ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1452 ลูกศิษย์
ตอนที่ 1452 ลูกศิษย์
……………
นี่ไม่เหมือนกับครั้งแรกที่ร็อกซ์มัวร์พนันกับเย่เชียนเพราะครั้งนี้เย่เชียนเอาชนะร็อกซ์มัวร์ได้จริงๆดังนั้นร็อกซ์มัวร์จึงเต็มใจที่จะเดิมพันและยอมรับความพ่ายแพ้ เขารักษาสัญญาและคุกเข่าลงเพื่อขอโทษเย่เชียน ซึ่งสิ่งนี้พิสูจน์ได้ว่าเขามีความรับผิดชอบสูง แตกต่างจากลูกหลายคนรวยทั่วๆไป
เย่เชียนไม่ได้คิดจะทำร้ายร็อกซ์มัวร์เพราะเย่เชียนแค่อยากจะแกล้งเขาเท่านั้นแต่เย่เชียนไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะจริงจังมากซึ่งทำให้เย่เชียนประหลาดใจ ดังนั้นเย่เชียนจึงรีบเอื้อมมือไปพยุงเขาขึ้นและพูดว่า “แกจะทำอะไรฉันยังไม่ตายซะหน่อยแกจะคุกเข่าลงทำไม”
“ผมใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การปรนนิบัติของผู้อาวุโสในตระกูลตั้งแต่ยังเด็กและในสายตาของผู้อาวุโสของตระกูลพวกเขาหวังให้ผมสืบทอดความรุ่งโรจน์ของตระกูลและมียอดฝีมือในตระกูลที่คอยปกป้องผมเพราะฉะนั้นถึงผมจะเรียนการต่อสู้ไปผมก็ไม่เคยได้ใช้มันเลยและมันก็ไม่ได้เรียนอย่างจริงจังสักครั้งเพราะคนพวกนั้นกลัวในสถานะของผมและจงใจยอมผมและประจบประแจงฉผม..แต่วันนี้ผมได้รู้จริงๆแล้วว่ายอดฝีมือที่แท้จริงมันคืออะไร..ต่อหน้าคุณเย่แล้วพวกที่เรียกว่ายอดฝีมือในตระกูลของผมช่างน่าละอายใจเหลือเกิน” ร็อกซ์มัวร์ผละออกจากแขนของเย่เชียนโดยยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นและพูดอย่างจริงใจว่า “ผม..ผมสนใจวัฒนธรรมจีนมากตั้งแต่ผมยังเด็กและผมก็ชอบดูหนังศิลปะการต่อสู้ของจีนด้วย..ผมรู้ว่าถ้าใครอยากเรียนวิชาการต่อสู้จากอาจารย์ที่ประเทศจีนล่ะก็เราจะต้องคุกเข่าลง..เพราะงั้นคุณเย่ครับได้โปรดรับผมเป็นลูกศิษย์ด้วยเถอะ”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “นี่แกเคยโทรหาพ่อของแกแล้วบอกว่าฉันทำอะไรแกไม่ใช่เหรอ?..แกจะให้ฉันเป็นอาจารย์ของแกเนี่ยนะ..ฉันเกรงว่าพ่อของแกจะเป็นคนแรกที่ไม่เห็นด้วย”
“ผมไม่สนใจว่าตัวตนของคุณเย่คือะไรผมรู้แค่ว่าคุณเย่เป็นสุดยอดปรมาจารย์ที่แท้จริงและเป็นคนที่สามารถสอนผมได้..ผมไม่สนใจหรอกว่าคนในตระกูลจะคิดยังไง..ผมหวังว่าคุณเย่จะยอมรับผมเพราะเห็นแก่ความจริงใจของผม” ร็อกซ์มัวร์พูด
“มันไม่ง่ายเลยที่จะเป็นลูกศิษย์ของฉัน” เย่เชียน เฟิงหลาน,หลิวเทียนเฉิน,ดีห์ราห์ก็ตะลึงไปครู่หนึ่งเช่นกันเพราะพวกเขาไม่คาดคิดว่าร็อกซ์มัวร์จะพูดแบบนี้ในทันทีแต่พวกเขาค่อยๆมองไปที่ร็อกซ์มัวร์ด้วยความชื่นชมและเปลี่ยนมุมมองของพวกเขาเล็กน้อย
“ผมรู้ว่าปรมาจารย์จีนจะทดสอบลูกศิษย์ของเขาเมื่อเขารับลูกศิษย์..เพราะงั้นหากคุณเย่จะทดสอบผมก็เพียงแค่บอกผมมา..ไม่ว่าจะยากแค่ไหนผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและไม่ว่าคุณจะให้ผมทำอะไรผมก็จะทำ” ร็อกซ์มัวร์พูด
“แกพูดเองนะ..โอเค..ฉันจะให้โอกาสแกก็แล้วกัน” เย่เชียนพูด “ตัวตนของแกคือคุณชายน้อยแห่งตระกูลมัวร์และแกก็ได้รับการดูแลอย่างดีมาตลอดเวลาและมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บางคนจะดูถูกแกเพราะงั้นสิ่งแรกที่ฉันต้องการให้แกทำคือฉันต้องการให้แกลดศักดิ์ศรีของแกซะ..ฉันต้องการให้แกออกไปจากที่นี่โดยใส่แค่กางเกงในและวิ่งไปรอบถนนหนึ่งรอบแล้วกลับมา..แกทำได้มั้ย?”
