ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1471 หงเหมินกรุ๊ปเป็นดั่งครอบครัว
หงเหมินกรุ๊ปก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นราชวงศ์ชิงและเดิมทีเป็นองค์กรต่อต้านราชวงศ์ชิงและราชวงศ์หมิง ต่อมาก็ค่อยๆพัฒนาเป็นองค์กรที่มีความรุนแรงซึ่งจัดขึ้นเองตามธรรมชาติเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ของการใช้ชีวิตในต่างแดน ต่อมาเนื่องจากการเข้าร่วมของนักธุรกิจบางคนได้ทำให้หงเหมินกรุ๊ปแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆจนเป็นองค์กรมาเฟีย
ฉินเทียนซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำหงเหมินกรุ๊ปในยุคก่อนนั้นได้ควบคุมเพียงกิ่งก้านสาขาของหงเหมินกรุ๊ปทั้งหมด อาจกล่าวได้ว่าองค์กรและแก๊งค์ชาวจีนทั้งหมดในโลกใบนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหงเหมินกรุ๊ปไม่มากก็น้อย ซึ่งหงเหมินกรุ๊ปที่ควบคุมโดยฉินเทียนนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกองกำลังทางตอนใต้ของจีนและถือได้ว่าเป็นสาขาหนึ่งของหงเหมินกรุ๊ปเท่านั้น ดังนั้นหลายๆคนจากสาขาอื่นๆของหงเหมินกรุ๊ปจึงไม่เห็นด้วยที่ฉินเทียนเป็นผู้นำสูงสุด เป็นเพราะเหตุนี้ที่หลังจากเย่เชียนเข้าควบคุมหงเหมินกรุ๊ปแล้วพยายามติดต่อองค์กรชาวจีนหลายๆแห่งเพื่อให้พวกเขากลับมาอยู่ภายมต้หงเหมินกรุ๊ปแต่คำตอบที่ได้รับล้วนไม่น่าพอใจอย่างมาก
หลังจากนั้นเย่เชียนก็ได้มอบหงเหมินกรุ๊ปให้หวังหูดูแลจัดการและบอกให้หวังหูค่อยๆนำกลุ่มชาวจีนเหล่านั้นมาอยู่ใต้ร่มธงของเขาเพื่อสร้างสถานการณ์ที่เป็นเอกภาพ ในวันนี้กลุ่มหลักในประเทศจีนทั้งหมดก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเย่เชียนแล้สและโดยพื้นฐานแล้วสำหรับการกวาดล้างและรวบรวมกองกำลังใต้ดินเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่พวกเขาจะตกเป็นของหงเหมินกรุ๊ปทั้งหมด
สำหรับแก๊งชาวจีนในประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาเย่เชียนก็ส่งคำเชิญไปเช่นกันแต่ถูกปฏิเสธ ในความเป็นจริงเย่เชียนก็สามารถเข้าใจได้ว่าพวกเขาอยู่ห่างจากประเทศจีนมาหลายปีแล้วและถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนของหงเหมินกรุ๊ปแต่พวกเขาก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้วและยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็คุ้นเคยกับการเป็นอิสระที่นี่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เต็มใจกลับไปอยู่ภายใต้หงเหมินกรุ๊ปกุร๊ปโดยธรรมชาติ
ในตอนแรกที่พวกเขาให้คำตอบปฏิเสธและเย่เชียนก็ไม่ได้คิดมากเพราะเขาก็เข้าใจและไม่คิดจะทำลายพวกเขา แต่เย่เชียนแค่คิดว่าถ้าเขามีโอกาสมาประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วเย่เชียนก็สามารถคุยกับพวกเขาได้และถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ความร่วมมือก็คงไม่เป็นไรเพราะพวกเขาล้วนเป็นชาวจีนด้วยกัน อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของอาจารย์หงเมื่อครู่นี้ที่ไม่แยแสในดวงตาของเย่เชียนทำให้เย่เชียนไม่พอใจอย่างมาก
เมื่อได้ยินคำถามของอาจารย์หงแล้วเย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ผมเย่เชียน..ส่วนนี่คือเพื่อนของผมเซี่ยเฟย”
ชายชราทั้งสี่คนตกตะลึงราวกับว่าพวกเขากำลังนึกถึงที่มาของชื่อทั้งสองนี้อยู่ในใจและชายชราในชุดสูทก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามอย่างไม่แน่ใจว่า “คุณคือเย่เชียนผู้สืบทอดของฉินเทียนหรือเปล่า?”
