ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1436 นายน้อยแห่งตระกูลมัวร์ ....................
ตอนที่ 1436 นายน้อยแห่งตระกูลมัวร์
………………..
เช่นเดียวกับที่โอฝางสงสัยในคำพูดของเย่เชียนและเซี่ยเฟย แน่นอนว่าเย่เชียนและเซี่ยเฟยก็ไม่เชื่อโอฝางเหมือนกันเพราะความจริงแล้วมันไม่สำคัญว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เพราะสิ่งสำคัญคือทั้งสองฝ่ายสามารถรักษาความสัมพันธ์ลึกลับนี้เอาไว้ได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อสงสัยอย่างเต็มที่ โอฝางมีแผนของโอฝางและเย่เชียนกับเซี่ยเฟยก็มีแผนของพวกเขาเช่นกัน พูดตามตรงว่าพวกเขาแค่ทำสิ่งของตัวเอง
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “โอฝางไม่ใช่คนโง่ถ้าเขาสามารถเป็นผู้นำของนักรบพราหมณ์ได้และถ้าเขาเชื่อในพวกเราง่ายขนาดนั้นเขาก็เป็นผู้นำที่ไร้ความสามารถ..อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่กรณีที่สำคัญเพราะอย่างน้อยๆตอนนี้เขาจะไม่ทำอะไรเราเพราะเขาไม่แน่ใจว่าคำพูดของเราจริงหรือไม่ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเลือกที่จะเชื่อและจัดการกับหลัวหมิงอย่างสุดกำลังเท่านั้น..ถ้าเขาต้องการทำอะไรสักอย่างเราก็แค่ตอบโต้” หลังจากหยุดชั่วคราวเย่เชียนก็พูดต่อ “นายก็ด้วยเพราะสิ่งที่นายพูดเมื่อกี้ช่างวิเศษเหลือเกิน..ฉันคิดเสมอว่าฉันมีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าในการศึกษาธรรมชาติของมนุษย์นั้นจริงๆแล้วนายดูจะละเอียดกว่าฉันเยอะและการพูดง่ายๆทำเอาโอฝางติดกับดักอย่างสมบูรณ์”
“นายก็พูดไป” เซี่ยเฟยกลอกตาไปมาและพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าธรรมชาติของมนุษย์เป็นยังไงแต่ฉันมีวิธีของตัวเองและไม่มีใครสามารถซ่อนความลับต่อหน้าฉันได้เว้นแต่ว่าเขาไม่มีความปรารถนาหรือความทะเยอะทะยาน”
เย่เฉียนชะงักไปครู่หนึ่งและมองดูเซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “อย่าบอกนะว่านายสามารถมองทะลุความคิดของผู้คนได้น่ะ?..แล้วฉันไม่ได้มีความลับต่อนายเลยงั้นเหรอ?”
“สายตาของฉันไม่ได้เฉียบคมขนาดนั้น” เซี่ยเฟยพูด “นายยังอยากจะเก็บความลับอะไรต่อหน้าฉันอีกไหมล่ะฮ่าๆ..เพราะตั้งแต่นายลากฉันออกจากคุกมานายก็ต้องรับผิดชอบฉันและดูแลฉันห่วงใยฉันให้ดีที่สุดและถ้าหากนายเก็บความลับจากฉันเอาไว้ล่ะก็ฉันจะต้องเสียใจมากแน่ๆ” เซี่ยเฟยแสดงท่าทางอกหักพร้อมกับสูบบุหรี่เข้าไปและควันบุหรี่ก็ทำให้บรรยากาศหายไปทันที
