ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1478 การประชุมของตระกูลบิลล์ล์ (5)
เมื่อสถานการณ์ไม่สู้ดีเท่าคนอื่นเราต้องรู้จักอดทน ซึ่งยังไม่สายเกินไปที่จะแก้แค้นถึงจะเป็น 10 ปีหลังจากนี้ก็ตาม พอลบิลล์ล์ ได้ยินเย่เชียนบอกความจริงข้อนี้มากกว่าหนึ่งครั้งและเขาก็คิดว่ามันเป็นคำพูดที่สมเหตุสมผลที่สุด เพราะสถานการณ์ปัจจุบันเป็นเช่นนี้เขาก็เป็นเหมือนมดต่อหน้าอีแวนส์บิลล์และตราบใดที่เขาทำผิดพลาดเล็กน้อยมันจะก่อให้เกิดหายนะและอีแวนส์บิลล์จะทำลายเขาเหมือนมดเมื่อใดก็ได้
พอลบิลล์หยุดและหันกลับมาแล้วพูดว่า “ว่าไงพี่” พอลบิลล์เจ็บปวดอยู่เสมอแต่เขาก็ต้องก้มหน้าลงและเขาเก็บเอาไว้ในใจเสมอว่าพี่ชายคนนี้ฆ่าแม่ของเขาและยังทำให้เขาไม่มีสถานะในตระกูลบิลล์และถูดกีดกันอย่างต่อเนื่องเป็นผลให้เขายอมแพ้ในตัวเองและในที่สุดเขาก็ถูกส่งไปยังทวีปตะวันออกกลางซึ่งมีสงครามอยู่บ่อยครั้งและยากจน ถ้าเขาไม่ได้พบกับเย่เชียนก็เกรงว่าตอนนี้ชีวิตของเขาคงจะหดหู่ยิ่งกว่านี้
“พี่อีแวนส์มีอะไรหรือเปล่า” พอลบิลล์พูด
“จอร์จดูเหมือนจะคุยกับแกอย่างสบายใจเลยนั..พวกแกคุยอะไรกัน?” อีแวนส์บิลล์ล์ถาม “พวกแกกำลังพูดถึงความลับบางอย่างกันอยู่ใช่ไหม?”
“ไม่..ไม่ใช่แบบนั้น” พอลบิลล์พูดด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ลุงจอร์จมาหาผมเพื่อพูดอะไรที่มันถากถางน่ารำคาญและดูถูกผมน่ะ..เขาบอกว่าผมเทียบพี่ไม่ได้และแน่นอนว่าผมเองก็เข้าใจว่ายังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างผมกับพี่..ซึ่งเป็นคนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นในหมู่คนรุ่นใหม่ของตระกูลบิลล์ในขณะที่ผมเป็นเพียงคนที่ผิดพลาด”
“ดูเหมือนว่าจอร์จจะกำลังพยายามสร้างปัญหานะ” เควินเฟตพูด “ดูเหมือนเขาจะต้องการสร้างขัดแย้งระหว่างพวกคุณทั้งสองคน”
“เหอะ!” อีแวนส์บิลล์ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “พอลล์นายคิดว่าไง?”
