ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1435 ทำให้สถานการณ์เสถียรชั่วคราว ....................
ตอนที่ 1435 ทำให้สถานการณ์เสถียรชั่วคราว
………………..
เมื่อพูดไปได้ครึ่งทางเซี่ยเฟยก็หยุดและมองไปที่โอฝางและโอฝางก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “จริงๆแล้วผมไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้เพราะนี่เป็นความอัปยศของนักรบพราหมณ์อย่างมาก..หลังจากที่หลัวหมิงทรยศต่อองค์กรศิห์ชาห์เขาก็เข้าร่วมกับนักรบพราหมณ์และอดีตผู้นำก็คิดว่าหลัวหมิงเป็นคนที่ไว้ใจได้และมีพรสวรรค์ดังนั้นเขาจึงรับหลัวหมิงเข้ามา..แต่ผมไม่ได้คาดหวังว่าหลัวหมิงจะลอบสังหารอดีตผู้นำของนักรบพราหมณ์และทรยศต่อองค์กร..หลังจากนั้นนักรบพราหมณ์ก็ได้ส่งเหล่าปรมาจารย์จำนวนมากเพื่อตามล่าเขาแต่น่าเสียดายที่เขาหนีไปได้ในที่สุดและนักรบพราหมณ์ก็ประสบความสูญเสียอย่างหนัก..เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วมันเป็นเรื่องที่อัปยศที่สุดของนักรบพราหมณ์”
หลังจากหยุดไปชั่วขณะโอฝางก็พูดต่อ “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานักรบพราหมณ์ของผมได้ทำการสืบสวนที่อยู่ของหลัวหมิงแต่โชคไม่ดีที่ไม่มีข้อมูลเลยแต่ผมไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะกล้ากลับมาที่ประเทศอินเดียและตอนนี้สาวกนักรบพราหมณ์ก็กำลังตรวจสอบที่อยู่ของหลัวหมิงอยู่และตอนนี้เราก็รู้แล้วเพราะงั้นเราไม่มีวันปล่อยเขาไปอย่างเด็ดขาด”
“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นงั้นเหรอ” เย่เชียนพูด
“คุณโอถึงยังไงหลัวหมิงก็เป็นพี่ชายของผมและผมหวังว่าคุณโอจะเห็นแก่ผมเพราะผมจะรับประกันว่าหลัวหมิงจะไม่มาปรากฏตัวในประเทศอินเดียอีก” เซี่ยเฟยพูด ในความเป็นจริงคำพูดเหล่านี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเบี่ยงเบนโอฝางแต่เพราะเซี่ยเฟยยังไม่ต้องการให้หลัวหมิงมีปัญหาใดๆเพราะหลัวหมิงคือพี่ชายของเขาที่เติบโตมาด้วยกัน หลัวหมิงจะไม่ทรยศองค์กรศิห์ชาห์ ถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาของผู้นำองค์กรศิห์ชาห์อย่างแน่นอน
“คุณเซี่ยไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้หน้าคุณแต่แค่ไม่มีที่ว่างสำหรับการเจรจาในเรื่องนี้เท่านั้นเอง” โอฝางพูด “คุณเซี่ยให้ความสำคัญกับความรักระหว่างพี่น้องผมก็เข้าใจแต่คุณต้องเข้าใจว่าหลัวหมิงในฐานะผู้ทรยศขององค์กรศิห์ชาห์และองค์กรนักรบพราหมณ์เพราะงั้นเขาก็ควรถูกลงโทษและแบบนั้นคุณกับผมจะให้คำอธิบายกับคนอื่นในองค์กรได้ยังไง..แต่ถ้าคุณกังวลเรื่องมิตรภาพผมก็ช่วยไม่ได้เพราะถึงยังไงผมก็ต้องกำจัดหลัวหมิงให้ได้”
