ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1483 พี่น้องห้ำหั่นกัน
หลังจากนั้นไม่นานเร็กซ์บรูนซ์ก็เข้ามาจากข้างนอกแต่ใบหน้าของเขาดูไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเย่เชียนและเซี่ยเฟยสงสัยว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นหรือไม่พวกเขาก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาจากข้างหลังเร็กซ์บรูนซ์และดูคล้ายๆเร็กซ์บรูนซ์แต่อายุน้อยกว่า
ชายหนุ่มเดินตรงไปหาเซี่ยเฟยแล้วยื่นมือออกมาพร้อมรอยยิ้มและพูดว่า “สวัสดีผมชื่อแรนดี้บรูนส์จากตระกูลบรูนส์และเร็กซ์บรูนซ์ก็เป็นพี่ชายของผม..ยินดีที่ได้รู้จักครับ!”
เซี่ยเฟยตกตะลึงเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไปจับมือจากนั้นหันไปมองที่เร็กซ์บรูนซ์แล้วพูดว่า “คุณเร็กซ์เกิดอะไรขึ้นหรอครับ?”
การมาถึงของแรนดี้บรูนส์นั้นค่อนข้างเกินความคาดหมายของเร็กซ์บรูนซ์และสีหน้าของเขาก็ดูไม่ค่อยดีนักและเขาก็ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “เขาเป็นน้องชายของผมครับคุณเซี่ยไม่ใช่คนนอกอะไร..ผมหวังว่าเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของเรานะครับ” ต้องบอกว่าเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเร็กซ์บรูนซ์เต็มไปด้วยความโกรธและเห็นได้ชัดว่าเขาและแรนดี้บรูนส์มีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนัก
นี่เป็นปรากฏการณ์ปกติเช่นกันเพราะทายาททั้ง 9 คนต่างก็ต้องการมรดกตกทอดตั้งแต่ในสมัยของจักรพรรดิคังซีแล้วและสามารพบเห็นได้ทุกที่ไม่ใช่แค่ในประเทศจีนเท่านั้นเพราะในประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วตระกูลมาเฟียเหล่านี้ก็มีสถานการณ์แบบนี้เช่นกัน ซึ่งแรนดี้บรูนส์มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มและไม่รู้สึกว่าเขาเป็นแขกที่คาดไม่ถึงเลย เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณเซี่ยไม่ต้องกังวลไปนะครับ..อันที่จริงผมต้องการร่วมมือกับคุณคลูลอฟส์มาโดยตลอดแต่น่าเสียดายที่ผมไม่เคยมีโอกาสเลยเพราะงั้นการมาที่นี่ในวันนี้จึงค่อนข้างกะทันหันแต่ก็พิสูจน์ความจริงใจของผมด้วย..ผมหวังว่าคุณเซี่ยจะไม่โกรธเคืองและผมเชื่อว่าเราจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีในอนาคต”
เซี่ยเฟยยิ้มอย่างมีเลศนัยด้วยความรู้สึกมั่นใจและชำเลืองมองเร็กซ์บรูนส์ที่อยู่ข้างๆ เพราะการได้เห็นน้องชายของเขาเข้ามาเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจของเขาแบบข้ามหัวเขาโดยไม่สนใจเขาเลยนั่นทำให้ไม่สามารถจินตนาการถึงความโกรธในใจของเขาได้ เร็กซ์บรูนซ์พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “แรนดี้นายได้พบกับคุณเซี่ยแล้วและนายก็ได้พูดในสิ่งที่นายต้องการจะพูดแล้วใช่ไหม..เพราะงั้นก็กลับไปได้แล้ว”
