ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1475 การประชุมของตระกูลบิลล์ (2)
จอร์จบิลล์ค่อนข้างที่จะชอบเย้ยหยันพอลบิลล์และพอลบิลล์ก็ค่อนข้างถูกยั่วยุง่ายเช่นกัน แน่นอนว่าจอร์จบิลล์นั้นโดยจงใจแกล้งพอลบิลล์แต่ทว่าพอลบิลล์ก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบมากนักกับคำพูดเย้ยหยันแบบนี้เพราะเขาเคยชินกับมันมาหลายปีแล้วและเขาก็เคยพบเจอกับการเยาะเย้ยและคำพูดถากถางมากยิ่งกว่านี้มาโดยตลอด ดังนั้นเขาจึงสามารถสงบได้เวลาเจอสถานการณ์เหล่านี้
ตำแหน่งผู้นำตระกูลไม่ใช่สิ่งที่สามารถตัดสินใจได้ในสองหรือสามวันและไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องทำให้ตำแหน่งของเขายุ่งเหยิงเพราะการเยาะเย้ยในเวลานี้ พอลบิลล์จึงยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ชายมีความสามารถมากกว่าผมเพราะงั้นมันก็ถูกต้องแล้วที่จะปล่อยให้เขาจัดการสิ่งต่างๆ..แต่ลุงจอร์จครับสถานะของลุงในตระกูลไม่ได้ต่ำแต่ทำไมลุงถึงตกเป็นรองจากพี่เขาแบบนี้ล่ะ?..ผมเห็นคนพวกนั้นรุมล้อมอีแวนส์กันเพราะงั้นลุงไม่โกรธบ้างเหรอ?”
จอร์จบิลล์ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “ก็ลองมาดูกันสิว่าเขาจะหยิ่งผยองได้นานแค่ไหน..ฉันไม่สนใจคำเยินยอของคนเหล่านี้ที่เอาแต่ประจบประแจงหรอก..พวกเขาไม่ได้มีความทะเยอะทะยานอะไรทั้งนั้นพวกนั้นก็แค่คนแก่ๆที่ไร้ประโยชน์กลุ่มหนึ่ง”
พอลบิลล์ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “พวกเขามีอำนาจและอิทธิพลมากในตระกูลบิลล์และตอนนี้คนเดียวในตระกูลที่สามารถแข่งขันกับอีแวนส์เพื่อชิงตำแหน่งผู้นำได้ก็คือลุงจอร์จ..เพราะงั้นใครที่ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากพวกเขาคนๆนั้นก็มีโอกาสที่จะรับตำแหน่งผู้นำมากกว่า..นี่ลุงจอร์จยังมองไม่ออกเหรอ..ถึงคนแก่ๆพวกนั้นจะน่ารำคาญไปหน่อยแต่พวกเขาก็สำคัญกับลุงจอร์จมาก”
“แกไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปหรอก..ฉันมีวิธีมากมายที่จะจัดการกับคนแก่เหล่านี้..แต่แกน่ะฉันคิดว่าเมื่ออีแวนส์ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำได้สถานการณ์ของแกจะเป็นอันตรายมากอย่าง..ฉันเดาว่าแม้แต่อำนาจในปัจจุบันของแกจะถูกเขายึดไป..แกอย่าลืมสิว่าอีแวนส์เกลียดแกมาโดยตลอด” จอร์จบิลล์เย้ยหยัน
ประเด็นนี้ได้สัมผัสกับแผลในใจของพอลบิลล์อย่างมากเพราะอันที่จริงสำหรับพอลบิลล์แล้วการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูลของจอร์จบิลล์นั้นดีกว่าการที่อีแวนส์ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูล ซึ่งจะปลอดภัยกว่าสำหรับเขาเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากการถูกละเลยเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เขาทำผิดพลาดแล้วอีกเหตุผลที่ใหญ่กว่านั้นก็เป็นเพราะอีแวนส์บิลล์ ถ้าอีแวนส์บิลล์ไม่ได้พูดให้ร้ายเขาต่อหน้าพ่อของเขาล่ะก็พอลบิลล์คงจะไม่ถูกกีดกันจากตระกูล