เย่เชียนหัวเราะเบาๆและพูดว่า “ไม่หรอกสิ่งที่นาบพูดทำให้ฉันรู้สึกว่าการวางตัวของนายค่อนข้างผิดปกติเป็นกันเองแต่ฉันไม่สนใจหรอก..แต่ถ้าภรรยาของฉันรู้ล่ะก็พวกเธอคงจะถลกผิวของนายออกอย่างแน่นอน..ฉันจะบอกให้นะว่าไม่มีภรรยาคนไหนของฉันที่รับมือได้ง่ายเลยและพวกเธอก็ล้วนทรงพลังมาก”
ทั้งสองพูดคุยและหัวเราะและบรรยากาศในรถก็ดูกลมกลืนกันมาก ในขณะนี้ก็รถสปอร์ตปอร์เช่คันหนึ่งวิ่งผ่านรถของเย่เชียนจากนั้นก็ค่อยๆชะลอความเร็วลงราวกับกำลังรอเย่เชียน จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองเซี่ยเฟยและเม้มปาก เซี่ยเฟยดูเกียจคร้านและหลังจากสูบบุหรี่เสร็จดูเหมือนเขาจะไม่มีอะไรทำและดูง่วงนอนอีกครั้ง
รถของเย่เชียนค่อยๆขับไล่ตามรถปอร์เช่คันนั้นไปเพราะเห็นได้ชัดว่าเป็นคนขับรถปอร์เช่คันนั้นที่จงใจชะลอความเร็วไม่เช่นนั้นรถธรรมดาๆของเย่เชียนจะไล่ตามทันได้อย่างไร จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองและพบชายต่างชาติผมบลอนด์นั่งอยู่ในรถปอร์เช่และดูเหมือนความเป็นชนชั้นสูงจะแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาแต่เขาก็ดูเป็นเพลย์บอยเช่นกัน
ชายหนุ่มหันมามองเย่เชียนอย่างยั่วยุและพูดว่า “เฮ้พวก..มาแข่งกันสักหน่อยไหมล่ะ?”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “แข่งบ้าแข่งบออะไรฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้นหรอก..ถ้านายว่างมากและต้องการพิสูจน์ว่ารถของนายยอดเยี่ยมนายก็ไปลงแข่งในสนามซะสิ..อย่ามาขวางทางฉันให้ตายเถอะ..นายขับปอร์เช่แต่ฉันขับโฟล์คสวาเก้นเจตต้านายบ้าหรือเปล่า”
เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มตกตะลึงไปครู่หนึ่งและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะกล้าตะคอกใส่เขา การขับรถเก่าๆแบบนี้คงไม่ใช่คนมีฐานะในสายตาของเขาอย่างแน่นอน เขาจึงตะคอกกลับว่า “นายมาจากประเทศจีนงั้นเหรอ?..คนจีนก็เป็นแบบนี้ไปซะหมดพวกนายล้วนเป็นผู้ชายที่ไม่เท่ห์เอาซะเลย”
เย่เชียนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้วพร้อมกับส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “แล้วนายมาจากไหนล่ะ?”
“ฉันเหรอ..ฮึ่ม..ร็อกซ์มัวร์นายน้อยแห่งตระกูลมัวร์ผู้สูงศักดิ์จากสหราชอาณาจักร” ชายหนุ่มพูด
“หืม..แต่พวกขุนนางชนชั้นสูงไร้ยางอายนี่เอง” เย่เชียนพูด “ถ้าเราไม่ถอดกางเกงออกแล้วเราจะเปรียบเทียบกันได้ยังไงล่ะ..วัดกันไหมล่ะถ้านายกล้าก็มาแก้ผ้าวิ่งแข่งกับฉันกลางเมืองนิวเดลีเอาไหมล่ะ” ตระกูลมัวร์ เมื่อเย่เชียนได้ยินชื่อนี้เขาก็ยังตะลึงเล็กน้อยเพราะจ้าวหยาทำงานให้กับบริษัทนี้ไม่ใช่เหรอ?
