ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1449 ซูซี่มาพบ ...............
ตอนที่ 1449 ซูซี่มาพบ
……………
เย่เชียนเฝ้าดูเย่หวันจากไปและลืมตาขึ้นช้าๆแล้วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นเขาก็พลิกตัวและนอนลงแล้วหลับตาเพื่อพักผ่อน
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเย่เชียนตื่นขึ้นเฟิงหลาน,หลิวเทียนเฉินและดีห์ราห์ก็กลับมาแล้วและกำลังนั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นเย่เชียนลงมาพวกเขาทั้งหมดก็ลุกขึ้นยืน เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ทุกคนเหนื่อยกันมามากแล้วเพราะงั้นรีบไปพักผ่อนกันเถอะ..ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำแต่จะมีสิ่งที่ต้องทำอีกในสองวันข้างหน้า”
“มีอะไรที่ต้องทำอีกบอส?” หลิวเทียนเฉินตกตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “สถานการณ์ที่นี่สงบลงแล้วดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหม?”
“บอสกังวลเรื่ององค์กรศิห์ชาห์หรือเปล่าครับ” ดีห์ราห์พูด “ตอนนี้พวกนักรบพราหมณ์และนายพลฟรอซต์ก็จากไปแล้วเพราะงั้นเราจะจัดการกับองค์กรศิห์ชาห์ต่อเลยไหมครับ”
“อย่าคิดมากไปเลย..ฉันมีความสุขมากที่ได้ร่วมงานกับเซี่ยเฟยและองค์กรศิห์ชาห์เพราะงั้นฉันจะไปจัดการพวกเขาได้ยังไง” เย่เชียนพูด “ถึงแม้ว่าสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์จะถูกทำลายแต่พวกนักรบพราหมณ์ก็ยังคงมีอำนาจมากมายเพราะงั้นองค์กรศิห์ชาห์ก็ต้องทำการกวาดล้างครั้งใหญ่”
“นั่นก็จริงแต่ว่านะบอสฉันคิดว่าเราควรระมัดระวังให้มากกว่านี้เพราะเราไม่ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อกำจัดผู้เห็นต่างจากฝ่าย องค์กรศิห์ชาห์และเราก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าองค์กรศิห์ชาห์จะฟังเราทุกอย่างในอนาคต..ฉันคิดว่าเรายังคงควรเตรียมพร้อมด้วยมือทั้งสองข้างของเราเองด้วย” เฟิงหลานพูด
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “เนื่องจากเราเป็นพี่น้องกันเพราะงั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความไว้วางใจ..เพื่อนที่ควรค่าแก่การสร้างมิตรและผมก็เห็นได้ว่าพวกเขามีความจริงใจดังนั้นผมจึงเชื่อพวกเขาและเชื่อว่าหากเรามีอะไรให้องค์กรศิห์ชาห์ทำในอนาคตพวกเขาจะต้องทำตามอย่างแน่นอนเพราะงั้นทุกคนควรกำจัดความคิดนี้ไปซะเซี่ยเฟยเป็นคนฉลาดเพราะงั้นถ้าเขารู้เข้าก็จะไม่ดี เพื่อความสัมพันธ์ของเราในอนาคตรู้ไหม”
เฟิงหลานและคนอื่นๆตกตะลึงเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่เคยเข้ากับเซี่ยเฟยได้เลย มันยากที่จะเชื่อว่านี่คือธรรมชาติของมนุษย์และพวกเขาก็กำลังคิดถึงอนาคตของเขี้ยวหมาป่าด้วย เพียงแต่ว่ามุมมองของเย่เชียนนั้นลึกและละเอียดกว่าและถ้าเซี่ย้ฟยเป็นคนประเภทที่ต้องการใช้ฟันหมาป่าเพื่อกวาดล้างเขาจากผู้เห็นต่างเขาก็คงไม่ซ่อนตัวอยู่ในเรือนจำนานขนาดนี้ เย่เชียนสามารถบอกได้ว่าความปรารถนาในอำนาจของเซี่ยเฟยนั้นค่อนข้างน้อยและเขามีความผูกพันอีกแบบหนึ่งอยู่ในใจและเย่เชียนก็เชื่อด้วยว่าสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดกับเขาในตอนแรกว่ากำลังรอเขาอยู่นั้นเป็นความจริง
เย่เชียนหันมองไปที่ดีห์ราห์และพูดว่า “ดีห์ราห์ยังมีสิ่งที่นายต้องทำอยู่..นายสั่งให้คนของนายไปเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการทำลายล้างสูงและแจ้งให้เราทราบเมื่อนายพร้อม”
“รับทราบครับผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้” ดีห์ราห์ตอบ
เย่เชียนหยักหน้าสเล็กน้อยและพูดว่า “เอาล่ะไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้วทุกคนไปพักผ่อนกันได้แล้ว..ทุกคนคงจะเหนื่อยหลังจากคืนที่วุ่นวาย”
ทั้งสามคนตอบโดยไม่พูดอะไรและกลับไปที่ห้องพักผ่อนของตัวเอง สำหรับการจัดหาอาวุธดีห์ราห์ไม่ต้องทำเองเพราะมีคนจำนวนมากอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาและถึงแม้ว่ามันจะทำได้ด้วยการโทรศัพท์เพียงครั้งเดียวแต่หลังจากใช้เวลานานในเมืองนิวเดลีถึงแม้ว่าดีห์ราห์จะไม่ได้ทำธุรกิจในพื้นที่นี้แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นหากเขาต้องการซื้ออาวุธมันก็ง่ายมาก แต่ทว่าเย่หวันไม่ได้อยู่ที่นั่นและบางทีเธออาจจะออกไปในตอนเช้าตรู่เพื่อให้เหล่าสมาชิกได้ผ่อนคลาย
เย่เชียนกำลังจะไปที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรกินแต่ภรรยาทั้ง 3 คนของ ดีห์ราห์ได้เสิร์ฟให้เย่เชียนแล้วและเย่เชียนก์ขอบคุณพวกเธอและนั่งลงในห้องนั่งเล่นดูทีวีและกินข้าวไปพร้อมๆกัน เขาไม่ค่อยว่างแถมยังมีเรื่องให้ยุ่งอีกเยอะ
ระหว่างกินข้าวมีคนมารายงานว่ามีคนข้างนอกต้องการพบเย่เชียนและเย่เชียนก็ผงะเล็กน้อยและถามว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ผู้ใต้บังคับบัญชาของดีห์ราห์บอกว่าเป็นผู้หญิงชื่อซูซี่และเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและบอกให้เขาอนุญาตให้ซูซี่เข้ามาได้
หลังจากนั้นไม่นานซูซี่ก็เดินเข้ามาภายใต้การนำของผู้ใต้บังคับบัญชาและเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไปและกวักมือเรียกเธอให้มานั่งลง ซูซี่ก็ไม่เกรงใจและนั่งลงตรงข้ามเย่เชียนและเย่เชียนก็พูดว่า “เธอกินอาหารเช้าแล้วหรือยัง?”
“ไม่ฉันกินไปแล้ว” ซูซี่พูด หลังจากหยุดไปชั่วคราวซูซี่ก็พูดต่อ “นายเป็นตัวปัญหาไปทั่วทุกที่จริงๆ..ทำไมนายถึงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของประเทศอินเดียล่ะ..เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลำบากมากและถึงแม้ว่านายจะชนะศึกเมื่อคืนนี้แต่นายได้ทำให้หลายๆคนโกรธแค้นรู้ไหม”
เย่เชียนเม้มปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เธอช่วยอธิบายให้ละเอียดกว่านี้ได้ไหม..ฉันไม่ค่อยเข้าใจ”
ซูซี่มองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “โอฝางมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศสหรัฐอเมริกามาโดยตลอดและเนื่องจากการดำรงอยู่ของโอฝางนั้นสิ่งต่างๆของประเทศสหรัฐอเมริกาในประเทศอินเดียจึงราบรื่นมากแต่ตอนนี้โอฝางตายไปแล้วนั่นก็หมายความว่าประเทศนั้นสหรัฐอเมริกได้สูญเสียผู้ช่วยคนสำคัญไปและถึงแม้ว่าพวกเขาจะแสดงในฉากนั้นแต่ก็เกรงว่ารัฐบาลของประเทศวหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมปล่อยมันไป”
“ถ้าเขาไม่รู้จะปล่อยยังไง..ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะปล่อยยังไง” เย่เชียนพูด “ฉันยังมีหนี้อีกมากที่ต้องสะสางกับพวกเขาและถ้าฉันไม่ยุ่งเกินไปที่จะจากไปตอนนี้ฉันก็คงฆ่าเขาไปนานแล้ว..ตอนนั้นฉันถูกจับใน CIA ฉันก็ถูกพวกเขาเค้นความลับเอาไว้เยอะแต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี..แต่นอกจากเขาจะควบคุมประเทศที่เขาต้องการควบคุมได้แล้วเธอคิดว่าพวกเขาเป็นอันดับหนึ่งของโลกจริงๆงั้นเหรอ?”
