ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1477 การประชุมของตระกูลบิลล์ (4)
อีแวนส์บิลล์ควบคุมธุรกิจใต้ดินจำนวนมากของตระกูลบิลล์ดังนั้นเขาจึงสนใจเรื่องเหล่านี้มากโดยธรรมชาติ หากท่าเทียบเรือทั้งหมดบนเกาะสแตเทนถูกควบคุมโดยตระกูลโจนส์คงจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในอนาคตสินค้าของเขาจะไม่สามารถเข้าและออกทางท่าเรือตรงนั้นได้อย่างแน่นอนและถ้าสินค้าจำนวนมากเข้าและออกจากท่าเรือในแมนฮัตตันโดยตรงมันจะอันตรายมาก
ภายนอกคฤหาสน์เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งเมื่อเขาได้ยินคำพูดของอีแวนส์บิลล์ จากนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “ฉันไม่ได้คาดหวังว่าอาจารย์หงจะเจรจากับตระกูลโจนส์เอาไว้และขายท่าเรือให้กับพวกเขา..ไม่แปลกใจเลยที่การแสดงออกในวันนั้นของอาจารย์หงดูแปลกๆไป..เซี่ยเฟยหรือนายรู้มาก่อนแล้วว่าอาจารย์หงมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโจนส์?”
เซี่ยเฟยพูดว่า “หากอาจารย์หงสมรู้ร่วมคิดกับตระกูลโจนส์จริงๆล่ะก็ไป๋ฮวยจะเป็นอันตรายมากเพราะตระกูลโจนส์จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายแผนการของพวกเขาและพวกเขาจะจัดการกับไป๋ฮวยอย่างแน่นอน..นอกจากนี้ดูเหมือนว่าแก๊งค์แบล็คซาเวจยังไม่เห็นด้วยกับตระกูลโจนส์และไป๋ฮวยก็กำลังจะยั่วยุพวกเขาในเวลานี้เพราะงั้นแก๊งค์แบล็คซาเวจจะคิดว่าตระกูลโจนส์กำลังรุกรานและพวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบโต้อย่างแน่นอน..ซึ่งไป๋ฮวยจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูทั้งสองด้าน”
“ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ไป๋ฮวยรู้และให้เขาระวังมากกว่านี้” เย่เชียนพูด หลังจากพูดจบเขาก็มองเข้าไปในคฤหาสน์ต่อ
หลังจากได้ยินคำพูดของจอร์จบิลล์แล้วคลีโอบิลล์ก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “เรื่องนี้ไม่สามารถเพิกเฉยได้เพราะถ้าหากตระกูลโจนส์ผูกขาดท่าเรือตรงนั้นเราจะต้องสูญเสียครั้งใหญ่แน่..ตลอดเวลาที่ผ่านมาแก๊งค์ชาวจีนมีท่าทีแข็งกร้าวมากและทำไมคราวนี้ตระกูลโจนส์ถึงได้ไปตกลงกับพวกนั้นอย่างง่ายดายจนพวกนั้นยอมขายท่าเรือให้ตระกูลโจนส์ล่ะ..มีใครรู้บ้างไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“ถึงแม้ว่าตระกูลโจนส์จะเจรจากับแก๊งค์ชาวจีนแล้วแต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังไม่ได้เซ็นสัญญากัน..หรือพูดง่ายๆก็คือเรายังมีโอกาสอยู่” อีแวนส์บิลล์พูด “เหตุผลที่หงเหมินกรุ๊ปตกลงขายท่าเรือให้กับตระกูลโจนส์มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเงิน..ซึ่งแก๊งค์ชาวจีนมีอำนาจมากในย่านไชน่าทาวน์เพราะงั้นถ้าเป็นเพราะตระกูลโจนส์ข่มขู่พวกเขาผมคิดว่าแก๊งค์ชาวจีนจะไม่มีวีนยอมแน่นอน..ด้วยเหตุนี้ในความคิดเห็นของผมมันน่าจะเป็นเพราะเรื่องเงินและตราบใดที่เราหาคนไปเจรจากับแก๊งค์ชาวจีนได้เราก็แค่เสนอราคาที่สูงกว่าและให้ผลประโยชน์มากมายกับพวกนั้นและผมคิดว่าแก๊งค์ชางจีนคงจะไม่ปฏิเสธแน่นอน..ส่วนแก๊งค์แบล็คซาเวจนั้นเราก็ทำได้เหมือนกันแค่เราส่งคนไปเจรจา..สุดท้ายแล้วถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถครอบครองท่าเรือของทั้งสองแก๊งค์ได้แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ตระกูลโจนส์ทำสำเร็จเด็ดขาด”