พอลบิลล์และอีแวนส์บิลล์ไม่ได้เกิดจากแม่คนเดียวกัน ซึ่งอีแวนส์บิลล์นั้นเกิดกับเมียหลวงในขณะที่พอลบิลล์เกิดกับคนรักของ คลีโอบิลล์หรือเมียน้อย ดังนั้นอีแวนส์บิลล์จึงเกลียดพอลบิลล์มากและเกลียดแม่ของพอลบิลล์ที่ทำให้แม่ของเขาถูกทอดทิ้งไป ถึงแม้ว่าตอนนี้แม่ของพอลบิลล์จะเสียชีวิตไปแล้วแต่อีแวนส์บิลล์ก็ไม่เคยละทิ้งความเกลียดชังนี้ได้เลย พอลบิลล์เองก็รู้อยู่แกใจจริงๆว่าตอนที่แม่ของเขาถูกรถชนตายเขาก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอและเขาก็แอบสืบหามันและเขาก็รู้ด้วยว่าเหตุการณ์นร่อีแวนส์บิลล์อยู่เบื้องหลังแต่เขาไม่มีหลักฐานพอและไม่มีทางสู้อีแวนส์บิลล์ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องฝืนกลืนความโกรธลงไปในที่สุด
อีแวนส์บิลล์เองก็แสดงได้ดีมากเพราะในสายตาคนนอกอีแวนส์ได้ดูแลน้องชายของเขาอย่างดีและเขาไม่เห็นถึงความเกลียดชังเลยจริงๆ อย่างไรก็ตามพอลบิลล์ก็ชัดเจนมากว่าสิ่งที่จอร์จบิลล์พูดนั้นถูกต้องหากอีแวนส์บิลล์ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลล่ะก็ชะตากรรมของเขาจะต้องเศร้าโศกอย่างแน่นอนและแม้แต่ชีวิตของเขาก็อาจตกอยู่ในความเสี่ยงและไม่อาจรักษาเอาไว้ได้อีก
อย่างไรก็ตามพอลบิลล์ก็รู้ดีว่าพลังในปัจจุบันของเขาไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับอีแวนส์บิลล์ ดังนั้นการแสวงหาปัญหาในตอนนี้คือการตีไข่ด้วยหินอย่างไม่ต้องสงสัยและเขาจะเปิดโอกาสให้จอร์จบิลล์ใช้ประโยชน์จากมัน ในเวลานี้พอลบิลล์ก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ลุงจอร์จไปได้ยินเรื่องพวกนี้มาจากไหน..พี่ชายของผมเขาใจดีกับผมมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพราะงั้นถ้าเขาสามารถดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลได้ผมก็จะดีใจแทนเขามาก”
“เหอะๆ..ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอให้แกโชคดีแล้วกัน” จอร์จบิลล์ถอนหายใจอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูด เขาขี้เกียจเกินกว่าจะพูดอะไรและขี้เกียจเกินกว่าจะอธิบายต่อเพราะในสายตาของเขาพอลบิลล์เป็นเพียงแค่คนธรรมดาๆถึงแม้ว่าพอลบิลล์จะฟังคำพูดของเขาและจัดการกับอีแวนส์บิลล์แต่ผลลัพธ์ก็คงไม่เปลี่ยนไปอยู่ดี
ในคฤหาสน์คลีโอบิลล์สวมเสื้อคลุมและเดินลงบันไดไปอย่างช้าๆพร้อมซิการ์ในปาก ถึงแม้ว่าตอนนี้ผู้นำตระกูลจะอายุห้าสิบเศษแล้วแต่เขาก็ยังแข็งแรงและไม่มีความแก่ชราเลยแม้แต่น้อย เขาดูแลตระกูลมามากว่าสามสิบปีและตระกูลบิลล์ก็เจริญรุ่งเรืองภายใต้การนำของเขา อย่างไรก็ตามดังคำกล่าวที่ว่าคลื่นที่อยู่เบื้องหลังผลักดันคลื่นไปข้างหน้าและคลีโอบิลล์ก็เข้าใจเช่นกันว่าถ้าเขาต้องการให้ตระกูลบิลล์พัฒนาต่อไปเขาก็ต้องเลือกผู้สืบทอดที่เหมาะสม
อีแวนส์บิลล์และจอร์จบิลล์สองคนนี้นั้นคลีโอบิลล์ชัดเจนมากและเขาก็เข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของทั้งสองดีและพวกเขาเป็นคนที่มีความสามารถในการนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้เพียงแต่เขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครและเขาก็ต้องดูความคิดเห็นของผู้อาวุโสคนอื่นๆในตระกูลด้วย สำหรับพอลบิลล์เขาไม่เคยสนใจเลยและอันที่จริงพอลบิลล์ก็ทำงานได้ดีในปัจจุบันแต่ก็ยังไม่เพียงพอ
