ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1491 ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ (2)
ความมั่นใจในตนเองคืออะไร?
ในสายตาของลินดาโจนส์นั้นถึงแม้ว่าเควินเฟตที่อยู่ต่อหน้าเธอจะมีพรสวรรค์มากแต่เขาก็ถูกเธอเล่นด้วยในอุ้งมือเช่นกัน เธอจะช่วยเควินเฟตยึดอำนาจจริงหรือ? เห็นได้ชัดว่าเธอไม่มีเวลาว่างที่จะช่วยเหลือผู้อื่นมากนักเพราะทุกอย่างก็เพื่อประโยชน์ของตระกูลของโจนส์เท่านั้นและนี่คือความมั่นใจในตัวเองของเธอ!
ในทำนองเดียวกันเธอไม่เชื่อว่าเย่เชียนจะรับมือได้ยากขนาดนั้นจริงๆแต่เธอไม่ได้รู้อะไรมากมายเกี่ยวกับเย่เชียนแต่เธอก็ให้ความสนใจกับความโดดเด่นของเขี้ยวหมาป่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและในความคิดของเธอนั้นถึงแม้ว่าเย่เชียนจะเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครรอดพ้นไปจากเงื้อมมือของเธอได้เช่นเดียวกับเควินเฟตที่อยู่ตรงหน้าเธอ
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเควินเฟตพูดแบบนั้นลินดาโจนส์จึงไม่อยากพูดถึงหัวข้อนี้ต่อ ลินดาโจนส์ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยเพราะตราบใดที่คุณทำทุกอย่างตามที่ฉันพูดฉันรับประกันว่าตำแหน่งผู้นำรุ่นต่อไปของตระกูลบิลล์จะต้องเป็นของคุณและไม่ว่าจะเป็นจอร์จบิลล์หรืออีแวนส์บิลก็ไม่สามารถเทียบคุณได้”
หลังจากหยุดไปชั่วคราวลินดาโจนส์ก็พูดว่า “ว่าแต่ที่คุณมาขอพบฉันวันนี้มีอะไรที่สำคัญไปอีกหรือเปล่า?”
เควินเฟตพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “เมื่อวานนี้ตระกูลบิลเพิ่งจัดการประชุมและพวกเขารู้แล้วว่าคุณลินดาต้องการได้ท่าเรือยี่สิบสองแห่งในเกาะสแตเทนภายใต้แก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนผิวดำ”
“จริงเหรอ?” ลินดาโจนส์ไม่แสดงอาการประหลาดใจใดๆราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในความคาดหมายของเธอและความจริงก็คือความจริเพราะเธอเองก็ไม่เชื่อว่าตระกูลบิลล์จะไม่รู้เรื่องสำคัญแบบนี้ เพราะท่าเรือยี่สิบสองแห่งที่นั่นมีความสำคัญมากต่อสามตระกูลมาเฟียใหญ่แต่พวกมันเป็นสมบัติของชาวจีนมาโดยตลอดและแก๊งค์คนผิวดำก็เป็นเรื่องยากเช่นกันที่ทั้งสามตระกูลใหญ่จะกวาดล้างได้หมด ดังนั้นเพื่อรักษาสมดุลแล้วทั้งสามฝ่ายก็เหมือนจะสงบศึกและนั่นคือพวกเขาจะไม่ขัดแย้งกันเพื่อแย่งชิงท่าเรือและสินค้าของทุกคนก็สามารถเข้าและออกจากที่นี่ได้ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้แก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนผิวดำสามารถอยู่รอดได้ในทุกวันนี้ ลินดาโจนส์รู้ดีว่าถ้าเธอซื้อท่าเรือที่เป็นของแก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนผิวดำได้ล่ะก็อีกสองตระกูลจะไม่นั่งเฉยอย่างแน่นอน
“คลีโอบิลล์ได้ออกคำสั่งไม่ให้ทั้งอีแวนส์บิลล์และจอร์จบิลล์ขัดแย้งกันเองและช่วยกันเพื่อพิชิตท่าเรือก่อนที่ลินดาโจนส์จะได้ครอบครองมันอย่างเป็นทางการ สิ่งที่อีแวนส์บิลล์รับผิดชอบคือการเจรจากับแกงค์ชาวชีนส่วนจอร์จบิลล์รับผิดชอบการเจรจากับแก๊งค์คนผิวดำ” เควินเฟตพูดว่า “คราวนี้อีแวนส์ส่งผมไปเจรจากับอาจารย์หงจากแก๊งค์ชาวจีนโดยหวังว่าจะหารือกันเรื่องท่าเรือและผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมากและควรจะบอกคุณลินดาเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
