ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1440 ความลับของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ....................
ตอนที่ 1440 ความลับของอาวุธศักดิ์สิทธิ์
………………..
ไม่ใช่ว่า หลัวหมิง หยิ่งผยอง ความจริงก็คือความจริง ไม่มีใครในศาสนาพราหมณ์สามารถเปรียบเทียบกับเขาในการควบคุมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เขายังรู้ข้อดีและข้อเสียของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ การใช้อาวุธศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องยาก เพื่อจัดการกับเขา อย่างไรก็ตาม ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ กังฟูของ หลัวหมิง นั้นสูงเกินไป และ โอฝาง ไม่มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะเขาได้ ดังนั้นแม้ว่า หลัวหมิง จะรู้จักอาวุธวิเศษดี เขาก็จะรั้งเขาไว้ไม่มากก็น้อย , มัน ทำเองได้สะดวก
หลัวหมิง ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับ โอฝาง จริงๆ ไม่ใช่เพราะเขากลัวเขา จุดประสงค์หลักของ หลัวหมิง มาที่ ประเทศอินเดีย Country ครั้งนี้คือเพื่อจัดการกับ เซี่ยเฟย ก่อน แม้ว่านี่จะไม่ใช่จุดประสงค์หลักของ สกายเน็ต แต่ก็เป็นเรื่องยากที่ หลัวหมิง จะละทิ้งความเกลียดชังนี้
“ฮึ่ม คุณฆ่าผู้นำคนก่อนของนิกายบอร์เนียวของฉัน อาชญากรรมของคุณไม่สามารถให้อภัยได้ วันนี้คุณตายหรือไม่ก็ฉันตาย” โอฝางพูดด้วยความโกรธ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกแล้ว โอฝาง โบกมือและทหารเวทย์มนตร์ห้านายที่อยู่ข้างๆเขารีบไปหา หลัวหมิง ทันที และคนที่อยู่ข้างหลังเขาก็พุ่งไปข้างหน้าทีละคน ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการที่จะกำจัด นายพลฟรอซต์ และ หลัวหมิง ในคราวเดียว
เพื่อไม่ให้เสียเปรียบนายพลฟรอซต์ได้โบกมือและคนของเขาทั้งหมดก็พุ่งไปข้างหน้าและทั้งสองฝ่ายก็ต่อสู้กันทันที เย่เชียนไม่คาดคิดว่านายพลฟรอซต์จะซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้มากมายและมีปรมาจารย์เกือบร้อยคนอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาซึ่งบางคนมีพลังมากกว่าที่เขาเห็นในวันนั้นเลยด้วยซ้ำ
ที่สำคัญกว่านั้นเย่เชียนไม่ได้คาดหวังว่านายพลฟรอซต์จะเป็นปรมาจารย์เช่นเดียวกับที่เซี่ยเฟยพูดและดูเหมือนว่าเขาจะต้องการแบ่งเบาภาระให้กับหลัวหมิงดังนั้นเขาจึงเลือกโอฝางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาและทั้งสองต่อก็สู้กันอย่างดุเดือดและยากที่จะเห็นว่าใครเหนือกว่า
เย่เชียนดูตกตะลึงเล็กน้อยและเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่านายพลฟรอซต์จะปกปิดความลับของเขาเอาไว้ สายตาของเซี่ยเฟยก็จับจ้องไปที่หลัวหมิงและเขาก็เห็นว่าเขากำลังต่อสู้กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าแต่เขาก็ไม่ได้เสียเปรียบแม้แต่น้อย เซี่ยเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยและพึมพำว่า “มันไม่ถูกต้อง?..มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง”