“อืม..สิ่งที่อีแวนส์พูดนั้นสมเหตุสมผลมาก..คนอื่นล่ะคิดว่าไงกันบ้าง” คลีโอบิลล์พูด
“พี่ใหญ่ฝากเรื่องนี้ให้ผมจัดการเถอะ” จอร์จบิลล์พูด “ผมมีเคยติดต่อกับแก๊งค์ชาวจีนและแก๊งคนผิวดำมาแล้วและผมก้คุ้นเคยกับพวกเขาที่สุด..เพราะงั้นปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของผมดีกว่า”
“พ่อครับ..นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจและมันไม่เกี่ยวกับการต่อสู้และการฆ่าฟันเพราะงั้นปล่อยให้ผมจัดการจะดีกว่า” อีแวนส์ บิลล์พูด “ลุงจอร์จเขากำลังโกรธเพราะเรื่ององค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวเพราะงั้นถ้าหากมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นล่ะก็สถานการณ์คงแย่”
“หืม..ฉันแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนรวมและเรื่องส่วนตัวได้” จอร์จบิลล์พูด “ฉันจะหาว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังและฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้บริสุทธิ์..อีกอย่างทั้งแก๊งค์ชาวจีนและแก๊งคนดำต่างก็เป็นองค์กรใต้ดินเพราะงั้นฉันคุ้นเคยกับพวกมันดีกว่าแกนะอีแวนส์..แกเอาแต่นั่งอยู่ในสำนักงานทุกวันเพราะงั้นแกจะรู้วิธีรับมือกับคนเหล่านี้ได้ยังไง..แกมีแต่จะไปพูดอะไรไม่เข้าหูพวกเขาและทำให้พวกเขาขุ่นเคืองซะเปล่า..แกไม่สามารถรับผลที่ตามมาได้หรอก”
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาสองคนต่อสู้กันและไม่มีใครยอมถอย สำหรับพวกเขาแล้วนี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตเช่นกันหากใครสามารถพิชิตท่าเรือเหล่านี้ได้ก็จะสร้างชื่อเสียงให้ตระกูลมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยและจะมีโอกาสมากขึ้นในการชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลในเวลานั้น
ทำไมคลีโอบิลล์ถึงจะไม่เห็นว่าสองคนนี้ก้ำกึ่งและเขาก็ไม่แน่ใจว่าใครจะเหมาะสมกับการเป็นผู้นำของตระกูลคนต่อไปดี ซึ่งตระกูลมาเฟียต่างชาติเหล่านี้ก็ไม่ต่างกับตระกูลใหญ่ในประเทศจีนเพราะพวกเขามักใช้วิธีกำจัดแบบเอาชีวิตรอดและใครมีความสามารถก็นั่งในตำแหน่งนั้นไปและจะไม่มองอีกฝ่ายแตกต่างออกไปเพียงเพราะอีกคนคือลูกชายของผู้นำคนก่อน
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตระกูลมาเฟียต่างชาติเหล่านี้สามารถยืนหยัดมาอย่างยาวนานและยังคงเติบโตเนื่องจากไม่ใช่ระบบสืบสายเลือดเพราะผู้สืบทอดจะมีความสามารถและความทะเยอทะยานสูงนั่นเอง
คลีโอบิลล์ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าข้างใครเลยและเขาก็เงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ในเมื่อทั้งคู่มั่นใจมากงั้นเราก็มาเริ่มกันเลย..ฉันจะให้ทั้งสองคนพยายามแก้ไขเรื่องนี้ไปพร้อมๆกันและมาดูกันว่าใครจะชนะ..คราวนี้ยังพิจารณาเรื่องผู้สืบทอดตามผลลัพธ์ของแต่ละคนด้วย..ยังไงก็เถอะฉันต้องอธิบายเรื่องหนึ่งก่อน..ครั้งนี้ทั้งสองต้องทำงานร่วมกันเพราะงั้นฉันก็เลยไม่ต้องการให้ทั้งสองทะเลาะหรือขัดแย้งกันเข้าใจไหม?”
