ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1455 การตัดสินใจ
ตอนที่ 1455 การตัดสินใจ
……………
การจัดการกับฐานประจำการของกองทัพสหรัฐอเมริกาที่ประจำการอยู่ในประเทศอินเดียนั้นไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของเย่เชียน ถึงแม้ว่านี่อาจจะเป็นผลกระทบครั้งใหญ่ต่อประเทศสหรัฐอเมริกาก็ตามแต่จุดประสงค์หลักของเย่เชียนไม่ใช่เพื่อท้าทายประเทศสหรัฐอเมริกาเพราะตามกำลังรบในปัจจุบันขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่านั้นการต่อสู้กับประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งประเทศคงจะเหมือนกับการโยนไข่ลงพื้น ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะถูกควบคุมได้สำเร็จในตอนแรกแต่ก็ยังต้องใช้โชคอยู่มาก หรือพูดอีกอย่างก็คือมันเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์แบบร่วมมือเหมือนกับการร่วมมือกับองค์กรฝ่ายศิห์ชาห์ในตอนนี้
ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ร่ำรวยและถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะซบเซาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาและมีความวุ่นวายทางการเงินบ่อยครั้งแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพวกเขาค่อนข้างร่ำรวยโดยเฉพาะในแง่ของอำนาจทางทหาร ดังนั้นตอนนี้เย่เชียนได้บรรลุข้อตกลงกับเซี่ยเฟยแล้วเย่เชียนจึงต้องการต่อสู้เพื่อบางสิ่งบางอย่างเพื่อประเทศอินเดียใช่ไหม? เนื่องจากประเทศ สหรัฐอเมริกามุ่งมั่นที่จะครอบครองประเทศอินเดียให้เป็นกองกำลังสำคัญในทวีปเอเชียแปซิฟิกดังนั้นประเทศสหรัฐิอเมริกาจึงต้องการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
จำตอนที่เย่เชียนถ่ายรูปกับผู้ชายที่โหดร้ายที่สุดใต้เทพีเสรีภาพในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ไหม? เขาคนนั้นคือคนที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการสนับสนุนจากประเทศสหรัฐอเมริกาแต่ท้ายที่สุดประเทศสหรัฐอเมริกาก็คว่ำบาตรเขา ตอนนี้ก็เหมือนกันเนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกามุ่งมั่นที่จะใช้ประเทศอินเดียเพื่อควบคุมประเทศจีนดังนั้นจึงใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อรับผลประโยชน์เพิ่มเติม
การป้องกันฐานประจำการนั้นแน่นหนามากและเย่เชียนกับเย่หวันก็ไม่กล้าเข้าใกล้เกินไปเพราะกลัวว่าพวกเขาจะถูกจับได้ ที่สำคัญกว่านั้นหากข่าวการปรากฏตัวของเย่เชียนถูกเปิดเผยแล้วองค์กร CIA ของประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะคิดว่าเย่เชียนเป็นคนบงการอย่างแน่นอนซึ่งจะเป็นอันตรายต่อองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าอย่างมาก เหตุผลที่ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ใช้มาตรการที่เข้มงวดกับองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่านั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าไม่ได้ละเมิดผลประโยชน์ของพวกเขาและแม้แต่ในทวีปตะวันออกกลางเององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าก็ยังร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกาในบางครั้ง