ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1450 ไม่พอใจกับควายพ่ายแพ้
ตอนที่ 1450 ไม่พอใจกับควายพ่ายแพ้
……………
ในเมืองนิวเดลีนั้นมีคนน้อยมากที่กล้าเข้ามาภายในคฤหาสน์ของดีห์ราห์ในแบบที่รุกรานเขาแบบนี้ นอกจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ใครจะกล้ามายั่วยุพวกเขาอีก? เป็นไปได้ไหมว่าพวกที่เหลือของนักรบพราหมณ์รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้ดังนั้นพวกเขาจึงมาที่นี่ในวันนี้เพื่อแก้แค้น?
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและยืนขึ้นพร้อมกับพูดว่า “เธอรอที่นี่ก่อนเดี๋ยวฉันจะออกไปดู” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เดินออกไป ในเวลานี้ผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งของดีห์ราห์ก็รีบเข้ามาหาเย่เชียนและทำความเคารพอย่างรีบร้อนแล้วพูดว่า “คุณเย่ครับ!”
“เกิดอะไรขึ้น?..มันเกิดอะไรขึ้นข้างนอกกันแน่?..ใครอยู่ข้างนอก?” เย่เชียนถาม
“เขาเป็นชายหนุ่มเขาบอกให้คุณเย่ออกไปพบเขาครับ” ผู้ใต้บังคับบัญชาพูด “ชายหนุ่มคนนั้นพาพวกมาด้วยสองคนและพวกเขาก็มีฝีมือมากจนคนของเราทำอะไรไม่ได้เลย..ตอนแรกผมจะสั่งให้คนของเรายิงและฆ่าพวกเขาแต่ผมกังวลว่านั่นอาจจะเป็นเพื่อนของคุณเย่”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและแอบคิด “ชายหนุ่ม?..จะเป็นใครได้..ฉันไม่รู้จักคนอื่นในประเทศอินเดียยกเว้นเซี่ยเฟยและดีห์ราห์” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดว่า “อย่ากังวลไปเลย..พาฉันไปหาเขาหน่อย”
เมื่อพวกเขาไปถึงประตูพวกเขาก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในคฤหาสน์พร้อมกับลูกน้องสองคน ด้านหลังของพวกเขาคือลูกน้องของดีห์ราห์ที่ถูกทำร้ายซึ่งดูเหมือนจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อเห็นชายหนุ่มเย่เชียนก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธแค้นและต้องการแก้แค้นเขา
ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากร็อกซ์มัวร์คุณชายแห่งตระกูลมัวร์และเป็นชายหนุ่มที่แข่งกับเย่เชียนในคืนนั้นและเสียเงินให้กับเย่เชียนไป 200,000 ปอนด์ เมื่อเห็นเย่เชียนใกล้เข้ามาร็อกซ์มัวร์ก็โบกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องสองคนของเขาหยุด จากนั้นก็หันไปมองเย่เชียนและพูดอย่างเย็นชาว่า “ในที่สุดแกก็กล้าออกมาสักที”
เย่เชียนมองจากหัวจรดเท้าอย่างระมัดระวังจากนั้นก็พยักหน้าเพราะพวกเขาทั้งสองเป็นยอดฝีมือ จากนั้นสายตาของเย่เชียนก็จับจ้องไปที่ร็อกมัรว์และยักไหล่เล็กน้อยแล้วพูดว่: “ทำไมฉันถึงจะไม่กล้าออกมาล่ะ?..อะไรกัน..แกต้องการแข่งกับฉันหลังจากที่แกแพ้ไปครั้งที่แล้วอีกเหรอ?..ถ้างั้นแกมีเงินอีกไหมล่ะ”
