ไม่ใช่การเร่งรีบที่จะจัดการกับพวกนักรบพราหมณ์แต่ต้องดึงดูดความสนใจของพวกนักรบพราหมณ์ให้พวกเขาจัดการกับนายพลฟรอซต์”
“มันง่ายมาก..ก็แค่ล่อพวกนั้นออกมาก็จบและทำให้นายพลฟรอซต์บรรลุข้อตกลงกับองค์กรศิห์ชาห์เพื่อต่อสู้กับพวกนักรบพราหมณ์..จากนั้นฉันก็คิดว่าพวกนักรบพราหมณ์คงคิดที่จะจัดการนายพลฟรอซต์เป็นคนแรกอย่างแน่นอน” เย่เชียนพูด
“นายนี่ร้ายกาจจริงๆนะ” เซี่ยเฟยอดไม่ได้ที่จะมองเย่เชียนด้วยหางตา
“ให้ตายเถอะ..มันดูร้ายกาจยังไง” เย่เชียนจ้องไปที่เซี่ยเฟยแล้วพูด
เซี่ยเฟยอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้าฉันเดาไม่ผิดนายพลฟรอซต์นั้นก็น่าจะเป็นสมาชิกของสกายเน็ตด้วยเพราะตอนที่ฉันอยู่ที่บ้านของเขาฉันรู้สึกถึงพลังที่คล้ายๆกับหลัวหมิงซึ่งแตกต่างกันเล็กน้อยแต่ฉันแน่ใจว่านั่นคือหลัวหมิงและมาเพื่อแก้แค้น..มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เตรียมพร้อมและอย่างที่นายพูดหลัวหมิงอาจไม่ได้มาแก้แค้นอย่างเดียว..แต่ทำไมเขาถึงไปอยู่ในบ้านของนายพลฟรอซต์กันล่ะ?..ความเกี่ยวข้องกันระหว่างพวกเขาคืออะไร?”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมองเซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “นายหมายถึงตอนนี้หลัวหมิงอยู่ที่บ้านของนายพลฟรอซต์?..หลัวหมิงแค้นนายมากเพราะครั้งล่าสุดที่เขามาที่บ้านของดีห์ราห์เพื่อหาทางแก้แค้นนายเพราะงั้นวันนี้นายไปอยู่ตรงหน้าเขาแล้วและทำไมเขาถึงแสร้งทำเป็นไม่รู้ได้อย่างไรกันล่ะ?..เขาควรจะรีบออกมาอย่างเดือดดาลไม่ใช่เหรอ?”
“มีความเป็นไปได้เพียงสองทางอย่างแรกคือหลัวหมิงไม่รู้ว่าฉันกำลังมา..แต่ความเป็นไปได้นี้น้อยมากเพราะเราฝึกมาจากอาจารย์คนเดียวกันตั้งแต่ยังเด็กและเขาก็รู้จักฉั้นดีที่สุด..ถ้าฉันสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาล่ะก็เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังของฉันเช่นกัน” เซี่ยเฟยพูด “ดังนั้นจึงเหลือเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นและนั่นคือหลัวหมิงสมรู้ร่วมคิดกับนายพลฟรอซต์เพราะงั้นในเวลานั้นเขาจึงไม่เปิดเผยตัวออกมาเพราะเมื่อเขาออกมาพวกเราจะรู้ว่านายพลฟรอซต์อยู่กับเขาและมันจะส่งผลต่อแผนการในอนาคต”
“หืม…” เย่เชียนอ้าปากค้างและขมวดคิ้วโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะสิ่งต่างๆดูเหมือนจะยุ่งยากมากขึ้นเรื่อยๆหากนายพลฟรอซต์เป็นสมาชิกของสกายเน็ตด้วย แสดงว่าเขาประมาทเกินไปจริงๆและเขาเกือบจะถูกหลอกโดยบังเอิญและถ้าหากเป็นเช่นนี้ก็เห็นได้ชัดว่านายพลฟรอซต์นั้นพูดอย่างจริงจังว่าเขาจะต่อสู้กับพวกนักรบพราหมณ์ต่อไป
“ถ้าสิ่งที่นายพูดเป็นความจริงดูเหมือนว่าพวกเราจะมีปัญหาแล้วล่ะ” เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูด
เซี่ยเฟยโบกมือเล็กน้อยและพูดว่า “ผิดแล้ว..หากเป็นกรณีนี้มันจะดีกว่าสำหรับเราและแน่นอนมันขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานของเราเพราะเหตุผลที่หลัวหมิงไม่ปรากฏตัวออกมาอาจเป็นเพราะเหตุนี้..ฉันโตมากับเขาและรู้จักเขาดีเพราะถ้าใครไม่สั่งเขาล่ะก็เขาจะไม่ปรากฏตัวอย่างแน่นอน..ยังไงก็เถอะใครบางคนสามารถทำให้เขาเต็มใจทำงานได้และดูเหมือนว่าผู้นำของสกายเน็ตจะไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”
