ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1484 แรนดี้บรูนส์
ความร่วมมือครั้งนี้เกือบจะพังเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และเร็กซ์บรูนส์ก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก เดิมทีจะใช้เวลาประมาณสิบวันในการเตรียมสินค้าจำนวนมากแต่ตอนนี้เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมากเกินไปเพราะถ้าเซี่ยเฟยโกรธขึ้นมาและยกเลิกการเจรจาล่ะก็มันจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับเขา
นอกจากนี้เมื่อแรนดี้บรูนส์เข้าร่วมด้วยแล้วเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้และถึงแม้ว่าเขาจะต้องการก็ตาม เขารู้จักน้องชายคนนี้เป็นอย่างดีและเขาสามารถทำทุกอย่างได้จริงๆและถ้าหากเขาไม่ร่วมมือกับแรนดี้ล่ะก็น้องคนนี้อาจจะสร้างปัญหาบางอย่างให้กับเขาได้ แต่ทว่าตอนนี้พวกเขาได้ร่วมมือกันแล้วและควรปล่อยให้เขาทำอะไรสักอย่างไม่เช่นนั้นมันคงจะไม่ง่ายเกินไปสำหรับเขาเหรอที่จะได้ส่วนแบ่งไปอย่างง่ายดาย?
“สามวันครับคุณเซี่ย..ผมขอเวลาแค่สามวันในการเตรียมส่งสินค้าทั้งหมด” เร็กซ์บรูนส์พูด
“สามวัน?” เซี่ยเฟยพูดด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจมาก “คุณเร็กซ์สามารถทำได้ภายในสามวันเหรอ?..คุณคงไม่ได้เอาสินค้าที่มีตำหนิมาให้ผมใช่ไหม?..นอกจากนี้เราก็ไม่ได้ต้องการสินค้าที่เก็บอยู่ในสต็อกนานเกินไปด้วยนะครับ”
“คุณเซี่ยวางใจได้เลยว่าถึงแม้กำไรจะต้องมาก่อนในการทำธุรกิจแต่เราต้องซื่อสัตย์ด้วยและผมเร็กซ์บรูนส์คนนี้จะไม่ทำอะไรที่ต่ำทรามแบบนั้นแน่นอนครับ” เร็กซ์บรูนส์พูด “ถึงแม้ว่าปริมาณจะเยอะมากแต่ตราบใดที่ผมติดตามกระบวนต่างๆอย่างถี่ถ้วนแล้วการเร่งความคืบหน้าก็ไม่น่าจะมีปัญหาในสามวันนี้ครับ”
เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “นั่นเป็นสิ่งที่ดีมาก”
เร็กซ์บรูนส์ดูนาฬิกาของเขาแล้วพูดว่า “ใกล้จะถึงเวลาแล้วคุณเซี่ยเราไปทานอาหารกลางวันกันก่อนไหมครับ..ผมได้จองห้องส่วนตัวในโรงแรมที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว”
“ถ้าคุณไม่รังเกียจคุณเซี่ยผมขออาสาไปส่งคุณที่นั่นนะครับ” แรนดี้บรูนส์เดินเข้ามาแล้วพูด
เซี่ยเฟยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและมองไปที่เร็กซ์บรูนส์ด้วยท่าทางสงสัยและอีกฝ่ายก็ทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อยได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่นและไม่ได้พูดอะไร “รบกวนด้วยนะครับ” เซี่ยเฟยพูด
“เชิญครับ!” แรนดี้บรูนส์พูด
เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินตรงไปที่รถของแรนดี้บรูนส์ เมื่อเขาไปถึงรถแรนดี้บรูนส์ก็กำลังจะเปิดประตูให้เซี่ยเฟยด้วยตัวเองแต่ถูกเย่เชียนขวางเอาไว้แล้วเย่เชียนก็เอื้อมมือออกไปเปิดประตูรถแทนจากนั้นก็เชิญให้เซี่ยเฟยเข้าไปในรถ เซี่ยเฟยหัวเราะเบาๆและเหลือบมองแรนดี้บรูนส์แล้วพูดว่า “มือขวาของผมเป็นแบบนี้แหละครับผมหวังว่าคุณแรนดี้จะไม่รังเกียจ”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและจ้องมองไปที่เซี่ยเฟยอย่างดุเดือดแต่เพราะเขาสวมแว่นกันแดดเขาจึงไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าสีหน้าของเขาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามเย่เชียนเข้าใจดีว่าถึงแม้เซี่ยเฟยจะไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของเขาได้แต่เซี่ยเฟยก็สามารถเดาสีหน้าของเขาเองได้ เซี่ยเฟยจึงยิ้มอย่างสบายๆให้กับเย่เชียนโดยเห็นได้ชัดว่าเขารู้ว่าเย่เชียนกำลังคิดอะไรอยู่
แรนดี้บรูนส์ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คนของคุณเซี่ยมีความภักดีต่อคุณเซี่ยจนคนอื่นต้องอิจฉาแน่ๆครับ..ยิ่งไปกว่านั้นผมคิดว่าพี่ชายคนนี้ดูเหมือนจะเคยเป็นทหารด้วยใช่ไหมครับ?”
