ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1490 ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ (1)
เควินเฟตนั้นอยู่เคียงข้างอีแวนส์บิลล์มาหลายปี อาจกล่าวได้ว่าเขาทำดีที่สุดแล้วเพราะเขาถูกใช้งานเหมือนทาสมาตลอด มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าถ้าคนๆหนึ่งยอมสละฐานันดรศักดิ์เพื่อติดตามคุณและถูกคุณใช้เหมือนทาสแล้วถ้าเขาไม่นับถือและชื่นชม เทิดทูนคุณจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆเขาก็ต้องมีแผนการอย่างอื่น ซึ่งแน่นอนว่าเควินเฟตไม่ได้ชื่นชมอีแวนส์บิลล์อยู่แล้วดังนั้นเขาจึงมีแผนอื่นโดยธรรมชาติ
เขาไม่ใช่ทายาทสายตรงของตระกูลบิลล์แต่เป็นลูกหลานของตระกูลสาขาและแม่ของเขาคือน้องสาวของคลีโอบิลล์ แต่เนื่องจากแม่ของเขาหย่ากับพ่อเมื่อเขายังเด็กเขาจึงย้ายกลับมาที่ตระกูลบิลล์และเขาก็กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลบิลล์ อย่างไรก็ตามเนื่องจากนามสกุลของเขาไม่ใช่บิลล์ดังนั้นไม่ว่าเขาจะทำงานหนักแค่ไหนตั้งแต่ยังเด็กแต่ตระกูลบิลล์ก็ไม่เคยมองว่าเขาเป็นคนของตระกูลบิลล์เลย นั่นก็เพราะว่าตระกูลบิลล์นั้นมีลูกหลานมากมายและเควินเฟคก็เป็นเพียงคนนอกในหมู่พวกเขาและเมื่อเขาโตขึ้นเขาก็ค่อยๆเข้าใจว่าหากต้องการได้ในสิ่งที่ต้องการเขาก็ต้องเลือกผู้นำที่เหมาะสมก่อนและรู้วิธีอดทนต่อความอัปยศอดสูให้ได้
ดังนั้นเควินเฟตจึงเลือกอีแวนส์บิลล์เนื่องจากสถานะของอีกฝ่ายในตระกูลบิลล์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้เควินเฟตจึงทำงานอย่างหนักเพื่ออีแวนส์บิลล์โดยไม่มีการบ่นใดๆ จนในที่สุดเขาก็ได้ผลตอบแทนและได้รับความไว้วางใจจากอีแวนส์บิลล์แล้วได้จัดการธุรกิจมากมายให้กับเขา ซึ่งจุดประสงค์ไม่ใช่การเป็นทาสหรือแค่การทำสิ่งต่างๆเพื่ออีแวนส์บิลล์เพราะในสายตาของเขานั้นอีแวนส์บิลล์เทียบกับเขาไม่ได้เลย เพียงแต่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาเพราะเมื่อถึงเวลาเขาจะโบยบินสู่สวรรค์ทั้งเก้าและทะยานข้ามฟ้ากลายร่างเป็นมังกรยักษ์
ตั้งแต่การประชุมของตระกูลบิลล์ครั้งก่อนอารมณ์ของอีแวนส์บิลล์ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเพราะเขารู้ดีว่าการเจรจากับแก๊งค์ชาวจีนจะเป็นเรื่องยากมาก อย่างไรก็ตามไม่ว่ายังไงก็ตามเขาก็ไม่เต็มใจที่จะแพ้จอร์จให้กับบิลล์และเขาจะต้องไม่แพ้จอร์จบิลล์เด็ดขาด ดังนั้นอีแวนส์บิลล์จึงมอบเรื่องการเจรจากับแก๊งค์ชาวจีนให้กับเควินเฟตและเขายังคงเชื่อมั่นในความสามารถของเควินเฟตในการจัดการเรื่องต่างๆมากอีกด้วย
หลังจากออกจากบ้านพักของอีแวนส์บิลล์แล้วเควินเฟตก็ไม่ได้ติดต่อแก๊งค์ชาวจีนโดยตรงแต่โทรหาแล้วขับรถไปที่ร้านกาแฟ ซึ่ง หลังจากข้ามสะพานข้ามทะเลระหว่างแมนฮัตตันและบรู๊คลินแล้วเควินเฟตก็มาถึงที่หมาย
