ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1443 อาวุธศักดิ์สิทธิ์
ตอนที่ 1443 อาวุธศักดิ์สิทธิ์
……………
สถานการณ์ของเซี่ยเฟยก็เริ่มตึงเครียดและตราบใดที่เขาไม่ระวังเขาอาจถูกหลัวหมิงโจมตีได้และนั่นไม่ใช่เรื่องตลกเพราะเขาอาจถึงตายได้ อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่เต็มใจที่จะฆ่าหลัวหมิงเพราะเมื่อหมัดของเขากำลังจะโดนร่างของหลัวหมิงในที่สุดเขาก็ต้องดึงมันกลับมา
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะถ้าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเซี่ยเฟยก็จะต้องตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตามเย่เชียนรู้ว่าด้วยบุคลิกของเซี่ยเฟยจะทำให้เขาโน้มน้าวใจได้ยากใช่ไหม? หลังจากหยุดเล็กน้อยเย่เชียนก็พูดว่า “หลัวหมิงคุณเป็นคนแบบไหนกันเนี่ยคุณไม่เห็นเหรอว่าเซี่ยเฟยตั้งใจที่จะไม่โจมตีคุณ..ถ้าผมเป็นคุณผมคงจะยอมรับไปตั้งนานแล้วว่าการต่อสู้ที่นี่ผลแพ้หรือชนะมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว”
หลัวหมิงถอนหายใจด้วยความโกรธและจ้องมองไปที่เย่เชียนแล้วพูดว่า “อย่าเข้ามายุ่ง..เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกันในภายหลัง..อย่าคิดว่าท่านผู้นำของเราจะห้ามฆ่าแกแล้วพวกเราจะไม่กล้าจริงๆ..ถึงยังไงฉันก็จะฆ่าแกอยู่ดี”
“เอาเถอะ..คนอย่างคุณที่เอาชนะคนอื่นไม่ได้แถมยังมาเล่นตลกอยู่ที่นี่ก็ไม่คู่ควรที่จะมาสู้กับผมหรอก” เย่เชียนพูด
“เย่เชียนหยุดพูดได้แล้ว” เซี่ยเฟยพูด “ฉันรู้ว่านายกำลังทำเพื่อฉันงแต่ฉันจะทำในแบบของตัวเอง” จากนั้นเขาก็มองไปที่หลัวหมิง และพูดว่า “พี่..มันคุ้มไหมที่ทำแบบนี้..ทำไมต้องทำให้ตัวเองเป็นปีศาจด้วย”
“ฉันมาถึงจุดนี้แล้วและไม่มีทางที่จะหันหลังกลับได้” หลัวหมิงพูด “วิธีเดียวคือแกต้องฆ่าฉันหรือถูกฉันฆ่า..เราสองคนถูกกำหนดให้มีชีวิตอยู่ได้เพียงคนเดียว”
เซี่ยเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “พี่..ทำไมพี่พูดแบบนี้..แทนที่จะปล่อยให้พี่อยู่แบบทรมานแบบนี้ให้ผมส่งพี่ไปสบายๆคงจะดีกว่า..ให้ผมช่วยพี่เถอะนะ”
เซี่ยเฟยดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้วและเมื่อเขาพูดจบเขาก็ต่อยหลัวหมิงทันทีและหลัวหมิงก็ไม่มีโอกาสแม้แต่น้อยที่จะหลบด้วยเสียง “ปัง” เซี่ยเฟยต่อยหลัวหมิงอย่างแรงที่หน้าอกและร่างกายของหลัวหมิงก็บินออกไปเหมือนว่าวที่ขาดจากเชือก
เซี่ยเฟยรู้ความสามารถของหลัวหมิงดีและการโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงพอที่จะหยุดหลัวหมิงได้ อย่างไรก็ตามแทนที่จะเฝ้าดูหลัวหมิงเป็นแบบนี้เซี่ยเฟยก็รู้สึกว่าเป็นการดีกว่าที่จะฆ่าเขาและนอกจากนี้เขายังชัดเจนว่าการโน้มน้าวใจของเขาจะไม่ได้ผลเลยและไม่มีทางเลือกอื่นอีก
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและรีบเอื้อมมือไปจับหลัวหมิงและชำเลืองมองเขาแล้วถามว่า “แกเป็นอะไรมากไหม”
หลัวหมิงส่ายหัวราวกับว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บเลยและชำเลืองมองเซี่ยเฟยแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเหตุผลว่าทำไมอาจารย์ถึงให้ความสำคัญกับแกมาก..แต่ก็นะการโจมตีของแกมันยังไม่รุนแรงพอที่จะหยุดฉันได้หรอก..เตรียมใจเอาไว้เถอะถ้าแกฆ่าฉันไม่ได้ฉันก็จะฆ่าแก”
เซี่ยเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “พี่ผมหวังว่าพี่จะรู้สึกตัวสักทีเพราะมันไม่มีทางที่พี่จะอยู่แบบนี้ต่อไปได้หรอก”
“ดูเหมือนว่าแกจะเห็นมันแล้วสินะ..แกทำให้ฉันประหลาดใจจริงๆ” หลัวหมิงพูดพร้อมกับเย้ยหยัน
ชายหนุ่มหันไปมองหลัวหมิงและพูดว่า “เอาล่ะ..หยุดสักทีเราควรไปได้แล้ว”
“ไม่..วันนี้ไม่เขาก็ฉันที่ต้องตายไปข้าง..ถ้าแกกลัวแกก็กลับไปก่อนเลยไม่มีใครรั้งแกเอาไว้” หลัวหมิงพูด
“นี่เป็นคำสั่งจากท่านผู้นำ” ชายหนุ่มพูด
หลัวหมิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ท่านผู้นำบอกฉันว่าอย่าอะไรเย่เชียนแต่เขาไม่ได้ห้ามทำอะไรเซี่ยเฟยเพราะงั้นนี่เป็นเรื่องของฉัน..ถึงแม้ว่าท่านผู้นำจะมาเขาก็ไม่สามารถควบคุมฉันได้” เมื่อพูดจบหลัวหมิงก็พุ่งไปหาเซี่ยเฟยอีกครั้ง
เซี่ยเฟยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และปะทะเข้ากับหลัวหมิง เมื่อเห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วและทันใดนั้นดวงตาของเขาก็แข็งทื่อด้วยประกายแสงและเย่เชียนที่เคยต่อสู้กับชายหนุ่มมาก่อนก็รู้สึกแปลกๆดังนั้นเขาจึงรีบตะโกนว่า “เซี่ยเฟยระวัง!” ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจขะกำลังรับมือกับหลัวหมิงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะสังเกตเห็นแต่เซี่ยเฟยก็ไม่สามารถป้องกันมันได้และทันใดนั้นเซี่ยเฟยรู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขาตกลงไปในห้องใต้ดินน้ำแข็งและร่างกายของเขาดูเหมือนจะถูกแช่แข็งในทันทีและเซี่ยเฟยก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจที่ร่างกายของเขาไม่สามารถขยับได้
เย่เชียนไม่กล้าลังเลและรีบกระโดดเข้าไปต่อยหลัวหมิงอย่างดุเดือดและพยายามบังคับให้หลัวหมิงถอยออกไป อย่างไรก็ตาม หลัวหมิงก็เพิกเฉยต่อหมัดของเย่เชียนและกำลังจะกระแทกเซี่ยเฟยลงไป เมื่อเห็นว่าเซี่ยเฟยกำลังจะโดนหลัวหมิงกระแทกแต่เซี่ยเฟยก็ยังคงนิ่งเฉยแบบนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลอย่างมากและหมัดของเย่เชียนที่พุ่งไปที่ร่างของหลัวหมิงก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลเพราะหลัวหมิงไม่แม้แต่จะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่กำปั้นของหลัวหมิงกำลังจะฟาดลงบนร่างของ เซี่ยเฟยและในช่วงเวลาวิกฤตนี้ร่างของเซี่ยเฟยก็หลบกำปั้นของหลัวหมิงได้อย่างหวุดหวิด