เมื่อพิจารณาจากสไตล์การทำงานของตระกูลมาเฟียในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแล้วการต่อสู้อย่างสันติอาจไม่ง่ายนักสำหรับพวกเขา อย่างไรก็ตามคลีโอบิลล์ก็ยังคงต้องการพูดสิ่งนี้และจุดประสงค์คือหวังว่าถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องการต่อสู้แต่ก็ต้องไม่เปิดเผยมากจนเกินไปและความจริงแล้วนี่ก็เป็นความฉลาดอย่างหนึ่งเช่นกัน
อีแวนส์บิลล์และจอร์จบิลตอบรับและพวกเขาก็มองหน้ากันซึ่งเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองต่อกัน เควินเฟตที่อยู่ข้างๆเห็นพวกเขาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมาที่มุมปากและไม่มีใครสังเกตเห็นแต่เย่เชียนซึ่งอยู่ในระยะไกลมองเห็นฉากนี้ได้อย่างชัดเจนในสายตาของเขาผ่านกล้องส่องทางไกล นอกจากนี้เขายังเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆว่าเควิน เฟตคนนี้ไม่ธรรมดาเลย
หลังจากพูดคุยกันระยะหนึ่งอีแวนส์บิลล์และจอร์จบิลล์ต่างก็พูดคุยกันว่าใครควรรับผิดชอบส่วนไหน ซึ่งอีแวนส์บิลล์รับผิดชอบการเจรจากับแก๊งค์ชาวจีน ส่วนจอร์จบิลล์รับผิดชอบการเจรจากับแก๊งแบล็คซาเวจ ซึ่งไม่สำคัญว่าใครจะได้เปรียบเพราะอันที่จริงมันค่อนข้างยากเพราะแก๊งค์ชาวจีนก็ได้เจรจากับตระกูลโจนส์เอาไว้แล้วและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะโน้มน้าวพวกเขาได้ ส่วนแก๊งค์แบล็คซาเวจนั้นดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ยอมตกลงอะไรใดๆกับตระกูลโจนส์และยังไม่บรรลุข้อตกลงและมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จอร์จบิลล์จะโน้มน้าวพวกเขาได้
คลีโอบิลล์หันไปมองพอลบิลล์ซึ่งนั่งเงียบอยู่ที่มุมห้องและพูดว่า “พอลฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้แกทำงานหนักขึ้นมากเลยใช่ไหมและก็ไม่ได้โง่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว..ดีแล้วล่ะฉันหวังว่าแกจะสามารถเป็นแบบนี้ต่อไปในอนาคตและถ้าแกทำได้ดีฉันมั่นใจได้เลยว่าฉันจะมอบทรัพย์สินบางอย่างให้กับแกในอนาคต” แน่นอนว่าพอลบิลล์นั้นยังเป็นลูกชายของเขาถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรเลยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
“พ่อครับ..ผมไม่ได้มีความสามารถมากนักและตอนนี้ผมก็ทำดีที่สุดแล้ว..ผมไม่ได้มีความทะเยอทะยานสูงและเทียบพี่อีแวนส์กับลุงจอร์จไม่ได้หรอก..แต่ผมจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้” พอลบิลล์พูด
หลังจากฟังคำพูดของพอลบิลล์แล้วหลายคนก็แสดงท่าทางดูถูกเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด คลีโอบิลล์ก็แอบถอนหายใจด้วยสีหน้าผิดหวัง จากนั้นเขาก็ชำเลืองมองทุกคนแล้วพูดว่า “เอาล่ะ..การประชุมวันนี้จบลงแล้วทุกคนไปทำธุระของตัวเองและทำส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด..ผมไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นในเวลานี้เพราะคนอื่นจะจ้องจะฉวยโอกาสอยู่” หลังจากพูดจบคลีโอบิลล์ก็ลุกขึ้นและเดินขึ้นไปที่ชั้นบน