ด้วยสีหน้าหงุดหงิดและรำคาญเซี่ยเฟยก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และปิดปากนิ่งเงียบไปทันที
เย่เชียนหันไปมองเขาและตบไหล่เขาและพูดว่า “ไม่ต้องเสียใจไปหรอก..ทุกคนควรรับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาทำในเมื่อหลัวหมิงทรยศองค์กรศิห์ชาห์นั่นก็เท่ากับว่าเขาเลือกเส้นทางของตัวเองแล้วและมันไม่คุ้มที่นายจะทำแบบนี้เพื่อเขา..นอกจากนี้สิ่งที่คุณโอพูดนั้นก็ถูกต้องเพราะท้ายที่สุดหลัวหมิงก็ได้ฆ่าสาวกของนักรบพราหมณ์ไปเป็นจำนวนมากและถ้าคุณโอปล่อยเขาไปมันก็ย่อมลำบากและเขาจะอธิบายกับสาวกคนอื่นๆยังไง”
เซี่ยเฟยถอนหายใจเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันก็เข้าใจความจริงข้อนี้เหมือนกันแต่ฉันไม่สามารถทนคิดถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับหลัวหมิงได้”
“อย่าสนใจสิถ้านายทนไม่ได้..เพราะคุณโอจะทำเรื่องนี้อย่างเงียบๆและนายก็ไม่ต้องสนใจ” เย่เชียนพูด จากนั้นเขาก็หันไปมองโอฝางและพูดว่า “ผมหวังว่าคุณโอจะเข้าใจอารมณ์ของเซี่ยเฟยเพราะท้ายที่สุดแล้วพี่น้องก็รักกันอย่างลึกซึ้ง..แต่ผมจะถามคุณโออย่างหนึ่ง”
“คุณเย่พูดมาได้เลย!” โอฝางตกตะลึงเล็กน้อยและพูด
“ถึงแม้ว่าหลัวหมิงจะสมควรตายแต่ผมหวังว่าคุณโอจะมอบร่างของเขาให้กับเซี่ยเฟยเพื่อเห็นแก่เขาสักครั้งจะได้ไหมครับ” เย่เชียนพูด
“อย่ากังวลกับเรื่องนี้เลยเพราะพวกเรามีกฎของเราอยู่” โอฝางพูด “อย่างไรก็ตามผมคิดว่าคุณเซี่ยน่าจะรู้ดีกว่าผมว่าทักษะของหลัวหมิงนั้นสูงแค่ไหนและนอกจากนี้หลังจากที่เขาเข้าร่วมนักรบพราหมณ์แล้วเขาก็ได้เรียนรู้วิธีควบคุมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเราและนั่นจะทำให้เรารับมือได้ยากขึ้นไปอีก..นอกจากนี้ครั้งนี้เขาได้นายพลฟรอซต์ร่วมมือด้วยดังนั้นผมจึงรับประกันไม่ได้ว่าจะเป็นยังไงแต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมก็จะไม่ปล่อยหลัวหมิงไป..ผมหวังว่าคุณเซี่ยจะไม่เข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้นะไม่อย่างนั้นองค์กรของพวกเราคงไม่มีวันสงบศึกกันได้อย่างแน่นอน”
“คุณโอวางใจได้ในเรื่องนี้ได้เลย” เย่เชียนพูด “ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้อยู่กับเซี่ยเฟยมานานแต่ผมก็พอรู้ว่าเขาเป็นยังไง..เซี่ยเฟยได้คุยกับผมเกี่ยวกับเรื่องการร่วมมือระหว่างองค์กรศิห์ชาห์และนักรบพราหมณ์ในอนาคตและพัฒนาประเทศอินเดียไปด้วยกัน”
โอฝางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็หันไปมองเซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจและถามว่า “คุณเซี่ยมีความคิดแบบนี้จริงๆงั้นเหรอ?”
