ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1451 แกล้งเด็ก
ตอนที่ 1451 แกล้งเด็ก
……………
เย่เชียนก็ไม่ได้คิดที่จะทำร้ายเด็กคนนี้เช่นเดียวกับที่เย่เชียนพูดกับเซี่ยเฟยในคืนนั้นเพราะเขาค่อนข้างสนุกที่เห็นเด็กคนนี้และเขาก็แค่แกล้งร็อกซ์มัวร์เท่านั้นเองและไม่ได้คิดที่จะทำร้ายแต่อย่างใด แน่นอนว่าเย่เชียนยังเชื่อด้วยว่าจ้าวหยาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบคนแบบนี้แต่เธอสงสารเขาเท่านั้นเอง นอกจากนี้เด็กคนนี้อายุเท่าไหร่? ดูเหมือนเขาจะอายุไม่เกินสิบแปดหรือสิบเก้าปี
จ้าวหยาพูดด้วยความโกรธ “นายกำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไรเนี่ย..ฉันแค่ไม่คิดว่าเขาจะเลวร้ายแบบนั้นเขาแค่มีนิสัยแบบพวกลูกขุนนางที่ชอบทำอะไรบ้าๆบอๆใหญ่โตแบบนั้นแต่ถ้าเทียบกับลูกขุนนางหรือพวกลูกคนรวยคนอื่นๆหลายคนเขาก็เป็นคนดี..นอกจากนี้ตั้งแต่ฉันมาเข้าร่วมเดอะมัวร์กรุ๊ปเขาก็ถือว่าฉันเป็นพี่สาวของเขาเสมอเพราะงั้นฉันจึงไม่อยากให้นายทำร้ายเขา”
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยฉันแค่ล้อเธอเล่นน่ะ..ฉันไม่ได้คิดที่จะทำอะไรเขาหรอกฉันแค่แกล้งเขาน่ะ..อีกอย่างในเมื่อที่รักของฉันพูดมาแบบนี้ฉันก็ต้องทำตามอยู่แล้ว”
“หยุดพูดกะล่อนได้แล้ว” จ้าวหยาพูด “อีกอย่างนายช่วยอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้หรอ..นายไปที่ไหนก็สร้างปัญหาที่นั่นตลอด..ตอนนี้นายมีภรรยาและลูกแล้วนะและถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับนายใครจะดูแลพวกเค้าล่ะ..นายเอาแต่ออกจากบ้านทุกวันนายไม่กลัวว่าลูกจะจำนายไม่ได้เหรอ”
นี่เป็นเรื่องน่าปวดหัวในใจของเย่เชียนและเขาก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะสามารถอยู่เคียงข้างลูกได้ตลอดเวลาแต่โชคดีที่ลูกสองคนของเขานั้นมีสติปัญญาล้ำเลิศและไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้จริงๆว่าจะเข้ากับพวกเขาได้อย่างไร เย่เชียนไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเด็กทั้งสองคนเลยในตอนนี้ เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “โอเคฉันเข้าใจแล้วแต่เธอน่ะเอาแต่ทำงานให้คนอื่นแต่ไม่อยากกลับมาช่วยฉันเลยงั้นเหรอ..ตอนนี้บริษัทของฉันอยู่ในภาวะขาดแคลนคนนะรู้ไหม..ตอนนี้ก็กำลังหาคนมาช่วยหูวเค่อเพราะงั้นเธอไม่คิดจะกลับมาเหรอ?”