นอกจากนี้จากข้อมูลของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปที่เป็นบริษัทชั้นนำ10 อันดับแรกของโลกในขณะนี้ ประเทศ สหรัฐอเมริกาก็มีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมาก ดังนั้นหากพวกเขาจัดการกับองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นเท่ากับบังคับให้เครือน่านฟ้ากรุ๊ปถอนตัวออกจากธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศมหาอำนาจแล้วพวกเขาจะมองการไกลเมอดังนั้นพวกเขาจึงเต็มใจที่จะละทิ้งสิ่งที่เรียกว่าผลกำไรเล็กๆน้อยๆต่อหน้าพวกเขาไปได้
ประมาณช่วงเย็นเซี่ยเฟยก็มาถึงคฤหาสน์ของดีห์ราห์และหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาแล้วบอกเย่เชียนเกี่ยวกับสถานการณ์ในฐานประจำการ ในขณะเดียวกันก็ร่างแผนที่โดยละเอียดและมาตรการป้องกันภายในเป็นต้น เพราะเหตุนี้เซี่ยเฟยจึงแฝงตัวอยู่ในฝูงชนที่เข้าไปในฐานประจำการวันนี้พร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ยังรู้สึกประหลาดใจกับภาพที่เซี่ยเฟยวาดเพราะมีรายละเอียดมากเกินไปและไม่ใช่สิ่งที่จะเข้าใจได้ง่ายๆเพียงแค่เห็นในเวลาสั้นๆ ซึ่งบางจุดเป็นพื้นที่หวงห้ามอย่างเห็นได้ชัดแต่เซี่ยเฟยก็ยังคงวาดรายละเอียดได้อย่างสมบูรณ์แบบเห็นได้ชัดว่าแผนที่ของเซี่ยเฟยนั้นค่อนสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเย่เชียนรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเซี่ยเฟยดีและไม่ใช่แค่ครั้งหรือสองครั้งและเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เนื่องจากเซี่ยเฟยไม่ได้พูดอะไรในตอนนี้เย่เชียนจึงไม่ต้องการที่จะถามอะไรไปมากกว่านี้
“ยังไงดี..เราจะเริ่มกันเมื่อไหร่” เซี่ยเฟยถามหลังจากอธิบายแผนที่แล้วและเงยหน้าขึ้นมองเย่เชียน
“ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบร้อนเพราะเราต้องเตรียมการทั้งหมดก่อน” เย่เชียนพูด “เพื่อป้องกันไม่ให้พวก CIA ของสหรัฐอเมริกามุ่งเป้ามาที่ฉันเพราะฉันต้องออกจากประเทศอินเดียหลังจากนี้..ครั้งล่าสุดที่เรากวาดล้างนักรบพราหมณ์มันมีคนจาก CIA ของสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทรกแซงด้วย..เพราะงั้นถ้าฉันอยู่ในประเทศอินเดียพวกนั้นจะต้องเล็งเป้ามาที่ฉันอย่างแน่นอน..ยิ่งไปกว่านั้นไฟล์ข้อมูลของฉันในฐานข้อมูลลับ CIA ก็มีข้อมูลหลายๆอย่างเพราะงั้นฉันถึงอยากจะออกจากประเทศอินเดียไปอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ถูกจับตามอง..แต่ครั้งล่าสุดฉันคิดว่ามันคงจะลดความสงสัยของสหรัฐอเมริกาได้มากและฉันก็ได้คุยกับซูซี่แล้วและบอกเธอว่าเราต้องพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อเติมเชื้อไฟให้พวก CIA และจุดประสงค์หลักของเราก็คือการหันเหความสนใจของพวกเขาไปที่นักรบพราหมณ์และในเวลานั้นพวกเขาก็ไม่เพียงจะสนับสนุนองค์กรศิห์ชาห์เพื่อยึดอำนาจในประเทศ อินเดียเท่านั้นแต่ยังช่วยกวาดล้างพวกนักรบพราหมณ์อีกด้วย..ในเวลานั้นเราจะใช้ความเกลียดชังของพวกเขาที่มีต่อพวกนักรบพราหมณ์เพื่อเป็นอาวุธและฉันเชื่อว่าพวกเขาจะไม่ปฏิเสธ”
“ฉันได้เตรียมการเอาไว้แล้วและผู้ใต้บังคับบัญชาก็รู้ว่าต้องทำอะไร” เซี่ยเฟยพูด “ตอนนี้ฉันแค่รอคำสั่งของนายและตราบใดที่นายออกคำสั่งเราก็สามารถดำเนินการได้ทันที”
“กลับช่วงนี้เนี่ยนะ” เซี่ยเฟยพูด “นายไม่รู้เหรอว่าประเทศจีนตอนนี้มันมีพายุไต้ฝุ่นลูกใหญ่และเมืองหลวงก็วุ่นวายมาก..ที่นั่นตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตก็เยอะมากด้วย”
เย่เชียนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “ไม่มีทาง..นี่เป็นช่องโหว่ที่ร้ายแรงมากในประเทศจีนของเราและเราก็ให้ความสนใจกับมันมากเพราะงั้นความยุ่งยากนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับประเทศจีนหรอก”
“ถ้านายจะกลับไปก็แจ้งให้ฉันล่วงหน้าด้วยล่ะเพราะฉันต้องกลับไปเตรียมการก่อนและบอกลาตาซูร์ของฉัน” เซี่ยเฟยพูด “ฉันไม่เคยพลาดสิ่งที่อาจารย์ของฉันบอกกับฉันและตั้งแต่เขาบอกว่าให้ฉันมีชีวิตเพื่อรอการมาถึงของนายฉันก็คิดว่ามีเหตุผลจริงๆ..ฉันจะติดตามนายและดูให้เห็นด้วยตาของฉันเองว่านายจะเป็นยังไงต่อไป”
เย่เชียนพูดว่า “ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะ” นอกจากนี้เขายังเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของคำพูดของเซี่ยเฟยได้และเซี่ยเฟยก็ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาดังนั้นเซี่ยเฟยจะทำสิ่งต่างๆเพื่อเขาแต่ก็จะคอยจับตาดูว่าเย่เชียนจะเดินไปในทางที่ถูกหรือผิดไม่ใช่เย่เชียนที่ขอให้เซี่ยเฟยทำในสิ่งที่เขาจะทำ อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็มีความคิดเป็นของตัวเองเช่นกันและมันต้องใช้เวลาที่จะเข้ากับใครสักคนให้ได้ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่าเซี่ยเฟยเข้าใจความคิดของเขาเองแต่เย่เชียนก็เชื่อว่าเขาจะมีวิธีที่จะเข้าถึงจิตใจของเซี่ยเฟยทีละเล็กทีละน้อยจนสุดท้ายพวกเขาก็จะเชื่อใจกันได้ในที่สุด
ในขณะที่พูดโทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้นและเขาก็หนีไปเพื่อตรวจสอบว่าเป็นซ่งหลันที่โทรมาและเย่เชียนก็ยิ้มอย่างขอโทษที่กับเซี่ยเฟยแล้วลุกขึ้นเพื่อออกไปรับโทรศัพท์และบอกให้เฟิงหลานและคนอื่นๆดูแลเซี่ยเฟย
เมื่อเดินออกมาข้างนอกเย่เชียนก็กดปุ่มรับสายและพูดว่า “พี่หลันเกิดอะไรขึ้น?”
“ฉันจะได้เจอนายเมื่อไหร่” ซงรันพูดอย่างโกรธเคือง
“นายคงรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่เมืองหลวงของจีนใช่ไหม?” ซ่งหลันพูด
“พี่หมายถึงเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นเหรอ?” เย่เชียนพูด “ผมเพิ่งได้ยินมาว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร..แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?..เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเราหรือเปล่า?”
