ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1441 เกมและสงคราม
ตอนที่ 1441 เกมและสงคราม
……………
ถึงแม้ว่ามันยากที่จะใช้วิธีนี้ในการกำจัดอาวุธศักดิ์สิทธิ์แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำเลยจริงไหม? อย่างน้อยๆด้วยวิธีนี้มันก็ค่อนข้างง่ายกว่าการทำลายพวกมัน
เมื่อเห็นว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์สามในห้าคนล้มลงไปแล้วโอฝางก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจและไม่กล้ารอช้าอีกต่อไป เขาจึงรีบวิ่งไปหาหลัวหมิงด้วยเสียงตะโกนและในเวลาเดียวกันนักรบศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ก็พุ่งมาพร้อมกับโอฝางและก็โจมตีหลัวหมิงพร้อมๆกัน
ทั้งเจ็ดคนคนถือได้ว่าเป็นปรมาจารย์ชั้นสูงและถ้าพวกเขาโจมตีหลัวหมิงพร้อมๆกันมันจะเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก เมื่อเห็นแบบนั้นหลัวหมิงก็หันไปมองและพบว่านายพลฟรอซต์เสียชีวิตไปแล้วและเขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่านี่เป็นสิ่งที่เขาไม่คาดคิดเพราะในความคิดของเขาเย่เชียนไดสังหารทูตศักดิ์สิทธิ์สามของนักรบพราหมณ์ตอนที่เขาอยู่ที่ประเทศจีนและเขาก็กระจายข่าวเกี่ยวกับเย่เชียนในประเทศอินเดียไปแล้วดังนั้นโอฝางก็ควรจะไปจัดการกับเย่เชียนก่อนที่จะมาจัดการกับเขา
นี่เป็นเกมระหว่างหลัวหมิงและเย่เชียนแต่จากสถานการณ์ปัจจุบันแล้วผู้นำของสกายเน็ตก็เดาได้แม่นยำมากว่าหลัวหมิงได้แพ้ให้กับเย่เชียนไปแล้วในทางอ้อมและโอฝางก็รู้ว่าสิ่งที่นายพลฟรอซต์พูดเมื่อกี้นั้นถูกต้องมาก ดังนั้นเขาจึงต้องแก้ปัญหาที่นี่ให้เร็วที่สุดแล้วรีบกลับไปทันที บางทีนายพลฟรอซต์อาจพูดถูกว่าเย่เชียนและเซี่ยเฟยได้นำกำลังพลไปโจมตีสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์แล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าปรมาจารย์ในเวลานี้แรงกดดันที่มีต่อหลัวหมิงค่อนข้างหนักและโอฝางก็ใช้ฝ่ามือโจมตีหลัวหมิงอย่างรวดเร็วจนหลัวหมิงไม่ทันได้หลบเลยและกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างแรง อย่างไรก็ตามร่างกายของหลัวหมิงก็เซเพียงเล็กน้อย และเขาก็ไม่รู้สึกเจ็บใดๆ เมื่อเห็นฉากนี้เซี่ยเฟยที่อยู่ห่างออกไปก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“มันแปลกมากเพราะฝ่ามือของโอฝางนั้นไม่ได้ธรรมดาแต่ทำไมหลัวหมิงถึงดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยล่ะ” เย่เชียนพูดด้วยความประหลาดใจ
เซี่ยเฟยส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้แต่ดูเหมือนว่าหลัวหมิงก็มีความลับบางอย่างเหมือนกัน”
หลังจากถูกโจมตีหลัวหมิงก็ไม่ได้ถอยแต่หยุดไปชั่วขณะและพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับมีดในมือของเขาที่เหวี่ยงออกไปอย่างกะทันหันและแทงหนึ่งในนั้นที่หน้าอก ความเร็วค่อนข้างเร็วราวกับลมกระโชกและทำให้ป้องกันได้ยาก การที่ปรมาจารย์ทั้งเจ็ดจัดการกับหลัวหมิงเพียงลำพังแต่พวกเขากลับไม่สามารถได้เปรียบแต่อย่างใดและหลัวหมิงก็ตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วซึ่งทำให้โอฝางประหลาดใจเพราะถ้าหากหลัวหมิงไม่ถูกกำจัดโดยเร็วที่สุดสิ่งต่างๆก็จะลำบากมาก
“ไม่..ฉันต้องลงไปช่วยเขาเดี๋ยวนี้” เซี่ยเฟยพูด
เย่เชียนคาดเดาเอาไว้นานแล้วโดยรู้ว่าไม่มีทางหยุดเซี่ยเฟยได้ เย่เชียนจึงพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ไปลุยกันแต่เราปิดบังใบหน้าเอสไว้จะดีกว่าเพราะถ้าโอฝางเห็นมันจะไม่ดีและจะส่งผลต่อแผนของเรา”
เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยและทั้งสองต่างก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากเสื้อของพวกเขาและใช้มันปิดบังใบหน้าเอาไว้ ทันใดนั้นชายหนุ่มในชุดขาวก็วิ่งเข้ามาราวกับลมกระโชกและโจมตีอาวุธศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งเข้าแล้วไปยืนอยู่ข้างหลัวหมิง
นั่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสมาชิกสกายเน็ตที่ต่อสู้กับเย่เชียนตอนอยู่ที่สำนักม่อจื๊อในตอนนั้น จากนั้นเขาก็หันไปมองหลัวหมิงและพูดว่า “ขอโทษฉันมาสายไปหน่อย..แกไม่เป็นอะไรนะ”
“พวกกระจอกๆทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” หลัวหมิงพูด “แล้วแกมาทำอะไรที่นี่..ฉันจะจัดการเอง”
“นี่คือคำสั่งของท่านผู้นำเพราะแกแพ้ในเกมนี้แล้ว” ชายหนุ่มพูด “เย่เชียนหลอกใช้แกเพราะงั้นชีวิตของแกยังมีค่าและท่านผู้นำก็ไม่ต้องการให้แกเป็นอะไรไปดังนั้นแกควรรีบตามฉันมาไม่อย่างนั้นถ้าเย่เชียนโผล่ออกมาแกจะไม่สามารถออกไปได้อีก”
“หืม..ฉันยังไม่แพ้สักหน่อย” หลัวหมิงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “ถ้าเย่เชียนโผล่อออกมาฉันจะจัดการกับมันเอง..ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะทรงพลังขนาดนั้น..ท่านผู้นำประเมินมันสูงเกินไป..หรือเพราะมันเป็น…”
“หุบปาก…” ชายหนุ่มทำท่าทางนิ่งๆแล้วพูดว่า “แกห้ามพูดเรื่องไร้สาระเด็ดขาดเพราะท่านผู้นำไม่ต้องการแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปไม่อย่างนั้นมันจะสร้างปัญหามากมายให้กับเรา..นี่คือคำสั่งของท่านผู้นำเพราะงั้นแกควรจะเชื่อฟังและนอกจากนี้ฉันเคยได้ต่อสู้กับเย่เชียนมาแล้วและเขาก็ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่แกคิดหรอก”
“หืม…” หลัวหมิงถอนหายใจด้วยความโกรธและไม่พูดอะไรอีก
ด้วยการเข้าร่วมของชายหนุ่มนั้นสถานการณ์ก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆและโอฝางก็แทบไม่มีโอกาสชนะเลย ในเวลานี้โอฝางขมวดคิ้วเล็กน้อยและถอนหายใจอย่างเย็นชาและถามว่า “แกเป็นใคร..แกกล้าดียังไงมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของนักรบพราหมณ์ของเรา”
ชายหนุ่มยิ้มจางๆและพูดว่า “นักรบพราหมณ์ของแกไม่ใช่ราชาแห่งสวรรค์และทำไมฉันจะเข้ามาแทรกแซงไม่ได้ล่ะ..แกควรกลับไปสะสางความยุ่งเหยิงซะนะไม่อย่างนั้นพวกแกจะต้องถูกองค์กรศิห์ชาห์กับเย่เชียนทำลาย..เพราะงั้นออกไปจากที่นี่ซะ!” หลังจากพูดจบชายหนุ่มก็หันไปมองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ข้างๆโอฝางและทันใดนั้นพวกมันก็ล้มลง ซึ่งฉากนี้ทำให้โอฝางและคนอื่น ๆ ประหลาดใจอย่างมากเพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มคนนั้นใช้วิธีใดและพวกเขาก็ไม่เห็นเขาทำอะไรเลยสักอย่างแต่อาวุธศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขากลับล้มลงแบบนี้