“ยังไม่ใช่ตอนนี้แต่เมื่อถึงเวลาฉันจะกลับไปแน่” จ้าวหยาพูด “ฉันเป็นหนี้บุญคุณตระกูลมัวร์มากและฉันก็ต้องตอบแทนพวกเขา..ไม่อย่างนั้นฉันจะรู้สึกไม่สบายใจ..เอาเถอะฉันจะไม่พูดอะไรแล้วเพราะฉันยังมีการประชุมทางวิดีโอเร็วๆนี้..ฉันจะบอกนายอีกทีถ้าถึงเวลา..จำคำพูดของฉันเอาไว้ล่ะ”
หลังจากพูดจบจ้าวหยาก็วางสายโทรศัพท์ไปเย่เชียนก็เม้มปากเล็กน้อยและเก็บโทรศัพท์มือถือไป เกี่ยวกับเรื่องของจ้าวหยา นั้นเย่เชียนมีความสงสัยอยู่ในใจเสมอเพราะตอนที่เขาอยู่ที่ไต้หวันหูวเค่อเคยรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในตัวของจ้าวหยาเพราะอ่อร่าเย็นๆบนร่างกายของเธอนั้นแปลกประหลาดมากและหูวเค่อก็บอกเย่เชียนในเวลาต่อมา เดิมทีเย่เชียนวางแผนจะถามจ้าวหยาแต่เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ดีเพราะถ้าจ้าวหยาต้องการพูดอะไรเขาก็จะพูดตามธรรมชาติ เย่เชียนไม่ได้คาดหวังว่ามันจะล่าช้ามาจนถึงทุกวันนี้และสิ่งที่จ้าวหยาพูดเมื่อกี้ก็ทำให้เย่เชียนนึกถึงเหตุการณ์นี้และดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับจ้าวหยาตอนที่เธอเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษอย่างแน่นอนและมันก็น่าจะเกี่ยวข้องกับตระกูลมัวร์
สายตาของเย่เชียนหันกลับไปที่สนามต่อสู้และในเวลานี้ลูกน้องของร็อกซ์มัวร์สองคนก็เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดและทำได้แค่ป้องกันการโจมตีของหลิวเทียนเฉินเท่านั้น หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าอีกไม่นานลูกน้องสองคนของร็อกซ์มัวร์จะพ่ายแพ้ ซึ่งในใจของพวกเขาก็กังวลมากเพราะพวกเขาไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิวเทียนเฉินเลยทั้งที่พวกเขาร่วมมือกันสู้ สิ่งนี้ทำให้พวกเขากังวลมากขึ้นและเป็นผลให้พวกเขาไม่สามารถแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ออกมาได้เลย
“พี่เทียนเฉินทำอะไรอยู่น่ะ?..พี่เล่นกับพวกเขาพอหรือยังถ้าพอแล้วก็จัดการได้เลย” เย่เชียนพูด
“ได้..มันจะจบในทันที” หลิวเทียนเฉินตอบและทันใดนั้นเขาก็พุ่งไปข้างหน้าต่อยหนึ่งในนั้นเข้าที่หน้าอกอย่างแรงจากนั้นเขาก็ก้มศีรษะเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของอีกคนและเตะไปข้างหลังที่ท้องของอีกฝ่ายอย่างแรงจนทั้งสองล้มลงกับพื้นพร้อมกับกรีดร้องและพยายามดิ้นรนเพื่อลุกขึ้นและอยากจะรีบลุกขึ้นอีกครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ ร็อกซ์มัวร์ก็จ้องพวกเขาอย่างดุร้ายและกดดันพวกเขา
เย่เชียนยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะการเดิมพันจบลงแล้วทำตามคำพูดและส่งเงินสี่แสนปอนด์มาซะและห้ามขาดเลยแม้แต่น้อยไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ”
ร็อกซ์มัวร์กัดฟันและพูดว่า “ฉันยังไม่แพ้..เราแค่ตกลงกันว่าแกจะชนะก็ต่อเมื่อเอาชนะฉันและตอนนี้แกก็ชนะไปแค่ยกแรกเพราะงั้นแกยังไม่ชนะจริงๆสักหน่อย”
“ห๊ะ?..อะไรนะ..นี่แกยังมีลูกน้องอีกเหรอ?” เย่เชียนเม้มปากแล้วพูดว่า “อย่าบอกนะว่าแกโทรตามคนมาเพิ่มน่ะ..อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันเพราะงั้นยอมรับความพ่ายแพ้และรีบเอาเงินมาซะ!”