ร็อกซ์มัวร์อดไม่ได้ที่จะชะงักไปชั่วครู่ซึ่งเป็นเรื่องน่าอายอย่างมาก
“อะไรกันแกทำไม่ได้เหรอ?” เย่เชียนพูด “ถ้าแกทำไม่ได้ก็ช่างมันเถอะฉันจะแสร้งทำเป็นว่าฉันไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน.. แกกลับไปได้..แต่ถ้าแกยังไม่พอใจอยู่ล่ะก็เตรียมเงินมาคราวหน้าและมาพนันกันใหม่ได้” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็หันหลังกลับและเดินเข้าไปในบ้าน
“เดี๋ยวก่อน!” ร็อกซ์มัวร์พูด เย่เชียนหันกลับไปช้าๆและมองดูเขาแล้วไม่พูดอะไร ร็อกซ์มัวร์กัดฟันและพูดว่า “ก็ได้..ผมหวังว่าคุณจะรักษาสัญญานะ” หลังจากพูดจบเขาก็เริ่มถอดเสื้อผ้าออกจนบอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ข้างๆเขารีบไปข้างหน้าและหยุดเขา “คุณชายน้อยคุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ..เขากำลังทำให้คุณอับอายและทำให้ตระกูลมัวร์เสื่อมเสีย..ถ้าคุณวิ่งออกไปแบบนี้และถูกถ่ายรูปโดยนักข่าวเหล่านั้นมันส่งผลกระทบอย่างมากต่อชื่อเสียงของตระกูลมัวร์นะครับ”
“พวกแกไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปหรอก..จะไปไหนก็ไป” เมื่อร็อกซ์มัวร์พูดเขาก็ถอดเสื้อผ้าออกแล้วและเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เฮ้..แกมีรูปร่างที่ดีใช้ได้เลยนี่..มันจะต้องถูกใจผู้หญิงตามท้องถนนแน่ๆ..มาดูนี่สิทุกคน..นี่คือคุณชายน้อยของตระกูลมัวร์..ตอนนี้เขาใส่แต่กางเกงในจริงๆด้วยว่ะ”
มีเสียงหัวเราะดังขึ้นด้านล่างและร็อกซ์มัวร์ก็กัดฟันและพูดว่า “ผมหวังว่าคุณจะรักษาสัญญา”
“ถ้าแกเสียใจมันก็ยังไม่สายเกินไป” เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
“ผมร็อกซ์มัวร์จะทำตามที่คุณสั่ง” หลังจากร็อกซ์มัวร์พูดจบเขาก็หันหลังวิ่งออกไปเมื่อเห็นดังนั้นบอดี้การ์ดทั้งสองจึงรีบหยิบเสื้อผ้าของร็อกซ์มัวร์แล้วตามไป
เมื่อเห็นร็อกซ์มัวร์จากไปรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเย่เชียนและเฝิงหลานก็หันไปมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “บอส..ไอ้เด็กคนนี้ไม่เลวเลย..ทำไมบอสถึงทำให้เขาอับอายแบบนี้ล่ะ”
เย่เชียนเม้มปากแล้วพูดว่า “พี่คิดว่าผมกำลังพยายามทำให้เขาขายหน้าหรอ..แบบนั้นมันน่าเบื่อมากเพราะถ้าผมต้องการทำให้เขาอับอายมันก็มีหลายวิธีที่จะทำและจะไม่ใช้วิธีนี้เพราะเด็กคนนี้เป็นคนดีจริงๆและอย่างน้อยๆเขาก็ไม่มีความเย่อหยิ่งจองหองเหมือนพวกผู้ดีเหล่านั้น..แต่เขาถูกเอาอกเอาใจมาตลอดตั้งแต่เด็กและถ้าเขาไม่สามารถเรียนรู้ที่จะทนต่อการเยาะเย้ยและดูถูกของคนอื่นได้เขาก็จะไม่มีวันเรียนรู้ที่จะเติบโตเพราะงั้นผมแค่อยากให้เขาเจอกับความอับอายซะบ้างเพราะถ้าแค่นี้เขายังทนไม่ได้เขาก็ไม่สมควรเป็นลูกศิษย์ของผม”