“มีอะไรเหรอ?..มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” เย่เชียนถามด้วยความประหลาดใจ
“สังเกตให้ดีสิ..พวกอาวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นตายไปหมดแล้วและพวกมันก็ถูกควบคุมโดยคนอื่นแต่กลับสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระแบบนี้มันเป็นไปได้ยังไง” เซี่ยเฟยพูด “ความสามารถของพวกมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้..พวกมันตายไปแล้วแต่กลับมีศิลปะการต่อสู้ที่แปลกไปจากเดิม..ดูเหมือนว่าอาวุธพวกนี้จะยังมีความลับอีกมาก”
“นายเองก็พอจะรู้สึกมาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอเช่นเดียวกับนายพลฟรอซต์ที่นายบอกว่าเขาเป็นปรมาจารย์และตอนนี้เราก็ได้เห็นแล้วว่าเขาเป็นปรมาจารย์จริงๆและเขาก็สูสีกับโอฝางเลยด้วยซ้ำ” เย่เชียนพูด
“นิมมา ทหารเวทมนตร์เหล่านั้นล้วนแต่ตายไปแล้ว พวกเขาไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเลย และพวกเขาเกือบจะเหมือนท่อนซุง ฉันรู้สึกยังไงบ้าง” เซี่ยเฟยกลอกตาแล้วพูด
เย่เชียนเม้มปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าอาวุธพวกนี้จะเป็นสิ่งที่ลึกลับมากจริงๆและเกินจินตนาการของฉันไปมาก..เมื่อพิจารณาจากการตอบสนองของหลัวหมิงแล้วดูเหมือนว่าเขาเองก็จัดการกับพวกมันค่อนข้างยาก”
“แน่นอนว่าอาวุธทั้งห้านี้ก่อนที่เขายังไม่ตายพวกเขามีความสามารถมากและมันไม่ง่ายเลยที่หลัวหมิงจะฆ่าพวกเขา..ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พวกเขาก็ได้กลายเป็นอาวุธที่ไร้สติไปโดยสิ้นเชิงและไม่ว่าจะโจมยังไงพวกมันก็ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดและนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ยากในการรับมือกับพวกมัน” เซี่ยเฟยพูด “ยังไงก็เถอะดูเหมือนว่าตอนนี้หลัวหมิงจะกำลังมองหาจุดอ่อนของพวกมันอยู่”
ทันทีที่เซี่ยเฟยพูดจบหลัวหมิงก็พุ่งไปข้างหน้าและต่อยอาวุธศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งที่หน้าอกด้วยมือขวาและทันใดนั้นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ก็ล้มลงราวกับว่าเขาถูกโจมตีอย่างแรง ฉากนี้ทำให้เย่เชียนและเซี่ยเฟยประหลาดใจเพราะอาวุธศักดิ์สิทธิ์นั้นจะถูกฆ่าตายง่ายๆได้อย่างไร? มันค่อนข้างน่าสงสัยจนเย่เชียนหันไปมองเซี่ยเฟยและเซี่ยเฟยก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นรอยยิ้มจางๆก็ค่อยๆปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
“หือ?..นายรู้อะไรงั้นเหรอ?” เย่เชียนถามอย่างตื่นเต้น
เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ก็นิดหน่อย..นายเห็นเข็มบางๆที่พุ่งออกมาจากอาวุธศักดิ์สิทธิ์ตอนที่มันล้มลงไหม..ฉันคิดว่านั่นควรจะเป็นของที่ใช้ควบคุมมัน”
“ฉันไม่ได้สังเกตเลยจริงๆ” เย่เชียนพูด
“เดี๋ยวนายก็ได้เห็น” เซี่ยเฟยพูด