“อืม!” เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “จริงๆแล้วเดิมทีนักรบพราหมณ์กับองค์กรศิห์ชาห์ก็เป็นองค์กรเดียวกันแต่ถูกแบ่งออกเป็นสององค์กรเนื่องจากแนวคิดที่แตกต่างกันบางอย่าง..ดังนั้นด้วยความไม่ขัดแย้งกันจึงต่อสู้กันอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดหลายปีที่ผ่านมาและไม่เพียงแต่พวกเราไม่ได้ผลประโยชน์มากขึ้นเท่านั้นแต่พวกเขายังทำให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียอย่างหนักและยังเปิดโอกาสให้ฝ่ายอื่นๆมาใช้ประโยชน์จากสถานการณ์แบบนี้…ดังนั้นผมคิดว่าทั้งสององค์กรควรกลับมาร่วมมือกันและทำลายศัตรูไปด้วยกันจะเป็นประโยชน์สูงสุดและบริหารประเทศอินเดียร่วมกัน”
“พูดตามตรงผมก็มีความคิดนี้เหมือนกันเพียงแต่ว่าคุณเซี่ยไม่ได้ออกมาดูแลจัเการสถานการณ์โดยรวมขององค์กรศิห์ชาห์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพราะงั้นถึงแม้ว่าผมจะมีความคิดนี้แต่ผมก็ไม่รู้จะปรึกษาใครแต่ตอนนี้คุณเซี่ยได้ออกมาแล้วและความตั้งใจของเราก็ตรงกันซึ่งดีที่สุด” โอฝางพูด “เพราะงั้นหลังจากเรื่องนี้ได้รับการแก้ไขแล้วพวกเราจะมาหารือเกี่ยวกับความร่วมมืออย่างรอบคอบและจัดทำรายละเอียดของความร่วมมือ..ผมเชื่อว่าทั้งนักรบพราหมณ์และองค์กรศิห์ชาห์จะต้องได้ประโยชน์ร่วมกันแน่นอน”
“แน่นอนผมก็เชื่อในเรื่องนี้เหมือนกัน” เซี่ยเฟยพูด “แต่ผมยังคงต้องกลับไปหารือเรื่องนี้กับผู้อาวุโสในองค์กรก่อนและผมเชื่อว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไรเพราะไม่มีใครอยากสู้กันตลอดไปหรอก..พวกเราไม่รู้ว่าใครจะตายวันไหนเพราะงั้นควรจะมีชีวิตที่ดีกันได้สักดี”
“ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากกับคำพูดของคุณเซี่ย” โอฝางพูด “นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วทำไมพวกเราไม่ไปทานอาหารเย็นด้วยกันและคุยกันสบายๆล่ะ” ในความคิดของเขาเย่เชียนและเซี่ยเฟยนั้นเป็นคนที่มีอำนาจและอิทธพลมากและไม่ควรสร้างปัญหาใดๆให้กับพวกเขา ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถมีสมาธิในการจัดการกับหลัวหมิงได้เพราะเขารู้ว่าหลัวหมิงทรงพลังเพียงใดและจริงๆแล้วเขาก็ไม่มีความเชื่อมั่นในใจมากนักแต่ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนเขาก็ต้องทำอยู่ดีไม่อย่างนั้นเขาจะไม่สามารถโน้มน้าวใจสาวกได้อีกต่อไป
เย่เชียนชำเลืองมองเซี่ยเฟยจากนั้นก็หันไปมองโอฝางและพูดว่า “ขอบคุณครับคุณโอสำหรับความกรุณาของคุณแต่นี่มันดึกแล้วพวกเราก็ควรกลับกันได้แล้ว..ผมติดนิสัยนอนไวน่ะอีกอย่างดูเซี่ยเฟยเหมือนจะง่วงนอนแล้วด้วยเพราะงั้นผมกับเขาจะกลับไปที่องค์กรศิห์ชาห์และในวันพรุ่งนี้เขาจะไปหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ส่วนผมจะกลับไปประเทศจีนหลังจากพักที่นี่อีกสองหรือสามวัน”
“อ่าวคุณเย่จะไปแล้วเหรอ” โอฝางถามด้วยความประหลาดใจ
“คุณโอกับผมเราจัดการปัญหาระหว่างกันได้แล้วและผมก็รู้สึกสบายใจและไม่มีอะไรในประเทศอินเดียให้ผมทำอีกแล้วเพราะงั้นผมก็ควรกลับบ้านเพราะยังมีอีกหลายอย่างที่รอให้ผมจัดการอยู่” เย่เชียนพูด
“ถ้าคุณเย่จะกลับก็บอกผมก่อนล่วงหน้าล่ะครับเดี๋ยวผมจะส่งคุณกลับเอง” โอฝางพูด
“ถ้าอย่างนั้นผมขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ” เย่เชียนพูด “คุณโอถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ..ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณลำบากในวันนี้..ผมอาจจะทำอะไรเกินไปและหวังว่าคุณโอจะไม่ขุ่นเคืองนะครับ