เฟิงหลานส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “เด็กคนนี้ไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้เลยและฉันเดาว่าเขาจะต้องอับอายเมื่อเขากลับมา”
เย่เชียนหัวเราะเบาๆและพูดว่า “นี่ก็เป็นการเรียนรู้สำหรับเขาที่จะเติบโต..ในอดีตเขาเป็นเหมือนดาราและทุกคนก็เยาะเย้ยเขาในตอนนี้..ผมแค่อยากให้เขาแบกรับบรรยากาศแบบนี้และปล่อยให้เขาเข้าใจความจริง..คนเหล่านั้นยกยอเขาไม่ใช่เพราะตัวเขาเองแต่เป็นเพราะพ่อและครอบครัวของเขา..ซึ่งผู้ชายที่ต้องการให้คนอื่นยกยอเขาควรพึ่งพาตัวเองไม่ใช่อำนาจของครอบครัว” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเย่เชียนก็พูดว่า “ขอโทษนะทั้งสามคน..อยากกลับไปพักต่อไหมเพราะวันนี้ไม่มีอะไรให้ทำหรอก”
“ฉันนอนไปแล้วเพราะงั้นคืนนี้เรามาพักผ่อนกันดีกว่า..ระหว่างรอเขาเราก็เข้าไปดื่มชากันเถอะ” เฟิงหลานพูด
เย่เชียนพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก พวกเขาเดินเข้าไปในบ้านและนั่งลงในห้องนั่งเล่นแล้วชงชาดื่มอย่างสบาย เมื่อเย่เชียนกลับไปที่ห้องนั่งเล่นซูซี่ก็ไม่อยู่ที่นั่นแล้วและคิดว่าเธอออกไปคนเดียวอย่างลับๆเพราะทุกสิ่งที่ต้องพูดเธอก็พูดหมดแล้วและซูซี่ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่อีกต่อไปและถ้ามีใครรู้ตัวตนของเธอจะถูกเปิดโปงได้ง่ายและมันจะอันตรายมากในเวลานั้น
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมาร็อกซ์มัวร์ก็กลับมาโดยสวมกางเกงชั้นในและวิ่งตรงเข้าไปในห้องนั่งเล่น สีหน้าของเขาดูหดหู่และอายมากๆ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะถูกเยาะเย้ยแล้วใช่ไหม? ร็อกซ์มัวร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆและทำให้จิตใจของเขามั่นคงและพูดว่า “ผมได้ทำในสิ่งที่คุณขอให้ผมทำแล้วและตอนนี้คุณก็รับผมเป็นลูกศิษย์แล้วใช่ไหม”
“ฉันไม่เคยบอกว่าจะรับแกเป็นลูกศิษย์” เย่เชียนทำหน้าบึ้งและพูดว่า “ฉันแค่บอกให้แกออกไปวิ่งส่วนจะรับแกเป็นลูกศิษย์หรือไม่ฉันยังไม่ได้ตกลงอะไรด้วยเลย”
“คุณ…” ร็อกซ์มัวร์พูดด้วยความโกรธ “คุณไม่รักษาสัญญา”
“ไม่ใช่วันแรกที่แกพบฉัน..แกก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่รักษาสัญญา..ถ้าเป็นแบบนั้นทำไมแกยังถูกฉันหลอกอีกล่ะ” เย่เชียนพูดว่า “อะไรนะ คุณโกรธไหม คุณ ตอนนี้รู้สึกโกรธมากไหม ละอายใจไหม ตอนนี้คุณเกลียดฉันไหม”
ร็อกซ์มัวร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆและระงับความโกรธในใจแล้วพูดว่า “แล้วผมต้องทำยังไงคุณถึงจะรับผมเป็นลูกศิษย์”
“ฉันไม่เคยคิดที่จะรับแกเป็นลูกศิษย์เลยแกควรล้มเลิกความคิดนี้ซะ” เย่เชียนพูด “ถ้าแกรู้สึกไม่สบายใจแกก็สามารถหาทางแกแค้นจากฉันได้เลย.แต่ลองนึกถึงความจริงที่ว่าแกไม่ได้สวมเสื้อผ้าบนถนนเมื่อกี้แล้วฉันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ..ทำไมแกถึงงี่เง่าแบบนี้แกเชื่อคำพูดนั้นจริงๆเหรอ?”