ซูซี่ยิ้มอย่างทำอะไรไม่ถูกและพูดว่า “ฉันไม่ได้พยายามกระตุ้นขวัญกำลังใจของผู้อื่นแต่ฉันไม่คิดว่านายจะต่อสู้กับประเทศทั้งประเทศแบบนี้..นายเป็นหัวหน้าของหลี่เหว่ยเพราะงั้นฉันจะไม่ทำร้ายนายและนอกจากนี้ความแข็งแกร่งของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังมีสถานะที่สูงมากในโลกนี้และมันเป็นงานที่ไร้ค่าสำหรับคุณที่จะต่อสู้กับเขาและประเทศเดียวด้วยองค์กรเดียว”
“เอาล่ะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดเรื่องนี้หรอกเพราะเถ้าเขาต้องการจัดการกับฉันก็ลองดู” เย่เชียนพูด “ตราบใดที่เขากล้าที่จะกระทำการบ้าบิ่นในประเทศสหรัฐอเมริกาฉันรับรองไปเลยว่าพวกเขาจะเป็นได้แค่ไก่ทแด..ฉันอยู่ในทวีปตะวันออกกลางมาหลายปีแล้วและนั่นไม่เสียเปล่า..ขอฉันแค่โทรออกก็จะมีระเบิดพลีชีพนับไม่ถ้วนใจกลางเมือง..เพราะงั้นถึงเธออยากจะจัดการกับฉันก็อย่าเอะอะอะไรมากแค่เล่นเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง..ฉันเรียกเธอมาที่นี่เพื่อถามเกี่ยวกับทหารดัดแปลงพันธุกรรมน่ะ”
“อืม” เย่เชียนพยักหน้าและพูดว่า “เป็นไปได้ไหมว่าการวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกาจะประสบความสำเร็จ?..พวกเขาสามารถทำให้คนเหล่านั้นบรรลุความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักรบโบราณของจีนโดยผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมงั้นเหรอ?”
ซูซี่ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “การวิจัยยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แต่พวกเขาแค่ใช้วิธีการทางเทคนิคบางอย่างเพื่อตัดเส้นประสาทความเจ็บปวดของคนเหล่านั้นออกไปจากนั้นก็ใช้ยาเพื่อเพิ่มความต้านทานทางกายภาพต่อการระเบิดและพลังกระแมกจากนั้นก็ฝังชิปอัจฉริยะไว้ในสมองของพวกเขาซึ่งจะบันทึกการเคลื่อนไหวศิลปะการต่อสู้จีนโบราณบางตำราเอาไว้และนั่นทำให้พวกเขามีพลังคล้ายกับนักรบโบราณแต่ในความเป็นจริงยังมีความแตกต่างที่สำคัญอยู่มาก” หยุดไปชั่วคราวและซูซี่ก็พูดต่อ “เนื่องจากการวิจัยที่ยังไม่ประสบความสำเร็จทำให้บุคลากรเหล่านี้ยังคงมีผลกระทบมากมายและพวกเขาก็จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อควบคุมความเจ็บปวดจากชิปที่ฝังในร่างกาย..ถึงอย่างนั้นผู้คนจำนวนมากก็ยังศึกษาอยู่และวิจัยกันอยู่ดังนั้นจำนวนของทหารดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้จริงๆแล้วก็มีไม่มากและยิ่งไปกว่านั้นเมื่อวานนายฆ่าไปตั้งหลายคนซึ่งเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้”
“ดีจัง” เย่เชียนพูด “ถ้าพวกเขาสามารถใช้วิธีง่ายๆแบบนี้เพื่อพัฒนาทหารที่ทรงพลังเทียบเท่ากับนักรบจีนโบราณได้มันจะเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงอย่างแน่นอนและไม่ว่าจะเป็นกำลังทหารหรือกำลังป้องกันประเทศก็ตาม”