ร็อกซ์มัวร์ตกตะลึงไปชั่วขณะและเขามักมองว่าตัวเองเป็นขุนนางเพราะคนส่วนใหญ่ในตระกูลต่างก็ได้รับตำแหน่งอัศวินจากองค์ราชินี โดยธรรมชาติแล้วเขาจึงเหนือกว่าคนอื่นๆดังนั้นเขาจึงมักจะพูดจาโออ่าวางท่าและถึงแม้ว่าเขาจะเป็นจะไม่ค่อยสบถมากนักก็ตาม แต่เย่เชียนแตกต่างออกไปเขาเป็นนักเลงหัวไม้ที่สามารถพูดอะไรก็ได้และหลังจากที่เย่เชียนพูดร็อกซ์มัวร์ก็อดไม่ได้ที่จะอึ้งไปพักหนึ่งและเขาก็พูดว่า “เอาเถอะเพราะท้ายที่สุดแล้วพวกผู้ชายชาวจีนอย่างนายก็ไม่มีความเท่ห์เอาซะเลย..ไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงชาวจีนจะต้องการแต่งงานกับชาวต่างชาติ”
“นั่นเพราะชาวต่างชาติอย่างพวกนายอ่อนต่อโลกยังไงล่ะผู้หญิงชาวจีนถึงชอบเด็ดลูกพลับอ่อนๆก็เลยแต่งงานกับต่างชาติ..พวกเราผู้ชายจีนเป็นผู้ชายบ้านๆและผู้หญิงจีนก็ไม่ค่อยเต็มใจนักแต่ความเป็นชายของชาวจีนอย่างเรามีเสน่ห์มากสำหรับสาวๆชาวอังกฤษของนาย” เย่เชียนพูด “อย่าให้ฉันพูดเลยว่าวันๆนึงฉันต้องคอยเอาใจสาวน้อยผมทองที่มาเต้นต่อหน้าฉันและฉันก็ไล่พวกเธอไปไม่ได้เพราะพวกเธอติดใจฉันยังไงล่ะ..ไม่ต้องพูดถึงสาวอังกฤษบ้านนายเลยพวกเธอมีหน้าอกที่ใหญ่จริงๆและทักษะบนเตียงก็ดีมาก”
ในแง่ของการทะเลาะวิวาททางวาจาแล้วตระกูลมัวร์จะเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เชียนได้ยังไง หลังจากตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งร็อกซ์มัวร์ก็ตะคอกอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “ถ้าแกเก่งพอก็มาแข่งกันฉับซะสิอย่าเอาแต่พูดจาไร้สาระ”
เย่เชียนเม้มปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “การแข่งกับนายมันจะมีประโยชน์อะไร?..ฉันจะไม่ทำอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์”
“ถ้านายชนะฉันจะให้เงินนาย 200,000 แต่ถ้านายแพ้นายก็แค่มากราบเท้าฉันแล้วพูดว่าคนจีนไม่เอาไหน” ร็อกซ์มัวร์พูด
“แน่นอนปอนด์สเตอร์ลิง” ร็อกซ์มัวร์พูด “แล้วไงนายกล้าพนันไหม”
“ฉันไม่เคยเห็นเงิน 200,000 ปอนด์เลยมันจะมีค่าเท่าไรในสกุลเงินหยวนกันนะ..มันเพียงพอสำหรับฉันที่จะกินหอยเป๋าฮื้อและหูฉลามสักจานไหม” เย่เชียนพูดพร้อมกับมองเงิน “ก็ได้..ไม่มีปัญหา..ฉันจะพนันกับนาย”
“โอเคถ้าอย่างนั้นเรามาตกลงกันตามนี้” ร็อกซ์มัวร์พูด “นายรู้จักทัชมาฮาลของประเทศอินเดียใช่ไหม..เป้าหมายเส้นชัยของเราอยู่ที่นั่นและใครไปถึงก่อนจะเป็นผู้ชนะ” ร็อกซ์มัวร์ไม่ใช่คนโง่และเงินสองแสนปอนด์ก็ไม่ใช่เงินจำนวนเล็กๆน้อยๆเพราะเขาคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าเย่เชียนจะไม่สามารถเอาชนะเขาได้ดังนั้นเขาจึงกล้าพูดแบบนั้น
“เดี๋ยวก่อนฉันขอโทรออกสักครู่” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เปิดกระจกรถขึ้นและกดหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของดีห์ราห์และวางสายหลังจากอธิบายไปสองครั้งจากนั้นก็ลดกระจกรถลงแล้วเหลือบมองร็อกซ์มัวร์แล้วพูดว่า “นายอย่ากลับคำก็แล้วกัน”