เมื่อคลีโอบิลล์จากไปทุกคนก็มองหน้ากันและยืนขึ้นทีละคนแล้วทักทายกันก่อนจากไป จอร์จบิลล์ก็เดินไปหาอีแวนส์บิลล์และยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “อีแวนส์ถึงแกจะเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานแต่ฉันก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้แกหรอกนะ..ฉันมุ่งมั่นที่จะได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลและนอกจากนี้แกต้องระวังให้ดีเพราะแก๊งค์ชาวจีนมันหยิ่งผยองเพราะงั้นระวังพูดแกให้ดีถ้าโดนฆ่ามามันจะไม่คุ้มเอา..ถ้าแกตายฉันก็หมดคู่แข่งและมันจะน่าเบื่อมาก”
อีแวนส์บิลล์ยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “ลุงจอร์จควรสนใจเรื่องของตัวเองเพราะถ้าคุณยังไม่ตายผมจะกล้าตายก่อนได้ยังไง..ผมรู้ดีว่าแก๊งค์คนผิวดำน่ะชั่วร้ายกว่าแก๊งค์ชาวจีนเยอะเพราะเพราะยังไงซะแก๊งค์ชาวจีนก็มาจาดประเทศจีนได้ชื่อว่าเป็นรัฐแห่งมารยาทและนอกจากนี้แก๊งค์ชาวจีนก็หน้าเงินแต่แก๊งค์คนผิวดำนั้นต่างออกไปลุงจอร์จต้องระวังจริงๆ..เพราะถึงยังไงคุณก็คือลุงของผมและถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณมันคงไม่ดีสำหรับผมที่จะช่วยจัดการปัญหายุ่งเหยิง”
“อย่ากังวลไปเลย..ทุกคนภายใต้คำสั่งของฉันเป็นยอดฝีมือแต่แกเลี้ยงแค่สุนัขไร้ประโยชน์เอาไว้..เพราะงั้นถ้ามีบางอย่างเกิดขึ้น พวกมันก็จะไม่สามารถกัดคนได้” จอร์จบิลล์หันกลับมาจ้องมองที่เควินเฟตข้างอีแวนส์บิลล์และความหมายนั้นชัดเจนในตัวเอง อย่างไรก็ตามเควินเฟตกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆราวกับว่าเขาไม่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายเลย เรียกได้ว่าจิตใจของเควินเฟตนั้นสงบนิ่งอย่างมาก
อีแวนส์บิลล์ก็พูดอย่างเย้ยหยันว่า “คนของลุงจอร์จแข็งแกร่งมากงั้นเหรอ..แล้วทำไมองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวทั้งหมดถึงถูกกวาดล้างภายในสิบนาทีล่ะ?..ลุงอย่าหลอกตัวเองไปเลย..อีกอย่างผู้ใต้บังคับบัญชาของผมล้วนใช้สมองและไม่จำเป็นต้องขยับมือและเท้าเลย”
จอร์จบิลล์ถอนหายใจอย่างเย็นชาและแน่นอนว่าฝีปากของเขาไม่ดีเท่าของอีแวนส์บิลล์เขาตะคอกอย่างโกรธเกรี้ยวและพูดว่า “คอยดูเถอะแกคือกระเบื้องส่วนฉันคือเศษหินเพราะงั้นถ้าแกเล่นตลกกับฉันก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” หลังจากพูดจบ จอร์จบิลล์ก็หันหลังเดินจากไป เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการโต้เถียงแบบนี้กับอีแวนส์บิลล์ต่อไปเพราะเขารู้ด้วยว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ ทางวาจาดังนั้นเขาจึงเลี่ยงที่จะปวดหัว
พอลบิลล์ได้ยินการสนทนาของทั้งสองอย่างชัดเจนแต่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆและไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ เขาจึงเดินออกไปจากด้านข้างโดยไม่สนใจพวกเขา “หยุดก่อน!” อีแวนส์บิลล์พูด
.
.