ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1457 เซี่ยเฟยปะทะอู๋หวนเฟิง ..............
ตอนที่ 1457 เซี่ยเฟยปะทะอู๋หวนเฟิง
……………
เย่เชียนไม่คิดว่าเขาเป็นคนดีแต่อย่างน้อยๆเขาก็มีหลักการเป็นของตัวเองและเขาจะไม่มีวันละเมิดหลักการบางอย่าง เขาเกิดท่ามกลางความยากจนถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะมีเงินหลายพันล้านและมีอิทธิพลอย่างมากแต่เขาก็ไม่เคยดูถูกคนจนคนใดและเขารู้ดีกว่าใครๆว่าคนจนจำนวนมากไม่ใช่ไม่เก่งและไม่ฉลาดเพียงแต่พวกเขาขาดโอกาส ดังนั้นเย่เชียนจึงเต็มใจที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขาภายในขอบเขตความสามารถของเขา
เย่เชียนกดหมายเลขโทรศัพท์ของหลินโรวโร่วและถามที่อยู่ของเธอแล้วรีบไปทันที เมื่อได้ยินเสียงของหลินโรวโร่วทางโทรศัพท์ เห็นได้ชัดว่าเธอเหนื่อยมากและถึงแม้ว่าเธอจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อแสร้งทำเป็นว่าเธอสบายดีแต่เย่เชียนก็ยังรู้สึกได้
สองชั่วโมงต่อมารถจอดที่ทางเข้าโรงแรมที่หลินโรวโร่วพักอยู่และเย่เชียนก็ตรงไป เซี่ยเฟยก็รู้ทุกอย่างดีดังนั้นเขาจึงบอกว่าจะไปจองห้องพักก่อนจากนั้นก็หันหลังและเดินออกไป เมื่อเย่เชียนและหลินโรวโร่วพบกันพวกเขาก็ต้องมีเรื่องมากมายที่จะพูดคุยกันโดยธรรมชาติแล้วเซี่ยเฟยจะไม่เป็นก้างขวางคอพวกเขา
เย่เชียนไม่พูดอะไรมากเพียงพยักหน้าเห็นด้วยและเดินตรงขึ้นไปชั้นบน เมื่อมาถึงประตูห้องของหลินโรวโร่วเย่เชียนก็เคาะประตูแล้วเสียงของหลินโรวโร่วก็ดังมาจากข้างในและหลังจากนั้นไม่นานประตูก็เปิดออก เมื่อเห็นเย่เชียนปรากฏตัวต่อหน้าต่อตาเธอ หลินโรวโร่วก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่ล่ะ..คุณโทรหาฉันเมื่อกี้ฉันก็คิดว่าคุณยังอยู่ต่างประเทศซะอีก”
“ผมเพิ่งจะมาถึง” เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของหลินโรวโร่วแล้วเย่เชียนก็อดรู้สึกเจ็บปวดในใจไม่ได้และอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “โรวโร่วคุณดูซีดเซียวมาก”
“ฉันสบายดี” หลินโรวโร่วยิ้มอย่างอ่อนหวานและพูดว่า “เข้ามาสิ” แล้วดึงเย่เชียนเข้าไปในห้องแล้วเขาก็ปิดประตู เย่เชียนเหลือบไปเห็นเอกสารจำนวนมากบนโต๊ะและดูเหมือนว่าตอนนี้หลินโรวโร่วกำลังดูเอกสารเหล่านี้อยู่ เมื่อเย่เชียนเดินไปดูพวกมันก็ล้วนเป็นรายงานเกี่ยวกับภัยพิบัติ “คุณดูเหนื่อยมาก..พักผ่อนอีกสักหน่อยไม่ได้เหรอ..อาการบาดเจ็บของคุณยังไม่หายดีเลยใช่ไหมแล้วทำไมเธอถึงทำงานหนักขนาดนี้ล่ะ..ถ้าผมรู้เร็วกว่านี้ผมจะไม่ให้คุณจัดการกองทุนเพื่ออนาคตตั้งแต่แรกแล้ว” เย่เชียนพูดอย่างเป็นทุกข์
“ฉันสบายดี..ร่างของคุณทำมาจากเหล็กเพราะงั้นฉันก็ทำมาจากเหล็กเหมือนกัน..ไม่มีอะไรสามารถทำให้ฉันล้มได้หรอก” หลินโรวโร่วยิ้มแล้วพูดว่า “ถึงแม้ว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะไม่ร้ายแรงมากแต่สถานการณ์ก็ยังย่ำแย่..เราหวังว่ากองทุนจะไม่ใช่แค่สถาบันสวัสดิการดังนั้นแน่นอนว่าเราต้องช่วยเหลือหากประชาชนมีปัญหา”