“ใช่แล้ว..ลุงฉินพยายามอย่างหนักเพื่อหงเหมินกรุ๊ปมาหลายปีแล้วและเขาก็ควรจะมีความสุขกับชีวิตที่ดีในบั้นปลายของชีวิตเพราะงั้นผมจึงได้รับช่วงต่อในการจัดการหงเหมินกรุ๊ปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” เย่เชียนพูด “ลุงฉินเป็นผู้นำสูงสุดของหงเหมินกรุ๊ป..ดังนั้นหลังจากที่เขาลงจากตำแหน่งไปหงเหมินกรุ๊ปก็จะเป็นของผม..กล่าวคือ..ตอนนี้ผมเป็นผู้นำหงเหมินกรุ๊ปและแก๊งชาวจีนของอาจารย์หงก็ควรเป็นหนึ่งในกิ่งก้านสาขาหงเหมินกรุ๊ปด้วย..เพราะงั้นผทถึงบอกว่าอาจารย์หงไม่เคารพผู้นำไม่แยกแยะที่ต่ำที่สูงยังไงล่ะ?”
ชายชราในชุดสูทก็พูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยว่า “ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับคุณไม่นานหลังจากหงเหมินกรุ๊ปเป็นของคุณ..ซึ่งได้รวบรวมแก๊งค์ฉิงกับหงเหมินกรุ๊ปให้เป็นหนึ่งเดียวกันและแก๊งค์ต่างๆของประเทศจีนทั้งหมด..เพราะงั้นถือได้ว่าคุณยังเด็กและมีอนาคตไกลเพราะงั้นฉินเทียนก็ไม่ได้ติดสินใจผิดอะไร..ทว่าฉินเทียนเป็นผู้นำของหงเหมินกรุ๊ปแต่นั้นเป็นเพียงสิ่งที่เขาเรียกเองว่าหงเหมินกรุ๊ปเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านและใบนับไม่ถ้วนและสิ่งที่เขาคอบครองอยู่นั้นเป็นเพียงกิ่งก้านของหงเหมินกรุ๊ปเท่านั้นเพราะงั้นจะเรียกพวกเราว่าหงเหมินกรุ๊ปได้ยังไง?..ด้วยเหตุนี้คุณจึงไม่สามารถถูกเรียกว่าผู้นำสูงสูดได้” หลังจากหยุดไปชั่วคราวชายชราในชุดสูทก็พูดต่อ “เห็นแก่ความเป็นพี่น้องร่วมองค์รหงเหมินกรุ๊ปผมจึงไม่ต้องการโต้เถียงกับคุณอีก..แต่ถ้าคุณมาที่นี่ในวันนี้เพื่อพูดว่าคุณเป็นผู้นำสูงสุดคุณก็กลับไปเถอะ”
เซี่ยเฟยเม้มปากและมองไปที่เย่เชียนแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่านายจะเป็นผู้นำที่ไม่ได้เรื่องเลยนะ..ตำแหน่งผู้นำของนายมันไร้ประโยชน์จริงๆเพราะแม้แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยังไม่ยอมรับในตัวของนาย”
เย่เชียนกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “ไม่สำคัญหรอกว่าจะยอมรับหรือไม่เพราะฉันได้จัดงานประชุมผู้นำเขตของหงเหมินกรุ๊ปในบางครั้งและทุกคนต่างก็เห็นพ้องต้องกันเพราะงั้นวันนี้ผมมาก็เพื่อคุยกับคุณผมไม่ได้อยากคุยเรื่องพวกนี้”
“ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็พูดมาได้เลย..พวกเราทุกคนคือหงเหมินกรุ๊ปและถ้ามีอะไรให้ผมช่วยผมจะทำอย่างแน่นอน” ชายชราในชุดสูทพูด
“ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอขอบคุณล่วงหน้าจริงๆ” เย่เชียนพูด “ผมหวังว่าอาจารย์หงจะไม่โกรธเคืองกับเรื่องไร้สาระพวกนี้..ก่อนหน้านี้เรายังไม่รู้จักกันแต่พวกเขาทั้งคู่เป็นลูกหลานของชาวจีนและหงเหมินกรุ๊ปก็เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ของพวกเราเพราะงั้นเพียงแค่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเท่านั้นเราก็คือสหายกันเสมอ”
ขณะที่พูดเย่เชียนยกถ้วยชาขึ้น “แด่อาจารย์หง”
