ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1431 ข้อมูลรั่วไหล
ตอนที่ 1431 ข้อมูลรั่วไหล
………………..
หลังจากพักค้างคืนที่คฤหาสน์ของดีห์ราห์หนึ่งคืนเซี่ยเฟยก็กลับไปที่องค์กรศิห์ชาห์ในเช้าวันรุ่งขึ้นเพราะตอนนี้มันถึงเวลาแล้ว ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่เต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับมันแต่ในใจของเขาแต่เขาก็ต้องเผชิญกับมันอยู่ดี ดังนั้นเขายังคงต้องอธิบายสิ่งที่จำเป็นต้องอธิบายและโดยธรรมชาติแล้วเย่เชียนจะไม่ไปกับเขา แต่ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่ได้อยู่กับเซี่ยเฟยมาเป็นเวลานานแต่ เย่เชียนก็ยังเชื่อมั่นในตัวเขามาก
จากมุมมองของเย่เชียนแล้วเซี่ยเฟยก็ค่อนข้างกลัวปัญหาและไม่มีจิตใจต่อสู้เพื่อสิ่งใด อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็เชื่อมั่นในความฉลาดและพรสวรรค์ของเซี่ยเฟยอย่างแน่นอน หากเซี่ยเฟยสามารถแสดงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ได้ล่ะก็มันจะไม่เป็นผลเช่นวันนี้อย่างแน่นอนและคิดว่าองค์กรศิห์ชาห์จะต้องแซงหน้าพวกนักรบพราหมณ์ไปนานแล้ว
เย่เชียนส่งดีห์ราห์ออกไปเพื่อกระจายข่าวว่าหลัวหมิงอยู่ที่คฤหาสน์ของนายพลฟรอซต์และเชื่อว่าข่าวจะไปถึงหูของพวกนักรบพราหมณ์ในไม่ช้า เมื่อพวกนักรบพราหมณ์รู้ข่าวเกี่ยวกับหลัวหมิงแล้วพวกเขาจะตามล่าอย่างสิ้นหวังและในเวลานั้นทั้งนักรบพราหมณ์และนายพลฟรอซต์จะต้องตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายและจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเย่เชียนในการโจมตี
ถึงแม้ว่าการต่อสู้ในปัจจุบันจะแตกต่างจากไปการจัดทัพในสมัยโบราณแต่พวกเขาก็ต้องให้ความสนใจกับวิธีการด้วย ทั้งวิธีจัดทัพและวิธีรุก อันที่จริงสิ่งเหล่านี้ก็เป็นวิธีจัดทัพเช่นกัน กองบัญชาการของนักรบพราหมณ์ได้รับการป้องกันอย่างดียิ่งและมันไม่ง่ายเลยที่จะบุกยึดได้ในคราวเดียวและนี่เป็นเหมือนการปิดล้อมและความสูญเสียมักจะใหญ่หลวง ดังนั้นเย่เชียนจึงต้องระมัดระวังและพยายามลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด
ในขณะเดียวกันนายพลฟรอซต์ก็กระจายข่าวไปด้วยและนั่นคือข่าวการมาเยือนประเทศอินเดียของเย่เชียนและนั่นก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เย่เชียนยังไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ก็เป็นสิ่งที่เขาคาดเดาเอาไว้เหมืดนกัน เนื่องจากเซี่ยเฟยได้บอกแล้วเมื่อคืนนี้ว่านายพลฟรอซต์เป็นคนของสกายเน็ตดังนั้นเย่เชียนจึงต้องใช้ความระมัดระวังกับเขาให้มาก
เย่เชียนไม่เคยไว้ใจสกายเน็ตเพราะพวกนั้นน่าสงสัยมาก เขาไม่คิดว่าถ้าคนของสกายเน็ตไม่จัดการกับเขาตอนนี้ก็หมายความว่าเขาปลอดภัยจริงๆดังนั้นสิ่งนี้ยังคงมีประโยชน์มากและเพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น
