ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1458 แค่ล้อเล่นเฉยๆ
ตอนที่ 1458 แค่ล้อเล่นเฉยๆ
……………
อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างความแข็งแกร่งของอู๋หวนเฟิงและเซี่ยเฟยอยู่มากเพราะไม่ว่าการเคลื่อนไหวของอู๋หวนเฟิงจะซับซ้อนแค่ไหนแต่เซี่ยเฟยก็ดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงการโจมตีของอู๋หวนเฟิงได้อย่างง่ายดาย เรื่องนี้ทำให้อู๋หวนเฟิงประหลาดใจว่าอีกฝ่ายทำการสืบข้อมูลของเขามาอย่างเข้มงวดใช่ไหม? ในบรรดาองค์กรนักฆ่าหลายแห่งในโลกดูเหมือนว่าจะมีไม่กี่องค์กรที่รู้จักสมาชิกขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า
หลังจากไม่สามารถโจมตีได้เป็นเวลานานอู๋หวนเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธเล็กน้อยเพราะหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปหลินโรวโร่วอาจจะเป็นอันตรายจริง ซึ่งอีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้กระบวนท่าการโจมตีของเขาชัดเจนมาก ดังนั้นทักษะการต่อสู้แบบทหารอาจจะสามารถกำจัดเซี่ยเฟยได้
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้อู๋หวนเฟิงก็รีบพุ่งไปหาเซี่ยเฟยโดยใช้มีดขว้างในมือของเขาเป็นมีดและแทงไปที่หน้าอกของเซี่ยเฟยโดยตรง อู๋หวนเฟิงไม่สนใจหมัดของเซี่ยเฟยที่โจมตีมาที่เขาราวกับว่าเขาไม่เห็นมันเลยจนเซี่ยเฟยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และกระโดดออกไปห่างจากอู๋หวนเฟิง
อย่างไรก็ตามอู๋หวนเฟิงก็ปฏิเสธที่จะปล่อยเซี่ยเฟยไปเพื่อความปลอดภัยของหลินโรวโร่ว ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ เซี่ยเฟยแต่เขาก็ทำได้เพียงต่อสู้ด้วยกำลังทั้งหมดของเขา ดังนั้นอู๋หวนเฟิงจึงพุ่งตรงไปหาเซี่ยเฟยโดยไม่หยุดแม้แต่น้อย “หยุดก่อน..หยุด!” เซี่ยเฟยโบกมืออย่างเร่งรีบและพูดว่า “หยุดได้แล้ว..ฉันแค่หยอกนายเล่นเฉยๆ”
อู๋หวนเฟิงจะปล่อยไปได้อย่างไรเพราะเขาไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยมีจุดประสงค์อะไรในการมาที่นี่และไม่รู้เลยว่าหลินโรวโร่วในเวลานี้เป็นยังไงบ้าง ดังนั้นหลังจากได้ยินคำพูดของเซี่ยเฟยแล้วอู๋หวนเฟิงก็ยังคงโจมตีต่อไปราวกับว่าเขาไม่ได้ยินอะไรเลยและขณะที่หลบเซี่ยเฟยก็พูดว่า “ให้ตายเถอะฉันแค่ล้อเล่นทำไมนายถึงได้จริงจังขนาดนี้..ฉันเป็นเพื่อนของเย่เชียน!..ฉันมาที่นี่กับเขาและตอนนี้เขาก็อยู่ข้างบน..ถ้านายไม่เชื่อฉันนายก็ขึ้นไปดูเอาเองซะสิ..แต่เขาคงกำลังสวีทกับภรรยาของเขาอยู่เพราะงั้นอย่าขึ้นไปจะดีกว่า”
อู๋หวนเฟิงผงะเล็กน้อยและไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยจะพูดจริงหรือไม่แต่ในเวลานี้อู๋หวนเฟิงก็ไม่มีเวลาที่จะมาสู้กับเซี่ยเฟย ดังนั้นเนื่องจากเซี่ยเฟยไม่ได้ต่อสู้หรือขวางเขาเอาไว้เขาจึงไม่จำเป็นต้องต่อสู้อีกต่อไปเพราะการปกป้องหลินโรวโร่วเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จากนั้นอู๋หวนเฟิงก็วิ่งขึ้นไปชั้นบนโดยไม่หยุดและกดเบอร์โทรศัพท์ของหลินโรวโร่วขณะที่กดลิฟต์ หลังจากนั้นไม่นานเสียง “สวัสดี” ที่สับสนของหลินโรวโร่วก็ดังมาจากโทรศัพท์และอู๋หวนเฟิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า “พี่สะใภ้คุณสบายดีหรือเปล่าครับ?”
