ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1459 เปลี่ยนแปลง
ตอนที่ 1459 เปลี่ยนแปลง
……………
ผู้อำนวยการฉีถามอย่างสุภาพแต่หลินโรวโร่วยังไม่มาดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะสั่งอาหารตอนนี้ ซึ่งหลินโรวโร่วเป็นดั่งเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งของเขาและด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องการประจบประแจงเธอ ถึงแม้ว่าอู๋หวนเฟิงจะเป็นเพียงผู้ติดตามของหลินโรวโร่วแต่อย่างน้อยๆในความเห็นของผู้อำนวยการฉีเขาก็ยังต้องประจบประแจงผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอเขานั้นรู้จักเครือน่านฟ้ากรุ๊ปเป็นอย่างดีเพราะไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติเล็กๆหรือใหญ่ๆในประเทศจีนก็ตามแต่เครือน่านฟ้ากรุ๊ปจะบริจาคเงินจำนวนมหาศาลดังนั้นตอนนี้ก็มีเหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่เมืองปักกิ่งและแน่นอนว่าเครือน่านฟ้ากรุ๊ปจะต้องบริจาคเงินจำนวนมหาศาลและเพื่อการนั้นแล้วเขาจึงต้องประจบประแจงทุกคน
จากนั้นผู้อำนวยการฉีก็หันไปมองที่เซี่ยเฟยและถามว่า “คุณอู๋ครับไม่ทราบว่าคุณคนนี้คือ..ช่วยแนะนำบุคลากรที่มาจากเครือน่านฟ้ากรุ๊ปให้ผมทีครับ”
“ผมเหรอ?” เซี่ยเฟยชี้มาที่ตัวเองและขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ผมเป็นแค่พนักงานตำแหน่งเล็กๆคุณไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ..คุณสามารถพูดคุยอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ”
ผู้อำนวยการฉีก็ผงะเล็กน้อยจากนั้นก็หันไปมองอู๋หวนเฟิงแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ซึ่งนื่ทำให้ผู้อำนวยการฉีงุนงงอย่างมากว่าการพยักหน้าของอู๋หวนเฟิงนั้นหมายถึงอะไร? เป็นไปได้ไหมว่าคนๆนี้จะเป็นพนักงานธรรมดาๆจริงๆ? ตามการตัดสินจากประสบการณ์ของผู้อำนวยการฉีแล้วเห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงพนักงานธรรมดาๆเพราะท้ายที่สุดแล้วการได้นั่งโต๊ะเดียวกับอู๋หวนเฟิงได้นั้นอย่างน้อยๆพวกเขาก็ต้องมีตำแหน่งคล้ายๆกัน?
ในเวลานี้เย่เชียนเดินเข้ามาอย่างช้าๆจากนอกร้านอาหารและเมื่ออู๋หวนเฟิงเห็นเย่เชียนเข้ามาเขาก็รีบลุกขึ้นยืนจนผู้อำนวยการฉีตกตะลึงไปครู่หนึ่งโดยไม่หันกลับมามองและรีบลุกขึ้นยืนตามอู๋หวนเฟิงเพราะเขาคิดว่าต้องเป็นหลินโรวโร่วที่มาอย่างแน่นอนดังนั้นเขาจึงไม่กล้าละเลยแต่เมื่อเขาหันกลับไปเขาเห็นผู้ชายคนหนึ่งและเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอย่างมาก
เย่เชียนโบกให้อู๋หวนเฟิงแล้วนั่งลงและเขาก็เดินไปที่ที่นั่งเพื่อนั่งลง ผู้อำนวยการฉีไม่สามารถเข้าใจภูมิหลังของเย่เชียนได้และเขาก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อยและไม่กล้าพูดอย่างไม่เลือกปฏิบัติอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั่งลงแล้วเย่เชียนก็หันไปมองผู้อำนวยการฉีด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “คุณควรจะเป็นผู้อำนวยการฉีใช่ไหม?..สวัสดีครับ..พอดีว่าโรวโร่วไม่ค่อยสบายดังนั้นผมจึงมาคุยกับคุณแทนเธอ” เย่เชียนพูดแล้วยื่นมือออกมา