“อย่ากังวลไปเลยฉันไม่ได้ล้อเล่นเหมือนแกเพราะฉันยังไม่ได้ต่อสู้เลยเพราะงั้นถ้าแกเอาชนะฉันได้แกก็เอาเงินไป” ร็อกซ์มัวร์พูด ทันทีที่เขาพูดแบบนี้ลูกน้องของเขาทั้งสองของเขาก็อดไม่ได้ที่จะผงะเพราะพวกเขาเข้าใจว่าถึงแม้ว่าร็อกซ์มัวร์จะได้เรียนรู้การต่อสู้พื้นฐานมาแต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะคนที่อยู่ตรงหน้าเขาได้เลย พวกเขาไม่กล้าปล่อยให้ร็อกซ์มัวร์ทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาดไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องถูกตระกูลมัวร์ลงโทษอย่างแน่นอน เขาจึงรีบพูดว่า “คุณชายน้อย..อย่า..”
“หุบปากซะ” ร็อกซ์มัวร์พูด “พวกแกแพ้ไปแล้วเพราะงั้นฉันจะทำเพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีของตัวเอง”
“แกพูดว่าอะไรนะแกจะสู้งั้นเหรอ..แกล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย” เย่เชียนพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ
“ฉันดูเหมือนล้อเล่นหรือเปล่าล่ะ” ร็อกซ์มัวร์พูด “แกไม่ได้กลัวหรอกใช่ไหม..ถ้าแกกลัวก็ยอมรับความพ่ายแพ้ไปซะและปฏิบัติตามการเดิมพันของเราและขอโทษฉันและฉันจะถือว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
เย่เชียนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้และส่ายหัวและขี้เกียจเกินไปที่จะสนใจเด็กคนนี้ จากนั้นเฟิงหลานก็หันมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “บอสให้ฉันทำเถอะ”
“ไม่จำเป็น” เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “เดี๋ยวผมจัดการเอง..เด็กคนนี้น่าสนใจเลยทีเดียวฮ่าๆ!”
เฟิงหลานตกตะลึงเล็กน้อยและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเย่เชียนถึงให้คุณค่ากับเด็กคนนี้มาก แต่เขาก็พยักหน้าโดยไม่พูดอะไร จากนั้นเย่เชียนก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า “เอาง่ายๆตราบใดที่แกต่อยฉันโดนแค่หมัดเดียวแกก็ชนะ..แต่ถ้าแกแพ้แกจะต้องเพิ่มอีก”
“เพิ่มอะไร” ร็อกซ์มัวร์ถาม
“ถ้าแกแพ้ก็คุกเข่าลงและเคารพฉันสามครั้ง..แกกล้ารับคำท้าไหม?” เย่เชียนพูดแล้วฉีกยิ้ม
“แต่มันก็ต้องมีกำหนดเวลาไม่อย่างนั้น…” เย่เชียนพูด แต่ก่อนที่คำพูดจะจบลงร็อกซ์มัวร์ก็ฉวยโอกาสนั้นพุ่งเข้ามาและเตะไปที่หูของเย่เชียนด้วยการเหวี่ยงขาของเขา “ให้ตายเถอะแกนี่มัน” เย่เชียนตะโกนแต่เขาไม่ได้ใส่ใจเพราะการโจมตีของร็อกซ์มัวร์นั้นเบาและสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย
“หืม..ฉันเรียนรู้สิ่งนี้จากแกน่ะ..แกจำไม่ได้หรอว่าครั้งที่แล้วแกเล่นสกปรกอะไรเพื่อเอาชนะฉันเพราะงั้นทำไมฉันถึงจะทำอย่างนั้นบ้างไม่ได้ล่ะ” ร็อกซ์มัวร์พูด