ผู้นำของสกายเน็ตดูเหมือนจะต้องการเห็นความสามารถของเย่เชียนจริงๆและบอกให้หลัวหมิงสู้กับเย่เชียน ถึงแม้ว่าหลัวหมิงจะไม่รู้อะไรมากมายเกี่ยวกับเย่เชียนคนนี้แต่เขาก็เชื่อว่าคนอย่างเย่เชียนจะไม่ยอมตายโดยไม่ได้ทำอะไรอย่างแน่นอน เป็นเพราะผู้นำขององค์กรคาดหวังในตัวเย่เชียนสูงดังนั้นเขาจึงต้องการทดสอบเย่เชียนและดูว่าจะเป็นจริงอย่างที่คาดเอาไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตามผู้นำขององค์กรสกายเน็ตก็ไม่ต้องการให้หลัวหมิงตายในตอนนี้เพราะการวิจัยของเขายังไม่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์และการตายของหลัวหมิงจะส่งผลกระทบต่อแผนของเขา ดังนั้นเขาจึงยังคงโทรศัพท์และบอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาให้ความสนใจมากขึ้น
ในตอนบ่ายเซี่ยเฟยรีบกลับมาจากองค์กรศิห์ชาห์โดยไม่พูดอะไรสักคำและผล็อยหลับไปบนโซฟาทันทีที่เข้ามาในห้องของเย่เชียนเย่เชียนจนเย่เชียนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และไม่ได้ถามอะไรเพราะเขาเชื่อว่าเซี่ยเฟยได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้นไม่นานดีห์ราห์,เฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินก็รีบกลับมาเช่นกันและเย่เชียนเหลือบมองเซี่ยเฟยที่กำลังหลับอยู่บนโซฟาแล้วโบกมือให้ทั้งสามคนออกไปก่อนเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนเซี่ยเฟย จากนั้นเย่เชียนก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป “เป็นยังไงบ้าง..สถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไง?” เย่เชียนถามหลังจากออกจากห้องนั่งเล่น
“ข่าวถูกแพร่ออกไปแล้วและพวกนักรบพราหมณ์ก็มีหูมีตามากมายในประเทศอินเดียทั่วประเทศและผมเชื่อว่าพวกเขาน่าจะรู้ข่าวนี้แล้ว” ดีห์ราห์พูด
เย่เชียนผงกหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ดีมาก”
“บอส..ตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกเปลี่ยนไปและดูเหมือนว่าไม่มีอะไรก็จริงแต่มันมีคลื่นใต้น้ำ” เฟิงหลานพูด “ดูเหมือนว่าตามที่บอสคาดไว้นายพลฟรอซต์ได้นำข่าวการมาที่นี่ของบอสแพร่ออกไปและพวกนักรบพราหมณ์ก็ทราบเรื่องแล้ว.”
“เมื่อเซี่ยเฟยบอกผมว่านายพลฟรอซต์มาจากสกายเน็ตผมก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น” เย่เชียนพูด
“บอสไม่ได้บอกว่าสกายเน็ตไม่เคยต้องการเป็นศัตรูกับบอสหรอกเหรอ..ถ้าเป็นแบบนั้นทำไมพวกเขาถึงกระจายข่าวในครั้งนี้ล่ะ?..นั่นไม่ได้หมายความว่าจะสร้างปัญหาให้กับบอสเหรอ” หลิวเทียนเฉินพูดด้วยความประหลาดใจ “คนจากนักรบพราหมณ์ไม่ธรรมดาเลยและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการกับพวกมัน..เห็นได้ชัดว่าพวกมันต้องการกำจัดบอสด้วยการทำแบบนี้”
“ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าคนของสกายเน็ตกำลังวางแผนอะไรแต่ผมรู้อย่างหนึ่งเป็นอย่างดีว่าพวกเขาไม่ต้องการจัดการกับผมในตอนนี้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป” เย่เชียนพูด “ถ้าเซี่ยเฟยคาดเดาไม่ผิดนายพลฟรอซต์เป็นสมาชิกของสกายเน็ตจริงๆสิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือสกายเน็ตเองก็โลภในสิทธิของประเทศอินเดียเหมือนกันเพราะงั้นจึงเห็นได้ชัดว่าพวกนั้นต้องการจะจัดการกับเราแล้ว..ซึ่งตอนผมอยู่ที่ประเทศจีนผมเป็นคนฆ่าฑูตศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามของนักรบพราหมณ์และยิ่งไปกว่านั้นพวกนั้นต้องรู้ถึงความสัมพันธ์ของผมกับลัทธิมารด้วยเพราะงั้นถ้าพวกนั้นรู้ว่าผมอยู่ในประเทศอินเดียพวกนั้นจะไม่ปล่อยผมไปแน่นอน”