“พี่ชายพูดแบบนี้ได้ยังไง..พี่เป็นสมาชิกของตระกูลบรูนส์และผมก็เป็นสมาชิกของตระกูลบรูนส์ด้วยและเราทุกคนก็ทำเพื่อตระกูลบรูนส์..เราเป็นพี่น้องกันเพราะงั้นเราควรร่วมมือกันเพื่อทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จในครั้งนี้และเราจะปล่อยให้คุณคลูลอฟส์อังเดรและคุณเซี่ยผิดหวังไม่ได้” แรนดี้บรูนส์พูด
“คุณเซี่ยเป็นสหายของฉันเพราะงั้นถึงแม้ว่าจะมีเรื่องความร่วมมือแต่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย” เร็กซ์บรูนซ์พูด “ถ้านายว่างจริงๆก็ไปทำธุระของตัวเองให้ดีและอย่ามาที่นี่ฉันไม่อยากให้นายมารบกวนพวกเขา”
“พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง” แรนดี้บรูนส์พูด “พี่ก็น่าจะรู้อย่างชัดเจนว่าการจัดการท่าเรือของตระกูลเราอยู่ในมือของผมและถ้าผมไม่ยอมพี่ก็อย่าคิดเลยว่าจะขนส่งสินค้าออกนอกประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาได้..อีกอย่างพี่เองก็ไม่รู้วิธีที่จะนำสินค้าออกไปจากประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างปลอดภัยและราบรื่น..ผมคิดว่าคุณคลูลอฟส์อังเดรและคุณเซี่ยไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นใช่ไหม?”
“ใช่ผมไม่ต้องการให้เกิดปัญหาอะไรในเวลานี้” เซี่ยเฟยพูด “ถ้าเราต้องการทำธุรกิจเราก็ต้องทำให้มันปลอดภัย..ในธุรกิจแบบนี้อย่าล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียวเพราะมันอาจจะแก้ไขไม่ได้ไปตลอดชีวิต”
“คำพูดของคุณเซี่ยเป็นสิ่งที่ผมคิดเหมือนกันเพราะความปลอดภัยคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญในธุรกิจของเรา” แรนดี้บรูนส์พูด จากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองเร็กซ์บรูนซ์และพูดว่า “พี่ธุรกิจนี้จะสำเร็จหรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับผมและผมหวังว่าพี่จะคิดอย่างรอบคอบเพราะความร่วมมือในครอบครัวนั้นดีเสมอ..ถ้าพี่อยากทำให้งานนี้สำเร็จทำไมพี่ถึงไม่มอบหมายงานนี้ให้ผมล่ะผมเชื่อว่าผมสามารถทำได้ดี”
“พวกคุณทั้งสองคือสมาชิกของตระกูลบรูนส์เพราะงั้นผมไม่มีปัญหาที่จะทำธุรกิจนี้กับใครเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย” เซี่ยเฟยแทรกขึ้นมาอย่างตรงจังหวะและเห็นได้ชัดว่าเป็นการเติมเชื้อไฟ
“คุณเซี่ยสามารถวางใจได้ว่าตั้งแต่มีการเจรจาธุรกิจแล้วผมจะสามารถส่งสินค้าได้อย่างปลอดภัย” เร็กซ์บรูนซ์พูด “ในด้านความปลอดภัยคุณเซี่ยสามารถวางใจได้ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆผมจะรับผิดชอบ..สำหรับเหตุการณ์ในวันนี้น้องชายของผมเป็นคนหุนหันพลันแล่นและพูดมากเกินไปหน่อยเพราะงั้นผมหวังว่าคุณเซี่ยจะไม่ขุ่นเคืองและยกโทษให้ผมสำหรับความวุ่นวายนี้” คำพูดเหล่านี้ดูเหมือนจะปกป้องแรนดี้บรูนส์แต่จริงๆแล้วเป็นการเยาะเย้ยเสียมากกว่า