ลินดาโจนส์ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรและฉันก็คิดเอาไว้นานแล้วว่าจะเป็นแบบนี้..อันที่จริงคุณสามารถบอกฉันทางโทรศัพท์ก็ได้และไม่จำเป็นต้องมาไกลถึงบรูคลินเลย”
เควินเฟตผงะเล็กน้อยและดูสับสนเพราะแน่นอนว่าเขาสามารถคุยเรื่องนี้ผ่านโทรศัพท์ได้แต่ทำไมเขาถึงนัดพบเธอเพื่อพูดคุยด้วย? เควินเฟตก็สับสนเล็กน้อยเช่นกันแต่ลินดาโจนส์ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของเควินเฟตเธอก็รู้สึกโล่งใจเพราะที่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอแล้ว
“แล้วคุณเคยคิดไหมว่าจะทำยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้” ลินดาโจนส์ถาม
“เราจะปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จไม่ได้..ไม่อย่างนั้นสถานะของพวกมันในตระกูลบิลล์จะยิ่งสูงขึ้นและจะกำจัดได้ยากกว่าเดิม” เควินเฟตพูด “นอกจากนี้นี่ยังเป็นโอกาสที่ดีตราบใดที่เราทำได้ดี..เพราะมันจะสามารถกระตุ้นความขัดแย้งระหว่างอีแวนส์บิลล์ และจอร์จบิลล์และปล่อยให้พวกนั้นกัดกันเองซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเรามากที่สุด”
ลินดาโจนส์พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “สิ่งที่คุณพูดมีเหตุผลมากและจุดประสงค์ของฉันในการซื้อท่าเทียบเรือของแก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนดำในครั้งนี้ก็คือเพื่อล่อให้พวกเขาออกมาสู้กันเอง..ฉันต้องการทำให้ความขัดแย้งระหว่างอีแวนส์กับจอร์จรุนแรงขึ้น..คุณเองก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่าคุณแค่ทำในสิ่งที่คุณต้องทำและติดต่อฉันหากคุณมีคำถามอะไร..แน่นอนว่าพวกนั้นไม่ง่ายเลยที่จะจัดการได้และยิ่งยืดเยื้อนานเท่าไหร่มันก็ยิ่งเป็นผลดีต่อพวกเราเพราะความขัดแย้งของพวกนั้นจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ”
“ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน” เควินเฟตพูด “ถ้าเราสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อกำจัดพวกมันล่ะก็นั่นจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเมื่อตระกูลบิลล์ขาดพวกมันไปก็ไม่มีใครมาสู้กับผมได้อีกและผมจะเป็นผู้นำตระกูลบิลล์ในที่สุด”
“จริงเหรอ..แต่อย่าลืมว่าผู้นำของตระกูลบิลล์ยังคงเป็นคลีโอบิลล์เพราะงั้นถ้าทั้งจอร์จและอีแวนส์ตายไปเขาจะต้องสงสัยแน่ๆและเมื่อถึงเวลานั้นถ้าคุณคิดที่จะขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไปฉันเกรงว่าคลีโอบิลล์จะไม่ไว้ใจคุณง่ายๆแน่นอน” ลินดาโจนส์พูด
เควินเฟตหัวเราะอย่างเย็นชาว่าแล้วพูดว่า “เหอะๆ..วันที่จอร์จและอีแวนส์ตายพวกเขาจะไม่มีวันสงสัยผมเพราะตอนนี้มีคนของผมหลายคนในตระกูลบิลล์เพราะงั้นถ้าหากมีการสนับสนุนจากคุณลินดาล่ะก็ผมก็จะเป็นผู้นำตระกูลบิลล์ได้”
“ดูเหมือนว่าตระกูลบิลล์จะยังมีทายาทอีกคนอยู่ไม่ใช่เหรอเพราะนอกจากอีแวนส์แล้วคลีโอบิลล์ก็ยังลูกชายอีกคนอย่างพอลบิลล์อยู่อีกคนนะ” ลินดาโจนส์พูด “ถ้าทั้งสองคนตายไปล่ะก็คนในตระกูลบิลล์ก็จะสนับสนุนพอลบิลล์ให้เป็นผู้นำตระกูลใช่ไหมล่ะ?”