“พูดอย่างนั้นก็จริงแต่อย่าลืมว่าจุดประสงค์หลักของกองทุนของเราไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เหล่านั้นแต่เพื่อประชาชน..เงินบริจาคทั้งหมดส่งตรงถึงมือของคนทั่วไปทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อของภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ใช่พวกเจ้าหน้าที่..พูดตรงๆเลยนะพวกเขาแต่ละคนร่ำรวยและไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเราพวกนั้นมันก็แค่เสแสร้งไปเรื่อย” เย่เชียนพูด “เงินควรใช้อย่างชาญฉลาดและไม่จำเป็นต้องบริจาคให้พวกเขา..ดูพวกมูลนิธิรับบริจาคสิพวกเขาขับ BMW และ Mercedes-Benz และอาศัยอยู่ในบ้านหรูๆแพงๆ..แต่พวกเขาต้องการเงินบริจาคเนี่ยนะใครจะไปเชื่อล่ะ..ผมถามพี่หลันแล้วและผมจะจัดการเรื่องนี้เอง..คุณไปพักผ่อนเถอะ”
“ฉันรู้ว่าคุณเป็นห่วงฉันแต่ฉันสบายดีจริงๆ” หลินโรวโร่วพูด “คุณพูดถูก..มันยากที่จะเชื่อว่าพวกเขาต้องการการบริจา แต่ เนื่องจากมีคนโทรศัพท์มาเราก็ควรกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยเพราะมันเป็นชื่อเสียงของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปของเราด้วย”
“เสียชื่อเสียงเหรอ” เย่เชียนตะโกนด้วยความโกรธและสิ่งที่ซ่งหลันพูดว่าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกิจการพลเรือนเรียกหลินโรวโร่วมาเพื่อบริจาคเงินจนหลินโรวโร่วต้องวิ่งมาที่นี่ด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวและเย่เชียนก็ทนไม่ได้ ซึ่งหลินโรวโร่วก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปชั่วขณะเพราะเย่เชียนไม่เคยโกรธต่อหน้าเธอขนาดนี้มาก่อน เย่เชียนก็ตระหนักได้ว่าเขาทำเกินไปและเขาก็ยิ้มอย่างขอโทษและพูดว่า “โรวโร่วผมไม่ได้พูดถึงคุณผมแค่รำคาญมากเมื่อคิดถึงเรื่องนี้..คุณก็รู้จักผมดีที่สุดและผมก็คิดว่าคุณก็เช่นกัน..คุณต้องเข้าใจว่าผมไม่เคยทำสิ่งต่างๆเพื่อให้ได้รับชื่อเสียงที่ดีและผมไม่ได้สร้างกองทุนเพื่ออนาคตเพื่อเพิ่มชื่อเสียงของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปและตอนนี้ก็เหมือนกัน..ถ้าเป็นคนธรรมดาที่ต้องการความช่วยเหลือผมก็ไม่แม้แต่จะลังเลแต่ครั้งนี้ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณโดยสิ้นเชิง..รัฐบาและพวกตาแก่ควรเปิดตาของพวกเขาและมองดูว่าสังคมปัจจุบันมันเป็นยังไง..เพราะงั้นคุณห้ามทำเรื่องนี้และไปพักผ่อนซะนะ..ไม่อย่างนั้นผมจะโกรธมากเพราะผมสนับสนุนคุณเสมอไม่ว่าคุณต้องการจะทำอะไรแต่ครั้งนี้ต่างออกไปคุณต้องฟังผม”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเย่เชียนแล้วหลินโรวโร่วก็พยักหน้าเล็กน้อยและตอบกลับ
“หวนเฟิงอยู่ที่ไหน..เขาไม่ได้มาปักกิ่งกับคุณหรอ..ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนล่ะ” เย่เชียนถาม
“อ๋อ..หวนเฟิงออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกและเขาน่าจะกลับมาเร็วๆนี้” หลินโรวโร่วพูด หลังจากหยุดไปชั่วคราวหลินโรวโร่ว ก็เปลี่ยนเรื่องอีกครั้งและพูดว่า “ฉันได้ยินจากพี่หลัยว่าคุณไปประเทศอินเดียไม่ใช่เหรอแล้วทำไมคุณถึงกลับมาเร็วจัง”