เย่เชียนฉีกยิ้มและพูดว่า “โอเคมาเลยๆ..แต่ต้องมีเวลาจำกัดนะไม่อย่างนั้นทั้งวันมันก็ไม่จบหรอก..ฉันให้ถึงสิบนาทีและถ้าแกไม่สามารถแตะต้องฉันได้ภายในสิบนาทีนี้แกก็แพ้” เย่เชียนชอบเด็กคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆเพราะเขาน่าสนใจมากและค่อนข้างที่จะใจกล้ส เย่เชียนไม่ได้สนใจกลอุบายของเขาและตรงกันข้ามเขาชื่นชมพฤติกรรมของเด็กคนนี้มาก
“แกก็ห้ามวิ่งหนีล่ะเพราะถ้าแกวิ่งหนีฉันล่ะก็ภายในสิบนาทีนี้ฉันคงลำบาก” ร็อกซ์มัวร์พูดขณะโจมตี
“ไม่มีปัญหา” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและในพริบตาเขาก็มาที่หลังของร็อกซ์มัวร์และตบหน้าผากร็อกซ์มัวร์เบาๆ ร็อกซ์มัวร์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและรู้สึกรำคาญและต่อยกลับ อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถแตะต้องเย่เชียนได้เลยแต่กลับถูกเย่เชียนแกล้งตลอดเวลา ตบหน้าผากและเตะก้นอยู่พักหนึ่งซึ่งทำให้ร็อกซ์มัวร์หัวเสียมากขึ้น แน่นอนว่าการแข่งขันนั้นมันไม่ได้เป็นการแข่งขันอีกต่อำไปและมันก็แค่กลายเป็นการต่อสู้ของอันธพาลข้างถนน
ท้ายที่สุดร็อกซ์มัวร์ก็ยังแตะต้องแม้แต่เสื้อผ้าของเย่เชียนไม่ได้จนร็อกศ์มัวร์สามารถมองเห็นความแตกต่างได้โดยธรรมชาติแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรและยังคงพุ่งไปหาเย่เชียน ซึ่งมันเป็นเหมือนการอาละวาดเพราะร็อกศ์มัวร์แบมือออกและพยายามกอดเย่เชียน
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มและก้าวถอยหลังครั้งแล้วครั้งเล่าและพูดว่า “หยุด..หยุดได้แล้วเวลาหมดแล้ว…แกเสียเวลาไปตั้งสิบนาทีให้ตายเถอะแกจะมากอดฉันทำไมเนี่ย..เอาล่ะหยุดได้แล้วและรีบรักษาสัญญาซะ..ส่งเงินมาแล้วไสหัวไปซะฉันไม่อยากให้แกมายุ่งกับฉันอีก”
“ถ้าแกต้องการเงินแกก็ข้ามศพพวกฉันไปก่อน” ร็อกศ์มัวร์ไม่ได้พูดแต่ลูกน้องสองคนของเขาแทบรอไม่ไหวที่จะพูดเพราะเมื่อเห็นคุณชายน้อยของพวกเขาถูกรักแกแบบนี้พวกเขาก็ต้องทำอะไรสักอย่างเป็นธรรมดาไม่อย่างนั้นอนาคตของพวกเขาจะต้องตกอยู่ในอันตราย
“ไม่ใช่เรื่องของพวกแก..ฉันยินดีที่จะเดิมพันและยอมรับความพ่ายแพ้” ร็อกศ์มัวร์พูดและจ้องไปที่ลูกน้องทั้งสองคนจากนั้นเขาก็หันไปมองเย่เชียนแล้วหยิบเช็คออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วเขียนเช็ค 200,000 ปอนด์แล้วยื่นให้และพูดว่า “นี่คือเงินที่ฉันเสียพนันให้แกรับไปซะ” จากนั้นโดยไม่มีการพูดล่วงหน้าร็อกศ์มัวร์ก็คุกเข่าลงพร้อมกับทำความเคารพเย่เชียนสามครั้งซึ่งทำให้เย่เชียนตกใจเล็กน้อยเพราะเย่เชียนไม่คาดคิดจริงๆว่าเด็กคนนี้จะยอมคุกเข่าลงให้เขาจริงๆจนเขาอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเพราะด็กคนนี้แตกต่างจากลูกหลายคนรวยคนอื่นๆจริงๆ
.
.
.
……………