“หืม..ฉันจะแพ้แกได้ยังไงถ้าไม่ใช่เพราะแผนสกปรกๆของแกครั้งที่แล้ว..ฉันถูกแกโกงเงินไปสองแสนปอนด์และฉันก็มาที่นี่วันนี้เพื่อสะสางบัญชีกับแก..เพราะงั้นแกเอาเงินมาคืนฉันแล้วขอโทษและยอมรับความผิดพลาดของตัวเองซะ..แล้วฉันจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ร็อกมัรว์พูด
ในเวลานี้เฟิงหลาน,หลิวเทียนเฉินและดีห์ราห์ก็ออกมาเช่นกันและดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหมดจะตื่นกันแล้ว เมื่อมาถึงด้านข้างของเย่เชียนแล้วเฟิงหลานก็มองร็อกมัรว์จากนั้นก็หันไปมองเย่เชียนและถามว่า “บอส..เขาเป็นใครเหรอ?”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและโน้มตัวไปข้างๆหูของเฟิงหลานและเล่าถึงตัวตนของร็อกมัรว์ เฟิงหลานก็ตกตะลึงเล็กน้อยและไม่พูดอะไร
ดีห์ราห์ก็พูดว่า “เฮ้ยแกน่ะ..แกรู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน?..ถ้าแกกล้ามาที่นี่เพื่อทำอะไรโง่ๆก็ออกไปจากที่นี่ซะไม่อย่างนั้นฉันจะจับแกโยนออกไป”
“ถ้าแกมีความสามารถมากพอก็ลองมาแตะตัวฉันดูสิ” ร็อกมัรว์พูด “ถ้าวันนี้เย่เชียนไม่ขอโทษฉันล่ะก็ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”
“นี่แกอยากตายขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?” หลิวเทียนเฉินพูด “แกกับพวกของแกสองคนไสหัวไปซะ..แกกล้ามาที่นี่เพื่อท้าทายฉัน..นี่มันไม่ใช่ประเทศอังกฤษนะเพราะงั้นอย่าคิดว่าแกที่เป็นคุณชายน้อยแห่งตระกูลมัวร์แล้วทุกคนจะกลัวแก..อย่าคิดที่จะออกไปจากที่นี่ง่ายๆล่ะ”
ร็อกมัรว์ยิ้มอย่างเหยียดหยามและพูดว่า “ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะยิ่งใหญ่ขนาดนั้นหรอกและฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีอำนาจเหนือใครเพียงเพราะฉันเป็นคุณชายน้อยของตระกูลมัวร์..แต่ฉันอยู่ที่นี่ในวันนี้ฉันเพราะฉันมาที่นี่เพื่อแสวงหาความยุติธรรมเพราะงั้นอย่าอวดเก่งนักเลย..ฉันพาคนมาแค่สองคนเพราะงั้นถ้าพวกแกเก่งนักล่ะก็ลองเอาชนะลูกน้องของฉันดูสิ..ถ้าแกชนะได้ฉันจะปล่อยให้มันเป็นอดีตและไม่สนใจมันอีก”
เย่เชียนเม้มปากเล็กน้อยและพูดว่า “แล้วทำไมฉันถึงต้องสู้กับคนอื่นด้วย?..แบบนั้นฉันก็แค่เรียกคนมาและฆ่าแกโดยตรงจะไม่ง่ายกว่าเหรอ?” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่เพราะถ้าแกมีเงินฉันก็ไม่รังเกียจที่จะพนันกับแกอีกเพราะงั้นแกจะเดิมพันอีกครั้งไหมล่ะ?”
ร็อกมัรว์ตกตะลึงเล็กน้อยและเงียบไปครู่หนึ่งและคิดอย่างรอบคอบ ใช่ถ้าเขาไม่เดิมพันเย่เชียนก็คงจะไม่ให้โอกาสเขา ถึงแม้ว่าเขาจะพายอดฝีมือมาสองคนแต่ถ้าเย่เชียนเรียกลูกน้องออกมาเป็นจำนวนมากเขาก็กลัวว่าลูกน้องสองคนของเขาจะไม่สามารถรับมือได้ ร็อกมัรว์สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “แกจะเดิมพันยังไง?”