หลินโรวโร่วตกตะลึงเล็กน้อยและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ฉันสบายดี?..เกิดอะไรขึ้นหรอ?
อู๋หวนเฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า “อ๋อไม่มีอะไรครับ..ว่าแต่บอสเขาอยู่ที่นี่หรอ?”
“ใช่!..เขาเพิ่งมาถึงที่นี่..เขาคงไม่ได้นอนมาสองปีแล้วเขาดูเหนื่อยมากและตอนนี้เขาก็กำลังพักผ่อนอยู่” หลินโรวโร่วพูด
“โอเค..ผมมีธุระอยู่ข้างนอกและอาจจะกลับไปช้าสักหน่อยนะ” หลังจากที่อู๋หวนเฟิงพูดจบเขาก็วางสายไป โดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เซี่ยเฟยเดินนำหน้าเขามาแล้วและอู๋หวนเฟิงก็หันไปมองเซี่ยเฟยแต่ไม่ได้พูดอะไร ส่วนเซี่ยเฟยก็ยิ้มและพูดว่า “ฉันบอกแล้ว..เอาล่ะ..สวัสดีฉันชื่อเซี่ยเฟยฉันเพิ่งกลับมาจากประเทศอินเดียกับเย่เชียน..ฉันได้ยินชื่อเสียงของนายมานานแล้วและเมื่อฉันเห็นายวันนี้นายก็สมควรอย่างยิ่งที่ได้รับฉายานั้น”
“อย่าล้อเล่นกับผมแบบนี้อีกนะ” หลังจากที่อู๋หวนเฟิงพูดจบเขาก็หันหน้าและเดินออกจากโรงแรมไป
เซี่ยเฟยเม้มปากของเขาและตามด้วยรอยยิ้มที่พอใจแล้วพูดว่า “ฉันเป็นคนแบบนี้แหละไม่ต้องแปลกใจหรอก..มาสูบบุหรี่กันเถอะ!” เขาหยิบบุหรี่ออกมาและส่งให้อู๋หวนเฟิง
อู๋หวนเฟิงมองออกไปและเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อยจากนั้นก็ส่ายหัวและพูดว่า “ขอบคุณแต่ผมไม่สูบบุหรี่” อู๋หวนเฟิงเคยสูบบุหรี่มาก่อนแต่ภายหลังเขาติดตามซ่งหลันและหลังจากกลายเป็นบอดี้การ์ดเขาก็ค่อยๆเลิกบุหรี่เพราะเขากลัวว่าการสูบบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อซ่งหลันเพราะเขามักจะติดตามซ่งหลันไปร่วมงานที่เป็นทางการดังนั้นการสูบบุหรี่จึงไม่เหมาะสมเขาจึงตัดสินใจเลิก
“นายนี่เป็นคนดีจริงๆ..มีผู้ชายไม่กี่คนที่ไม่สูบบุหรี่ในตอนนี้” เซี่ยเฟยหยิบบุหรี่เข้าไปในปากของเขาในขณะที่เขาพูดและพูดว่า “แต่นายคงไม่รังเกียจที่คนอื่นสูบบุหรี่ใช่ไหม” เมื่อเห็นอู๋หวนเฟิงส่ายหัวเซี่ยเฟยก็จุดบุหรี่และหลังจากพูดคุยเล็กน้อยกับอู๋หวนเฟิงที่โรงแรมแล้วเซี่ยเฟยก็นั่งลงที่โต๊ะในล็อบบี้และเซี่ยเฟยก็สั่งชามาสองถ้วยแต่พบว่าเขาไม่มีเงินในกระเป๋าดังนั้นเขาจึงมองไปที่อู๋หวนเฟิงและยิ้มอย่างขมขื่น ซึ่งอู๋หวนเฟิงก็ไม่ได้พูดอะไรเนื่องจากอีกฝ่ายกลับมาพร้อมเย่เชียนเขาจะต้องเป็นเพื่อนของ เย่เชียนดังนั้นอู๋หวนเฟิงจึงยินดีจ่ายเงินให้
ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยไม่ได้ไม่มีเงินจริงๆแต่เขาจงใจทำแบบนี้ ถึงแม้ว่าอู๋หวนเฟิงจะเฉยเมยมากแต่เซี่ยเฟยก็ยังมีวิธีที่จะเข้าถึงจิตใจของอู๋หวนเฟิงทีละเล็กทีละน้อยและค่อยๆพูดคุยกับเขา ในตอนแรกอู๋หวนเฟิงไม่มีความสุภาพแต่อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายก็เป็นเพื่อนของเย่เชียนและเขาก็ไม่สามารถเฉยเมยได้มากนัก แต่ทว่าอู๋หวนเฟิงก็ค่อยๆสนใจคำพูดของเซี่ยเฟยและเริ่มพูดคุยกับเขา