ร็อกซ์มัวร์ไม่อยากจะเชื่อเพราะเขาจริงจังมากจนยอมทิ้งศักดิ์ศรีแต่สุดท้ายเย่เชียนก็แค่ล้อเล่นกับเขา ดังนั้นความโกรธในใจของเขาจึงไม่สามารถจินตนาการได้เลย ร็อกซ์มัวร์กัดริมฝีปากของเขาด้วยความโกรธแล้วพูดว่า “เย่เชียนคุณกล้าดียังไงมาล้อผมเล่น..ผมได้รับความอัปยศอดสูนี้แล้วและไม่ช้าก็เร็วผมจะคืนให้คุณเท่าตัว”
“ถูกต้อง..นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการให้แกทำ” เย่เชียนพูดแล้วหัวเราะเบา ๆ
“หืม!” ถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วร็อกซ์มัวร์ก็หันหลังจากไป บอดี้การ์ดสองคนของเขาก็รีบยื่นเสื้อผ้าให้เขาใส่แต่ร็อกซ์มัวร์กลับปัดเสื้อผ้าทิ้งลงพื้นแล้วเดินออกไปแบบนี้ เฟิงหลานส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และยืนขึ้นและรีบเข้าไปหาเขาแล้วหยุดเขา จากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยอล่วโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของเขาและกระซิบว่า “ไอ้โง่เอ๊ย..บอสจงใจแกล้งเอ็งน่ะ..เขาสัญญากับเอ็งไปแล้ว”
ร็อกซ์มัวร์ผงะเล็กน้อยและพูดว่า “คุณพูดว่าอะไรนะ?”
“จุดประสงค์ของบอสในการทำแบบนี้คือเพื่อให้นายรู้ว่าการถูกคนอื่นหัวเราะเยาะมันเป็นยังไงและเรียนรู้ที่จะเคารพคนอื่นในอนาคตเพื่อที่จะค่อยๆลบล้างความเย่อหยิ่งในตัวเอ็ง..ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เอ็งจะได้เรียนรู้อย่างแท้จริงจากบอส” เฟิงหลานพูดว่า “รีบไปหาเขาซะสิ”
ร็อกซ์มัวร์ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและทันใดนั้นก็ตื่นเต้นแล้วเขาก็คุกเข่าลงต่อหน้าเย่เชียนพร้อมกับก้มหัวสามครั้งแล้วพูดว่า “อาจารย์!”
เฟิงหลานเดินไปหยิบถ้วยชาแล้วยื่นให้ร็อกซ์มัวร์และพูดว่า “ตามกฎของประเทศจีนแล้วลูกศิษย์ต้องถวายชาแก่อาจารย์..เร็วเข้า!”
ร็อกซ์มัวร์ตอบแล้วหยิบชายื่นให้เย่เชียนด้วยความเคารพและพูดว่า “อาจารย์ครับเชิญดื่มชา!” สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการเป็นลูกศิษย์ของเย่เชียน
.
.
.
……………