มันเป็นร้านกาแฟระดับไฮเอนด์และการตกแต่งก็หรูหรามาก กาแฟแก้วนึงมีราคาหลายร้อยดอลลาร์ในแบบที่ร้านกาแฟทั่วไปก็สามารถขายในราคาหลายร้อยดอลลาร์ที่นี่ได้ หลังจากจอดรถเควินเฟตก็ลงจากรถและเดินเข้าไป ที่ประตูร้านกาแฟชายสองคนในชุดสูทขวางทางเขาเอาไว้และเควินเฟตก็หยุดเดินแล้วชำเลืองมองพวกเขาและพูดว่า “ผมได้นัดหมายกับคุณลินดาเอาไว้แล้ว”
“คุณลินดาบอกให้เรามารอคุณที่ข้างนอกแต่เพื่อความปลอดภัยของแล้วเราต้องตรวจค้นตัวของคุณก่อนและผมหวังว่าคุณเควินจะไม่ขุ่นเคืองนะครับ” หนึ่งในนั้นพูด
เควินเฟตขมวดคิ้วเล็กน้อยถึงแม้ว่าเขาจะไม่พอใจแต่เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ดังนั้นเควินเฟตจึงยกมือขึ้นเพื่อให้พวกเขาค้นตัว
หลังจากนั้นไม่นานการค้นตัวก็สิ้นสุดลงและชายคนนั้นก็ทำท่าทางเชิญจากนั้นจึงพาเควินเฟตเข้าไปในห้องส่วนตัว เมื่อมาถึงประตูห้องส่วนตัวชายคนนั้นก็เคาะประตูแล้วเปิดประตูออกพบเห็นหญิงสาวในห้องส่วนตัวอายุประมาณสามสิบกว่าๆ แต่งหน้าอ่อนๆผมสีทองเอนกายอยู่บนโซฟาและขาขวาวางอยู่บนขาซ้ายพร้อมคีบบุหรี่ในมือ แม้แต่ตอนที่เธอกำลังนั่งอยู่หุ่นของเธอก็งดงามมาก เธอเป็นผู้หญิงที่น่าดึงดูดใจมากเพียงมองเพียงครั้งเดียวหรือแม้กระทั้งการเคลื่อนไหวเล็กน้อยก็สามารถทำให้ผู้ชายยอมบุกน้ำลุยไฟเพื่อเธอ
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูหญิงสาวก็หันมามองเล็กน้อยและท่วงท่าที่สง่างามของเธอก็ทำให้ผู้คนหลงใหล เมื่อเห็นเควินเฟตผู้หญิงคนนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วโบกมือส่งสัญญาณให้ผู้ใต้บังคับบัญชาออกไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพบผู้หญิงคนนี้แต่ทุกครั้งที่พบเควินก็ยังคงรู้สึกหัวใจเต้นแรงและเขาก็ยอมรับว่าผู้หญิงตรงหน้าเขาคือผู้หญิงที่สามารถทำให้ผู้ชายคลั่งไคล้ได้ อย่างไรก็ตามเควินเฟตยังรู้อย่างชัดเจนว่าผู้หญิงคนนี้เธอสามารถเย้ายวนใจต่อหน้าทุกคนได้แต่ไม่สามารถถูกผู้ชายคนไหนพิชิตใจเธอได้เพราะนี่คือแมงป่องพิษนั่นเอง
“คุณลินดาผมไม่ได้รบกวนคุณใช่ไหมครับ” เควินเฟตพูด
ผู้หญิงคนนี้คือลินดาโจนส์เธอคืออัญมณีของของเคลย์โจนส์ผู้นำตระกูลโจนส์ เธอเพิ่งอายุ 30 ในปีนี้และเธอยังไม่ได้แต่งงานและเป็นผู้หญิงที่สำเร็จในหน้าที่การงานอย่างมาก ภายใต้การนำของเธอตระกูลโจนส์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเรียกได้ว่า ตอนนี้เธอถือได้ว่าเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของตระกูลโจนส์เลยก็ว่าได้
ลินดาโจนส์ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เนื่องจากคุณเควินได้นัดเอาไว้คุณก็ต้องมีบางสิ่งที่สำคัญมากเพราะงั้นไม่ว่าฉันจะมีงานยุ่งแค่ไหนฉันก็จะวางมันลงก่อนชั่วคราว” หลังจากนั้นลินดาโจนส์ก็พูดต่อ “กาแฟเพิ่งถูกเสริ์ฟและมันยังร้อนอยู่เพราะงั้นเชิญค่ะ!”