“ทหารเหรอ?..คุณแรนดี้ก็พูดไปครับเขาเป็นแค่เด็กบ้านนอกและผมแค่เห็นว่าเขาเก่งมากเพราะงั้นผมจึงรับเขามาทำงานด้วย..ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีความสามารถอะไรมากแต่เขาก็ขยันในการทำสิ่งต่างๆและเขายังภักดีต่อผมด้วย” เซี่ยเฟยพูดต่อ “คุณควรรู้ว่าทุกวันนี้มีคนที่มีความสามารถมากมายแต่ก็ไม่ง่ายที่จะหาคนที่ภักดีได้..ด้วยเหตุนี้ผมจึงให้เขาอยู่ข้างๆเสมอแต่เขาเป็นคนใบ้และพูดเรื่องไร้สาระไม่ได้”
แรนดี้บรูนส์พยักหน้าเล็กน้อยและมองเย่เชียนอย่างระมัดระวังแต่เขาไม่รู้ว่านี่คือเย่เชียนที่เขาโกรธแค้น “ขอบคุณครับคุณเซี่ย..ใช่แล้วมันยากจริงๆในยุคนี้ที่จะหาคนที่ภักดีได้..มันดีจริงๆที่คุณเซี่ยจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาแบบนี้” แรนดี้บรูนส์พูดว่า “พี่ใหญ่ก็แค่ทำงานของเขา..เอ่อคือว่าโรงแรมที่จองเอาไว้ไกลมากและมันจะทำให้คุณเซี่ยต้องเดินทางไปกลับใช้เวลามากพอสมควรเพราะงั้นผมคิดว่าเราควรจะเชิญเชฟมาที่บ้านนะครับเพราะมันจะสะดวกกว่า..คุณเซี่ยช่วยรออีกสักหน่อยนะครับหากคุณเหนื่อยคุณก็สามารถพักผ่อนก่อนได้”
ขณะที่เขาพูดแรนดี้บรูนส์ก็เข้าไปในรถแล้วสั่งให้คนขับสตาร์ทรถออกไป ต่อมาเร็กซ์บรูนส์ก็เห็นว่ารถของพวกเขาออกไปแล้วจึงไม่กล้าที่จะรอช้าแล้วรีบขึ้นรถแล้วสั่งให้คนขับขับตามไปเพราะเขารู้จักนิสัยน้องชายคนนี้ดีและกลัวว่าเขาจะเล่นตลกกับเขาจริงๆเพราะถ้าเขาพาเซี่ยเฟยไปที่อื่นในภายหลังเพื่อเจรจาล่ะ?
แบบนี้เขาจะไม่สูญเสียกำไรและผลประโยชน์เหรอ? สุดท้ายเขาก็สร้างโอกาสให้คนอื่นไม่ใช่เหรอ?