ผู้อำนวยการฉีอยู่ในราชการมานานและไม่ต้องพูดถึงสายตาที่เฉียบคมของเขาจากการพบปะผู้คนมามากมาย ยิ่งไปกว่านั้นการเพิ่มสิ่งที่เย่เชียนพูดเมื่อกี้ที่เรียกหลินโรวโร่วว่าโรวโร่วเห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้นไม่ธรรมดาและไม่กล้าขัดจังหวะใดๆ ผู้อำนวยการฉีรีบยื่นมือออกมาแล้วพูดว่า “สวัสดีครับ..ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรอครับ”
ก่อนที่มือของผู้อำนวยการฉีจะจับได้จีบมือของเย่เชียนนั้นเย่เชียนก็คว้ามันกลับมาแล้วนั่งลงและพูดว่า “ขอโทษทีผมลืมล้างมือตอนที่ไปเข้าห้องน้ำเมื่อกี้” ผู้อำนวยการฉีถึงกับผงะและยิ้มอย่างขมขื่นแล้วนั่งลงด้วยความลำบากใจและพูดว่า “คุณล้อผมเล่นสินะครับเหอะๆ..ผมขอถามได้ไหมครับว่าคุณชื่ออะไร”
“ผมเย่เชียน” เย่เชียนพูด “ผู้อำนวยการฉีสั่งอาหารได้ตามสบายเลยนะครับผมจะเป็นเจ้าภาพในมื้อนี้เอง”
“ผมเป็นแขกเพราะงั้นผมจะเป็นเจ้าภาพมื้อนี้เองครับ” ผู้อำนวยการฉีพูด “ผมรู้สึกผิดจริงๆที่ทำให้คุณหลินต้องลำบากมาที่นี่เพราะงั้นถือว่าแทนคำขอโทษคุณหลินและคนอื่นๆก็แล้วกันครับ”
“ในเมื่อผู้อำนวยการฉีพูดแบบนี้ผมก็จะไม่เกรงใจแล้วนะครับ” หลังจากที่เย่เชียนพูดจบเขาก็โบกมือและเรียกพนักงานเสิร์ฟมา หลังจากรับเมนูจากพนักงานเสิร์ฟเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วเหลือบมองผู้อำนวยการฉีแล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการฉีถ้าอย่างนั้นผมสั่งอาหารเลยนะครับ”
“เชิญครับ!” ผู้อำนวยการฉีพูดด้วยรอยยิ้ม อย่างไรก็ตามเขาไม่จำเป็นต้องเสียเงินใดๆเพราะถึงยังไงเขาก็จะได้รับเงินจำนวนมหาศาลอยู่แล้วในทุกๆปีดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและไม่เกรงใจใดและเขาไม่สนใจว่าอาหารจะอร่อยหรือไม่เพราะเขาเลือกที่จะสั่งอาหารที่แพงที่สุดในนั้นจนผู้อำนวยการฉีอดไม่ได้ที่จะอึ้งไปชั่วขณะเพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่ต้องจ่ายค่าอาหารแต่การสั่งอาหารของเย่เชียนก็ยังคงทำให้เขาประหลาดใจแต่คำพูดนั้นได้ถูกพูดออกไปแล้วและเขาก็ไม่สามารถกลับคำได้ นอกจากนี้เพื่อที่จะรับเงินบริจาคจากกองทุนเพื่ออนาคตแล้วเขาก็ต้องทุ่มสุดตัว
หลังจากสั่งอาหารแล้วเย่เชียนก็คืนเมนูให้กับพนักงานเสิร์ฟและหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขาแล้วยื่นให้เซี่ยเฟย จากนั้นก็จุดไฟเอง ผู้อำนวยการฉีมองไปที่เย่เชียนและถามว่า “เนื่องจากคุณหลินกำลังพักผ่อนอยู่ถ้างั้นให้ผมคุยกับคุณเย่เกี่ยวกับการบริจาคแทนใช่ไหมครับ..ไม่ทราบว่าคุณจะสะดวกไหม”
“ใช่ครับ” เย่เชียนพูด “โรวโร่วเป็นคนดำเนินการสิ่งต่างๆส่วนผมก็มีอำนาจเต็มที่ในการตัดสินใจเรื่องนี้..ดังนั้นถ้าผู้อำนวยการเธอต้องการอะไรก็แค่พูดออกมา..ผมได้ยินโรวโร่วพูดถึงเรื่องภัยพิบัติในปักกิ่งเพราะงั้นพวกเราก็ควรทำหน้าที่ของพวกเราให้ดี..เพราะงั้นมีอะไรที่พวกเราพอจะช่วยผู้อำนวยการฉีได้บ้างหรือเปล่าครับ”