เมื่อเห็นคลีโอบิลล์ลงมาจากชั้นบนทุกคนที่กำลังคุยกันนอกคฤหาสน์ก็เดินเข้ามาทีละคนและพอลบิลล์ก็ตามมาติดๆแต่ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็นเขา ดังนั้นการมาของเขาจึงไม่สำคัญเลย พอลบิลล์เองก็นั่งลงที่มุมที่ไม่มีใครสนใจและจุดประสงค์ของการมาของเขาในวันนี้ไม่ใช่เพื่อต่อสู้เพื่อจุดสูงสุดแต่เพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้นถึงสถานการณ์ต่างๆนั่นเอง
ฝั่งตรงข้ามของคฤหาสน์เย่เชียนและเซี่ยเฟยกำลังตรวจสอบสถานการณ์ภายในบ้านด้วยกล้องส่องทางไกลและเนื่องจากเขาตัดสินใจสนับสนุนพอลบิลล์แล้วเขาก็ควรจะรู้เรื่องตระกูลบิลล์ให้มากขึ้นโดยธรรมชาติและเขาต้องการรู้ว่าตระกูลบิลล์จะมีปฏิกิริยาอย่างไรหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เขาไม่ได้บอกพอลบิลล์เกี่ยวกับการมาสอดส่องที่นี่เพราะเย่เชียนยังต้องการทราบว่าพอลบิลล์จะเปลี่ยนใจหรือหักหลังเขาหลังจากผ่านไปนานหรือไม่หรือว่าเขายังคงเป็นพอลบิลล์คนเดิมอยู่กันแน่ ซึ่งตอนนี้พวกเขายังแอบใส่เครื่องดักฟังเอาไว้ในกระเป๋าของสมาชิกตระกูลบิลล์คนหนึ่งเพื่อให้พวกเขาได้ยินสถานการณ์ข้างในอย่างชัดเจน
“เป็นไงบ้าง..หลังจากที่เฝ้าดูมาสักพักนายคิดว่าใครมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นบ้างหรือเปล่า” เย่เชียนเหลือบมองเซี่ยเฟยแล้วถาม
เซี่ยเฟยเม้มปากของเขาและพูดว่า “ถ้านายมองผ่านกล้องส่องทางไกลนานจะบอกได้ไหมล่ะว่าใครดีหรือไม่ดี..นายกำลังถามเรื่องที่ยากมากกับฉันอยู่นะ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “สายตาของนายดีกว่าฉันเยอะ..เพราะงั้นฉันถึงให้นายจับตาดูว่ามีใครบ้างที่สมควรได้รับความสนใจจากเราเพราะท้ายที่สุดหากเราต้องการจัดการกับตระกูลบิลล์เราก็ต้องรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์โดยรวมก่อน..มีใครอีกไหมนอกจากจอร์จบิลล์และอีแวนส์บิลล์”
เซี่ยเฟยละสายตาจากกล้องส่องทางไกลและขยี้ตาแล้วพูดว่า “มันก็มีอยู่..เพราะเขาได้ทักทายทุกคนในตระกูลอย่างสุภาพและแม้แต่พอลบิลล์ก็ไม่ยกเว้น..ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอและเป็นใบหน้าที่ดูใจดีและเป็นมิตรมาก”
ยิ่งมีคนแบบนี้มากเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งซ่อนตัวลึกมากเท่านั้นทั้งเย่เชียนและเซี่ยเฟยต่างก็เข้าใจดีว่าคนเหล่านี้มักจะรับมือได้ยากหากพวกเขาเป็นฝ่ายตรงข้าม “คนไหนล่ะขอฉันดูหน่อย” เย่เชียนพูดขณะที่มองผ่านกล้องส่องทางไกล
“ชายหนุ่มที่นั่งถัดจากจอร์จบิลล์” เซี่ยเฟยพูด