“ไม่จำเป็นหรอกครับผมมีเวลาพักผ่อนน้อยมากในทุกวันนี้” เซี่ยเฟยพูด “เวลาคือเงินและเพื่อที่จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเราควรทำงานหนัก”
“คุณเซี่ยเป็นแบบอย่างที่ควรค่าแก่การเป็นแบบอย่างจริงๆ” แรนดี้บรูนส์พูด “คุณเซี่ยน่าจะมาที่นี่บ่อยขึ้นในอนาคตและผมจะได้เรียนรู้มากมายจากคุณเซี่ย..บางครั้งพี่ชายของผมก็ทำอะไรไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่และขาดการพิจารณาที่ถี่ถ้วนเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้..เขาไม่ปรึกษาผมล่วงหน้าเลยเพราะถ้าผมรู้ก่อนหน้านี้ผมคงจะจัดเตรียมสิ่งต่างๆให้พร้อมเพื่อส่งสินค้าไปที่ท่าเรืออย่างปลอดภัยเพราะด้วยสินค้ามากมายเราทุกคนควรระมัดระวังให้มากขึ้นและยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องจัดเตรียมล่วงหน้าอีกมาก”
“ใช่..สิ่งที่คุณแรนดี้พูดนั้นสมเหตุสมผลมาก” เซี่ยเฟยพูด “สินค้าในครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 300 ล้านเพราะงั้นพวกคุณห้ามประมาทเด็ดขาดเพราะถ้าหากมีอะไรผิดพลาดมันจะไม่จบแค่พวกเราสูญเสียเท่านั้นแต่มันยังเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ให้ของตระกูลบรูนส์..ซึ่งถึงแม้ว่าตระกูลบรูนส์จะมีอำนาจมากในประเทศสหรัฐอเมริกาแต่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องดีหาก CIA จับตาดูเรื่องนี้”
“นั่นคือสิ่งที่ผมคิดอยู่เสมอ..ดังนั้นผมจึงเสียมารยาทเข้ามารบกวนคุณเซี่ย” แรนดีบรูนส์พูด เมื่อเซี่ยเฟยบอกว่าเป็นข้อตกลง 300 ล้าน แรนดี้บรูนส์ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเพราะนี่เป็นเรื่องใหญ่มากและทุกคนรู้ดีว่าอาวุธเป็นอุตสาหกรรมที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาลและข้อตกลง 300 ล้านดอลลาร์นั้นก็สามารถสร้างผลกำไรที่ยิ่งใหญ่มาก หลังจากเงียบไปสักพักแรนดี้บรูนส์ก็พูดว่า “อย่าพูดแบบนี้กันเลยดีกว่านะครับผมเกรงว่าคุณเซี่ยจะคิดว่าผมจงใจพูดใส่ร้ายพี่ชายของผมและถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของเราจะไม่ค่อยดีนักแต่เพื่อประโยชน์ของตระกูลบรูนส์แล้วถึงแม้ว่าเขาจะค่อนข้างลังเลและไม่อยากให้ผมเข้าร่วมในเรื่องนี้แต่เพื่อตระกูลของผมและผมก็ต้องเข้าร่วมในเรื่องนี้อย่างเสียมารยาทแบบนี้”
เซี่ยเฟยยิ้มอย่างยินดีและหันไปมองเย่เชียนแต่ไม่พูดอะไร เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสองมีความเข้าใจเหมือนกัน พวกเขาทั้งสองรู้สึกว่าแรนดี้บรูนส์คนนี้น่ากลัวกว่าเร็กซ์บรูนส์มากและเขาก็พูดจาดูหมิ่นเร็กซ์บรูนส์อย่างชัดเจน น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยเพิ่งบอกว่าเย่เชียนเป็นใบ้ซึ่งทำให้เย่เชียนไม่สามารถพูดได้ถึงแม้ว่าเขาจะต้องการพูดก็ตาม แม้ว่าเซี่ยเฟยจงใจแกล้งเขาแต่เขาก็ยังต้องทนทุกข์ทรมานกับผลที่ตามมาของการแสร้งเป็นใบ้อยู่ดี
“คุณแรนดี้บรูนส์ดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าพี่ชายของคุณมาก” เซี่ยเฟยหัวเราะเบาๆและพูดว่า “ยังไงก็เถอะเราอยู่ที่นั่นมาสักพักแล้วแต่เราไม่เห็นภรรยาของคุณเร็กซ์เลย”
“มีผู้หญิงหลายคนสนใจในตัวเขาแต่เขากลับปฏิเสธตลอด..บางทีผมก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน!”