“แล้วเราควรทำยังไงกันดี?” เฟิงหลานถาม
“เราต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดด้วยเหมือนกัน” เย่เชียนพูด
“ฉันคิดว่าเราควรไปพบผู้นำของนักรบพราหมณ์กันได้แล้ว” ในเวลานี้เซี่ยเฟยเดินออกมาจากห้องและพูดด้วยท่าทางง่วงนอน
“ไปพบผู้นำนักรบพราหมณ์งั้นเหรอนั่นก็เท่ากับว่าเดินไปหากับดักไม่ใช่เหรอ?” เฟิงหลานพูดด้วยความประหลาดใจ “เพราะถ้าเราไปพบผู้นำนักรบพราหมณ์มันจะต้องเป็นหายนะแน่..ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอกมันอันตราย”
“ทุกอย่างควรให้ความสนใจกับความสมดุล” เซี่ยเฟยพูด “นักรบพราหมณ์ไม่เพียงแต่เป็นศัตรูของเย่เชียนเท่านั้นแต่ยังรวมถึง หลัวหมิงด้วยเพราะพวกเขาควรจะชัดเจนว่าทั้งสองไม่ใช่ตัวละครที่จัดการได้ง่ายดังนั้นพวกเขาต้องเลือกว่าจะยอมวางมือจากเป้าหมายไหนไปก่อนและเมื่อเทียบกับหลัวหมิงแล้วพวกเขาจะคิดว่าเย่เชียนเป็นภัยคุกคามน้อยกว่าหลัวหมิงอย่างแน่นอน..สำหรับพวกเขาแล้วท้ายที่สุดอำนาจของเย่เชียนก็ไม่ได้อยู่ในประเทศอินเดียแต่หลัวหมิงอาศัยอยู่ที่นี่มานานหลายปีและถ้าพวกเขาจัดการกับหลัวหมิงก่อนพวกเขาก็จะไม่ต้องกดดันมาก..แต่ถ้าพวกเขาจัดการกับเย่เชียนก่อนเมื่อพวกเขาถูกรั้งไว้หลัวหมิง จะไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน”
“ไม่ว่ายังไงนี่ก็เป็นเพียงการคาดเดาของคุณเท่านั้นและถ้าพวกนักรบพราหมณ์ยอมแทหน้าตักในครั้งเดียวล่ะนั่นก็เท่ากับบอสโยนตัวเองลงไปในกับดักไม่ใช่เหรอ” เฟิงหลานพูด “มันอันตรายเกินไปที่จะทำแบบนั้นและฉันคิดว่ามันไม่จำเป็นเลยแทนที่จะทำแบบนี้เรารออยู่ที่นี่จะดีกว่าไหมและถึงแม้ว่าพวกนักรบพราหมณ์จะต้องการจัดการกับบอสมันก็จะไม่ง่ายที่จะทำได้”
“ฉันคิดเสมอว่าหมาป่าสายหมอกเฟิงหลานเป็นคนที่ค่อนข้างกล้าหาญแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันจะคิดมากไปเอง” เซี่ยเฟยพูด “ถ้าคุณไม่กล้าที่จะเผชิญเราคงทำอะไรไม่ได้หรอกทุกอย่างมันมีความเสี่ยงเสมอ..คุณไม่เข้าใจความจริงข้อนี้ใช่ไหมว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร..ตอนนี้พวกนักรบพราหมณ์กำลังทำสงครามกับนายพลฟรอซต์และถ้าพวกนักรบพราหมณ์หันมาสนใจเรามันจะไม่ใช่ข้อได้เปรียบของนายพลฟรอซต์เหรอ? ”
“ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี” เฟิงหลานพูด “ถ้าเราต้องคุยกันจริงๆฉันจะไปแทนบอสเอง..บอสต้องไม่ไปเสี่ยงแบบนั้น”
เย่เชียนตบไหล่เฟิงหลานและพูดว่า “ทำไมจู่ๆพี่เฟิงหลานถึงได้กลายเป็นคนขี้กังวลแบบนี้ไปได้ล่ะ..พวกเราผ่านความตายกันมากี่ครั้งแล้วและเราก็ยังไม่เคยเจออันตรายใดๆเลย..พี่ยังจำได้ไหมที่เราไปปิดล้อมเพื่อปราบปรามกลุ่มค้ายาเสพติดติดอาวุธแต่ผลก็คือเราดันถูกปิดล้อมเองเพราะข้อมูลผิดๆทั้งกระสุนและเสบียงก็หมดแต่เกิดอะไรขึ้นล่ะ?..เรากวาดล้างกลุ่มค้ายาเสพติดติดอาวุธแล้วกลับมาได้อย่างปลอดภัยไม่ใช่เหรอ?”
