ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1453 เป้าหมายใหม่ของการทำลายล้าง
ตอนที่ 1453 เป้าหมายใหม่ของการทำลายล้าง
……………
เย่เชียนหยิบถ้วยชาแล้วจิบช้าๆจากนั้นก็ยื่นมือไปพยุงร็อกซ์มัวร์เล็กน้อยแล้วพูดว่า “ลุกขึ้น” ร็อกซ์มัวร์ตอบรับอย่างเต็มใจและยืนขึ้น เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เมื่อกี้ฉันแค่ทดสอบเอ็งนิดหน่อยน่ะ..เอ็งนิสัยเสียและเอาแต่ใจตั้งแต่ยังเด็กและผู้คนมากมากก็ล้อมรอบเอ็งเพื่อเอาใจเอ็งและประจบประแจงเอ็งเพราะงั้นฉันหวังว่าเอ็งจะเข้าใจว่าที่ทำแบบนั้นไม่ใช่เพราะเอ็งยิ่งใหญ่และเอ็งจะไม่ดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่าเอ็งในอนาคต..อีกอย่างถ้าเอ็งเข้าใจสิ่งนี้เอ็งก็จะไม่ทะเลาะกับคนอื่นเพราะความเหนือกว่าของเอ็ง..นายต้องอดทนจากการดูถูกดูแคลนคนอื่น..ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็ยังต้องการดูว่าเอ็งจะมีเลือดลูกผู้ชายอยู่ในตัวเอ็งหรือเปล่าซึ่งเป็นเลือดที่ลูกผู้ชายควรมี..ฉันน่ะพอใจกับประสิทธิภาพขั้นพื้นฐานของเอ็งแล้ว”
“ขอบคุณครับอาจารย์..ลูกศิษย์คนนี้เข้าใจแล้ว” ร็อกซ์มัวร์พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมและพูดว่า “อาจารย์ครับผมจะได้เริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้จากอาจารย์อย่างเป็นทางการได้เมื่อไหร่หรอครับ”
“เรียนศิลปะการต่อสู้?” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “พูดตามตรงฉันไม่เคยรับลูกศิษย์เลยและฉันก็ไม่รู้ว่าจะสอนเอ็งได้ยังไง..นอกจากนี้ฉันยังต้องคิดอีกว่าจะสอนเอ็งที่ไหนและเริ่มสอนเอ็งเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้แต่เอ็งไม่ต้องวิตกกังวลเกินไปหรอกเพราะเดี๋ยวฉันจะสอนวิธีทำสมาธิให้เอ็งก่อน”
“ทำสมาธิ?” ร็อกซ์มัวร์ตกตะลึงเล็กน้อยและพูดด้วยความประหลาดใจ “อาจารย์..ผมจะทำสมาธิไปทำไมผมยังไม่แก่เลย”
หลังจากมองไปที่ร็อกซ์มัวร์แล้วเย่เชียนก็พูดว่า “พวกเราทุกคนให้ความสนใจกับความสงบของจิตใจเฉพาะเมื่อจิตใจสงบเท่านั้นที่เราจะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้และจากนั้นเราจะสามารถรักษาความแข็งแกร่งของเราเมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ในอนาคตได้..ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอเราก็ห้ามประมาท..ห้ามวอกแวก..ห้ามอิจฉาริษยาเพราะมันจะทำให้เกิดความหุนหันพลันแล่นภายในใจและด้วยเหตุนี้เราจึงแพ้” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเย่เชียนก็พูดต่อ “เอ่อดูเหมือนว่ามันจะเยอะเกินไปหน่อยและถ้าฉันจะเล่าให้ลึกซึ้งเอ็งก็ไม่เข้าใจอยู่ดี..พูดสั้นๆทำตามที่ฉันพูดแล้วเอ็งจะค่อยๆเข้าใจเอง..ฉันจะสอนวิธีการเข้าถึงพลังปราณให้ก่อนและเอ็งต้องจำเอาไว้ว่าศิลปะการต่อสู้จีนนั้นยากและเอ็งต้อวใส่ใจทีละขั้นตอน..ถึงแม้ว่าจะมีวิธีเห็นผลเร็วแต่ก็เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นกัน..เอ็งยังเด็กอยู่เพราะงั้นเอ็งต้องเริ่มจากพื้นฐานทีละขั้นตอนเอ็งเข้าใจไหม”
เย่เชียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “เอาล่ะฉันจะสอนวิธีทำในภายหลังและเอ็งจะสามารถฝึกฝนอย่างช้าๆหลังจากที่เอ็งกลับไป”
“นั่น..มันแค่นี้เองหรอครับ” ล็อก มัวร์พูดด้วยความประหลาดใจ “อาจารย์ไม่จำเป็นต้องแนะนำผมเป็นการส่วนตัวทุกวันหรอกเหรอ?”