“ที่นั่นใกล้จะเรียบร้อยแล้ว..ผมเพิ่งได้ยินจากพี่หลันว่าคุณมาที่ปักกิ่งผมก็เลยรีบกลับมา” เย่เชียนพูด “ผมบินไปที่เมืองเซี่ยงไฮ้แล้วขับรถมาที่นี่”
“ถ้าอย่างนั้นคุณคงเหนื่อยมากใช่ไหม..นอนพักสักหน่อยสิ..หลังจากบินและเดินทางเป็นเวลานานคุณคงจะเหนื่อยแย่เลย” หลินโรวโร่วพูด
“คุณก็เหมือนกัน..คุณดูซีดเซียวใบหน้าของคุณซูบผอมมาก” เย่เชียนพูด “เราไปพักผ่อนกันเถอะ”
หลินโรวโร่วตอบอย่างเขินอายเพราะไม่ว่าเธอจะแข็งแกร่งหรือเข้มแข็งเพียงใดเมื่อเธอทำสิ่งต่างๆแต่เธอจะเป็นภรรยาที่ประพฤติตัวดีต่อหน้าเย่เชียนเสมอ
เซี่ยเฟยไปที่ร้านค้าเล็กๆถัดจากโรงแรมเพื่อซื้อบุหรี่เต๋อเฉียนเหมินซองหนึ่ง จากนั้นก็นั่งลงที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมแล้วสูบบุหรี่มองไปรอบๆอย่างสบายๆ ดูเหมือนว่าวิญญาณของเขาจะอ่อนล้าไปตลอดกาลและไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนเขามักจะดูง่วงอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามในตอนนี้จิตวิญญาณของเขาดูเหมือนจะดีมากและมันก็เหมือนกับเย่เชียนที่ดูกระตือรือร้นและไม่ได้ต้องการที่จะนอนถึงแม้ว่าเขาจะนั่งและหาวแต่เขาก็ไม่ได้ไปนอน
หลังจากนั้นไม่นานอู๋หวนเฟิงก็กลับมาจากข้างนอกและเมื่อเดินผ่านด้านข้างของเซี่ยเฟยก็เห็นได้ชัดว่าเขาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และอดไม่ได้ที่จะระแวดระวังเพราะเป็นเวลานานแล้วที่อู๋หวนเฟิงเป็นผู้คุ้มกันของซ่งหลันดังนั้นเขาจึงสามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายได้ดีกว่าคนอื่นๆในเขี้ยวหมาป่า ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่มีจิตสังหารแต่อู๋หวนเฟิงที่ระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาก็ยังคงเห็นว่าเซี่ยเฟยแตกต่างและเป็นคนที่อันตรายอย่างแน่นอน
เมื่อหลินโรวโร่วมาถึงเมืองหลวงซ่งหลันก็บอกให้เขาติดตามหลินโรวโร่วเป็นพิเศษ ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขาต้องปกป้องความปลอดภัยของหลินโรวโร่วและเขาต้องระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เพราะองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่านั้นมีศัตรูทุกทิศทางและสร้างความขุ่นเคืองให้กับผู้คนจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและเครือน่านฟ้ากรุ๊ปก็ได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากขุ่นเคืองและมีคนมากมายที่ต้องการชีวิตของพวกเขา ดังนั้นใครจะรู้ว่าจะมีใครมาทำร้ายหลินโรวโร่วหรือไม่และด้วยเหตุนี้อู๋หวนเฟิงจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เซี่ยเฟยหันไปมองอู๋หวนเฟิงและยิ้มเล็กน้อยแล้วดีดบุหรี่ออกไป ซึ่งทิศทางนั้นแม่นยำมากและมันพุ่งตรงไปที่ดวงตาของอู๋หวนเฟิงจนอู๋หวนเฟิงตกตะลึงเพราะดูเหมือนว่าการเดาของเขาจะถูกต้องจริงๆว่าคนๆนี้กำลังตามหลินโรวโร่วอยู่ แน่นอนเมื่อคิดถึงเรื่องนี้เนื่องจากอีกฝ่ายรอเขาอยู่ที่นี่นั่นก็หมายความว่าตอนนี้หลินโรวโร่วต้องตกอยู่ในอันตรายแล้วและอู๋หวนเฟิงก็ไม่สนใจเรื่องวุ่นวายกับเซี่ยเฟยดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงการโจมตีของเซี่ยเฟยและรีบวิ่งไปที่โรงแรมเพราะตอนนี้เขาต้องไปช่วยหลินโรวโร่วและเขาก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกับเซี่ยเฟยได้