“คุณเย่จริงจังเกินไป..ผมเองที่ผิดไปเสียมารยาทก่อน” โอฝางพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและยืนขึ้นพร้อมกับเรียกเซี่ยเฟยแล้วเดินไปที่นอกห้อง โอฝางก็เดินตามไปอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงหน้าประตูและพูดคุยหัวเราะกันตลอดทางซึ่งดูผ่อนคลายมากทีเดียว ที่ประตูเย่เชียนหันกลับมาและพูดว่า “คุณโอไม่จำเป็นต้องส่งพวกผมกลับแบบนี้หรอกครับ..พวกเราขอตัวก่อนนะครับ” หลังจากพูดเย่เชียนก็เรียกเซี่ยเฟยเข้าไปในรถและหายไปอย่างรวดเร็วในความมืด
เมื่อมองดูเย่เชียนและเซี่ยเฟยจากไปชายที่ถูกเย่เชียนตบเมื่อกี้ก็ชำเลืองมองที่โอฝางและพูดว่า “อาจารย์เชื่อสิ่งที่พวกเขาพูดไหม”
“แล้วแกเชื่อไหมล่ะ” โอฝางพูด “ไม่ว่ายังไงก็ตามเราต้องจัดการกับหลัวหมิงและเนื่องจากพวกเขาเสนอมาแบบนั้นฉันก็มีแต่ต้องตกลงและนั่นจะไม่ทำให้อะไรแย่ลง..แกส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวขององค์กรศิห์ชาห์และเย่เชียนแล้วรายงานฉันตลอดเวลาด้วย..นอกจากนี้เราควรเริ่มเตรียมบางสิ่งเพื่อจัดการกับหลัวหมิงกันได้แล้วเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเวลานี้เราต้องไม่ปล่อยให้เขาออกจากประเทศอินเดียโดยยังมีชีวิตอยู่เด็ดขาด”
“รับทราบครับ!” ชายคนนั้นตอบ
หลังจากขึ้นรถเซี่ยเฟยก็อดใจไม่ไหวที่จะหยิบบุหรี่ออกจากเสื้อของเย่เชียนแล้วจุดไฟ เขาสูดควันด้วยความเพลิดเพลินและค่อยๆพ่นควันออกมา “นายไม่ได้มีอยู่แล้วหรอกเหรอ..ทำไมนายถึงปล้นของฉันแบบนี้ล่ะ” เย่เชียนพูดอย่างขมขื่น
“ดูสิทำไมนายถึงได้ขี้เหนียวจัง” เซี่ยเฟยพูด “นี่มันไม่ใช่แค่บุหรี่หรอกเหรอ..ที่บ้านนายมีบุหรี่พวกนี้ตั้งเยอะตั้งแยะในประเทศจีนที่นี่มันไม่มีขายเพราะงั้นฉันจะเก็บมันเอาไว้สูบทีหลังไม่ได้เหรอไง”
“มันง่ายมากเลยที่นายจะได้สูบบุหรี่ยี่ห้อนี้..เพราะนายก็แค่กลับไปประเทศจีนกับฉัน..บุหรี่ยี่ห้อนี้ราคาถูกมากในประเทศจีนและนายจะสามารถซื้อบุหรี่หนึ่งซองได้ในราคาต่ำกว่าสองหยวนเลยด้วยซ้ำ” เย่เชียนหัวเราะเบาๆและพูด
“นายกำลังพยายามซื้อฉันด้วยบุหรี่งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยพูด “ฉันไม่ได้ถูกใครซื้อง่ายๆหรอกนะ..ถ้าฉันตามนายไปที่ประเทศจีนแล้วใครจะดูแลตาซูร์สาวน้อยของฉันกันล่ะ”
“นายหน้าไม่อายเลยนะ..เธอยังไม่ได้ตกลงที่จะเป็นแฟนของนายเลยไม่ใช่เหรอ..นายยังมีหนทางอีกยาวไกลเลยล่ะ” เย่เชียนพูด “นอกจากนี้ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา..เธอน่ะชอบคนกำยำแข็งแรงเพราะงั้นนายยังไม่ถึงเป้าหมายของเธอหรอก”
“บ้าเอ๊ย..นายไม่ได้บอกว่าเธอตกหลุมรักฉันหรอกเหรอ” เซี่ยเฟยพูด
“ชอบก็เรื่องหนึ่งส่วนเธอจะแต่งงานกับนายหรือเปล่านั้นก็เป็นอีกเรื่อง” เย่เชียนพูด “ท้ายที่สุดแล้วเธอต้องพิจารณาว่านายจะดูแลเขาได้ดีในอนาคตหรือเปล่าและนายจะให้ชีวิตกับเธอต้องการได้ไหมเพราะนี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์..ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเราชอบกันและเราจะอยู่ด้วยกันไปเสมอหรอกนะ”
เซี่ยเฟยเม้มปากแล้วลูบหัวตัวเองและพูดว่า “ฉันปวดหัวลืมมันไปเถอะอย่าพูดถึงมันอีก..มาพูดถึงโอฝางกันดีกว่า..นายคิดว่าเขาเชื่อสิ่งที่เราพูดไหม”
.
.
.
………………..