“ฉันมีเวลาไม่มากเพราะงั้นเอ็งต้องกลับไปและฝึกฝนอย่างหนักตามที่ฉันบอก..เพราะหลังจากที่ฉันจัดการเรื่องของฉันเรียบร้อยแล้วฉันจะไปที่ประเทศอังกฤษแล้วฉันจะตัดสินใจตามความก้าวหน้าของเอ็งว่าฉันควรสอนอะไรเอ็งดี” เย่เชียนพูด “อย่างที่ฉันบอกเอ็งต้องอดทนและค่อยๆทำไป..อย่าคิดว่าจะสำเร็จในชั่วข้ามคืนล่ะเพราะมันไม่มีอะไรในโลกที่จะสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืนเอ็งรู้ไหม”
ร็อกซ์มัวร์พยักหน้าอย่างหนักและไม่พูดอีก
เย่เชียนมองไปที่เขาแล้วยิ้มและพูดว่า “รีบไปใส่เสื้อผ้าสิ..ทำไมหรือว่าเอ็งชอบแบบนี้ซะแล้ว?”
ร็อกซ์มัวร์หัวเราะอย่างเขินอายและพูดว่า “จริงๆแล้วมันก็ไม่มีอะไรเลยเพราะหลายๆประเทศในยุโรปก็กำลังสนับสนุนการเคลื่อนไหวแบบไร้เครื่องแต่งกายซึ่งเรียกว่าการกลับคืนสู่ธรรมชาติฮ่าๆ”
ตอนเที่ยงร็อกซ์มัวร์พักรับประทานอาหารกลางวันและในระหว่างมื้ออาหารร็อกซ์มัวร์รู้กฎเป็นอย่างดีและเขาก็ไม่ได้รังเกียจอาหารหรือเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ไม่ได้ดูดีเหมือนกับลูกขุนนางหรือลูกคนรวยคนอื่นๆ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เย่เชียนชื่นชมเกี่ยวกับเด็กคนนี้จากครอบครัวที่ร่ำรวยและนอกจากนี้ถึงแม้ว่าการจัดอันดับองค์กรระดับโลกของเดอะมัวร์กรุ๊ปแล้วก็ยังตามหลังเครือน่านฟ้ากรุ๊ปอยู่มากแต่สำหรับในประเทศอังกฤษแล้วพวกเขามีอิทธิพลในประเทศอังกฤษเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเย่เชียนไม่สามารถสร้างศัตรูได้ตลอดเวลาใช่ไหม? เขาต้องสร้างมิตรภาพที่ไว้ใจได้บ้าง
ในตอนบ่ายเย่เชียนสอนร็อกซ์มัวร์ให้นั่งสมาธิเหมือนกับที่หูวเค่อสอนเย่เชียนในตอนนั้น ร็อกซ์มัวร์ไม่แสดงอาการกระวนกระวายใจใดๆและเขาก็ตั้งใจฟังที่เย่เชียนอธิบายความจริงให้เขาฟังและศึกษาอย่างเคร่งครัดซึ่งทำให้เย่เชียนพอใจมาก
หลังจากเรียนในช่วงบ่ายร็อกซ์มัวร์ก็เข้าใจสิ่งต่างๆดี สำหรับคุณชายผู้สูงศักดิ์ที่คุ้นเคยกับชีวิตที่หรูหรานั้นการนั่งสมาธิจะค่อนข้างยากสักหน่อย อย่างไรก็ตามร็อกซ์มัวร์ก็จริงจังกับการเรียนรู้มาก ศิลปะการต่อสู้โบราณของจีนนั้นเกี่ยวกับพลังงานในร่างกายและก่อนอื่นจำเป็นต้องปลูกฝังพลังนั้นในร่างกายของเขาก่อน อย่างไรก็ตามเย่เชียนไม่คาดหวังว่าร็อกซ์มัวร์จะเรียนรู้ได้ดีขนาดนี้เพราะเขาแค่ต้องการใช้วิธีนี้เพื่อควบคุมอารมณ์ที่ร้อนรนของร็อกซ์มัวร์และปล่อยให้เขาเรียนรู้ที่จะสงบเท่านั้น
หลังอาหารเย็นร็อกซ์มัวร์กลับไปกับบอดี้การ์ดสองคนและเย่เชียนก็บอกหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเขาและบอกให้ร็อกซ์มัวร์โทรหาหากมีคำถามใดๆและหลังจากที่เย่เชียนทำธุระเสร็จเขาจะไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษเพื่อติดตามความคืบหน้าของร็อกซ์มัวร์