ท่วงท่าที่สง่างามและสงบน่าหลงใหลนั้นเมื่อพิจารณาจากความร้อนของกาแฟก็เห็นได้ชัดว่าเธอเพิ่งสั่งกาแฟแก้วนี้จริงๆ จากจุดนี้เพียงอย่างเดียวก็จะเห็นได้ว่าลินดาโจนส์ระมัดระวังและวางแผนเวลาที่เควินจะมาถึงได้เป็นอย่างดี หลังจากพูดจบลินดา โจนส์ก็หยิบกาแฟตรงหน้าขึ้นมาจิบและแม้แต่ท่าทางการดื่มกาแฟก็ยังสง่างามและทำให้หลงไหล เธอสามารถสะกดหัวใจของผู้ชายได้อย่างง่ายดายจริงๆ
“ฉันได้ยินมาว่าองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวของตระกูลบิลล์ถูกกวาดล้างในชั่วข้ามคืนและตอนนี้เราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือคนลงมือ” ลินดาโจนส์พูด
เควินเฟตพยักหน้าเล็กน้อยและทำจิตใจให้มั่นคงเพราะเขาชื่นชมผู้หญิงตรงหน้าเขาจากก้นบึ้งของหัวใจซึ่งทำให้ผู้ชายคนนี้ต้องทึ่งจริงๆและกิริยาท่าทางของเธอก็ทำให้เขาตกหลุมรักเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีอยู่ในใจว่าเขาไม่สามารถมีความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลแบบนี้ได้แต่บางครั้งความปรารถนาแบบนั้นก็ยากที่จะควบคุมได้ ลินดาโจนส์ก็ดูเหมือนจะชัดเจนมากเกี่ยวกับปฏิกิริยาของเขาดังนั้นเธอจึงยิ้มเล็กน้อยและไม่พูดอะไร “อ๋อใช่สิ” เควินเฟตพูด “เมื่อคืนก่อนตามสถานการณ์ที่ได้รับรายงานมาอีกฝ่ายใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีในการกวาดล้างสำนักงานใหญ่ขององค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวและเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงอีกฝ่ายเขาก็ถอนกำลังออกไปหมดแล้ว..ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีการวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดีและเขาทำสิ่งต่างๆอย่างถี่ถ้วนโดยไม่ทิ้งหลักฐานใดๆและไม่มีใครรอดชีวิตเลยสักคน..ซึ่งทุกอย่างถูกจัดการอย่างเรียบร้อยมาก”
“แล้วตระกูลบิลล์มีข้อมูลว่าไงบ้าง..คุณรู้ไหมว่าใครทำ?” ลินดาโจนส์ถาม
“อีกฝ่ายไม่ได้ทิ้งหลักฐานใดๆเอาไว้ก็เลยไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนทำ” เควินเฟตพูด “แต่จากการคาดเดาของผมมันน่าจะเป็นคนขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพราะตามสไตล์การทำสิ่งต่างๆและรูปแบบการแก้แค้นแบบนี้มันจะต้องเป็นพวกเขี้ยวหมาป่าอย่างแน่นอน..อีกเหตุผลคือองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวได้ทำให้พวกนั้นขุ่นเคืองครั้งแล้วครั้งเล่าและพวกเขาจะไม่ทำอะไรเลยมันก็คงแปลกไปหน่อย”
“องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า?” ลินดาโจนส์พึมพำด้วยรอยยิ้มที่มุมปากและเธอก็ไม่สามารถบอกความหมายได้ เควินเฟตนั้นก็ไม่รู้ว่าในใจของเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“อย่างไรก็ตามจอร์จบิลล์ได้ตัดสินใจให้อีแวนส์บิลล์การจัดเรื่องนี้จนความขัดแย้งระหว่างคนทั้งสองแย่ลงและไม่มีที่ว่างสำหรับการพักผ่อนเลย” เควินเฟตพูด
