ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1454 การมาถึงของหลี่เหว่ย
ตอนที่ 1454 การมาถึงของหลี่เหว่ย
……………
ก่อนที่เย่เชียนจะมาถึงประเทศอินเดียเขายังแจ้งให้หลี่เหว่ยทราบหลังจากที่แจ้งเฟิงหลานว่าพวกเขากำลังเตรียมการที่ประเทศอินเดียดังนั้นเย่เชียนจึงบอกให้หลี่เหว่ยนำกองทัพเรือไอร่อนบลัดและกลุ่มโจรสลัดซาตานมายังประเทศอินเดีย เย่เชียนเตรียมการด้วยแผนการหลายๆแผนเสมอและไม่ว่าเขาจะทำลายนักรบพราหมณ์ได้สำเร็จหรือไม่ก็ตามเขาก็ต้องวางแผนการทั้งหมดก่อน ซึ่งเมื่อนักรบพราหมณ์ถูกทำลายแล้วเป้าหมายต่อไปของเย่เชียนคือฐานการประการของกองทัพสหรัฐอเมริกาประเทศในอินเดีย
เป้าหมายหลักของเย่เชียนคือการทำให้ประเทศอินเดียกลายเป็นประเทศที่คล้ายกับประเทศญี่ปุ่นซึ่งเทียบเท่ากับป้อมปราการที่ทรงพลังสำหรับองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพราะเขาไม่สามารถฝังระเบิดเวลาเอาไว้ที่ด้านหลังได้ใช่ไหม นั่นมันจะไม่เท่ากับการสร้างปัญหาให้ตัวเองด้วยการยั่วยุกองทัพสหรัฐอเมริกาที่นี่เหรอ? ดังนั้นเย่เชียนจึงแจ้งหลี่เหว่ยในตอนเช้า
แน่นอนว่าการทำลายฐานประจำการของกองทัพสหรัฐอเมริกาไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเพราะท้ายที่สุดประเทศสหรัฐอเมริกาก็เป็นเจ้าโลกที่แข็งแกร่งมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามตราบใดที่หาเหตุผลที่เหมาะสมได้และหันเหความสนใจของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แน่นอนว่าเย่เชียนยังเชื่อว่ามีสายลับจำนวนมากจาก CIA ของประเทศสหรัฐอเมริกาในประเทศอินเดียและตราบใดที่มันดำเนินไปอย่างราบรื่นทุกอย่างก็จะเรียบร้อย
ถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างไปจากแผนการที่คาดการณ์เอาไว้เล็กน้อยแต่ตอนนี้เขาก็ได้กลายเป็นพันธมิตรกับองค์กรศิห์ชาห์แล้วและสิ่งนี้ยังช่วยเย่เชียนได้มากเพราะท้ายที่สุดหากไม่มีองค์กรศิห์ชาห์เข้าร่วมเย่เชียนก็จะไม่สามารถกำจัดนักรบพราหมณ์ได้อย่างราบรื่น ยิ่งไปกว่านั้นมันยังช่วยลดปัญหาในการจัดการกับองค์กรศิห์ชาห์ซึ่งทำให้แผนการของเย่เชียนเร็วขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามด้วยวิธีนี้เย่เชียนก็ไม่สามารถถือได้ว่ามีอำนาจควบคุมประเทศอินเดียได้อย่างสมบูรณ์และเขายังต้องฟังความคิดเห็นบางอย่างขององค์กรศิห์ชาห์ด้วย แน่นอนถึงแม้ว่าเย่เชียนจะเชื่อในเซี่ยเฟยแต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าทุกคนในองค์กรศิห์ชาห์จะมีความคิดเหมือนกับเซี่ยเฟย ดังนั้นเย่เชียนจะจัดเตรียมคนของเขาเองเข้าสู่เวทีการเมืองของประเทศอินเดียทีละขั้นตอน แน่นอนว่าไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามแต่สิ่งที่เย่เชียนคาดหวังคือเปลี่ยนประเทศอินเดียให้เป็นฐานทัพขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าในฐานะกองกำลังขององค์กรที่สามารถรับมือได้เมื่อเผชิญกับอันตราย
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เหว่ยแล้วเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาไปมาและพูดว่า “หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว..รออยู่ตรงนั้นและเตรียมตัวให้พร้อมและอย่าทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่งของฉันเด็ดขาดรู้ไหม..ภารกิจนี้มีความสำคัญมากเป็นพิเศษและเราไม่สามารถปล่อยให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกามุ่งความสนใจไปที่เราได้ไม่อย่างนั้นมันจะลำบากมาก..ฉันจะต้องไปประเทศสหรัฐอเมริกาหลังจากนี้อีกไม่นานและฉันก็มีตัวเบี้ยที่นั่นอยู่เพราะงั้นมันถึงเวลาแล้ว”
หลี่เหว่ยตกตะลึงและพูดด้วยความประหลาดใจ “บอสมีวางตัวหมากเอาไว้ที่นั่นด้วยเหรอ?”