“ฉันไม่รู้ว่าผู้นำคนนี้คือใคร?” เย่เชียนพูด “คนที่สามารถควบคุมปรมาจารย์มากมายได้นั้นคงไม่ใช่คนธรรมดาๆจริงๆ..ฉันมีหนึ่งคนอยู่ในใจแต่ทุกครั้งที่ฉันเห็นเขาเหมือนกับว่าคุ้นเคยกับเขามากแต่หลังจากนั้นไม่นานฉันก็จำหน้าตาเขาไม่ได้เลย..ฉันสงสัยว่าเขาคือผู้นำของสกายเน็ต”
“นายเองก็อย่ากังวลมากเกินไปสิเพราะไม่ว่าสกายเน็ตต้องการจะทำอะไรในที่สุดมันก็จะเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมาเองและถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีเงื่อนงำแต่เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ทำอะไรเลยตลอดไปใช่ไหมล่ะ?..ดังนั้นตราบใดที่นายทำในสิ่งที่ควรทำและไม่ต้องกลัวอะไรที่ไม่จำเป็นแค่นั้นก็พอ” เซี่ยเฟยพูดต่อ “เอาล่ะนายจะทำยังไงกับปัญหาที่เจออยู่ดีล่ะ”
“มันขึ้นอยู่กับนายที่จะตัดสินใจ..สมองของนายในตอนนี้ปลอดโปร่งกว่าสมองของฉันเพราะจิตใจของฉันสับสนไปหมดแล้ว..ฉันจะทำยังไงฉันไม่รู้เลย” เย่เชียนพูด “นอกจากนี้หลัวหมิงยังเป็นพี่ชายของนายด้วยเพราะงั้นสิ่งที่ต้องทำคือยังไงก็ฉันจะฟังจากปากของนาย..แต่ถ้านายออกมาคุมสถานการณ์โดยรวมแล้วองค์กรศิห์ชาห์คงไม่เป็นอย่างทุกวันนี้แน่ๆและเกรงว่าพวกนักรบพราหมณ์คงจะถูกนายกวาดล้างไปนานแล้วและประเทศอินเดียก็คงจะเป็นหนึ่งเดียวกัน”
“นายกำลังเยินยอฉันเหรอ” เซี่ยเฟยเม้มปากแล้วพูดว่า “ลืมมันไปเถอะฉันรู้ดีกว่าใครว่าฉันเป็นยังไง..บุคลิกของฉันไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำหรอกและถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์บอกให้ฉันดูแลองค์กรศิห์ชาห์ล่ะก็ฉันคงปล่อยวางไปแล้ว” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเซี่ยเฟยก็หันไปมองเย่เชียนและพูดว่า “นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงชื่นชมนายมาก”
เย่เชียนส่ายหัวด้วยความว่างเปล่าและพูดว่า “นายไม่ได้หมายความว่านายชอบฉันหรอกใช่ไหม”
เซี่ยเฟยกลอกตาไปมาและพูดว่า “นายมีความเป็นผู้นำโดยสมบูรณ์เพราะบางคนเกิดมาเพื่อเหมาะที่จะเป็นแม่ทัพและบางคนก็เหมาะที่จะเป็นผู้ตาม..มีการแบ่งงานกันและให้นายพลเป็นแม่ทัพ..ซึ่งคนอื่นจะไม่ต้องแบกรับภาระอันใหญ่หลวงขนาดนี้เลยแต่นายกลับแบกรับมันเอาไว้อย่างภาคภูมิ..นายมีเสน่ห์ที่พิเศษมากซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำอันสง่าผ่าเผยต้องมี..เสน่ห์บุคลิกนี้สามารถทำให้คนที่เข้ามาใกล้ได้สัมผัสกับนายและเชื่อในตัวของนายอย่างไม่มีเงื่อนไขและยอมตายเพื่อนายได้”
“นายไม่ประจบประแจงฉันมากเกินไปเหรอ?” เย่เชียนยิ้มและพูดว่า “อันที่จริงฉันสามารถมีสิ่งที่ฉันมีได้ในทุกวันนี้ก็ต้องขอบคุณพี่น้องของฉันเพราะพวกเขาติดตามฉันโดยไม่บ่นหรือเสียใจเลยแม้แต่น้อย..ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกันเสมอและบางครั้งฉันก็ด้วยฉันคิดว่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้วและจะวางมือไปสนุกกับชีวิตที่เหลือไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไปเพราะชีวิตคนเรามันสั้นและเอาอะไรมากไปไม่ได้..แต่ฉันรู้ดีอยู่แก่ใจว่าการดำรงอยู่ของมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ว่าเราจะยืนอยู่สูงแค่ไหนเราก็ยังต้องปีนต่อไปเรื่อยๆและถึงแม้ว่าเราจะไม่ทำร้ายคนอื่นแต่คนอื่นก็จะทำร้ายเรา..เช่นเดียวกับฉันองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของฉันมีคนมากมายที่จ้องจะทำลายและถ้าไม่ระวังพี่น้องทั้งหมดจะต้องถึงวาระอย่างแน่นอน..ดังนั้นฉันจึงต้องก้าวไปข้างหน้าเพื่อคนที่ฉันรักต่อไป”