“นั่นมันต่างออกไป” เฟิงหลานพูด “ตอนนี้บอสเป็นผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าและมีภาระหนักอยู่บนบ่าของบอสแล้วถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับบอสล่ะฉันจะไปบอกกับพี่น้องคนอื่นๆยังไง..นอกจากนี้พวกนักรบพราหมณ์ก็เอาไปเทียบกับพวกโจรติดอาวุธไม่ได้เพราะงั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับบอสองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของเราจะต้องสูญเสียเสาหลักไปและฉันจะไปอธิบายให้พี่น้องคนอื่นฟังยังไงล่ะ..ฉันไม่เห็นด้วยเลยถ้าบอสจะไปเสี่ยงแบบนี้”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและเม้มปากแล้วพูดว่า “ผมรู้สึกเหมือนพี่ปฏิบัติกับผมเหมือนลูกเจี๊ยบเลยแต่พี่เป็นไก่แก่ที่ผมต้องอยู่ใต้ปีกของพี่น่ะฮ่าๆ..พี่ก็น่าจะรู้จักนิสัยของผมสิ..อีกอย่างเซี่ยเฟยก็อยู่ที่นี่ด้วยเพราะงั้นพี่จะไปกังวลอะไร..ถึงแม้ว่าพวกนักรบพราหมณ์ต้องการจะฆ่าผมแต่พวกนั้นก็ต้องกลัวเซี่ยเฟยใช่ไหม?..เพราะงั้นพวกเขาจะกล้ายั่วยุคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังอย่างองค์กรศิห์ชาห์ได้ยังไง”
เฟิงหลานเข้าใจความจริงข้อนี้โดยธรรมชาติแต่อย่างที่ว่าไปในกรณีนี้หากพวกนักรบพราหมณ์ต้องการฆ่าเย่เชียนล่ะก็เซี่ยเฟยจะต้องทำอะไรบางอย่างและถ้าหากพวกเขาจะฆ่าทั้งสองคนล่ะก็นั่นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้เลย
“ใช่!..เฟิงหลานนายก็รู้ว่าบอสเป็นยังไง..ถ้าบอสเอาแต่ฟังคำแนะนำของพวกเราในเรื่องแบบนี้บอสคงจะไม่วิ่งไปไหนมาไหนทั้งวัน..เขาเป็นคนประเภทที่จะอยู่เฉยไม่ได้เพราะงั้นปล่อยบอสไปเถอะ..เพราะการอยู่เฉยๆนั่นจะทำให้บอสไม่สบายใจกว่าการจะถูกฆ่าอีก” หลิวเทียนเฉินพูด “นอกจากนี้คุณเซี่ยก็อยู่ที่นี่ด้วยเพราะงั้นมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับบอสอย่างแน่นอน”
เซี่ยเฟยเม้มปากเล็กน้อยแล้วหาวจากนั้นก็พูดว่า “ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เก่งนักแต่ก็ยังไม่มีใครสามารถฆ่าคนที่ผมต้องการปกป้องได้ถ้าผมอยู่ด้วยเลย..ซึ่งมันไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้นเพราะงั้นคุณเฟิงหลานสามารถวางใจได้ว่าถ้าเย่เชียนตกอยู่ในอันตรายผมก็จะจะร่วมหัวจมท้ายไปกับเขาด้วยและไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไรแน่”
“คุณเซี่ยอย่าเข้าใจฉันผิดฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น” เฟิงหลานพูด “เพราะว่าบอสน่ะมีอนาคตของพี่น้องมากเกินไปบนบ่าของเขาและถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาเขี้ยวหมาป่าของเราจะพังทลาย”
“อย่ากังวลไปเลย” เซี่ยเฟยตบไหล่เฟิงหลานและพูดว่า “คุณประเมินบอสของคุณต่ำเกินไป..หากบอสของคุณแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาได้มันก็อาจจะมีคนไม่มากนักในโลกใบนี้ที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้..ฉันเองก็ไม่ยกเว้นเพราะงั้นดังนั้นวางใจได้เลย”
.
.
.