เมื่อเห็นล็อกมัวร์จากไปเฟิงหลานก็มองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจและถามว่า “บอสดูจะชื่นชมเด็กคนนี้มากเลยนะ”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อย “เด็กคนนี้มีอะไรให้ชื่นชมจริงๆนั่นแหละและนอกจากนี้เดอะมัวร์กรุ๊ปของครอบครัวเขาค่อนข้างมีอำนาจในประเทศอังกฤษเพราะงั้นคงจะดีมากถ้าหากเราผูกมิตรได้..ทุกวันนี้เขี้ยวหมาป่าของเรามีศัตรูมากพอแล้วดังนั้นเราควรจะมีเพื่อนให้มากกว่านี้บ้าง”
เฟิงหลานพยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไรเพราะเขาเข้าใจในใจว่าเย่เชียนต้องกังวลเกี่ยวกับสกายเน็ตดังนั้นเย่เชียนจึงต้องการหามิตรสหายเพิ่มเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการจัดการในกรณีที่มีปัญหาในอนาคต
ก่อนเข้านอนในตอนกลางคืนเย่เชียนได้โทรหาเซี่ยเฟยและเซี่ยเฟยก็กำลังจัดการสิ่งต่างๆอยู่ ถึงแม้ว่าสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์จะถูกทำลายแต่ก็ยังมีสาวกของนักรบพราหมณ์จำนวนมากที่ยังเหลืออยู่ นอกจากนี้มีก็สาวกของนักรบพราหมณ์มากกว่าครึ่งหนึ่งในหมู่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงจำเป็นต้องสยบพวกเขา อย่างไรก็ตามนี่เป็นเรื่องระยะยาวเช่นกัน และเป็นไปไม่ได้ที่จะสำเร็จภายในวันหรือสองวัน หลังจากทำงานมาทั้งวันเซี่ยเฟยก็เหนื่อยมากเพราะเขาไม่ได้มีงานล้นมือแบบนี้มานานแล้ว ดังนั้นเขาจึงวางสายหลังจากคุยกับเย่เชียนอย่างไม่เป็นทางการ เย่เชียนเองก็ไม่ได้รบกวนเซี่ยเฟยมากนักและเพียงแค่บอกเซี่ยเฟยเกี่ยวกับแผนของเขาและแน่นอนว่าเซี่ยเฟยไม่ได้คัดค้านแต่พยักหน้าเห็นด้วย
เช้าวันต่อมาเย่เชียนตื่นแต่เช้าและออกจากคฤหาสน์ของดีห์ราห์ไป จากนั้นเขาก็โทรศัพท์ไปหาเย่หวันและหลังจากพบกันแล้วทั้งสองก็ขับรถไปที่ฐานประจำการประเทศสหรัฐอเมริกาที่ประจำการอยู่ในประเทศอินเดีย ไกลออกไปเขาจอดรถและเย่เชียนก็พาเย่หวันไปดูอย่างตั้งใจ
เห็นได้ชัดว่าเย่หวันเห็นความตั้งใจของเย่เชียนและถามว่า “บอสคะพวกเขาเป็นเป้าหมายของเราใช่ไหม?”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูด เย่หวันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและพูดว่า “บอสนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะ..นับประสาอะไรกับการป้องกันที่นี่มันแน่นหนามากและไม่มีทางที่จะโจมตีด้วยหน่วยเงาหมาป่าของเราเพียงอย่างเดียวแน่ๆ..ถ้าเรากำจัดพวกเขาฉันเกรงว่ารัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมปล่อยพวกเราไปง่ายๆแน่..พวกเขาอาจจะทนได้กับการฆ่าทหารดัดแปลงพันธุกรรมของพวกเขาแต่พวกเขาจะไม่ทนกับการฆ่าสมาชิกของกองทัพอย่างแน่นอน”
“ฉันก็ไม่ได้กลัวพวกเขา” เย่เชียนพูดเรียบๆ “เมื่อเราอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเราไม่ได้ยึดฐานประจำการของกองทัพสหรัฐหรอกเหรอ?..ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะทำมันด้วย”