“นายนี่แหละคือผู้นำตัวจริง” เซี่ยเฟยพูด “ทุกคนมีความปรารถนาและความโลภและถึงแม้ว่านายจะฆ่าคนๆหนึ่งแต่อีกคนก็จะลุกขึ้นมาเล็งนายเป็นเป้าหมายอยู่ดี..นอกจากนี้นายไม่คิดเหรอว่าตอนนี้นายได้ต่อสู้มามากพอแล้วและทุกสิ่งที่ถูกนายพิชิตก็ได้รวมเป็นหนึ่งแล้วไม่ใช่เหรอ..ต่อให้มีปัญหามันก็เป็นแค่ปัญหาแต่ถ้านายยังเดินต่อไปแบบนี้สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมและนายจะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุข”
“ไม่มีทางหรอก..ตอนนี้เราทำได้แค่นี้และจะค่อยๆทำไปทีละก้าว” เย่เชียนพูด “ทำไมฉันถึงไม่อยากใช้เวลากับภรรยาและลูกๆ มากขึ้นล่ะ..ทำไมฉันถึงไม่อยากเพลิดเพลินไปกับชีวิตที่แสนจะสบายล่ะ?..นั่นก็เพราะเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่มั่นคงขึ้นได้ฉันจึงต้องทำงานหนักและนายเองก็เหมือนกัน..นายที่ซ่อนตัวมานานยังอยากออกมาสู้และนายก็ไม่สามารถซ่อนได้ถึงแม้ว่านายจะต้องการก็ตาม..ดังนั้นทำไมเราทั้งสองถึงไม่ร่วมมือกันกำจัดศัตรูทั้งหมดของเราจนไม่มีใครกล้ามาท้าทายพวกเราและถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นศัตรูกับเราแต่พวกเขาก็ทำได้แค่เป็นศัตรูแต่คุกคามไม่ได้..ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะพบความสงบสุขอย่างแท้จริงได้”
“นายไม่ชอบความรู้สึกที่เหนือกว่านี้เลยเหรอ?” เซี่ยเฟยถาม
“ถ้าบอกว่าฉันไม่สนุกกับมันเลยมันก็เป็นเรื่องโกหกและดูเสแสร้งเกินไป” เย่เชียนพูด “ผู้ชายที่ไม่ชอบอยู่ในอำนาจ?..ในตอนแรกความพยายามของฉันก็แค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นโดยไม่ถูกดูถูกแต่ต่อมาความพยายามของฉันคือการยืนหยัดให้สูงขึ้นและสามารถควบคุมชีวิตและความตายของคนอื่นได้และในตอนนี้ความพยายามของฉันก็เพื่อให้ญาติพี่น้อง..เพื่อนฝูง..มิตรสหายของฉันมีชีวิตที่ดีขึ้น”
“คนที่กล้าเผชิญหน้ากับความปรารถนาภายในใจของตนนั่นคือคนที่มีอำนาจ” เซี่ยเฟยพูด “ฉันรู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นนายเพราะอาจารย์ของฉันก็เคยบอกฉันว่าชีวิตแบบนี้จะไม่เลวร้ายเสมอไปและฉันเชื่อเขา..เพราะงั้นฉันจึงอยากมีความสุขในชีวิตก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะมาถึงและฉันก็เลือกที่จะไปอยู่ในเรือนจำเพื่อไล่ตามความรักของฉันและมีความสุขกับชีวิตที่สงบสุขที่หาได้ยาก..เมื่อแรกเริ่มตอนฉันได้เจอเธอฉันก็รู้สึกว่าเธอคือคนที่ฉันรอมานานและนี่คือพรหมลิขิตของฉันเพราะงั้นฉันก็เลยเลือกที่จะออกมาและตามเธอ..จนถึงตอนนี้สิ่งที่ฉันเลือกก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลยแต่ฉันอยากรู้จริงๆว่าความตั้งใจและความทะเยอะทะยานของนายน่ะจะคงอยู่ได้นานหรือเปล่า”
เย่เชียนมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าเซี่ยเฟยจะกำลังรอเขาอยู่และเขาก็รู้สึกปลื้มปิติอย่างมาก
.
.
.
………………..