อาจารย์หงเองก็ไม่ได้เสแสร้งเขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาชนกับถ้วยเย่เชียนและพูดว่า “คุณเย่ไม่ต้องเกรงใจและเราก็ควรช่วยเหลือกันมากกว่านี้ในต่างแดน..ไม่อย่างนั้นชาวจีนอย่างเราจะถูกต่างชาติข่มเหง..เราชาวจีนไม่ว่าจะไปแห่งหนใดในโลกใบนี้เราก็ควรเป็นดั่งมังกรที่ทะยานสู่ท้องฟ้าได้เสมอ”
“คุณพูดได้ดีเลย” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและชนแก้วและดื่มจนหมดในอึกเดียว
เย่เชียนวางถ้วยชาลงแล้วยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เอาล่ะ..ผมมีเรื่องจะรบกวนอาจารย์หงจริงๆแต่ผมไม่รู้ว่าอาจารย์หงจะเต็มใจจะช่วยหรือเปล่า” จะมีสงครามในช่วงแรกและในวินาทีต่อมาทุกคนก็จะต่อสู้ร่วมกันในวินาทีถัดไป การจับมือกันและการสร้างสันติภาพอีกครั้งจึงเป็นเรื่องปกติมากและทุกคนก็คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ถึงแม้ว่าจะมีการกล่าวว่า เย่เชียนไม่มีพื้นฐานในประเทศสหรัฐอเมริกาแต่เขาก็เป็นผู้นำของหงเหมินกรุ๊ปอยู่ดีดังนั้นอาจารย์หงเองก็ยังต้องไว้หน้าและเคารพต่อเย่เชียนบ้าง
“ไม่เป็นไรที่คุณเย่เชิญพูดออกมาได้เลย..ตราบใดที่ผมทำได้ผมก็จะช่วย” อาจารย์หงพูด
“ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะเท่าที่ผมรู้มาแก๊งค์คนจีนและแก๊งคนดำต่างมีท่าเรือครึ่งหนึ่งอยู่ในการดูแลและนอกจากนี้ดูเหมือนว่าเพิ่งมีบางอย่างเกิดขึ้นใช่ไหม?” เย่เชียนพูด
อาจารย์หงตกตะลึงไปครู่หนึ่งและขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “คุณเย่ได้ยินข่าวมาจากไหนเหรอ..เป็นความจริงที่หงเหมินกรุ๊ปและแก๊งค์แบล็คซาเวจมีท่าเรือคนละครึ่งแต่เมื่อเร็วๆก็มีบางอย่างเกิดขึ้น..ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณเย่ถึงถามคำถามนี้”
เซี่ยเฟยยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดด้วยสีหน้าที่ชัดเจนเพราะเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของอาจารย์หงแล้วเย่เชียนก็ยิ่งเชื่อว่ามีบางอย่างผิดปกติและสมาชิกของแก๊งค์แบล็คซาเวจจะไม่ไล่ล่าไป๋ฮวยอย่างไม่มีเหตุผลแน่ มันต้องเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ที่ท่าเรือและหากเป็นเพียงการต่อสู้ระหว่างไป๋ฮวยและแก๊งค์แบล็คซาเวจก็ไม่มีความจำเป็นที่อาจารย์หงจะมีการแสดงออกเช่นนี้ ซึ่งสามารถอธิบายได้มากขึ้นว่าอาจารย์หงมีบางอย่างปกปิดเอาไว้
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อย “อาจารย์หงคิดว่าผมจะไม่มีหน่วยข่าวกรองในประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาเลยเหรอครับ?..นอกจากนี้ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เพราะงั้นผมจะไม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง..เมื่อวานที่หน้าร้านกาแฟมีคนจากแก๊งค์แบล็คซาเวจกราดยิงด้วยปืนกลและเป็นข่าวไปแล้วคุณคงรู้เรื่องนี้ใช่ไหม?”
“มันเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ” อาจารย์หงพูด “แต่มันเกี่ยวกับแก๊งค์แบล็คซาเวจไม่ใช่เหรอ..จะมีอะไรเกี่ยวอะไรกับผมด้วยล่ะ?..หรือด้วยเหตุนี้คุณเย่จึงขอให้ผมช่วยเพราะคุณเย่ตกเป็นเป้าหมายของแก๊งค์แบล็คซาเวจมื่อวานนี้หรือเปล่า?”