“ผมรู้แต่ผมแค่ต้องการมีชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆผมไม่กล้าคิดเรื่องอื่นหรอก” พอลบิลล์รีบพูด “อีกอย่างพี่ก็เป็นพี่ชายของผมถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เกิดมาจากแม่คนเดียวกันแต่พี่ก็ดูแลผมมาตลอดผมไม่มีอะไรนอกจากขอบคุณพี่”
อีแวนส์บิลล์พยักหน้าเล็กน้อยและตบไหล่พอลบิลล์ล์แล้วพูดว่า “ดีแล้วถ้าแกคิดแบบนี้ยังเราก็เป็นพี่น้องกันส่วนลุงจอร์จเป็นแค่คนนอกเพราะงั้นเราจะปล่อยให้เขามายั่วยุพวกเราได้ยังไง”
“ใช่..ที่พี่พูดเป็นความจริง” พอลบิลล์พูด
“คงจะดีถ้าแกรู้แบบนี้” อีแวนส์บิลล์ล์พูด “ฉันจะไม่พูดอะไรมากและฉันเชื่อว่าแกน่าจะเข้าใจได้..เอาล่ะ..แกกลับไปจัดการเรื่องของตัวเองและทำสิ่งต่างๆให้ดีและแค่ทำในสิ่งที่แกต้องทำอย่าเข้ามายุ่งเรื่องของฉันนะรู้ไหม..เดี๋ยวแกจะโดนลูกหลงเอาแล้วมันจะแย่”
พอลบิลล์พยักหน้าหลายครั้งจากนั้นก็บอกลาแล้วเดินจากไป ต่อหน้าอีแวนส์บิลล์ล์พอลบิลล์ต้องก้มหน้าทำตัวมีสถานะต่ำเข้าไว้และแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนและขี้ขลาดจนกระทั่งเขาละสายตาจากอีแวนส์บิลล์ไปพอลบิลล์ล์ก็ยืดตัวขึ้นอย่างช้าๆถอนหายใจอย่างเย็นชาพร้อมกับมีจิตสังหารที่รุนแรงในดวงตาของเขา
เย่เชียนซึ่งดูผ่านกล้องส่องทางไกลเห็นฉากนี้อย่างชัดเจนและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันไปมองเซี่ยเฟยพร้อมกับพูดว่า “พอลคนนี้ดูน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนว่าฉันจะไม่ได้เข้าใจผิด..เขาเจ้าเล่ห์มาก..หมากที่ฉันวางเอาไว้ไม่สูญเปล่าจริงๆ”
“ยังไงก็เถอะนายก็น่าจะรู้ว่ายิ่งคนเจ้าเล่ห์มากเท่าไหร่เขาก็จะยิ่งเข้าใจยากขึ้นเท่านั้นและยิ่งควบคุมได้ยาก..อย่าฝากความหวังไว้กับคนอื่นเยอะไม่งั้นนายอาจจะไม่ได้อะไรเลย” เซี่ยเฟยพูด
เย่เชียนพูดว่า “จักรพรรดิคังซีเคยกล่าวเอาไว้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นคนกบฏหรือแม่ทัพที่ซื่อสัตย์ตราบใดที่เขามีความสามารถเราก็ต้องเลือกเขามารบเพราะแต่ละคนจะทำสิ่งของตัวเองและทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเพื่อให้เขาบรรลุเป้าหมายเพราะงั้นในเมื่อฉันมีความสามารถที่จะสนับสนุนเขาฉันก็มีความสามารถที่จะทำลายเขาด้วยเมื่อเขาเห็นว่าเขาไม่สมควรที่จะอยู่ต่อและคิดจะหักหลังเราฃ”
เซี่ยเฟยส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “นายเล่นเกมเก่งเกินไป..ถ้านายเกิดในสมัยโบราณนายคงจะได้เป็นจักรพรรดิอย่างแน่นอนและยิ่งไปกว่านั้นนายยังเป็นจักรพรรดิที่สามารถรวมโลกให้เป็นหนึ่งได้และเป็นจักรพรรดิที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์..ฉันคิดว่านายสามารถต่อสู้กับทัพของโจโฉผู้ชั่วร้ายได้แบบสบายๆเลย”
“โจโฉ?..เขาเก่งก็จริงแต่เขาไม่สามารถรวแผ่นดินให้เป็นหนึ่งได้และผลก็คือทั้งสามก๊กต่างก็สูญเสียทุกสิ่งอย่างใหญ่หลวง” ทั้งพูด “ถ้าจะพูดถึงวีรบุรุษจริงๆก็คงต้องเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้”