ในตอนเย็นเซี่ยเฟยและอู๋หวนเฟิงก็เป็นเพื่อนกันโดยปริยายและเมื่อมองดูเวลาก็เกือบจะถึงเวลาอาหารเย็นแล้วแต่เย่เชียนกับหลินโรวโร่วยังไม่ลงมา เซี่ยเฟยเม้มปากของเขาและพูดว่า “ให้ตายเถอะเย่เชียนใจจะร้ายเกินไปไหมเนี่ยเขาพาฉันมาที่ประเทศจีนแต่เขากลับสนใจแค่ความสุขของตัวเองและไม่จัดการเรื่องอาหารให้ฉันและไม่หาผู้หญิงให้ฉันอีก..ฉันต้องโทรหาเขาแล้ว”
“ลืมเรื่องนั้นไปเถอะ..มันหายากมากการที่บอสจะได้อยู่กับพี่สะใภ้เพราะเขาเอาแต่ทำงานตลอดหลายปีมานี้และหลายคนอาจไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้นทั้งๆที่ตอนนี้เขาก็มีอำนาจและเงินมากมายแต่ทำไมเขายังทำงานหนักขนาดนี้อยู่..แต่ผมรู้ดีว่าบอสทำสิ่งนี้เพื่อพี่น้องของเรา” อู๋หวนเฟิงพูดต่อ “ถ้างั้นคุณจะไปกินมื้อเย็นกับผมไหมล่ะครับ”
“ก็ในเมื่อนายพูดแบบนี้แล้วฉันก็ต้องปล่อยเขาใช้เวลาส่วนตัวไป” เซี่ยเฟยยิ้มและพูดว่า “ฉันอยากกินขนมปักกิ่งดั้งเดิมนายพอรู้ไหมว่าฉันจะหาซื้อมันได้ที่ไหน”
“คงจะยากหน่อยเพราะขนมดั้งเดิมของปักกิ่งโดยปกติจะหาซื้อกินได้เฉพาะแผงขายอาหารเล็กๆหรือแผงลอยริมถนนแต่ช่วงนี้มีน้ำท่วมไปทุกพื้นที่เพราะงั้นร้านขนมคงจะปิดไปหมดแล้ว..ที่โรมแรมไม่มีเหรอเราลองไปถามที่ร้ายอาหารในโรมแรมดูก็แล้วกัน” อู๋หวนเฟิงพูดแล้วทั้งสองก็ยืนขึ้นในขณะที่กำลังคุยกันและเมื่อพวกเขากำลังจะเดินไปที่ร้านอาหารของโรงแรมก็มีรถมาจอดหน้าประตูโรงแรมและชายวัยกลางคนที่มีพุงโตก็เดินเข้ามาข้างใน
ชายหัวโล้นวัยกลางคนเห็นอู๋หวนเฟิงก็รีบวิ่งตามเขาและพูดว่า “คุณอู๋..โชคดีจังที่คุณอยู่ที่นี่”
อู๋หวนเฟิงหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “ผู้อำนวยการฉีทำไมคุณถึงมาที่นี่ล่ะครับ”
“คุณหลินกำลังพักผ่อนอยู่..เมื่อวานนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวันและต้องจัดการเรื่องธุรกิจในวันนี้อีก..เธอเพิ่งจะได้พักผ่อนเพราะงั้นผมคิดว่าคุณควรรออีกหน่อย” อู๋หวนเฟิงพูด
“แต่เรื่องนี้ค่อนข้างเร่งด่วนเลย..คุณช่วยลองโทรหาคุณหลินหน่อยจะได้ไหม?” ชายหัวโล้นวัยกลางคนพูด “นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้งเพราะงั้นเดี๋ยวผมจะเป็นเจ้าภาพมื้อเย็นเองดีไหมครับ”