“ฉันเป็นใคร?..ฉันไม่กลับคำที่ฉันพูดหรอก” ร็อกซ์มัวร์พูด
“เอาล่ะ..ถ้างั้นเรามาตกลงกันแบบนี้ก่อน..ฉันขอทวนอีกครั้ง..เป้าหมายคือใครก็ตามที่มาถึงพระราชวังทัชมาฮาลก่อนจะเป็นผู้ชนะและถ้านายแพ้และเล่นตุกติกฉันก็นายโดนดีแน่” เย่เชียนพูด “ฉันเป็นอันธพาลและฉันก็จะทำอะไรก็ได้ที่ฉันอยากทำ..นายต้องคิดเกี่ยวกับมันให้ดีล่ะ”
“คำพูดของสุภาพบุรุษนั้นยากที่จะคืนคำ..อีกอย่างฉันไม่แพ้นายหรอก..นายนั่นแหละควรคิดดูให้ดีก่อนเพราะถ้านายแพ้ในภายหลังนายต้องทำตามสัญญา” ร็อกซ์มัวร์พูด “ฉันจะนับหนึ่ง..สอง..สาม..แล้วเราจะเริ่มแข่งกัน..หนึ่ง..สอง..สาม!” หลังจากพูดจบปอร์เช่ของร็อกซ์มัวร์ก็รีบวิ่งออกไปพร้อมเสียง “บรื้น” และหายไปในไม่ช้า เย่เชียนยังคงขับรถช้าๆและหยิบบุหรี่ออกมาสูบอย่างสบายๆ
เมื่อเห็นว่าไม่มีเงาของเย่เชียนอยู่ข้างหลังเขาร็อกซ์มัวร์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างมีชัยเพราะเขากำลังขับรถปอร์เช่และถ้ารถเก่าๆของเย่เชียนสามารถชนะเขาได้พระอาทิตย์ก็คงจะโผล่มาจากทางทิศตะวันตกอย่างแน่นอน ร็อกซ์มัวร์ดูเหมือนจะจงใจยั่วยุและเล่นตลกกับเย่เชียนดังนั้นเขาจึงเพียงแค่ชะลอความเร็วของรถเล่นๆแต่ถึงอย่างนั้นเย่เชียนยังไม่มาซึ่งทำให้เขางงงวยเล็กน้อยและแอบคิด “ไม่ใช่เพราะเย่เชียนกลัวการสูญเสียเขาจึงไม่ได้ขับตามมาหรอกนะ?” อย่างไรก็ตามไม่ว่ายังไงเขาก็ยังต้องรีบไปที่ทัชมาฮาลเพราะถ้าเขาแพ้มันจะเกิดหายนะตามมา
ในความเป็นจริงจะเขารู้ได้อย่างไรว่าเย่เชียนแน่ใจว่าจะชนะในขณะนี้เนื่องจากเขากล้าเดิมพันเย่เชียนจะไม่ต่อสู้ในการต่อสู้ที่ไม่แน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นก่อนที่เย่เชียนจะสูบบุหรี่เสร็จเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเหนือศีรษะและมันคือเฮลิคอปเตอร์ เมื่อเห็นแบบนั้นเซี่ยเฟยก็กลอกตาไปมาและพูดว่า “นายมันนี่มันบ้าจริงๆ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันไม่ต้องการการต่อสู้และศึกที่ไม่แน่นอน..นอกจากนี้ฉันก็ไม่ได้บอกว่าฉันต้องการแข่งรถกับเขาเพราะเรากำลังแข่งกันว่าใครจะไปถึงพระราชวังทัชมาฮาลก่อนกัน..เพราะงั้นฉันก็ไม่ได้ผิดกฏอะไรนี่” จากนั้นเฮลิคอปเตอร์ก็ทิ้งบรรไดปีนลงมาและเย่เชียนกับเซี่ยเฟยก็ปีนขึ้นไป
ดีห์ราห์นั่งอยู่บนนั้นและมองไปที่เย่เชียนแล้วถามด้วยความประหลาดใจ “บอสต้องการเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ไปทำอะไรหรอครับ”
“อย่าถาม..รีบไปที่พระราชวังทัชมาฮาลด่วน” เย่เชียนพูด “แล้ว..นายจัดการทุกอย่างบนถนนแล้วหรือยัง?”
ดีห์ราห์พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “อย่ากังวลไปครับ..ระหว่างทางไปที่นั่นจะมีสิ่งกีดขวางตลอดทาง”
เย่เชียนยิ้มด้วยความพอใจและมองไปที่เซี่ยเฟยแล้วพูดว่า “เป็นไงบ้างมันง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะ..เราสามารถหาเงินได้ตั้ง 200,000 ปอนด์แบบสบายๆ..นายจะไปหาข้อเสนอดีๆแบบนี้ได้ที่ไหนอีก.มันเหมือนกับพายบนท้องฟ้าที่ตกลงมาจริงๆ”
.
.
.
………………..