“แต่ว่าถ้าหากฐานประจำการของกองทัพสหรัฐถูกทำลายประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องโกรธมากอย่างแน่นอนและสงครามครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในเวลานั้น” เย่หวันพูด
“ไม่หรอก” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “กุญแจสำคัญคือการดูว่าความรับผิดชอบของประเทศอินเดียนั้นจะเป็นยังไงเพราะอินเดียมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐเสมอและพวกเขาจะไม่ตำหนิประเทศอินเดียอย่างแน่นอนเพราะพวกเขายังต้องการควบคุมประเทศอินเดียอยู่ ..เพราะนี่คืออำนาจในการต่อรอที่สำคัญในทวีปเอเชียแปซิฟิก..นอกจากนี้ทวีปเอเชียแปซิฟิกก็เกิดการก่อการร้ายขึ้นบ่อยๆในช่วงนี้และสหรัฐก็รู้ดีว่าพวกเขาทำให้ใครโกรธเคือนบ้าง..เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม”
“เข้าใจแล้ว!” เย่หวันพูด “ยังไงก็เถอะ..มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะโจมตีที่นี่ด้วยหน่วยเงาหมาป่าของเรา..ฉันคิดว่าฉันควรจะโทรแจ้งคนในหน่วยแล้วค่อยระดมพลมาเพิ่ม”
“ไม่จำเป็นหรอก” เย่เชียนพูด “ฉันได้เตรียมการเอาไว้แล้วและตอนนี้เธอก็สามารถเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนแล้ว..ฉันบอกเซี่ยเฟยแล้วว่าคนจากกองทัพอินเดียจะมาเยี่ยมนายพลในวันนี้..ฉันจะจับตาดูทุกอย่างในนั้นทั้งสัญญาณเตือนภัยและการเดินสายไฟการป้องกันทุกๆอย่าง”
“รับทราบค่ะ!” เย่หวันตอบโดยไม่ลังเลอีกต่อไปและเธอก็ชื่นชมเย่เชียนอย่างสมบูรณ์เพราะเธอคิดมากเกินไป แต่ในเมื่อเย่เชียน ได้ตัดสินใจไปแล้วมันก็จะเป็นแรงกระตุ้นชั่วขณะได้อย่างไร? แน่นอนว่าเย่เชียนจะต้องคิดคำนวณและพิจารณามาอย่างดี สิ่งที่เธอชอบที่สุดคือความมั่นใจในตัวเองของเย่เชียนเพราะความมั่นใจแบบนี้ดูเหมือนจะควบคุมทุกอย่างได้ดังนั้นผู้ชายอย่างเย่เชียนจึงมีเสน่ห์แบบลูกผู้ชาย
ในขณะนี้โทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้นและเขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดูมันเป็นสายที่หลี่เหว่ยโทรมา เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วกดปุ่มรับสายและเสียงที่ตื่นเต้นของหลี่เหว่ยก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “บอส..พวกเรามาถึงแล้ว..ครั้งนี้ผมนำสมบัติทั้งหมดของผมมาด้วย..บอสยังไม่รู้สินะว่าเมื่อเร็วๆนี้ผมได้รับขีปนาวุธวิถีไกลมาจากคลูลอฟส์อังเดรและพวกมันทรงพลังมาก..ตอนนี้พวกสมาชิกของโจรสลัดซาตานก็มาด้วยและตอนนี้เราแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเพราะงั้นมันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแสดงศักดิ์ศรี..ขอแค่บอสสั่งมาแล้วเราจะเริ่มเปิดฉากทันที!”
.
.
.
……………