โดยธรรมชาติแล้วแรนดี้บรูนส์สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธเขาเพียงแค่ถอนหายใจอย่างเย็นชาซึ่งถือว่าเป็นคำตอบ เซี่ยเฟยก็ยังคงแสดงละครของเขาได้เป็นอย่างดีและยิ้มอย่างมีชัยและไม่ตอบสนองใดๆเพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นจุดบกพร่องจากคำพูดของตัวเองไปมากกว่านี้ ทางที่ดีอย่าพูดอะไรไปมากกว่านี้จะได้ไม่มีปัญหาและนอกจากนี้นี่ก็เป็นการต่อสู้ระหว่างสองพี่น้องเร็กซ์บรูนซ์และแรนดี้บรูนส์ดังนั้นเซี่ยเฟยก็ไม่สะดวกที่จะชัดเจนจนเกินไป ซึ่งการยั่วยุเป็นครั้งคราวก็เพียงพอแล้ว
เร็กซ์บรูนซ์มองไปที่เซี่ยเฟยด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันและเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลเล็กน้อย หาก เซี่ยเฟยไม่มีความสุขเพราะความสัมพันธ์ของแรนดี้บรูนส์และความร่วมมือนี้ล้มเหลวมันจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากและการสูญเสียครั้งใหญ่ไม่เพียงแต่ครั้งนี้เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงความร่วมมือในอนาคตด้วย เร็กซ์บรูนซ์หันไปปมองแรนดี้บรูนส์แล้วพูดว่า “ฉันได้เจรจากับ คุณเซี่ยเกี่ยวกับรายละเอียดเฉพาะแล้วและเราจะไปดูตัวอย่างสิ้นค้ากันในตอนบ่ายเพราะงั้นสำหรับการส่งมอบสินค้าที่นายพูดถึงเนื่องจากนายสนใจจะเข้าร่วมฉันก็ส่งมอบเรื่องนี้ให้กับนาย..สำหรับแผนเฉพาะเจาะจงและรายละเอียดเราจะหารือกันในภายหลังและฉันจะให้ส่วนแบ่งกับนายห้าเปอร์เซ็นต์”
“ห้าเปอร์เซ็นต์?”แรนดี้บรูนส์ยิ้มอย่างเหยียดหยามและพูดว่า “พี่ล้อผมเล่นหรือเปล่า..พี่ขายสินค้าส่วนผมส่งสินค้าและถ้าคุณเซี่ยได้รับสินค้าพี่ก็จะได้เงินส่วนที่เหลือทั้งหมดเพราะงั้นค่าส่วนแบ่งห้าเปอร์เซ็นต์มันจะไม่น้อยเกินเหรอ?”
“ปัง!” เซี่ยเฟยลุกขึ้นยืนทันทีแล้วตบโต๊ะกาแฟอย่างแรงและพูดว่า “พวกคุณทำให้ผมผิดหวังมาก..ผมจะรายงานเรื่องนี้กับหัวหน้าตามความจริง..ผมคิดว่าเราคงจะต้องพิจารณาเรื่องนี้กันทีหลัง..ถึงแม้ว่าเราจะใส่ใจในความร่วมมือนี้มากแต่ผมก็ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาใดๆเพราะความขัดแย้งของพวกคุณ”
หลังจากพูดจบเซี่ยเฟยก็โบกมือและพูดว่า “ผมขอตัวก่อนนะครับ” และเดินออกไป ส่วนเย่เชียนก็ตามไปอย่างรวดเร็วและอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มในใจ หากเซี่ยเฟยไปเป็นนักแสดงจริงๆก็เชื่อว่าอนาคตของเขาจะสดใส แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยค่อนข้างขี้เกียจและไม่ชอบคงามวุ่นวายมากนัก ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเย่เชียนแล้วเซี่ยเฟยอาจจะไม่อยากออกจากคุกเลย
การกระทำนี้ทำให้เร็กซ์บรูนซ์กลัวเพราะถ้าเซี่ยเฟยจากไปเพราะความโกรธจริงๆธุรกิจในครั้งนี้จะถือว่าเจ๊งและเขาก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดในใจและจ้องมองไปที่แรนดี้บรูนส์ด้วยความโกรธและรีบไล่ตามเซี่ยเฟยไป