“เมืองปักกิ่งได้ประสบอุทกภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบศตวรรษเพราะงั้นพรรคการเมืองและรัฐบาลต่างก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทาภัยพิบัติ..ซึ่งมีหลายสถานที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและเกิดความสูญเสียค่อนข้างมาก..ดังนั้นฝ่ายกิจการพลเรือนของเราจึงเปิดรับบริจาคอย่างเปิดเผยโดยหวังว่าจะช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและการใช้ในการสร้างบ้านและอาคารใหม่ให้กับผู้ประสบภัย” ผู้อำนวยการฉีพูด “ผมรู้ว่ากองทุนเพื่ออนาคตของคุณหลินภายใต้เครือน่านฟ้ากรุ๊ปนั้นมุ่งมั่นในสวัสดิการต่างๆและช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง..เพราะงั้นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน..ถ้าประชาชนในประเทศเป็นเหมือนเครือน่านฟ้ากรุ๊ปล่ะก็ประเทศของเราก็จะแข็งแกร่งขึ้นได้..ดังนั้นผมจึงถือโอกาสนี้ในการโทรหาคุณหลินและคุณหลินก็เดินทางมาในทันทีนั่นทำให้ฉันดีใจมาก”
“ไม่มีปัญหาในการบริจาคเงินหรอกแต่ผมอยากรู้ว่าจะนำเงินไปใช้ที่ไหนหรือยังไง” เย่เชียนพูด
“โดยปกติแล้วเราจะนำไปใช้สำหรับการตั้งถิ่นฐานใหม่ของผู้ประสบภัยพิบัติและบำรุงโครงสร้างพื้นฐานของเมืองใหม่หลังจากน้ำลด” ผู้อำนวยการฉีพูด “คุณเย่วางใจได้เลยนะครับเพราะว่าเราจะมีแผนและมาตรการติดตามงานที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้แน่ใจว่าเงินบริจาคทั้งหมดจะถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า”
“ผมเคยเห็นมันในข่าวตามสื่อแล้วและอันที่จริงมันก็ไม่ใช่ภัยพิบัติแต่มันเป็นแค่ปัญหาบางอย่างที่ถูกละเลยในระหว่างการก่อสร้างเมือง” เย่เชียนพูด “ผมเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานก่อนที่น้ำจะลดลง..แต่ผมไม่เข้าใจอยู่เรื่องหนึ่งและหวังว่าผู้อำนวยการฉีจะคลายความสงสัยของผมได้”
“ถ้าคุณเย่มีข้อสงสัยอะไรก็พูดออกมาได้เลยครับ” ผู้อำนวยการฉีพูด
“เมืองหลวงแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมและการเมืองของประเทศจีนมาโดยตลอด..ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากที่สุดในประเทศและที่ดินทุกตารางนิ้วก็มีมูลค่าสูงแต่คนรวยก็สามารถคว้ามันได้มากมายอย่างง่ายดาย..ส่วนรถที่แย่ที่สุดที่พวกเขาขับก็เป็นรถ BMW หรือบ้านที่ถูกที่สุดก็มีความกว้างตั้ง 20,000 ตร.ม. เพราะงั้นถ้าผมบริจาคเงินให้คนเหล่านี้ผมจะไม่ขายหน้าเอาเหรอเพราะมันเหมือนกับการดูถูกพวกเขา?” เย่เชียนพูด
ผู้อำนวยการฉีตกตะลึงและพูดไม่ออก เย่เชียนก็หัวเราะเบาๆและพูดว่า “ผมก็แค่สงสัยน่ะ..มาเถอะ..มากินข้าวกันก่อน” เมื่อเห็นว่าอาหารถูกเสิร์ฟหมดแล้วเย่เชียนจึงเปลี่ยนหัวข้อด้วยรอยยิ้มและผู้อำนวยการฉีก็ยิ้มเจื่อนๆและพูดว่า “เชิญครับ!”