“ยิ่งความสัมพันธ์ของพวกเขาเลวร้ายลงเท่าไหร่มันก็ยิ่งดีสำหรับคุณและคุณควรจะมีความสุข” ลินดาโจนส์พูด “แค่ว่าฉันไม่ได้คาดหวังว่าพวกเขี้ยวหมาป่าจะกล้าถึงขนาดท้าทายตระกูลบิลล์โดยตรงแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างคาดไม่ถึง..แต่ดูเหมือนว่าคุณจะรู้เรื่องเขี้ยวหมาป่ามากเลยนะจากที่คุณอธิบาย”
“คุณลินดาก็พูดเกินไปครับ..ผมคิดว่าคุณลินดาน่าจะรู้ดีกว่าผมนะ” เควินเฟตพูด
ลินดาโจนส์ยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรใดๆ
“ถึงแม้ว่าพวกเขี้ยวหมาป่าจะเป็นแค่องค์กรทหารรับจ้างแต่ก็ไม่ควรมองข้ามความแข็งแกร่งของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกนั้นเลยเพราะนั่นเป็นหนึ่งใน 20 บริษัทชั้นนำของโลกและว่ากันว่าซ่งหลันประธานบริหารของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปมีส่วนทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเงินในทวีปอเมริกาใต้และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้นในการเพิ่มฐานะทางการเงินของบริษัทได้อย่างรวดเร็ว” เควินเฟตพูด “นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากการเคลื่อนไหวของพวกเขี้ยวหมาป่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแล้วพวกนั้นก็ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรรับจ้างอีกต่อไปเพราะพวกมันมีกองกำลังที่ทรงพลังมากมายในประเทศจีน”
ลินดาโจนส์ค่อยๆสูบบุหรี่อย่างช้าๆและเขี่ยก้นบุหรี่ออกอย่างสง่างามแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่าผู้นำของพวกทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าราชาหมาป่าเย่เชียนเป็นคนที่น่าดึงดูดใจมากแต่น่าเสียดายที่ฉันไม่มีโอกาสได้พบเขา..มันคงจะดีถ้าได้พูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือกับเขา” น้ำเสียงของคำพูดนั้นเย้ายวนใจเล็กน้อยราวกับว่าเธอกำลังคิดที่จะติดต่อกับเย่เชียน
เควินเฟตอดไม่ได้ที่จะผงะและรีบพูดว่า “คุณลินดาอย่าไปคิดแบบนั้นเลยครับเพราะมีข่าวลือว่าราชาหมาป่าเย่เชียนเป็นพวกหมาป่าที่หิวโหยและเกือบทุกคนที่ร่วมมือด้วยจะมีจุดจบอย่างเลวร้ายกันทั้งนั้น”
ลินดาโจนส์ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณไม่คิดว่าการให้พวกเขี้ยวหมาป่าช่วยจะเป็นประโยชน์มากกว่าสำหรับเราเหรอ..นอกจากนี้พวกนั้นยังมีความขัดแย้งกับตระกูลบิลล์ด้วยและบางทีพวกนั้นอาจจะช่วยเราได้มาก”
“บางทีพวกเขี้ยวหมาป่าก็อาจช่วยเราได้มากจริงๆนั่นแหละครับ..แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายและสิ่งที่เราไม่รู้อีกมากเพราะงั้นสิ่งที่เราต้องการคือความแน่นอนและต้องไม่มีความผิดพลาดหรือความเสี่ยง” เควินเฟตพูด “นอกจากนี้ผมก็เชื่อว่าการมีคุณลินดาดูแลสถานการณ์โดยรวมเพวกเราจะประสบความสำเร็จได้และเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนนอกเลย”