ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1456 รีบไปปักกิ่ง ...............
ตอนที่ 1456 รีบไปปักกิ่ง
……………
คืนนั้นเย่เชียนได้อธิบายทุกอย่างและเซี่ยเฟยก็ให้คำแนะนำพวกเขาทีละคนและวางแผนอย่างละเอียดสำหรับการดำเนินการณ์ หลังจากพักผ่อนหนึ่งคืนเย่เชียนและเซี่ยเฟยก็บินตรงไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้ในเช้าวันรุ่งขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่มีพายุในเมืองปักกิ่งทำให้สนามบินปิดทำการดังนั้นพวกเขาจึงต้องลงเครื่องที่เมืองเซี่ยงไฮ้ก่อนแล้วค่อยพยายามหาทางไปที่เมืองปักกิ่ง
ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วและเย่เชียนก็เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเพราะแผนการถูกวางเอาไว้อย่างละเอียด นอกจากนี้หลี่เหว่ย,เฟิงหลานและคนอื่นๆก็ไม่ใช่คนโง่ พวกเขาทั้งหมดมีความสามารถที่จะดำเนินการได้ด้วยตัวเองและเย่เชียนก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องโกรธเกรี้ยวอย่างแน่นอนและคนจากองค์กรของศิห์ชาห์จะต้องออกมาจัดการสิ่งต่างๆเพราะคนเหล่านั้นคือจิ้งจอกเฒ่าที่อยู่ในเวทีการเมืองมานานและพวกเขาจะมีวิธีจัดการกับมัน และเย่เชียนกับเซี่ยเฟยก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่ได้อยู่ดูแลจัดการองค์กรศิห์ชาห์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตามแต่เซี่ยเฟยก็เชื่อในความสามารถของพวกเขา ซึ่งเซี่ยเฟยเป็นผู้นำองค์กรศิห์ชาห์ได้นั้นไม่ใช่แค่เพราะอาจารย์ของเขาชื่นชอบเขาและมอบตำแหน่งให้เขาแต่ถ้าเซี่ยเฟยไม่มีความสามารถใดๆเขาคงไม่สามารถนั่งในตำแหน่งนี้ได้นานอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นหากเขาไร้ความสามารถจริงๆในช่วงสองปีที่เขาอยู่ในเรือนจำนั้นมันจะต้องมีคนต้องการก่อการกบฏไปแล้ว
ดังนั้นเย่เชียนที่อยู่กับเซี่ยเฟยจึงไม่ต้องกังวลใดๆเลยและเขาเชื่อว่าเซี่ยเฟยจะสามารถจัดการกับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบและจะได้เปรียบโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่เคยต่อสู้กับเซี่ยเฟยจริงๆและไม่ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้หรือกลยุทธ์ก็ตามเย่เชียนก็มั่นใจมากในใจของเขาว่าจะมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างตัวเขากับเซี่ยเฟย แต่ไม่ว่าจะยังไงเย่เชียนก็ยินดีที่จะติดตามเซี่ยเฟยไม่ว่าจุดประสงค์ของเซี่ยเฟยคืออะไรกันแน่ มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะโชคดีเพราะอย่างน้อยถ้าคนประเภทนี้ต้องการที่จะกำจัดเขาในภายหลังคนเหล่านี้จะไม่ใช้วิธีสกปรกอย่างแน่นอน
หลังจากมาถึงเมืองเซี่ยงไฮ้แล้วเย่เชียนก็ติดต่อแจ็คและขอรถ SUV จากแจ็คและขับตรงไปยังเมืองปักกิ่งโดยไม่หยุดพัก เย่เชียน ชัดเจนมากเกี่ยวกับนิสัยของหลินโรวโร่วเพราะเมื่อเธอไปยังพื้นที่ภูเขาที่ยากไร้อื่นๆหรือพื้นที่ประสบภัยพิบัติในประเทศจีนเพื่อดำเนินการบรรเทาภัยพิบัติเธอก็มักจะอยู่แถวหน้าเสมอซึ่งทำให้เย่เชียนต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเธอในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีอู๋หวนเฟิงอยู่เคียงข้างๆเธอแต่เย่เชียนก็ยังกังวลอยู่ดี
ระหว่างทางเย่เชียนไม่ได้พูดอะไรและเซี่ยเฟยเองก็ไม่ได้รบกวนเย่เชียนซึ่งเซี่ยเฟยแค่นอนในรถและหลับตาเพื่อพักผ่อน หลังจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนที่นั่งกับเย่เชียนแล้วสลับกันขับเพราะท้ายที่สุดแล้วการขับรถเป็นเวลานานนั้นก็ค่อนข้างเหนื่อย
เมื่อเย่เชียนมาถึงทางออกของทางด่วนเมืองปักกิ่งเขาก็เห็นขบวนรถยาวจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อยและหันไปมองเซี่ยเฟยที่เม้มปากและเลื่อนกระจกรถลง
เซี่ยเฟยก็ยื่นศีรษะออกไปมองข้างนอกจากนั้นหันก็หันกลับมามองที่เย่เชียนและพูดว่า “คนเหล่านี้น่าจะมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือภัยพิบัติ”
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจและสับสนเล็กน้อยว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรแต่เย่เชียนไม่ได้ถาม “ไอ้สารเลวพวกนี้พวกมันคิดจะเก็บเงินคนที่เขาอุตส่าห์มาช่วยบรรเทาภัยพิบัติเนี่ยนะ..ไอ้พวกนี้ไม่คิดที่จะออกเงินช่วยแถมยังกล้าหาเงินกับสถานการณ์แบบนี้อีก” เย่เชียนสบถอย่างโกรธเกรี้ยวและเปิดประตูรถแล้วเดินออกไป
เซี่ยเฟยเม้มปากและลงจากรถแล้วเดินตามไปเมื่อคนขับรถบางคนเห็นเย่เชียนลงจากรถพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองด้วยความสงสัย เย่เชียนเดินตรงไปที่ด่านเก็บเงินทางด่วนแล้วเคาะหน้าต่างสองสามครั้งจากนั้นคนเก็บค่าผ่านทางด่วนก็มองอย่างเหยียดหยามและพูดว่า “แกมาทำอะไร”
“สถานการณ์มันย่ำแย่ขนาดนี้แต่พวกแกยังคิดที่จะเก็บเงินอีกเหรอ?..ไปเก็บค่าธรรมเนียมกับแม่ของแกสิวะ” เย่เชียนพูด
เห็นได้ชัดว่าคนขับรถที่กำลังจ่ายเงินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและแลบลิ้นของเขาออกมาอย่างลับๆและยกย่องเย่เชียนในใจของเขา “ผู้ชายคนนี้เจ๋งจริงๆ!” คนเก็บค่าผ่านทางก็ตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดและพูดว่า “ถ้าแกไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมก็อย่าไปทางนี้สิไม่มีใครบังคับแกสักหน่อย”
“งั้นเหรอ?..แกยังมีอารมณ์มาเรียกเก็บเงินที่นี่อยู่อีกงั้นเหรอ..ถ้าแกว่างนักก็รีบไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยซะสิ” เย่เชียนพูด “คนเหล่านี้ตั้งใจจะไปที่ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแต่พวกแกยังหน้าด้านมาเก็บเงินของพวกเขาเนี่ยนะ?”
“บรรเทาภัยพิบัติก็ส่วนนั้นและพวกฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วย” คนเก็บค่าผ่านทางพูด “ไม่มีใครบังคับให้แกช่วยสักหน่อยและนอกจากนี้ใครจะไปรู้ว่าคนไหนจะไปเที่ยวหรือไปทำอะไรในพวกแกที่ผ่านทางมาเพราะงั้นแกควรจะระวังปากของแกให้ดี ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันหยาบคายก็แล้วกัน”
ความโกรธที่ถูกระงับของเย่เชียนได้ปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์ในขณะนี้และและเขาก็ต่อยไปที่ด่านเก็บเงินทางด่วนอย่างแรง พร้อมกับพูดว่า “ฉันอยากเห็นจริงๆว่าแกจะหยาบคายได้แค่ไหน” ความแรงของหมัดนั้นไม่น้อยและรูขนาดใหญ่ก็ถูกเจาะที่ตู้เก็บเงินทางด่วนที่ทำจากแผ่นเหล็กทันทีซึ่งทำให้พนักงานเก็บค่าผ่านทางสองคนที่อยู่ข้างในตัวสั่น
คนขับรถที่อยู่ข้างๆเขาก็ปรบมือเสียงดังและสักพักหนึ่งคนขับหลายคนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็โผล่หน้าออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งคนขับรถบางคนที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างเย่เชียนและคนเก็บค่าผ่านทางก็เริ่มกระจายข่าวออกไป ทันใดนั้นฉากทั้งหมดที่ด่านเก็บค่าผ่านทางก็วุ่นวายขึ้น
หลายคนในประเทศจีนนั้นดีมากเพราะเมื่อรู้ข่าวว่าเมืองปักกิ่งกำลังมีปัญหาและทุกฝ่ายก็สนับสนุนหลังจากได้ยินข่าวที่นี่ดังนั้นพวกเขาจึงรีบมาช่วยเหลือโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ตามด่านเก็บค่าผ่านทางนี้ยังคงอยู่ที่นี่เหมือนเสาไม้และพนักงานเหล่านี้ก็ไม่เพียงไม่มีส่วนร่วมในจิตอาสาแต่ยังเก็บค่าธรรมเนียมที่นี่ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นเพียงว่าหลายคนขี้เกียจเกินกว่าจะพูดออกไปและบางคนก็กลัวปัญหาโต้เถียงกันเรื่องเงินหลายสิบหยวนเหล่านี้ อย่างไรก็ตามตอนนี้มีคนคนหนึ่งที่ก้าวออกมาข้างหน้าและความโกรธทั้งหมดในใจของพวกเขาก็พลุ่งพล่านทันที
“ไอ้เวรนี่แกอย่าหนีไปซะล่ะ..ฉันจะโทรเรียกตำรวจมาจับแกไปที่โรงพัก..แกไม่รู้หรอกว่ามันร้ายแรงแค่ไหนเพราะแกได้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการและผลที่ตามมาคืออะไรเดี๋ยวแกจะได้รู้” คนเก็บค่าผ่านทางรู้สึกมึนงงเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็พูดอย่างข่มขู่และไม่นานรปภ.ทุกคนในด่านเก็บค่าผ่านทางก็รีบเข้ามาและหลังจากถามถึงสถานการณ์แล้วพวกเขาก็รีบไปหาเย่เชียนและพูดด้วยความโกรธว่า “นี่แกไม่มีอะไรทำแล้วงั้นเหรอแกกล้าดียังไงมาสร้างปัญหาที่นี่..หืม..ไปโรงพักกับเราซะ”
“กลับไปหาแม่แกเหรอ” เย่เชียนพูดทันทีที่คำพูดจบลงเย่เชียนก็ต่อยเขาอย่างรุนแรงและรปภ.จะทนหมัดของเย่เชียนได้อย่างไรเขาถูกต่อยจนกระเด็นและล้มลงบนพื้นอย่างแรงจนเลือดกลบปาก
คนขับรถเหล่านั้นอดไม่ได้ที่จะผงะเพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะโกรธมากแต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าเย่เชียนจะกล้าทำอะไรแบบนี้ แกมยังทำร้ายรปภ.แบบนั้นซึ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง เมื่อเห็นเช่นนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เหลือก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและไม่กล้าที่จะลังเลอีกต่อไปและรีบพุ่งไปหาเย่เชียนทันที
เซี่ยเฟยเพียงแค่ยืนดูอย่างเงียบๆเพราะคนเหล่านี้ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เชียนดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่ต้องกังวลเลย มีรปภ.ไม่มากนักและมีเพียง 8 หรือ 9 คนเท่านั้น พวกเขาพุ่งเข้าหาเย่เชียนและบางคนก็ถึงกับหยิบกระบองออกมา เมื่อเห็นสถานการณ์นี้ คนขับรถที่เหลือก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใดและรีบวิ่งไปช่วยเย่เชียนทันที ถึงแม้ว่าการกระทำของเย่เชียนอาจจะดูก้าวร้าวไปหน่อยแต่สิ่งที่รปภ.ทำนั้นก็เกินกว่าเหตุจริงๆ
เย่เชียนก็กังวลว่าคนขับเหล่านี้จะถูกทำร้ายเพราะพวกเขาไม่ได้มีทักษะการต่อสู้ใดๆดังนั้นเย่เชียนไปยืนอยู่หน้าพวกเขาและห้ามพวกเขาเอาไว้พราะ รปภ.เก้าคนนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าคนธรรมดาๆและภายในชั่วพริบตาพวกเขาทั้งหมดก็นอนลงบนพื้นและโอดครวญอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พนักงานเก็บค่าผ่านทางเหล่านั้นก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้และเย่เชียนก็เหลือบไปมองพวกเขาและตะโกน “ออกไปจากที่นี่ซะ!”
พนักงานเก็บค่าผ่านทางก็ไม่กล้าพูดอะไรมากและพวกเขาทั้งหมดก็ออกมาอย่างเร่งรีบและตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เย่เชียนก็เดินไปด้านหน้าหัวหน้ารปภ. และพูดว่า “ตอนนี้ฉันมีทางให้แกเลือกสองทาง..ทางเลือกแรกหยุดเก็บเงินและปล่อยให้ผู้คนไปที่ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติ..ทางเลือกที่สองฉันจะฆ่าพวกแกและให้พวกแกไปหายมทูต”
“แกไม่รู้กฎหมายเหรอว่าการทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐนั้นร้ายแรงแค่ไหน!” หัวหน้ารปภ.พูดเสียงแข็ง
เย่เชียนเย้ยหยันและหยิบบัตรประจำตัวตำแหน่งจอมพลออกมาและพูดว่า “เป็นไง?..ถ้าฉันฆ่าพวกแกตอนนี้แล้วจะมีใครกล้าแตะต้องฉันไหม?”
ชายหนุ่มตกตะลึงและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจจนพูดไม่ออก
“ฉันจะบอกทางการเกี่ยวกับเรื่องของแกและพวกเขาจะจัดการกับแก..ตอนนี้แกรีบเปิดทางไปศูนย์ช่วยเหลือภัยพิบัติซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งแกไปลงนรกเดี๋ยวนี้” เย่เชียนพูด
คนเหล่านั้นไม่กล้าที่จะรอช้าและยืนขึ้นทันทีเพราะการไปยั่วยุกับบุคคลระดับนี้มันคือการแสวงหาความตายชัดๆและถึงแม้ว่าเขาจะตายมันก็เป็นเพียงการตายโดยเปล่าประโยชน์ เย่เชียนเหลือบมองคนเก็บค่าผ่านทางเหล่านั้นอย่างดุดันและพูดว่า “แล้วพวกแกล่ะจะซ่อนตัวอยู่ในห้องเล็กๆไปตลอดงั้นเหรอ..ฉันจะจำหน้าพวกแกเอาไว้และอย่าคิดจะเล่นตลกกับฉัน..ถ้าฉันรู้ว่าแกไม่ปล่อยให้ผู้คนผ่านไปล่ะก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน”
คนขับรถต่างก็ปรบมืออย่างแรงและเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยให้กับฝูงชนแล้วหันหลังกลับเดินเข้าไปในรถของเขา เย่เชียนมีความเคารพต่อคนเหล่านี้อยู่ในใจเพราะสิ่งที่ประเทศจีนต้องการในตอนนี้คือคนแบบนี้ ในสังคมที่ผู้คนต่างเห็นแก่ตัวนั้นก็ยังมีคนดีเหล่านี้อยู่และพวกเขาจะทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ก็ยังอบอุ่นอยู่บ้าง
เซี่ยเฟยมองไปที่เย่เชียนแล้วยิ้มจากนั้นก็พูดว่า “ดูเหมือนว่านายจะมีความดีอยู่บ้างนะ..ถ้าพวกนักเลงทุกคนเป็นเหมือนนายจริงๆฉันก็ไม่รู้เลยว่าโลกจะเป็นยังไง!” เซี่ยเฟยพูดขณะสตาร์ทรถและขับออกไป
.
.
.
……………