ร่างของเซี่ยเฟยไม่หยุดเลยเหมือนกับลูกธนูที่ออกจากคันศรและพุ่งไปทางชายหนุ่มอย่างดุเดือดไร้ซึ่งความปรานี ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่หลัวหมิงดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่จำเป็นต้องแสดงความเมตตาต่อเขา เม่ายหนุ่มเห็นหมัดของเซี่ยเฟยเขาก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียง “หึ” และพูดว่า “แกมีความสามารถบางอย่างจริงๆ..ฉันประเมินแกต่ำไปหน่อย”
“หืม..ให้ตายสิ” เซี่ยเฟยถอนหายใจ
ชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเซี่ยเฟยอีกดังนั้นเขาจึงจ้องมองไปที่หลัวหมิงและพูดว่า “หลัวหมิงพอได้แล้วไปกันเถอะ” หลังจากพูดจบเขาก็หลบการโจมตีของเซี่ยเฟยและรีบวิ่งไปด้านข้างของหลัวหมิงและดึงเขาขึ้นและวิ่งหนีไป ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะคาดเดาความคิดของชายหนุ่มได้ตั้งแต่แรกแต่เซี่ยเฟยก็ไม่ได้หยุดเขาเพราะความสามารถของชายหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาเลย
เซี่ยเฟยยืนอยู่ตรงจุดนั้นและขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่ทันตั้งตัว เย่เชียนจ้องมองจากนั้นก็เดินเข้าไปอย่างช้าๆที่ด้านข้างของเซี่ยเฟยและพูดว่า “นายจะไล่ตามไปมั้ย?”
เซี่ยเฟยส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่..มันไม่มีประโยชน์ที่จะไล่ตามเขาแล้วเพราะฉันยังหาจุดอ่อนของหลัวหมิงไม่ได้เพราะงั้นก็เลยฆ่าเขาไม่ได้..นอกจากนี้ฉันเองก็ไม่อยากจะฆ่าเขาจริงๆ”
“หลัวหมิงแปลกมากเพราะก่อนหน้านี้นายต่อยเขาไปและเมื่อกี้ฉันก็ต่อยเขาอีกแต่ทำไมเขาถึงไม่เป็นอะไรเลย” เย่เชียนพูด “ฉันรู้ถึงความแข็งแกร่งของหมัดของฉันดีและถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาบาดเจ็บไม่ได้แต่อย่างน้อยๆมันก็จะทำให้เขาเสียอาการบ้าง..แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีอะไรผิดปกติกับเขาเลยสักนิด”
เซี่ยเฟยขมวดคิ้วแน่นและพูดว่า “ถ้าเดาไม่ผิดหลัวหมิงคนปัจจุบันไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้วและเขาน่าจะเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์”
“อาวุธศักดิ์สิทธิ์?” เย่เชียนพูดด้วยความประหลาดใจ “นายหมายถึงตอนนี้หลังหมิงตายไปแล้วและถูกทำให้เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์น่ะเหรอ?” ข่าวนี้ทำให้เย่เชียนประหลาดใจแต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่อ
เซี่ยเฟยส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “หลัวหมิงไม่ควรถูกมองว่าเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์เพราะเขายังมีสติสัมปชัญญะของตัวเองแต่ร่างกายของเขาดูเหมือนจะเป็นเหมือนอาวุธศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆและไม่มีความรู้สึกใดๆ..ดังนั้นไม่ว่าเราจะโจมตีเขาไปเท่าไหร่มันก็ไม่มีประโยชน์และไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย..แต่เขาสามารถรับการโจมตีของเราได้และยังโจมตีเราได้อีกด้วย..ฉันคิดว่านี่ควรเป็นผลงานชิ้นเอกของหลัวหมิงและเขาได้ทำให้ตัวเองเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์!”