ในคฤหาสน์นั้นหลังจากที่ทุกคนนั่งลงแล้วคลีโอบิลล์ก็โบกมือให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเติมกาแฟให้กับคนเหล่านี้แล้วพูดว่า “วันนี้เป็นการประชุมประจำเดือนของตระกูลบิลล์และทุกคนสามารถพูดคุยได้อย่างอิสระเกี่ยวกับอะไรก็ได้..เมื่อเร็วๆนี้ตระกูลบิลล์ของเรากำลังพัฒนาไปอย่างราบรื่นและไม่ว่าจะพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านใดทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการทำงานหนักของทุกๆคน..ผมเชื่อว่าด้วยความพยายามร่วมกันของทุกคนแล้วตระกูลบิลล์ของเราจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน”
“ถ้ามีใครทำอะไรหรือดูหมิ่นตระกูลลับหลังล่ะ” จอร์จบิลล์พูด
คลีโอบิลล์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “จอร์จนายหมายความว่าไง..ถ้านายมีอะไรจะพูดก็พูดออกมาได้เลย..เหตุผลที้ตระกูลบิลล์ของเรามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะทุกคนทำงานร่วมกันและถ้าใครกล้าทำอะไรลับหลังไม่ว่าเขาจะมีฐานะสูงส่งแค่ไหนในตระกูล เขาก็ต้องถูกลงโทษเท่านั้น”
“เอาล่ะ..ถ้าพี่ใหญ่พูดแบบนี้ผมก็มั่นใจขึ้นกว่าเดิม” จอร์จบิลล์พูด “ผมเชื่อว่าทุกคนควรรู้เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้แล้วใช่ไหม..องค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวเป็นองค์กรที่สำคัญมากของตระกูลบิลล์ของเราเสมอมา..แต่ทว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวถูกกำจัดในชั่วข้ามคืนและไม่มีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว..ทุกคนต่างก็รู้ว่าผมรับผิดชอบองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวและคนที่ทำเรื่องพวกนี้ก็มีเป้าหมายที่ชัดเจน..อีแวนส์แกมีอะไรจะอธิบายไหม?”
อีแวนส์บิลล์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดว่า “ลุงจอร์จผมไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร..การที่องค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวถูกโจมตีมันเกี่ยวอะไรกับผมด้วย..ทำไมลุงถึงสงสัยผมล่ะ..ตอนนี้องค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวถูกกำจัดไปหมดแล้วแต่คุณกลับหาตัวคนทำไม่เจอและนี่ก็แสดงว่าลุงไร้ความสามารถและต้องการที่จะใส่ร้ายผมมันไม่มากไปหน่อยเหรอ?”
“ใช่!..จอร์จ..นายบอกว่าอีแวนส์ทำเพราะงั้นนายมีหลักฐานหรือเปล่า” คลีโอบิลล์พูด
“หลักฐานเหรอ?” จอร์จบิลล์พูดว่า “ใครไม่รู้ว่าอีแวนส์มีความขัดแย้งกับฉันมาตลอดแถมนายก็กำลังจะสละตำแหน่งอีกเพราะงั้นตระกูลก็ต้องเลือกผู้สืบทอดคนใหม่และมีแค่ฉันกับเขาเท่านั้นที่มีเหมาะสมจะขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งนั้น..เพราะงั้นอีแวนส์จึงเพื่อโจมตีฉันและมันก็สมเหตุสมผลอย่างมากสำหรับเขาที่จะจัดการกับองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาว..ยิ่งไปกว่านั้นตามสถานการณ์ในที่เกิดเหตุแล้วฝ่ายตรงข้ามได้บุกทะลวงแนวป้องกันของสำนักงานใหญ่ขององค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวในเวลาเพียงสิบนาทีเพราะงั้นคนที่ไม่คุ้นเคยกับสำนักงานใหญ่ขององค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวจะทำแบบนั้นได้ยังไง?..นี่หมายความว่าตระกูลบิลล์ของเรามีคนทรยศ!”