เซี่ยเฟยไม่สุภาพเลยเขายื่นมือออกไปหยิบน่องไก่แล้วแทะมันเขาไม่ได้สนใจเรื่องที่เย่เชียนและผู้อำนวยการฉีพูดเพราะมันไม่สำคัญใดๆ อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยไปเพราะถ้าเขาไม่ทำให้อีกฝ่ายอับอายอย่างรุนแรงอีกฝ่ายก็คงไม่หยุดทำแบบนี้
“ผมลองคำนวณดูคร่าวๆแล้วอาหารมื้อนี้ประมาณ 20,000 ถึง 30,000 หยวน ซึ่งมันแพงมากเลยนะครับผู้อำนวยการฉี” เย่เชียนพูด
“ไม่เป็นไรครับคุณเย่” ผู้อำนวยการฉีพูด “เป็นเกียรติของผมที่คุณเย่มาที่ปักกิ่งด้วยตัวเองแบบนี้เพราะงั้นในฐานะเจ้าบ้านผมก็ควรเป็นเจ้าภาพที่ดีและแทนคำขอโทษ..ผมหวังว่าคุณเย่จะนำคำขอโทษของผมให้คุณหลินทราบเพราะผมทำให้คุณหลินต้องมาที่เมืองหลวงจนคุณหลินป่วยดังนั้นผมจึงรู้สึกเสียใจมาก”
“คุณก็ไม่ควรโทรมาตั้งแต่แรกหรอก” เย่เชียนพูดจนผู้อำนวยการฉีผงะไปครู่หนึ่งและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและสับสนเกี่ยวกับคำพูดของเย่เชียน
เย่เชียนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก็พูดว่า “ผมหมายความว่าในเมื่อผู้อำนวยการฉีมีเงินที่จะเชิญผมมาทานอาหารเย็นที่มีราคา20,000 ถึง 30,000 หยวน เพราะงั้นจะดีกว่าไหมถ้าสิ่งเหล่านี้ถูกใช้เพื่อบรรเทาภัยพิบัติน่ะ” เย่เชียนพูด “คุณทำให้ผมรู้สึกว่ามันสูญเปล่าไปโดยไร้ประโยชน์”
ผู้อำนวยการฉีตกตะลึงและยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “คุณเย่เดินทางมาไกลเพราะงั้นผมจึงประมาทไม่ได้และนอกจากนี้งานบรรเทาภัยพิบัติก็ยังถือเป็นงานหนักอีกด้วย..ผมต้องขอขอบคุณคุณเย่และคุณหลินแทนประชาชนจริงๆ”
“คำพูดนั้นสวยหรูมาก” เย่เชียนพูด “งั้นผมขอถามคุณหน่อย..การที่ประเทศนี้จัดสรรเงินก่อสร้างมากมายในทุกปี..จริงๆแล้วมันถูกใช้ไปเท่าไหร่สำหรับการก่อสร้างและบำรุงเมืองกันแน่?..ถ้าไม่ใช่เพราะความเฉยเมยของพวกคุณที่เอาแต่กินงบประมาณของรัฐและภาษีประชาชนไปล่ะก็พายุฝนเล็กๆน้อยๆนี้จะทำให้น้ำท่วมเมืองได้งั้นเหรอ?..ดูสารรูปคุณสิคุณคิดว่าผมจะบริจาคให้งั้นเหรอ?..หรือคิดว่าผมโง่มากนัก?..นอกจากนี้มีใครบ้างในเมืองหลวงที่อดอยาก?..เทียบกับคนจนๆเหล่านั้นที่อยู่จุดล่างสุดของสังคมที่รายได้ต่อปียังไม่เท่าค่าอาหารของพวกเขาต่อมื้อเลย..อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่..ผมจะไม่บริจาคเงินสักหยวนเดียวและนอกจากนี้คุณกล้าที่จะโทรหาโรวโร่วและทำให้เธอมาที่นี่โดยไม่คำนึงถึงอาการบาดเจ็บของเธอเลยเพราะงั้น..ผมจัดการกับคุณอย่างช้าๆ”
เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเย่เชียนนั้นทำให้ผู้อำนวยการฉีอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วจากนั้นก็เย้ยหยันว่า “ว่ากันว่าเครือน่านฟ้ากรุ๊ปใจกว้างและมักจะช่วยเหลือทุกครั้งที่มีปัญหาแต่ดูเหมือนว่าข่าวลือจะเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้นสินะ..กองทุนเพื่ออนาคตอะไรกันผมคิดว่าพวกคุณก็แค่ต้องการสร้างชื่อเสียงดีๆเท่านั้น..เพราะงั้นคุณเย่ไม่จำเป็นต้องเหน็บแนมการบริหารเมืองหรอกเพราะสิ่งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผม..ส่วนสารูปของผมน่ะเหรอผมอายุมากแล้วเพราะงั้นการที่น้ำหนักขึ้นและมีพุงมันก็เป็นเรื่องปกติ”
.
.
.
……………