เควินเฟตหัวเราะอย่างเหยียดหยามแล้วพูดว่า “คุณลินดาวางใจได้เลยว่าภายใต้การกดขี่ข่มเหงของอีแวนส์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นทำให้พอลไม่มีอิทธิพลใดๆเลย..ถึงแม้ว่าช่วงหลังนี้ดูเหมือนว่าเขาจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมก็ตามแต่เขาจะไม่มีวันเป็นอุปสรรคสำหรับผม..นอกจากนี้หากผมต้องการจัดการกับเขามันก็ง่ายมาก..ผมสามารถบีบเขาให้ตายด้วยนิ้วเดียวยังได้เลย”
“เนื่องจากคุณเควินมั่นใจมากฉันก็จะไม่พูดอะไรอีก” ลินดาโจนส์พูด “คุณทำตามแผนที่วางเอาไว้ก่อนและอย่าลืมข้อตกลงระหว่างเราเด็ดขาดล่ะ”
“แน่นอนครับ” เควินเฟตพูด “หลังจากที่ผมกุมอำนาจของตระกูลบิลล์ได้แล้วผมจะมอบชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับตระกูลโจนส์ และแม้แต่ตระกูลของเราทั้งสองก็สามารถร่วมมือกันกำจัดตระกูลบรูนส์ได้..จากนั้นในอนาคตประเทศสหรัฐอเมริกาจะไม่มีสามตระกูลใหญ่อีกต่อไปแต่จะเป็นสองตระกูลใหญ่แทน”
ลินดาโจนส์ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันหวังว่าคุณเควินจะจำสิ่งที่คุณพูดได้และฉันก็มีความสุขมากที่ได้ร่วมมือกับคุณ..ฉันหวังว่ามิตรภาพของเราจะคงอยู่ตลอดไป” ลินดาโจนส์ไม่กลัวว่าเควินเฟตจะกลับคำพูดของเขาในเวลานั้นเนื่องจากเธอร่วมมือกับเขาแล้วลินดาโจนส์จึงเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้แล้ว
เควินเฟตยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมรับปากครับคุณลินดา..ผมจะไม่รบกวนคุณแล้วเพราะผมต้องไปพบแก๊งค์ชาวจีน”
ลินดาโจนส์พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันเองก็ต้องกลับแล้วเหมือนกัน”
เควินเฟตพยักหน้าและยืนขึ้นบอกลาลินดาโจนส์แล้วหันหลังเดินออกไป หลังจากนั้นลินดาโจนส์ก็ยิ้มโดยไม่รู้ตัวและจุดบุหรี่สูบช้าๆ ธิดาแห่งสวรรค์ที่น่าภาคภูมิใจคนนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างไม่อาจปฏิเสธได้และตระกูลโจนส์ก็ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วภายใต้การจัดการของเธอ ซึ่งวิสัยทัศน์ของเธอในการมองผู้คนก็แม่นยำเช่นกันเพราะเมื่อทุกคนในตระกูลบิลล์คิดว่าเควินเฟตจริงใจต่อตระกูลบิลล์มากเธอก็เห็นถึงความไม่เต็มใจของเขาดังนั้นจึงติดต่อเขาและเปลี่ยนเขาให้เป็นคนของเธอเอง แน่นอนว่าเธอยังชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายกำลังใช้กันและกันเพื่อดูว่าใครเป็นฝ่ายริเริ่มและใครเป็นฝ่ายรุกก่อนนั่นเอง