“ดูเหมือนว่าเราจะใช้วิธีนั้นในการจัดการกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เพราะมันจะลำบากเกินไป” เย่เชียนพูด “ในความคิดของฉัน การจะจัดการกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์เราต้องใช้อาวุธมีคมตัดแขนขาของพวกเขาออกเพื่อที่พวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรได้จากนั้นก็ค่อยหาวิธีนำเข็มเงินนั่นออกมาและมันจะง่ายกว่ามากหรือแค่ตัดหัวของพวกเขาออกมา”
“พูดอย่างนั้นมันก็จริงแต่ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนให้เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ล้วนเป็นปรมาจารย์ชั้นสูงกันทั้งนั้นเพราะงั้นการจะทำแบบนั้นมันไม่ง่ายเลย” เซี่ยเฟยพูด
“อย่าพูดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้เรายังรู้น้อยเกินไปเกี่ยวกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์และฉันคิดว่าถ้าวิธีนี้สามารถจัดการกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้ หลัวหมิงก็น่าจะเลือกวิธีนี้แทนที่จะใช้วิธีก่อนหน้านี้” เย่เชียนพูด “ตามการคาดการณ์ของฉันน่าจะมีอันตรายบางอย่างในการจัดการกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์นี้อยู่อีก”
“ถูกต้องเพราะเมื่อทำลายอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้ผู้ควบคุมอาวุธอาวุธศักดิ์สิทธิ์จะตายและแน่นอนว่าการทำลายพวกมันเราจะต้องนำเข็มเงินในร่างกายของเขาออกเพื่อให้มันทำงานไม่ได้..ไม่อย่างนั้นต่อให้เราฆ่าร่างต้นไปเราก็ไม่สามารถทำอะไรคนควบคุมได้อยู่ดีและเขาก็สามารถสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาใหม่ได้” เซี่ยเฟยพูด “ยิ่งไปกว่านั้นผู้ควบคุมอาวุธศักดิ์สิทธิ์จะต้องซ่อนตัวอยู่ในที่ซ่อนเร้นและสิ่งนี้ก็เป็นทางเดียวที่จะฆ่าพวกมันได้..ไม่อย่างนั้นถึงแม้ว่าเราจะเอาชนะอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้แต่ก็ไม่สามารถถือเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์อยู่ดี”
เย่เชียนขมวดคิ้วเพราะนี่เป็นเรื่องที่ลำบากมาก อย่างไรก็ตามในที่สุดเย่เชียนก็รู้วิธีจัดการกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์บ้างแล้ว พูดง่ายๆก็คือดีกว่าไม่มีอะไรเลย จากนั้นเขาก็หันมองไปที่เซี่ยเฟยและเย่เชียนก็พูดว่า “ความสามารถของนายไปถึงระดับไหนแล้ว..เพราะความสามารถของหลัวหมิงไม่ธรรมดาและเกรงว่าฉันเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยแต่นายกลับทำได้ถึงขนาดนั้น..อีกอย่างนายออกมาจากภาพลวงตาของเขาได้ยังไง”
“ถ้าสู้กับแบบตัวต่อตัวฉันคิดว่ามีอยู่ไม่กี่คนในโลกใบนี้ที่สามารถเอาชนะฉันได้” เซี่ยเฟยพูด “เพราะจนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เคยเจอใครที่สามารถเอาชนะฉันได้เพราะไม่มีใครที่มีความปรารถนาอันแรงกล้าเลยสักคน”
เย่เชียนตกตะลึงอย่างมากและมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจแต่เซี่ยเฟยดูเหมือนจะไม่ต้องการอธิบายมากเกินไปและพูดว่า “เอาล่ะรีบไปที่สำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์กันเถอะฉันเกรงว่าโอฝางและสาวกของเขาคงจะกลับไปถึงที่นั่นแล้วเพราะงั้นคุณเฟิงหลานและคนอื่นๆจะต้องตกอยู่ในอันตรายและมันเป็นความผิดของฉันเองที่ทำให้นายต้องมาที่นี่กับฉัน..ฉันหวังว่าพวกเขาจะไม่เป็นอะไรนะไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้จะมองหน้านายยังไงในอนาคต”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยฉันเชื่อพวกเขาและจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น..พวกเราไปกันเถอะมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
.
.
.
……………