เมื่อมองดูพอลบิลล์จากไปอีแวนส์บิลล์ก็ถอนหายใจย่างเย็นชาและพูดว่า “ไม้ตายก็คือไม้ที่ผุพังและมันไม่มีวันเติบโตเป็นต้นไม้ได้”
“ดูเหมือนว่าจอร์จต้องการเผชิญหน้ากับนายจริงๆและเขาถึงกับเติมเชื้อไฟระหว่างนายกับพอลโดยหวังว่าพอลจะจัดการกับนาย” เควินเฟตพูด
“ฉันรู้ว่าพอลนั้นมีความแข็งแกร่งแค่ไหนและเขาไม่แกร่งพอที่จะมาสู้กับฉันและเขาก็ไม่มีความกล้าด้วย” อีแวนส์บิลล์พูด “ถ้าเขากล้สประเมินตัวเองสูงเกินไปจริงๆฉันก็ไม่รังเกียจที่จะกำจัดเขาหรอก..แต่กับจอร์จเราประมาทไม่ได้เพราะเขาดูแลองค์กรใต้ดินของตระกูลมาตลอลและเขาก็มีพวกมาเฟียอยู่ในมือมากมายและบางคนก็ยากที่จะรับมือจริงๆ” หลังจากหยุดไปชั่วคราว อีแวนส์บิลล์ก็พูดว่า “นายต้องทำงานหนักขึ้นและช่วยฉันสรรหาผู้มีความสามารถมาจัดการกับจอร์จให้ได้มากที่สุด”
“ฉันคิดว่าเราสามารถหลอกใช้พวกเขี้ยวหมาป่าได้..เนื่องจากทหารรับจ้างอินทรีขาวถูกพวกนั้นกำจัดเพราะงั้นถ้าหากเราสามารถใช้พวกเขี้ยวหมาป่าเพื่อกำจัดจอร์จได้ล่ะมันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเรา” เควินเฟตพูด
“นายคิดจริงๆเหรอว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นฝีมือของพวกเขี้ยวหมาป่าน่ะ” อีแวนส์บิลล์ถาม
“จากสิ่งที่ฉันรู้เกี่ยวกับพวกเขี้ยวหมาป่าอ่ะนะ..ฉันคิดว่าเก้าในสิบเป็นฝีมิอของพวกเขา” เควินเฟตพูด
“พวกเขี้ยวหมาป่ามันเป็นหมาป่าและฉันกลัวว่าถ้าเราร่วมมือกับพวกมันแล้วมันคงจะยากที่จะสลัดพวกมันออกไปในภายหลัง” อีแวนส์บิลล์พูด “นอกจากนี้พ่อของฉันยังรู้สึกไม่สบายใจกับพวกเขี้ยวหมาป่าอีกด้วยเพราะงั้นถ้าเราคุยกับพวกนั้นจริงๆและร่วมกันแล้วจอร์จรู้เข้าล่ะก็เขาจะหาข้อแก้ตัวเรื่องของทหารรับจ้างอินทรีขาวและกดดันเราจากพวกผู้อาวุโสในตระกูลจนพวกเขาประทับในในตัวจอร์จอย่างแน่นอนเพราะงั้นปล่อยเรื่องนี้ไปเถอะ”
เควินเฟตขมวดคิ้วเล็กน้อยและใบหน้าของเขาก็ดูผิดหวังโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาอยู่เคียงข้างอีแวนส์บิลล์ตลอดเวลาและรู้จักเป็นอย่างดีและเนื่องจากอีแวนส์บิลล์ปฏิเสธเขาจึงไม่สามารถเสนอแนะอะไรได้อีกไม่อย่างนั้นมันจะทำให้อีแวนส์บิลล์สงสัย
อีแวนส์บิลล์หันหน้าไปมองเควินเฟตแล้วพูดว่า “ช่วยฉันนัดหมายกับอาจารย์หงหัวหน้าแก๊งค์ชาวจีนหน่อย..ฉันจะไปคุยกับเขาและตราบใดที่เรานำจอร์จได้เราก็จะชนะศึกแรกของท่าเรือเหล่านั้นและยิ่งไปกว่านั้นท่าเรือมันสำคัญมากจริงๆมันสามารถขัดขวางการพัฒนาพลังของจอร์จและนอกจากนี้เราควรพยายามสร้างปัญหาเล็กๆน้อยๆให้กับจอร์จและยื้อเวลาให้เขาเจรจากับพวกแก๊งค์คนผิวดำช้าที่สุดเท่าที่ทำได้..ฝากนายจัดการด้วยเควิน..ฉันรู้สึกโล่งใจเสมอเมื่อนายจัดการเรื่องต่างๆเพราะงั้นทำมันได้ดีและฉันจะไม่ปฏิบัติกับนายอย่างเลวร้ายในอนาคตแน่นอน”
“ขอบคุณ” เควินเฟตพูดอย่างจริงใจแต่ในดวงตาของเขามีความหมายอีกแบบหนึ่ง