การรุกของโอฝางค่อนข้างรุนแรงและแทบไม่มีการป้องกันเลยและแทนที่การป้องกันโดยการโจมตีอย่างสมบูรณ์แบบ การรุกนั้นมีความรุนแรงอย่างยิ่งและถึงแม้ว่าฝีมือของนายพลฟรอซต์จะดีพอๆกันแต่ดูเหมือนว่าเขาจะค่อยๆรับมือไม่ไหวไปทีละน้อย และถูกบังคับให้ถอยไปทีละก้าว โอฝางพูดอย่างเย็นชาว่า “นายพลฟรอซต์เหตุผลที่ฉันไม่ได้แตะต้องแกมาหลายปีและปล่อยให้แกใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายนั้นอย่าคิดว่าฉันจะกลัวแกจริงๆเพราะในสายตาของฉันนั้นแกไม่มีคุณสมบัติที่จะต่อสู้กับฉันเลย”
ยังไม่รู้สักหน่อยว่าใครจะชนะหรือใครจะแพ้” นายพลฟรอซต์พูดอย่างเย็นชา “แต่ถึงแม้ว่าวันนี้ฉันจะแพ้แต่ฉันก็จะทำให้เจ็บปวดเจียนตายเลยคอยดู..ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็ตามแต่ถ้าฉันเดาไม่ผิดตอนนี้องค์กรศิห์ชาห์และเย่เชียนคงจะส่งคนไปโจมตีสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์แล้ว”
โอฝางพูดเยาะเย้ย “แกไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปหรอกเพราะฉันบรรลุข้อตกลงกับเย่เชียนและเซี่ยเฟยเมื่อวานนี้แล้วและพวกเขาจะไม่เข้ามาแทรกแซง”
“จริงเหรอ?” ฟรอซพูดเย้ยหยัน “พวกนั้นก็มาตกลงกับฉันเมื่อสองวันก่อนเพื่อร่วมมือกับฉันในการจัดการกับนักรบพราหมณ์เหมือนกัน..ถ้าแกเชื่อพวกมันแกก็โง่เกินไป”
“แกจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะเพราะวันนี้แกจะต้องตาย..ถึงแม้ว่าพวกนั้นจะมาโจมตีสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์ของฉันอย่างที่แกพูดฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะรีบฆ่าแกเร็วๆแล้วกลับไป” เมื่อเสียงของโอฝางจบลงการเคลื่อนไหวของเขารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“อ๊ะ…” มีเสียงกรีดร้องและซูเออห์ที่อยู่ข้างๆก็กระเด็นออกไปและตกลงบนพื้นอย่างแรงแล้วกระอักเลือดออกมา แน่นอนว่าซูเออห์นั้นไม่ได้มีฝีมือในด้านศิลปะการต่อสู้ใดๆและพวกนักรบพราหมณ์ก็ยังได้เปรียบในด้านจำนวนอยู่มาก ดังนั้นมันไม่ง่ายเลยที่ซูเออห์จะสามารถรับมือได้
“ซูเออห์!” นายพลฟรอซต์ผงะและตะโกนออกไป อย่างไรก็ตามมันเป็นความประมาทเลินเล่อนี้เองที่เผยให้เห็นช่องวางของเขา ทันใดนั้นโอฝางก็ต่อยนายพลฟรอซต์อย่างแรงที่หน้าอกจนทำให้นายพลฟรอซต์ทนไม่ได้และกระอักเลือดออกมาแล้วกระเด็นไปที่พื้น
เย่เชียนเม้มปากเล็กน้อยและพูดว่า “ดูเหมือนว่านายพลฟรอซต์จะเสียเปรียบอยู่หนึ่งก้าวนะเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คืออย่าวอกแวกไม่อย่างนั้นโอฝางคงจะชนะได้ง่ายๆอย่างแน่นอน เซี่ยเฟยไม่ได้พูดเพราะตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หลัวหมิงราวกับว่าเขาต้องการที่จะสังเกตสิ่งต่างๆให้มากขึ้นในขณะเดียวกันเขาก็แอบคิดในใจว่าหากหลัวหมิงตกอยู่ในอันตรายเขาต้องรีบไปช่วย
จากนั้นโอฝางก็เดินไปหานายพลฟรอซต์อย่างช้าๆแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “เป็นไงบ้าง?”