เย่เชียนได้สัมผัสกับพลังที่คุ้นเคยเป็นการส่วนตัวและจากการวิเคราะห์ของเขาเองมันน่าจะคล้ายกับวิธีการสะกดจิตแต่มันเป็นขั้นสูงกว่าการสะกดจิตทั่วๆไปและสามารถกระตุ้นจิตใต้สำนึกของฝ่ายตรงข้ามให้ควบคุมร่างกายเพื่อสร้างภาพหลอนได้นั่นเอง
เซี่ยเฟยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “เขาไม่ธรรมดาจริงๆ”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ใช่!..ฉันเคยสู้กับเขาเป็นการส่วนตัวมาแล้ว..ความสามารถของเขานั้นสูงมาก..เขาสามารถทำให้ผู้คนเห็นภาพหลอนแล้วก็ตายเพราะภาพหลอนนั้นได้..มันลึกลับมากจริงๆ..จะว่าไปในเมื่อเขาอยู่ที่นี่แล้วเพราะงั้นนายก็ไม่ต้องกังวล..ถึงยังไงโอฝางและสาวกของเขาก็ไม่สามารถทำอะไรพี่ชายของนายได้แล้ว”
เซี่ยเฟยหยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันกลับไปมองหลัวหมิงอีกครั้งและไม่พูดอะไรอีก
ถึงแม้ว่าโอฝางจะประหลาดใจแต่หลัวหมิงก็อยู่ต่อหน้าต่อตาของเขาแล้วและถ้าหากเขาพลาดในการแก้แค้นไปล่ะก็ตำแหน่งของเขาในนักรบพราหมณ์จะสั่นคลอนอย่างมาก ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าโอกาสชนะในตอนนี้ไม่สูงนักแต่เขาก็ต้องทำ โอฝางพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “แกจะออกไปได้ก็ต่อเมื่อหลัวหมิงตายไปแล้วเท่านั้น” ทันทีที่คำพูดจบลงโอฝางก็นำคนของเขารุกเข้าไปโจมตีอีกครั้ง
“ฉันล่ะเบื่อกับคนโง่แบบนี้จริงๆ” ทันทีที่คำพูดของหลัวหมิงจบลงมีดในมือของเขาก็พุ่งออกไปแทงอาวุธศักดิ์สิทธิ์คนสุดท้ายและเข็มเงินก็พุ่งออกมา เมื่อเห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็มองดูและส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดว่า “เอาล่ะ..มันคงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าเราจะฆ่ามันตอนนี้..แกปล่อยให้เป็นหน้าที่นี้เป็นของเย่เชียนเถอะ..เพราะอย่างน้อยๆมันก็ทำให้เย่เชียนปวดหัวได้”
หลัวหมิงตกตะลึงเล็กน้อยและคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีถ้าเขาจะฆ่าโอฝางในตอนนี้เพราะเขาได้แพ้เกมนี้ให้กับเย่เชียนไปแล้วและหากเขาช่วยเย่เชียนฆ่าโอฝางอีกมันก็จะง่ายสำหรับเย่เชียนในการหลอกใช้เขา อย่างไรก็ตามโอฝางก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน หากและถ้าหากเย่เชียนทำไม่ได้มันก็ยังไม่สายเกินไปที่เขาจะทำเองในภายหลัง
เมื่อมองไปที่โอฝางแล้วหลัวหมิงก็พูดอย่างเย็นชาว่า “คราวนี้ฉันจะใช้ประโยชน์จากแกและปล่อยให้แกมีชีวิตต่อไปอีกสักหน่อยก็แล้วกัน” จากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองชายหนุ่มและพูดว่า “ไปกันเถอะ!” จากนั้นทั้งสองคนก็ผลักศัตรูที่อยู่ข้างหน้าพวกเขากลับไปด้วยฝ่ามือข้างเดียวแล้วรีบออกจากเขตบ้านพักของนายพลฟรอซต์ไป ซึ่งความเร็วนั้นรวดเร็วมากและข้ามกำแพงหายไปในชั่วพริบตา
โอฝางอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะและเห็นได้ชัดว่ามันสายเกินไปที่จะไล่ตามได้ทันและถึงแม้ว่าเขาจะตามทันแล้วเขาจะทำอะไรได้ล่ะ? เขานั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลัวหมิงเลยและยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้หลัวหมิงก็มีคนที่น่ากลัวอยู่ด้วยอีกคน
เมื่อเห็นหลัวหมิงออกไปเซี่ยเฟยก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “นายไปก่อนเลยเดี๋ยวฉันตามไป” หลังจากพูดอย่างนั้นเซี่ยเฟยก็กระโดดลงจากต้นไม้และข้ามกำแพงป เย่เชียนเข้าใจความหมายในคำพูดของเซี่ยเฟยได้และนั่นคือให้เย่เชียนไปสมทบกับพงกเฟิงหลานเพราะท้ายที่สุดตอนนี้โอฝางก็ไม่เป็นอะไรและกำลังจะรีบกลับไปที่สำนักงานใหญ่ของเซี่ยเฟย ซึ่งในเวลานั้นเฟิงหลานและคนอื่นๆก็จะมีปัญหาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ไม่สามารถทิ้งเซี่ยเฟยเอาไว้คนเดียวได้
ขณะนั้นเย่เชียนก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและโทรหาเฟิงหลานแล้วรีบตามเซี่ยเฟยไป ขณะที่เย่เชียนกำลังวิ่งอยุ่สายโทรศัพท์ก็เชื่อมต่ออย่างรวดเร็วและเย่เชียนก็พูดว่า “อย่าเพิ่งพูดอะไรฟังผมก่อน..การต่อสู้ที่นี่จบลงแล้วและโอฝางจะนำคนของเขากลับไปที่สำนักงานใหญ่เร็วๆนี้..เพราะงั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราต้องปลอดภัยเอาไว้ก่อน..ตอนนี้ผมกับเซี่ยเฟย ยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่แต่เมื่อเราเสร็จธุระแล้วเราจะรีบไปสมทบโดยเร็วที่สุด”
เฟิงหลานไม่พูดอะไรมากและวางสายไป เนื่องจากเย่เชียนเป็นผู้ออกคำสั่งดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็ต้องยึดมั่นเอาไว้ก่อน
หลังจากที่ชายหนุ่มและหลัวหมิงออกจากเขตบ้านพักของนายพลฟรอซต์ไปพวกเขาก็วิ่งไปตลอดทางและหลังจากเลี้ยวไปได้ไม่กี่ถนนทั้งสองก็หยุดกะทันหัน จากนั้นชายหนุ่มก็แสยะยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ยังมีคนไล่ตามนายมาอยู่”
หลัวหมิงถอนหายใจอย่างเย็นชาและหันกลับมาช้าๆและเซี่ยเฟยก็หยุดฝีเท้าของเขาและยืนอยู่ตรงข้ามกับหลัวหมิงแล้วมองไปที่พี่ชายที่คุ้นเคยแต่ไม่รู้จักที่อยู่ตรงหน้าเขา เซี่ยเฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆและหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเซี่ยเฟยก็ตะโกนว่า “พี่..เราไม่เจอกันนานเลยนะ”
“มันก็นานมากแล้วจริงๆ” หลัวหมิงพูด “แกตามฉันมาทำไม?..แกต้องการจะฆ่าฉันงั้นเหรอ?”
“พี่..พี่ก็รู้หนิว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ” เซี่ยเฟยพูด “ถ้าผมต้องการจะฆ่าพี่ผมคงไม่รอจนถึงวันนี้หรอก..ผมแค่อยากจะเกลี้ยกล่อมพี่ผมไม่อยากให้พี่หลงผิดอีกเพราะงั้นกลับไปกับผมเถอะ..พี่น้องของเราจะช่วยกันพัฒนาองค์กรศิห์ชาห์ด้วยกัน”
เมื่อสิ้นเสียงพูดเย่เชียนก็รีบวิ่งไปหยุดข้างๆเซี่ยเฟยและหันไปมองเซี่ยเฟยแล้วส่ายหัวเบาๆ
.
.
.
……………