ในความคิดของเธอทุกคนมีจุดอ่อนที่ร้ายแรงเสมอและตราบใดที่เธอสามารถเข้าใจจุดอ่อนพวกนี้ได้เธอก็สามารถหลอกล่อให้คนอื่นทำงานให้กับเธอได้ ดังนั้นการทรยศต่อตระกูลบิลล์ของเควินเฟตนั้นถูกลินดาโจนส์บงการอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นลินดาโจนส์จึงเชื่อด้วยว่าเย่เชียนก็ไม่ใช่คนที่ไร้เทียมทานและคนที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานอย่างเย่เชียนนั้นตราบใดที่เธอเข้าใจจุดอ่อนของเย่เชียนล่ะก็มันจะเป็นประโยชน์กับเธอมาก
หลังจากกวักมือเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาจากนอกประตูก็เข้ามาและลินดาโจนส์ก็พูดเบาๆว่า “ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวและดูว่าพวกเขาถูกกำจัดโดยองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าจริงหรือเปล่า..นอกจากนี้ไปตรวจสอบข่าวของราชาหมาป่าเย่เชียนมาและถ้ามีข่าวอะไรก็รีบมาแจ้งฉันทันที”
“ครับ!” ผู้ใต้บังคับบัญชาตอบรับ
หลังจากดื่มกาแฟหมดแก้วและสูบบุหรี่ในมือของเธอแล้วลินดาโจนส์ก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆและเดินออกไป เธอเตรียมการและวางแผนมานานเพื่อรอช่วงเวลานี้และอีกสองตระกูลก็รู้ดีถึงความสำคัญของท่าเรือที่แก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนดำถือครองอยู่ ซึ่งตราบใดที่พวกเขาเข้าสู่เกมแล้วลินดาโจนส์ก็เริ่มกำจัดพวกเขา เธอเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานอย่างมาก
เควินเฟตรู้โดยธรรมชาติว่าลินดาโจนส์กำลังคิดอะไรและรู้ว่าเธอกำลังหลอกใช้เขาเพื่อจัดการกับตระกูลบิลล์แต่นั่นไม่สำคัญสำหรับเขาเพราะมันเป็นการได้ประโยชน์ร่วมกันและเขาก็หลอกใช้ลินดาโจนส์เพื่อช่วยเขาบรรลุเป้าหมายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บางครั้งเขาก็สับสนมากเพราะเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการรักษาระยะห่างจากลินดาโจนส์แต่เขาก็มักจะอยากเข้าใกล้เธอโดยไม่ตั้งใจ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเธอเป็นแมงป่องที่มีพิษแต่เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของเขาได้เลย
หลังจากออกจากร้านกาแฟแล้วเควินเฟตก็รีบไปที่ไชน่าทาวน์ในแมนฮัตตันโดยไม่หยุดพัก ซึ่งตอนนี้อีแวนส์บิลล์ยังไม่ได้เคลื่อนไหวดังนั้นเขาจึงต้องระมัดระวังที่จะไม่แสดงข้อบกพร่องใดๆไม่อย่างนั้นเขาจะไม่มีโอกาสอีก ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่กล้าที่จะประมาทแม้แต่น้อย
.
.