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการให้อู๋หวนเฟิงมีโอกาสที่จะหลบหนีดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งไปที่ด้านหน้าของอู๋หวนเฟิง และต่อยอู๋หวนเฟิงจนถูกบังคับให้ถอยออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของเซี่ยเฟย จากนั้นก็กวาดขาขวาของเขาไปกระแทกหูของเซี่ยเฟยโดยตรง นี่มันปรมาจารย์อู๋หวนเฟิงคิดอย่างลับๆและดูเหมือนว่ามันไม่ง่ายสำหรับเขาที่จะจัดการอีกฝ่ายได้เว้นแต่จะฆ่าอีกฝ่ายเท่านั้นเพราะเขาอาจจะไม่สามารถหนีไปไหนได้เลย
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้อู๋หวนเฟิงก็ไม่สามารถยับยั้งอะไรได้เลยและตอนนี้หลินโรวโร่วก็ตกอยู่ในอันตรายเช่นกันหากเขาไม่จัดการเซี่ยเฟยโดยเร็วที่สุดเขาก็ไม่มีทางช่วยหลินโรวโร่วได้ จากนั้นมือขวาก็เอื้อมไปที่หน้าอกของเขาและปามีดขว้างออกไปที่เซี่ยเฟย การเคลื่อนไหวของอู๋หวนเฟิงค่อนข้างเดายากและมีเพียงไม่กี่คนที่มองเห็นได้ นอกจากนี้ทักษะการขว้างมีดของอู๋หวนเฟิงนั้นก็ค่อนข้างทรงพลังและคนส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยดูเหมือนจะคาดเดาเอาไว้นานแล้วและหลบเลี่ยงมีดขว้างของอู๋หวนเฟิงได้อย่างง่ายดาย
“ฉันได้ยินมานานแล้วว่ามีดบินของอู๋หวนเฟิงนั้นแม่นยำมากและตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะจริง” เซี่ยเฟยพูด “ยังไงก็เถอะฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมคนๆหนึ่งถึงยอมเสียสละแขนข้างหนึ่งของตัวเองเพื่อมีดเล่มเดียวด้วย?..นายเต็มใจที่จะเสียแขนข้างหนึ่งของนายออกเพียงเพราะเย่เชียนชอบมันน่ะเหรอ?..มันคุ้มค่าไหมล่ะ?”
อู๋หวนเฟิงผงะเล็กน้อยและอีกฝ่ายก็รู้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับเขาดีดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเตรียมพร้อมมาอย่างดี อู๋หวนเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คุณไม่เข้าใจความเป็นพี่น้องของเราหรอก..บอสเขาเชื่อมั่นในตัวผมและปฏิบัติต่อผมเหมือนน้องชายและดูแลผมอย่างดีเพราะงั้นนับประสาอะไรกับแขนข้างเดียว..เพราะถึงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามผมก็ไม่ลังเล..ช่วยบอกผมทีว่าใครส่งคุณมาที่นี่”
“ฉันจะบอกนายถ้านายเอาชนะฉันได้” เซี่ยเฟยยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด
อู๋หวนเฟิงไม่กล้าดูถูกศัตรูคนในดังนั้นเขาจึงตั้งสมาธิและเตะเซี่ยเฟยไม่หยุดถึงแม้ว่าเขาจะมีแขนเพียงข้างเดียวแต่หมัดของอู๋หวนเฟิงรวมกับลูกเตะนั้นก็ค่อนข้างทรงพลังและไม่สามารถประเมินเขาต่ำเกินไปได้เลย
.
.
.
……………