อีแวนส์บิลล์ไม่พูดอะไรอีกและพยักหน้าแล้วเดินไปที่รถ เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วยปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจและยังมีปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์และกฎหมายอีก 2 ใบ ดังนั้นเขาคิดเสมอว่าเขาฉลาดมากและไม่มีใครสามารถเล่นเกมต่อหน้าเขาได้และนอกจากนี้เควินเฟตยังติดตามเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมาและเขาก็ซื่อสัตย์และไม่มีข้อตำหนิใดๆเลยเมื่อถูกใช้งานเหมือนทาสโดยดังนั้นอีแวนส์บิลล์จึงไม่สงสัยในตัวเควินเฟตเลย
หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้วคลีโอบิลล์ก็เดินออกจากบ้านและไปที่ระเบียงบนชั้นสอง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะมองดูรถที่แล่นออกไปทีละคัน เขาเป็นผู้นำของตระกูลบิลล์ซึ่งดำรงตำแหน่งมานานกว่า 30 ปีย่อมมีวิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนใครและเขาสามารถมองเห็นหลายสิ่งได้อย่างชัดเจน เขายังชัดเจนว่าในการเลือกผู้นำคนใหม่ครั้งนี้อีแวนส์บิลล์และจอร์จบิลล์จะต้องต่อสู้กันเองอย่างแน่นอนและไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้อีก เพื่อให้สามารถเลือกผู้สืบทอดที่เหมาะสมเพื่อเป็นผู้นำตระกูลคนใหม่นั้นฉากนองเลือดแบบนี้ย่อมไม่สามารถควบคุมได้และจะจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ครั้งนี้เขาได้สั่งให้ทั้งสองไปเจรจาเรื่องธุรกิจท่าเทียบเรือกับแก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์แบล็คซาเวจและมันเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้เผชิญหน้ากันและเขาจะเห็นได้ว่าใครฉลาดและเหี้ยมโหดกว่ากัน จะเป็นอีแวนส์หรือจอร์จกันแน่ที่ถูกเลือกและมันไม่มีมาตรฐานอื่นๆจะมีเพียงมาตรฐานเดียวเท่านั้นและนั่นคือผู้ที่เหมาะสมจะอยู่รอดนั่นเอง
อย่างไรก็ตามเหนือฟ้ายังมีฟ้าเพราะคลีโอบิลล์ผู้เฉลียวฉลาดกลับมองไม่เห็นคนสองคนที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมของเขา ซึ่งคนหนึ่งคือเควินเฟตผู้สงบเสงี่ยมและอีกคนคือพอลบิลล์ล์ที่ไม่อยู่ในสายตาของเขาเลย
หลังจากขึ้นรถและออกจากคฤหาสน์ไปพอลบิลล์ก็โทรหาเย่เชียนทันทีและโทรศัพท์เชื่อมต่ออย่างรวดเร็วและเย่เชียนก็พูดว่า “มีข่าวดีอะไรไหม?..คุณรู้เรื่องตระกูลบรูนส์แล้วหรือยัง?”
“ได้ข่าวมาแล้ว” พอลบิลล์ตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “ผมมีเรื่องอื่นที่จะปรึกษากับคุณเย่..ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณเย่มีเวลาไหม”
“ได้..ถ้าอย่างนั้นคุณมาที่โรงแรมและรอผมที่นั่นก่อน..ตอนนี้ผมกับเซี่ยเฟยอยู่ข้างนอกแล้วเราจะรีบกลับไป” เย่เชียนพูด “จากน้ำเสียงของคุณคงมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นใช่ไหม”
“ผมไม่สามารถบอกได้ทางโทรศัพท์แต่นี่ควรเป็นโอกาสที่ดี..เดี๋ยวเอาไว้คุยตอนเราพบกันนะคุณเย่” พอลบิลล์พูด
เย่เชียนไม่พูดอะไรอีกและตกลงว่า “ถ้างั้นคุณไปรอผมที่โรงแรมก่อน..เดี๋ยวเจอกันครับ” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็วางสายไป
.