แรนดี้บรูนส์มีสีหน้าเฉยเมยและเขาไม่สนใจว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่เพราะมันไม่ได้ทำให้เขาเสียหายเลย เขาต้องการให้เซี่ยเฟยโกรธเพื่อให้เซี่ยเฟยยกเลิกความร่วมมือกับเร็กซ์บรูนซ์และจากนั้นเขากำลังคิดหาวิธีที่จะพูดคุยกับเซี่ยเฟยทีหลังเพราะบางทีเขาอาจถูกดึงดูดให้เซี่ยเฟยตกลงกับเขาได้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสองพี่น้องต่อสู้กันเองมาเสมอดังนั้นหากเร็กซ์บรูนซ์เจรจาข้อตกลงนี้และเขาไม่อยู่ในข้อตกลงนี้เขาจะตกอยู่ในอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อข้อตกลงสิ้นสุดลงสถานะของเร็กซ์บรูนซ์ในตระกูลจะเพิ่มขึ้นมากซึ่งจะไม่ปลอดภัยสำหรับเขาในอนาคต
เร็กซ์บรูนส์รีบตามเซี่ยเฟยไปและพูดว่า “คุณเซี่ยผมขอโทษที่เสียมารยาท..ผมไม่ได้คาดคิดว่าเด็กคนนั้นจะมากะทันหันแบบนี้..แต่ไม่ต้องกังวลไปนะครับคุณเซี่ยเขาก็เป็นคนของตระกูลบรูนส์และผมสัญญาว่าข่าวจะไม่รั่วไหลออกไปและผมยังสามารถรับประกันได้ว่าสินค้าจะถูกจัดส่งอย่างปลอดภัยในครั้งนี้เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราร่วมมือกันดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วผมไม่กล้าที่จะประมาทแน่นอน..เพราะงั้นคุณเซี่ยโปรดวางใจได้เลยว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอนครับ”
“แล้วถ้าเขาทำจะไม่เป็นอะไรเหรอ?” เซี่ยเฟยหันไปมองที่แรนดี้บรูนส์แล้วพูด
“ไม่เป็นไรครับมันปลอดภัยกว่าสำหรับเขาที่จะรับผิดชอบในการจัดส่งสินค้า..ส่วนเรื่องการแบ่งผลกำไรมันเป็นเรื่องระหว่างผมกับเขาเพราะงั้นคุณเซี่ยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ..ผมจะไม่ให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด” เร็กซ์บรูนส์พูด “ผมได้พูดคุยกับคุณคลูลอฟส์อังเดรเอาไว้แล้วและหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันได้สำเร็จ..ผมเชื่อว่าปัญหาเล็กๆน้อยๆครั้งนี้ไม่ควรส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของเรา”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเซี่ยเฟยก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “นี่ดีที่สุดแล้ว..หัวน่ามักชมคุณเร็กซ์ต่อหน้าผมเสมอดังนั้นคราวนี้ผมจะเชื่อคุณ..แต่คุณต้องรีบโดยเร็วที่สุดเพราะผมไม่ต้องการให้กระบวนการต่างๆล่าช้า..ซึ่งตอนนี้ผู้ซื้อจำนวนมากเร่งเร้าให้เราจัดหาสินค้าและถ้าหากเราไม่สามารถส่งมอบได้ทันเวลามันจะทำลายชื่อเสียงของเราอย่างมาก”
“คุณเซี่ยวางใจได้เลย..ผมรับประกันว่าสินค้าจะถูกส่งไปยังน่านน้ำของประเทศรัสเซียตรงเวลา” เร็กซ์บรูนซ์พูด
เซี่ยเฟยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “ถ้าคุณเร็กซ์พูดแบบนี้ผมก็สบายใจ..ถ้างั้นเราจะไปตรวจสอบสินค้ากันในตอนบ่ายแต่ผมอยากทราบว่าสินค้าจะพร้อมจนส่งเมื่อไหร่เหรอครับ”
.