แรนดี้บรูนส์ยังพูดไม่จบแต่ความหมายนั้นก็ชัดเจนในตัวเองแล้ว เซี่ยเฟยหัวเราะเบาๆและไม่ได้ติดตามหัวข้อนี้ต่อไปและเขาก็พูดว่า “ว่าแต่คุณแรนดี้ล่ะ..คุณแต่งงานแล้วหรือยังครับ?”
“ผมแต่งงานมาหนึ่งปีแล้ว” แรนดี้บรูนส์หัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า “ในสังคมปัจจุบันสิ่งที่เรียกว่ารักแท้นั้นหาได้ยากโดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา..ซึ่งชีวิตส่วนตัวก็วุ่นวายมากอยู่แล้วและตอนที่ผมยังเป็นนักศักษาอยู่การแสวงหาเซ็กส์ก็มักเป็นที่นิยมมากกว่าการแสวงหาความรัก..ซึ่งในความคิดของผมไม่สำคัญว่าคุณจะรักจริงหรือไม่ตราบใดที่คุณเลือกคู่ที่เหมาะสม..มีช่วงนึงที่นักสังคมวิทยาบางคนได้ทำการสำรวจผู้ชายว่าพวกเขาจะเลือกผู้หญิงประเภทไหนมากที่สุด..คุณเซี่ยลองทายสิว่าผลจะเป็นยังไง”
“ผมคิดว่าผู้ชายหลายคนจะเลือกผู้หญิงที่สนใจเรื่องเงินมากกว่าผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์ใช่ไหม?” เซี่ยเฟยยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด
“คุณเซี่ยวิเคราห์ได้อย่างชัดเจน..ไม่ทราบว่าคุณเซี่ยได้อ่านรายงานการวิจัยนี้ด้วยหรือเปล่าครับ” แรนดี้บรูนส์ถามด้วยความประหลาดใจ
เซี่ยเฟยยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ได้อ่านครับเพราะโดยพื้นฐานแล้วหลายๆประเทศก็เหมือนกันและนี่เป็นแง่มุมของธรรมชาติของมนุษย์ด้วย” เพราะผู้ชายที่ประสบความสำเร็จเหล่านั้นไม่มีเวลาที่จะตกหลุมรักใครและถ้ามันเป็นเรื่องของอารมณ์ล่ะก็พวกเขาก็มีบ้างแต่การดูแลผู้หญิงนั้นมีความสำคัญต่อพวกเขามากกว่าการจัดการเรื่องธุรกิจมากมาย
สถานการณ์จะยิ่งลำบากมากขึ้นถ้าเลือกผู้หญิงที่สนใจแค่เรื่องเงินก็มักจะไม่ต้องคิดอะไรมากตราบใดที่มีเงินก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น อย่างไรก็ตามอย่างที่กล่าวไปนี่เป็นเพียงแนวคิดง่ายๆ ซึ่งมันจะส่งผลให้ผู้หญิงให้ความสำคัญกับเงินและสถานะมากขึ้นเรื่อยๆและจะทำให้อารมณ์และความคิดของพวกเขาบิดเบี้ยว ”
“คุณเซี่ยมีความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์อย่างถ่องแท้จริงๆ” แรนดี้บรูนส์พูด “ภรรยาของผมเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยและผมก็เข้ากันได้ดีแต่สิ่งสำคัญที่สุดคือพวกเราคือครอบครัวกันจริงๆ..คุณเซี่ยอาจคิดว่าผมดูถูกเพราะสถานะของตัวเองแต่ความรู้สึกไม่ได้สำคัญสำหรับผมเพราะในความคิดของผมนั้นความรักไม่สำคัญเมื่อเทียบกับอารมณ์และความรู้สึก”
.
.
.