“อาการบาดเจ็บของโรวโร่วยังไม่หายดีแต่พอเธอได้รับข่าวจากเมืองหลวงเธอก็รีบไปที่นั่นทันทีและไม่ว่าเค่อเอ๋อร์กับฉันจะพยายามเกลี้ยกล่อมเธอเท่าไหร่เธอก็ไม่ฟังอยู่ดี” ซ่งหลันพูด
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “พี่หลันก็น่าจะรู้นิสัยของโรวโร่วดีนะเพราะถ้าเธอรู้ข่าวแล้วเธอจะต้องไปแน่นอน..เธอไม่ควรได้รับอนุญาตให้จัดการกองทุนเพื่ออนาคตตั้งแต่แรกและตอนนี้สถานการณ์ก็ย่ำแย่เพราะงั้นเธอจะต้องไปช่วยทุกพื้นที่และต้องลำบากหรืออันตรายแค่ไหนเธอก็จะไปอยู่ดี”
“ไม่ใช่แบบนั้นมันเป็นเพราะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกิจการพลเรือนในปักกิ่งโทรหาโรวโร่วเพื่อมาขอให้เครือน่านฟ้ากรุ๊ปบริจาคเงินช่วยเหลือเพราะงั้นโรวโร่วจึงรีบไปทันทีเมื่อเธอทราบข่าว” ซ่งหลันพูด “ยังไงก็เถอะนายไม่ต้องกังวลไปหรอกเพราะฉันได้บอกให้หวนเฟิงคอยปกป้องเธอแล้วเพราะงั้นมันก็ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรอก”
“ให้ตายเถอะทำไมผมต้องบริจาคเงินด้วยผมไม่ได้หยิบเงินของผมมาใช้เพื่อสวัสดิการของใครก็ได้นะ..เพราะงั้นอย่าไปบริจาคให้พวกเขาเพราะใครจะไปรู้ว่าพวกเขาจะเอาเงินนั้นไปใช้เพื่อบรรเทาภัยพิบัติ” เย่เชียนตะโกนด้วยความโกรธ “ผมเกือบจะหมดความอดทนกับเรื่องนี้แล้วเพราะงั้นผมจะกลับไปในอีกสองวันและผมจะจัดการเอง..พี่หลันฝากบอกหวนเฟิงด้วยว่าช่วยดูแลโรวโร่วทีและถ้าพวกเจ้าหน้าที่เหล่านั้นสร้างปัญหาให้ล่ะก็บอกหวนเฟิงจัดการได้เลยและผมจะเป็นคนรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเอง!”
ซ่งหลันพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “นายรู้จักโรวโร่วดีที่สุดและฉันคิดว่าไม่มีใครสามารถโน้มน้าวเธอได้นอกจากนาย..แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นความผิดของนายทั้งหมด”
“ผมจะไปโน้มน้าวเธอได้ยังไง..อีกอย่างเรื่องนี้มันเป็นความผิดของผมได้ยังไง” เย่เชียนพูดอย่างขมขื่น
“ถ้าไม่ใช่เพราะนายมัวแต่วิ่งไปวิ่งมาตลอดทั้งวันทั้งปีและละเลยโรวโร่วไปแบบนี้จนเธอต้องทำงานหนักเพื่อนายแล้วเธอจะเป็นแบบนี้เหรอ?” ซ่งหลันพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยแต่เขาก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ซ่งหลันพูดนั้นสมเหตุสมผลและเขาก็ยิ้มอย่างละอายใจแล้วพูดว่า “ผมขอโทษ..ผมรู้ว่าผมทำได้ไม่ดีพอ”
“เอาเถอะ.ฉันจะไม่พูดมากไปกว่านี้แล้วเพราะใกล้ถึงเวลาที่ฉันต้องเข้าประชุมแล้ว” ซ่งหลันพูด “มีสึนามิและพายุใต้ฝุ่นลูกใหญ่เพราะงั้นฉันต้องไปเตรียมงานก่อน..ความคืบหน้าของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปจะรอช้าไม่ได้เพราะเหตุนี้”
“โอเคพี่ไปทำธุระเถอะ..ผมจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” หลังจากเย่เชียนพูดจบเขาก็วางสายไป ความโกรธบนใบหน้าของเขาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยเพราะถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับหลินโรวโร่วล่ะก็เย่เชียนจะฆ่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นทั้งหมด เมื่อเย่เชียนเดินกลับเข้าไปข้างในแล้วเฟิงหลานและคนอื่นๆเห็นสีหน้าของเย่เชียนแปลกไปพวกเขาจึงถามด้วยความประหลาดใจว่า “บอสเกิดอะไรขึ้น?
.
.
.
……………