“ก็เหมือนเดิมถ้าคนของแกแพ้แกจะต้องให้ฉัน 400,000 ปอนด์และถ้าฉันแพ้ฉันจะคืนเงิน 200,000 ปอนด์ให้แกแล้วฉันจะขอโทษแก..แบบนี้เป็นไง?” เย่เชียนพูด
“นี่มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด..แกให้แก 400,000 แต่แกให้ฉัน 200,000 นี่แกคิดว่าฉันโง่เหiอ?” ร็อกมัรว์พูด
“ให้ตายเถอะฉันต้องขอโทษแกเลยนะถ้าฉันแพ้..นี่คำขอโทษของฉันมันมีค่าไม่ถึงสองแสนบาทงั้นเหรอ?” เย่เชียนพูด
“ฉันตกลง!” ร็อกมัรว์กัดปากแล้วพูด เงิน 400,000 ปอนด์นั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลยแต่เพื่อที่จะเอาหน้าตาและศักดิ์ศรีของเขากลับคืนมาเขาก็ยอมเสี่ยงทั้งหมด นอกจากนี้เขายังค่อนข้างมั่นใจในลูกน้องสองคนของเขาเพราะทั้งสองเป็นยอดฝีมือที่รับใช้ตระกูลมาทั้งคู่ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ควรจะแพ้
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “แกต้องรักษาสัญญาที่แกพูดนะ..ฉันไม่อยากเสียเวลาเหมือนวันนั้นอีก” จากนั้นเย่เชียนก็หันหน้าไปมองหลิวเทียนเฉินและพูดว่า “พี่เทียนเฉินจัดการให้หน่อยนะ”
“ไม่มีปัญหา” หลิวเทียนเฉิ พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “แต่ว่านะบอส..การสู้ตัวต่อตัวมันเสียเวลาเกินไปเพราะงั้นฉันคิดว่าฉันจะจัดการทั้งหมดพร้อมกัน”
“แกมีข้อโต้แย้งอะไรอีกไหม?..พี่ชายของฉันคิดว่ามันเสียเวลาเกินไปและต้องการจะสู้พร้อมๆกันในครั้งเดียวและตราบใดที่คนของแกสามารถเอาชนะพี่ชายของฉันได้การเดิมพันของเราก็มีผลและแกก็จะชนะ” เย่เชียนมองไปที่ร็อกมัรว์และพูด
“แกพูดเองนะ..ถ้าแกแพ้แกห้ามกลับคำพูดเด็ดขาด” ร็อกมัรว์พูด
“ไอ้เวรนี่..ฉันจะกลับคำพูดไปทำไม” เย่เชียนพูด “เอาล่ะ..หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว..เริ่มสักทีเพราะฉันยังรอเงินที่จะไปซื้อเสื้อผ้าใหม่อยู่”
ร็อกมัรว์ไม่พูดอะไรอีกและเขาก็ชำเลืองมองลูกน้องสองคนของเขาแล้วพูดว่า “แสดงผลงานดีๆให้ฉันเห็นและอย่าทำให้ฉันอับอายรู้ไหม?”
ทั้งสองก็เต็มไปด้วยความโกรธเพราะหลิวเทียนเฉินดูถูกพวกเขามากโดยการบอกให้พวกเขาต่อสู้พร้อมกันและนี่ก็เป็นความอัปยศอดสูอย่างมาก ต่อให้ไม่มีคำสั่งของร็อกมัรว์ก็ตามถึงยังไงพวกเขาต้องการให้บทเรียนที่หนักหน่วงและโหดร้ายกับหลิวเทียนเฉินอยู่แล้วและทำให้รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าอยู่อีก
ในตระกูลมัวร์ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเทียบเท่ากับบอดี้การ์ดแต่พวกเขาก็ยังเป็นยอดฝีมือระดับสูงที่คอยปกป้องสมาชิกคนสำคัญของตระกูลมัวร์เป็นการส่วนตัวและพวกเขาก็มีคุณค่าสูงในตระกูลมัวร์และแม้แต่ผู้นำตระกูลมัวร์ก็ไว้วางใจและให้คุณค่ากับพวกเขามากดังนั้นพวกเขาจะถูกหลิวเทียนเฉินประเมินพวกเขาต่ำไปได้อย่างไร
ทั้งสองก้าวไปข้างหน้าและมองไปที่หลิวเทียนเฉินและพูดอย่างเย็นชาว่า “แกพูดอย่างนั้นเองนะเพราะงั้นก็อย่าหาว่าพวกเรารังแกก็แล้วกัน..สองต่อหนึ่งงั้นเหรอ..แกมันขี้โม้เกินไป”
หลิวเทียนเฉินยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “พวกแกหยุดพูดเรื่องไร้สาระกันได้แล้วเพราะพวกแกจะได้รู้ตัวว่าพวกแกนั่นแหละที่ขี้โม้และหยิ่งผยองเอง..เอาล่ะอย่าเสียเวลากันเลย..ฉันจะไปเที่ยวกับบอสหลังจากที่ฉันได้เงินหนึ่งแสนปอนด์และฉันจะกินบะหมี่กี่ชามก็ได้”
ทั้งสองโกรธและพุ่งเข้าหาหลิวเทียนเฉิน เมื่อเห็นพวกเขาแบบนี้เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม เพราะอีกฝ่ายรู้สึกหงุดหงิดและเสียสมาธิง่ายมาก นอกจากนี้เย่เชียนก็ยังเห็นทักษะของทั้งสองคนในตอนนี้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่อ่อนแอแต่ก็ยังมีช่องว่างความต่างกับหลิวเทียนเฉินอยู่มาก ดังนั้นเย่เชียนจึงปล่อยให้หลิวเทียนเฉินดำเนินการด้วยความมั่นใจ
ทั้งสองอยู่ทางซ้ายกับขวาและการโจมตีค่อนข้างทรงพลัง อย่างไรก็ตามการโจมตีนั้นซ้ำซากจำเจไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆและตรงมาก หลิวเทียนเฉินดูเหมือนจะจงใจพยายามโจมตีขวัญกำลังใจของพวกเขาโดยไม่ยั้งมือเลย ย้อนกลับไปตอนที่เย่เชียนได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้โบราณเมื่อเขาเข้าสู่ตระกูลเย่และเขาก็ได้นำกลโกงการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้โบราณจำนวนมากจากตระกูลเย่และมอบให้กับพี่น้องคนอื่นๆของเขี้ยวหมาป่า ถึงแม้ว่าเวลาฝึกฝนของพวกเขาจะไม่นานนักแต่ทักษะของพวกเขาก็ไม่อ่อนแออีกต่อไป ท้ายที่สุดแล้วสมาชิกองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่านั้นก็ไม่ใช่ตัวละครธรรมดาๆ พวกเขาอาจถูกมองว่าเป็นมังกรและนกฟีนิกซ์ท่ามกลางผู้คนในโลกใบนี้
ในขณะนั้นโทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้น เย่เชียนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูและมันเป็นสายจากจ้าวหยาจนเย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและรับสายทันที เสียงของจ้าวหยาดังมาจากข้างในสาย “เย่เชียนตอนนี้นายอยู่ที่ประเทศอินเดียหรือเปล่า?..ไอคุณชายน้อยจากตระกูลมัวร์ได้ไปรบกวนนายไหม?”
“ใช่..เขาพาคนสองคนมาสู้กับฉันและตอนนี้เขาก็กำลังสู้กับพี่เทียนเฉินอยู่” เย่เชียนยิ้มและพูดว่า “มีอะไรเหรอ?..มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“เย่เชียนเขาเป็นแค่เด็กที่ชอบทำอะไรบ้าๆบอๆและเขาก็ดีกับฉันเสมอในเดอะมัวร์กรุ๊ปเพราะงั้นอย่าไปทำร้ายเขาเลยนะ” จ้าวหยาพูด “ไม่นานมานี้ฉันได้ยินข่าวว่าเขาแพ้พนันกับนายและถูกนายแบล็คเมล์เงินไป 200,000 ปอนด์..ซึ่งฉันก็คิดว่าด้วยนิสัยของเขาแล้วเขาคงจะไม่ยอมปล่อยไปอย่างแน่นอน..เพราะงั้นฉันก็เลยโทรมาหานาย..นายน่ะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่เขาเป็นแค่เด็กและฉันก็ห่วงเขาเหมือนลูกเพราะงั้นอย่าทำอะไรเขารุนแรงล่ะ”
“เธอโทรหาฉันเพื่อบอกเรื่องนี้กับฉันน่ะเหรอ?” เย่เชียนเม้มปากและพูดว่า “ฉันคิดว่าเธอจะคิดถึงฉันซะอีก..เธอชอบเด็กคนนี้งั้นเหรอ..ถ้าใช่ฉันจะไม่เมตตาเขาเด็ดขาด”
.
.