อู๋หวนเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะเขาไม่ชอบคนเหล่านี้เอามากๆ เนื่องจากเขาได้พบกับอีกฝ่ายพร้อมกับหลินโรวโร่วครั้งล่าสุดดังนั้นอู๋หวนเฟิงจึงรู้นิสัยของหลินโรวโร่วดี ดังนั้นในที่สุดเขาก็พยักหน้าเล็กน้อยและกดหมายเลขโทรศัพท์ของหลินโรวโร่ว ชายหัวโล้นวัยกลางคนกล่าวขอบคุณเขาครั้งแล้วครั้งเล่าและรู้สึกมีความสุขเล็กน้อยในใจเพราะเขาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานกิจการพลเรือนที่ซ่งหลันพูดถึง ซึ่งเขาได้รู้มาว่าหลินโรวโร่วผู้ดูแลกองทุนเพื่ออนาคตดังนั้นเขาจึงหวังว่าจะได้รับเงินบริจาค
หลังจากนั้นไม่นานโทรศัพท์มือถือของหลินโรวโร่วก็เชื่อมต่อได้และอู๋หวนเฟิงก็พูดว่า “คุณหลินครับตอนนี้ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการพลเรือนอยู่ที่นี่..เขาต้องการเชิญคุณไปรับประทานอาหารเย็นและหารือเกี่ยวกับเงินบริจาค”
“ตกลง..ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้” หลินโรวโร่วพูด
“อย่าลงไป..ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง..คุณพักผ่อนในห้องเถอะ” เย่เชียนพูด จากนั้นเย่เชียนก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและพูดว่า “หวนเฟิงพาเขาไปรอที่ร้านอาหารก่อน..อย่าสั่งอาหาร..อย่าสั่งชาและให้เขากินแค่น้ำเปล่าไปก่อน”
“รับทราบครับ!” อู๋หวนเฟิงตอบและวางสายโทรศัพท์ไป
เย่เชียนมองไปที่หลินโรวโร่วและลุกขึ้นจากเตียงแล้วเริ่มแต่งตัว หลินโรวโร่วรู้นิสัยของเย่เชียนดีดังนั้นเธอจึงรีบพูดว่า “คุณอย่าโกรธไปเลย..พวกเขามาเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “เชื่อผมสิไม่ต้องกังวลไปหรอก..ถ้าเขามาเพื่อบรรเทาภัยพิบัติจริงๆผมจะทุ่มเงินให้เขาโดยไม่ลังเลเลย..ถ้าผมรู้ว่าเขามีความคิดที่จะยักยอกเงินล่ะก็ผมจะสั่งสอนเขาให้รู้ซึ้ง” จากนั้นเขาก็มองไปที่หลินโรวโร่วและพูดว่า “คุณพักผ่อนเถอะ..ผมจะนำอาหารมาให้คุณหลังจากกลับมา..คุณจำเอาไว้ล่ะว่าอย่าคิดที่จะยุ่งกับเรื่องนี้อีก เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของผมแต่เพียงผู้เดียว”
“เข้าใจแล้ว” หลินโรวโร่วกลอกตาไปมาและพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและจูบหลินโรวโร่วที่แก้ม จากนั้นก็ลุกขึ้นไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและแต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องไป ตามคำแนะนำของเย่เชียนอู๋หวนเฟิงได้นำผู้อำนวยการฉีและผู้ช่วยสองคนของเขาไปที่ร้านอาหารของโรงแรมและนั่งลง ทันใดนั้น บริกรเข้ามาและถามอย่างสุภาพว่าจะสั่งอาหารอะไร
“คุณอู๋สั่งได้เลยนะครับ..ผมจะเป็นเจ้ามือเอง!” ผู้อำนวยการฉีพูด
“ยังก่อนครับ..ผมไม่สามารถตัดสินใจได้หากไม่ได้รับอนุญาต” อู๋หวนเฟิงพูด “บริษัทของเรามีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากดังนั้น…” ซึ่งผู้อำนวยการฉีก็พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ” ผมเข้าใจ..ผมเข้าใจ!”
.
.
.
……………