“อย่างไรก็ตามจากข้อเท็จจริงที่ว่าฉันอยู่ใน CIA มานานและยังมีหน่วยงานลึกลับใน CIA ที่ฉันไม่มีทางเข้าไปได้และฉันคิดว่าต้องมีความลับบางอย่างอยู่ในนั้น..แต่ CIA นั้นถูกคุ้มกันแน่นหนามากและฉันก็หาข่าวอะไรไม่ได้เลย” ซูซี่พูด
“มีอะไรที่ทรงพลังกว่าทหารดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้อีกเหรอ?” เย่เชียนมวดคิ้วเล็กน้อยและพูด
“ฉันคิดว่ามี..ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไม่เข้มงวดในการป้องกันและถึงแม้ว่าจะมีฉันก็คิดว่าคงจะมีจำนวนน้อยมาก” ซูซี่
เย่เชียนขมวดคิ้วแน่นอย่างช่วยไม่ได้และดูเหมือนว่า “CIA ในสหรัฐอเมริกานั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เย่เฉียนยักไหล่เล็กน้อยและพูด “ไม่ว่ายังไงแต่ละประเทศก็มีกองกำลังและองค์กรที่ทรงพลังที่สอดคล้องกันและเป็นไปไม่ได้ที่เราจะรู้จักพวกเขาทุกคน ..นอกจากนี้การจัดการกับประเทศนั้นไม่ใช่แค่การจัดการกับสิ่งเหล่านั้นเพราะบางครั้งถึงจะไม่มีการนองเลือดก็ยังสามารถแก้ปัญหาระดับประเทศได้”
หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็เปลี่ยนหัวข้อและพูดว่า “เป็นไงบ้าง?..เธอติดต่อกับหลี่เหว่ยเมื่อเร็วๆนี้หรือเปล่า?”
ซูซี่ถอนหายใจเล็กน้อยและพูดว่า “เขายังเหมือนเดิมและไม่สนใจฉันและบางครั้งฉันก็โทรหาเขาบ้าง..คราวหน้าให้ฉันไปเจอเขาหน่อยจะได้ไหม..เพราะถ้าเขาไม่สนใจฉันจะจัดการเขาให้หนักๆ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “เธอคิดมากไปเองเพราะเท่าที่ฉันรู้ทุกวันนี้หลี่เหว่ยดูสงบสติมากกว่าเดิมและเขาก็ไม่ได้ใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนเหมือนเมื่อก่อน..ฉันเห็นว่าเด็กคนนี้มีสิ่งต่างๆมากมายในใจเขาและเขาก็รักเธอมากแต่เด็กคนนี้เกิดกลัวการหักห้ามใจก็เลยคิดว่านี่แหละสาเหตุที่ทำให้เขาไม่กล้าที่จะยอมรับเธอ”
“นายต้องการให้ฉันเรียนรู้จากเหล่าภรรยาของนายงั้นเหรอ..ถึงแม้ว่านายจะใช้เวลาและดื่มเหล้านอกบ้านประจำแต่พวกเธอก็จะสนับสนุนนายงั้นเหรอแบบนั้นฉันทำไม่ได้หรอก..ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้หัวใจของหลี่เหว่ยแต่ฉันก็ไม่คิดที่จะใช้สามีร่วมกับผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด” ซูซี่พูด
“เอ่อ..เรากำลังพูดถึงปัญหาของเธอ..อย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยวข้องสิ” เย่เชียนพูด
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นข้างนอกตามด้วยเสียงกรีดร้องจนเย่เชียนขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้และถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
.
.
.
……………