“ใช่..” ทันทีที่เย่เชียนเปิดปากเซี่ยเฟยก็แตะแขนของเย่เชียนใต้โต๊ะและเย่เชียนก็เข้าใจและพูดอย่างใจเย็น: “ผมเอง..มันเป็นไปได้ยังไงเพราะผมเพิ่งจะมาที่ประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาเอง?..ผมจะไปมีเรื่องขัดแย้งกับคนดำพวกนั้นได้ยังไงกัน..อีกอย่างผมไม่มีอำนาจหรืออิทธิพลอะไรในประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาและผมก็ไม่กล้าไปยั่วยุคนดำพวกนั้นง่ายๆหรอก”
“คุณเย่หมายความว่ายังไงครับ” อาจารย์หงพูด ตามที่คาดไว้น้ำเสียงของอาจารย์หงหนักแน่นมากและเย่เชียนก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้ความจริงจากปากเขาได้ง่ายๆเพราะตอนนี้อาจารย์หงกำลังตอบทุกคำถามที่เย่เชียนถามและนั่นทำให้เย่เชียนซึ่งไม่รู้เรื่องราวภายในสามารถได้ข้อมูลใหม่ๆเพิ่ม อย่างไรก็ตามโชคดีที่เซี่ยเฟยอยู่ข้างๆเย่เชียนไม่อย่างนั้นเย่เชียนอาจจะเผยความจริงบางอย่างต่อหน้าอาจารย์หงได้
ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่ได้อยู่กับเซี่ยเฟยในช่วงเวลาสั้นๆแต่เขาก็เข้าใจดีเพราะเซี่ยเฟยดูเหมือนจะขี้เกียจในเวลาปกติแต่เขาจะไม่ประมาทเมื่อเผชิญกับเรื่องร้ายแรง ดังนั้นการที่เซี่ยเฟยแตะแขนของเขาจึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการบอกใบ้ให้เย่เฉียนเข้าใจ
“ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างอาจารย์หงกับแก๊งค์แบล็คซาเวจเพราะงั้นพวกนั้นจึงส่งคนมาลอบสังหารมาสเตอร์บ้างแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมจะคิดมากไปเอง” เย่เชียนพูด “ถึงแม้ว่าอาจารย์หงจะไม่อยู่ภายใต้ธงของหงเหมินกรุ๊ปของผมแต่ถึงยังไงเราก็เป็นพี่น้องกันเพราะงั้นหากอาจารย์หงมีปัญหาผมก็จะไม่นั่งอยู่เฉยๆเพราะงั้นครั้งนี้ผมจึงอยากถามว่าอาจารย์หงและพวกนั้นมีปัญหาอะไรกันและถ้าเป็นเรื่องท่าเรือผมก็จะช่วย”
อาจารย์หงขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “คุณเย่ไม่ได้บอกว่าต้องการความช่วยเหลือจากผมหรอกเหรอ..มันกลายเป็นผมที่ต้องขอให้คุณช่วยได้ยังไงกัน..ฉันละอายใจเล็กน้อยและไม่กล้ารบกวนคุณเย่หรอกครับ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “พวกเราคือพี่น้องหงเหมินกรุ๊ปเพราะงั้นมันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะช่วยใครใช่ไหมล่ะ..แต่มีบางอย่างที่ผมเข้าใจถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้พูดถึงก็ตาม..อาจารย์หงเป็นคนฉลาดและมีตาและหูมากมายเพราะงั้นผมเชื่อว่าคุณควรจะเข้าใจว่าการทำมาหากินในประเทศจีนนั้นไม่ง่ายและถ้าล้มเหลวก็จะเดือดร้อน..ส่วนประเทศประเทศสหรัฐอเมริกานั้นแตกต่างออกไปเพราะตราบใดที่คุณมีเงินคุณก็สามารถทำอะไรก็ได้”
อาจารย์หงและชายชราทั้งสามมองหน้ากันจากนั้นก็หันไปมองเย่เชียนและพูดว่า “คุณเย่หมายความว่าคุณต้องการมาวางรากฐานและอำนาจในประเทศสหรัฐอเมริกางั้นเหรอ?”
“มันเป็นแบบนั้นจริงๆและผมก็อยากจะมาดูว่าผมจะขยายธุรกิจมาที่นี่ได้ไหมและเพลิดเพลินไปกับการคอรัปชั่นและความหรูหราของทุนนิยม..แต่ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำธุรกิจแบบไหนดี..ผมรู้ว่าแก๊งชาวจีนของอาจารย์หงมีอำนาจมากในไชน่าทาวน์ดังนั้นผมจึงต้องการมาหารือกับอาจารย์หง” เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
.
.
.