“หืม..ถ้าแกจะฆ่าฉันก็ฆ่าซะสิเพราะถึงยังไงแกก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน” นายพลฟรอซต์พูด “ฉันจะไปรอแกในนรกเพราะเย่เชียนกับเซี่ยเฟยจะไม่มีวันปล่อยแกไป..ขอให้แกโชคดีล่ะ”
โอฝางขมวดคิ้วและกระทืบนายพลฟรอซต์ลงอย่างแรงจนเกิดเสียง ‘กรึก’ ของกระดูกที่แตกหักและนายพลฟรอซต์ก็กระอักเลือดออกมาแล้วคอของเขาก็หันไปอีกทางและหายใจไม่ออก “พ่อ…” ซูเออห์ตะโกนด้วยความเจ็บปวดและพยายามลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งไปหาโอฝาง “ฉันจะฆ่าแก”
“ปัง!” ซูเออห์จะเป็นคู่ต่อสู้ของโอฝางได้ยังไง? ก่อนที่เขาจะแตะโอฝางนั้นนายพลฟรอซต์ก็ต่อยเขาที่หน้าอกอย่างแรงจนกระเด็นออกไปแล้วล้มลงบนพื้นอย่างแรงและตายในทันที
“ฟู่ว…” เย่เชียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “มันโหดร้ายจริงๆ..แต่เดี๋ยวฉันจะล้างแค้นให้เองเพราะโอฝางจะตามแกในไม่ช้า”
ในขณะนี้หลัวหมิงก็เอื้อมมือไปที่เอวของเขาเพื่อหยิบมีดสั้นออกมาและทันใดนั้นเขาก็พุ่งไปข้างหน้าและใช้มีดฟันเข้าไปที่คอของอาวุธศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งอย่างรวดเร็วจากนั้นก็มีแสงวิบวับตกลงไปที่พื้น แน่นอนว่าครั้งนี้เย่เชียนเห็นได้อย่างชัดเจนและมันคือเข็มเงินและดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามจะอาศัยสิ่งเหล่านี้ในการควบคุมอาวุธศักดิ์สิทธิ์
ความเร็วของหลัวหมิงนั้นเร็วมากและเขาก็หันกลับมาใช้มีดแทงเข้าไปที่หน้าผากของอาวุธศักดิ์สิทธิ์อีกคนและเข็มสีเงินก็พุ่งออกมาจากด้านหลังศีรษะของอาวุธศักดิ์สิทธิ์คนนั้น มันยาวมากและเกือบจะสิบเซ็นติเมตรเลยด้วยซ้ำ เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ดูเหมือนว่ากุญแจสำคัญในการกำจัดอาวุธศักดิ์สิทธิ์คือการหาตำแหน่งเข็มเงินเหล่านั้น”
“ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนั้นแต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะหาเข็มเงินบนร่างกายของคู่ต่อสู้ในระหว่างการต่อสู้เพราะสิ่งเหล่านั้นมีขนาดเล็กและบางมากอีกทั้งยังอยู่ในร่างกายด้วยเพราะงั้นมันไม่ง่ายเลยที่จะหามันให้เจอ” เย่เชียนพูด
“สิ่งสำคัญคือสิ่งที่อยู่ในมือของหลัวหมิงไงล่ะ” เซี่ยเฟยพูด “ถ้าฉันเดาไม่ผิดมีดนนั้นน่าจะทำจากแม่เหล็ก..ซึ่งสิ่งที่ดูเหมือนเข็มเงินจริงๆแล้วมันทำมาจากแร่เหล็กเพราะงั้นถ้ามีมีดแม่เหล็กมันก็ง่ายกว่ามากที่จะหาเข็มเงินในตัวอีกฝ่ายได้”
“ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่มันก็ยังยากอยู่ดีเพราะคู่ต่อสู้ล้วนเป็นปรมาจารย์และถ้าต่อสู้อย่างไม่ระวังก็คงจะเสียท่าให้กับพวกมัน..ต่อให้เรามีแม่เหล็กก็เกรงว่ามันจะยากอยู่ดีที่จะหาเข็มเงินพวกนั้นได้” เย่เชียนพูด
“ถึงแม้ว่ามันจะยากแต่อย่างน้อยๆนี่ก็เป็นวิธีที่จะเอาชนะอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้” เซี่ยเฟยพูด “ถ้าเราไม่ได้ดูการต่อสู้ครั้งนี้เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าวิธีจัดการกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์นั้นทำยังไง..อย่างน้อยๆถ้าเราเจออาวุธศักดิ์สิทธิ์ในอนาคตเราจะได้รู้วิธีจัดการกับพวกมัน”
.
.
.
………………..