“อะไรทำไมฉันจะไม่ได้ล่ะ..ขนาดสายลับของสหรัฐอเมริกายังกระจายอยู่ทั่วโลกได้แล้วทำไมฉันถึงจะวางตัวหมากที่นั่นไม่ได้” เย่เชียนพูด “นี่เรียกว่าภารกิจเรนฟอลเพราะงั้นเมื่อถึงเวลานั้นเขี้ยวหมาป่าของเราจะเขย่าโลกและจะไม่มีใครมาคุกคามเราได้”
“เอาเลยบอส..ผมจะทำตามที่บอสสั่ง” หลี่เหว่ยหัวเราะเบาๆและพูดว่า “คราวนี้มันจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของกองทัพเรือไอร่อนบลัดของผม..หลังจากฝึกฝนมานานมันก็ถึงเวลาแสดงผลแล้ว..ฐานประจำการของกองทัพงั้นเหรอ..ฮ่าๆ”
เย่เชียนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้เพราะหลี่เหว่ยเป็นคนแบบนี้และเป็นคนประเภททั่วไปที่สามารถหัวเราะได้แม้ในยามที่ท้องฟ้ากำลังถล่มลงมา ถึงแม้ว่าปัญหาที่เผชิญจะยากเขาก็จะเผชิญกับมันด้วยรอยยิ้มและแน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่าเขาบ้าบอในการทำสิ่งต่างๆแต่เขามักจะระมัดระวังในการทำสิ่งต่างๆมากกว่าและเขาก็พึงพอใจกับมัน หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “ยังไงก็เถอะซูซี่เองก็มาที่ประเทศอินเดียด้วยนะนายรู้หรือยัง?”
“หา..” หลี่เหว่ยอ้าปากค้างโดยไม่ได้ตั้งใจและพูดว่า “ไม่มีทาง..ผู้หญิงคนนั้นมาทำอะไรในประเทศอินเดีย?..อาจเป็นไปได้ว่าเธอรู้ว่าผมจะมาที่นี่?..บอสอย่าบอกเธอนะว่าผมเองก็อยู่ที่นี่ด้วยผมยังไม่พร้อม..ผมยังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานและมีลูกเร็วขนาดนี้”
“ถึงเวลาที่นายจะต้องสงบสติอารมณ์ได้แล้ว..ตอนนี้นายไม่ใช่เด็กแล้ว” เย่เชียนพูด “อย่ากังวลไปเลยฉันไม่ได้บอกเธอว่านายมาประเทศอินเดียและนอกจากนี้เธอมาที่นี่พร้อมกับกองทหารดัดแปลงพันธุกรรมจาก CIA ของประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อมาช่วยพวกนักรบพราหมณ์”
หลี่เหว่ยเม้มปากแล้วพูดว่า “จริงเหรอ?..ยัยนั่นไม่รู้จักกลัวเลยหรอเนี่ย..ในฐานะสายลับถ้าเธอถูกจับได้เธอจะต้องตายแน่ๆ..บอสถ้าบอสว่างๆช่วยไปพูดกับหวงฟู่ชิงเตี๋ยนให้ทีว่าอย่าปล่อยให้ยัยนั่นทำเรื่องที่อันตรายแบบนี้อีก..มันไม่มีใครในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติอีกแล้วหรอ?..ทำไมถึงต้องให้ยัยนั่นทำเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะให้ตายเถอะ”
ความกังวลในคำพูดนั้นเกินคำบรรยายและเย่เชียนก็ยิ้มอย่างลับๆเพราะเด็กคนนี้ดูเหมือนจะจริงจังในครั้งนี้มาก “ฉันจะพูดแบบนั้นได้ยังไงเพราะซูซี่เธอเป็นสมาชิกของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติเพราะงั้นเธอก็ต้องมีข้อตกลงกับปู่หวงฟู่อยู่เพราะงั้นฉันจะพูดอะไรได้” เย่เชียนพูดต่อ “ถ้านายเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอจริงๆมันก็ง่ายมากนายแค่แต่งงานกับเธอ..แบบนั้นก็จะมีเหตุผลที่ปู่หวงฟู่ปล่อยเธอไปและฉันก็คิดว่าเขาจะเห็นแก่เรา”
“ให้ตายเถอะหวงฟู่ชิงเตี๋ยนเป็นสาวกของสำนักม่อจื๊อไม่ใช่หรอ..เพราะงั้นถ้าเขาไม่ยอมบอสก็ตัดเขาออกจากสำนักซะสิ” หลี่เหว่ยพูด “ให้ผมแต่งงานกับซูซี่น่ะเหรอ..ให้ตายเถอะ”
“เอาล่ะหยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว” เย่เชียนพูด “เตรียมตัวให้ดีและรอสัญญาณจากฉัน..นายไปบอกอิดาห์อัปส์ด้วยว่าจะต้องไม่มีข้อผิดพลาดในการดำเนินการนี้และเก็บธงของพวกนายให้หมดด้วย..อย่าเพิ่งมาอวดดีในเวลานี้เด็ดขาด”
“ทำไมล่ะบอส..นี่เป็นโอกาสที่ดีเป็นโอกาสสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเลยนะ” หลี่เหว่ยพูด “ถ้าเราไม่ใช้ธงสัญลักษณ์ของเราแล้วใครจะรู้ล่ะว่าเราทำมัน..แบบนี้มันไม่คุ้มเลย”
“ไอ้บ้านี่นายไม่ได้ยินที่ฉันพูดใช่ไหม..จะให้ฉันพูดอีกครั้งไหมทำตามที่ฉันพูดซะ!” เย่เชียนพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นพวกโง่งั้นเหรอ..ถ้านายใช้ชื่อว่าไอร่อนบลัดและโจรสลัดซาตานนายคิดว่าพวกเขาจะไม่รู้เหรอ?..ฐานประจำการของกองทัพสหรัฐอเมริกาถูกทำลายไปแบบนี้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆได้ยังไง?..นี่ไม่ใช่เรื่องดีที่จะหันความสนใจของรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกามาที่เราในเวลานี้..นายคิดว่าในโลกใบนี้ประเทศส่วนใหญ่อยู่ข้างเขาเรางั้นเหรอ..นอกจากนี้นายคิดว่าประเทศจีนจะช่วยเราไหม?..อย่างมากสุดก็แค่เฝ้าดูอยู่ห่างๆและแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพราะฉะนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงและฉันก็ไม่ต้องการให้กองทัพเรือไอร่อนบลัดถูกเปิดเผยเร็วเกินไปเข้าใจไหม?”
“นายไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกเพราะฉันได้ติดต่อแจ็คไปแล้วและเขาจะจัดการเรื่องนี้เอง” เย่เชียนพูด “นายคิดว่าเครือน่านฟ้ากรุ๊ปของเราส่งดาวเทียมจำนวนมากขึ้นสู่อวกาศไปทำไมล่ะ..เพราะเวลานี้เมื่อเราถูกโจมตีดาวเทียมของเราจะส่งข้อมูลการรบกวนและในกรณีฉุกเฉินแจ็คจะใช้เทคโนโลยีแฮ็กเพื่อเจาะเข้าคอมพิวเตอร์ของกระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมริกาและทำลายปรับเปลี่ยนข้อมูลภายใน..ดังนั้นถึงแม้ว่าดาวเทียมของพวกเขาจะถ่ายภาพเราได้ก็ตามแต่พวกเขาจะไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนายเข้าใจหรือยัง?”
“ผมเข้าใจแล้ว” หลี่เหว่ยยิ้มและพูดว่า “แต่ว่าบอส..บอกแจ็คด้วยว่ามันจะต้องน่าตื่นเต้นมากแน่ๆถ้าหากว่าเราครองตลาดวงการภาพยนตร์..พูดง่ายๆก็คือประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ถูกควบคุมโดยเขี้ยวหมาป่าของเราและผมก็คิดว่าทำไมพวกเราถึงไม่ไปเป็นนักแสดงหนังเอวีกันล่ะแบบนั้นผู้คนจะจดจำผมได้หลังจากผ่านไปร้อยปีก็ยังจำได้”
“ไอบ้านี่ทำตามที่ฉันบอกซะ..ฉันขี้เกียจคุยกับนายแล้ว” เย่เชียนกลอกตาไปมาและดุแล้ววางสายไป
เย่หวันได้ยินการสนทนาระหว่างเย่เชียนและหลี่เหว่ยในตอนนี้และรู้สึกเคารพในตัวเย่เชียนมากขึ้นๆในใจของเธอ ในสายตาของเธอเย่เชียนค่อยๆกลายเป็นเทพราวกับเทพเจ้าแห่งสงครามที่ไร้พ่าย เพราะเขาสามารถคิดทุกอย่างอย่างรอบคอบและดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเรียบง่ายในมือของเขา เธอแอบดีใจด้วยซ้ำว่าถ้าเหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้นและถ้าเธอไม่เลือกติดตามเย่เชียน บางทีอาจจะไม่มีใครมีชีวิตอยู่เพื่อองค์กรชาโด้ซากุระในตอนนี้? ถึงแม้ว่าจนถึงตอนนี้เย่เชียนจะยังไม่มีความรู้สึกใดๆกับเธอ แต่เธอก็ไม่ได้บ่นหรือเสียใจอะไรเพราะเธอไม่ได้คาดหวังที่จะเป็นภรรยาของเย่เชียนเธอแค่หวังว่าจะเป็นผู้หญิงของเย่เชียนและถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงทาสก็ตามหากเพื่อเย่เชียนแล้วเธอก็ยินดีเสมอ
เมื่อวางโทรศัพท์แล้วเย่เชียนก็เหลือบมองลงไปอีกครั้งและชี้ไปที่ประตูทางเข้าของฐานประจำการกองทัพสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่ไม่ไกลและพูดว่า “ดูนั่นคนจากองค์กรศิห์ชาห์มาถึงแล้ว”
เย่หวันมองไปในทิศทางที่เย่เชียนชี้และแน่นอนว่าเธอเห็นยานพาหนะทางทหารจำนวนมากจอดอยู่ที่ประตูฐานประจำการกองทัพสหรัฐอเมริกาและมีคนประมาณ 30 คนลงมาทีละคนและนำโดยบางคนในกองทัพ
“เป็นไงบ้างเธอจำเส้นทางได้ชัดเจนหรือยัง?” เย่เชียนพูด
“ใช่!” เย่หวันพยักหน้าและตอบว่า “ฉันจำได้หมดแล้ว”
“หลังจากที่เธอกลับไปเธอต้องทำแผนที่อย่างละเอียดแล้วแสดงให้ฉันดู..เธอจะต้องร่วมมือกับหลี่เหว่ยในภารกิจนี้” เย่เชียนพูด
.
.
.
……………