ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1492 เพื่อเจรจา
เช้าวันรุ่งขึ้นเควินเฟตมาถึงบ้านพักของอีแวนส์บิลล์ ซึ่งชายอายุสามสิบคนนี้เคยหย่าร้างมาแล้ว 2 ครั้งและตอนนี้เขาก็อยู่กับผู้หญิงที่อายุไม่เกิน 20 ปี และทั้งสองคนก็ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส อาจเป็นไปได้ว่าอีแวนส์บิลล์ได้ผ่านการแต่งงานมาสองครั้งและคิดว่ามันคงดีกว่าโดยไม่ต้องควบคุมและรับผิดชอบอะไรมากเกินไป
ตระกูลบิลล์มีอิทธิพลอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกาดังนั้นในฐานะทายาทของตระกูลบิลล์แล้วคู่นอนของอีแวนส์บิลล์ก็นั้นมีมากมายนับไม่ถ้วนและถ้าเขาต้องการนอนกับคนดังในวงการการแสดงเขาก็แค่โทรออกและส่วนใหญ่จะตอบรับเขาอย่างเชื่อฟัง แน่นอนว่าเขายังชัดเจนด้วยว่าสิ่งที่คนอื่นให้ความสำคัญนั้นคือเงินและสถานะเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงมีความสุขที่จะเป็นคนง่ายๆและใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อดักจับผู้หญิงเหล่านั้นรวมถึงคนรอบข้างด้วย..นอกจากนี้เขายังเข้าใจด้วยว่าผู้หญิงคนนี้ยินดีที่จะติดตามเขาเพียงเพราะเขาสามารถให้ทรัพยากรทางการเงินและสถานะกับเธอ เขาจะให้สิ่งที่เธอต้องการดังนั้นเธอต้องทำส่วนของเธอให้ดีและอย่าคิดอะไรมากมาย
เควินเฟตรออยู่ในห้องนั่งเล่นสักพักก่อนที่อีแวนส์บิลล์จะเดินลงบันไดอย่างช้าๆและเมื่อเห็นเควินเฟจแล้วอีแวนส์ก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เควินทำไมมาเร็วจัง?
หลังจากติดตามเขามานานเควินเฟตก็รู้จักเขาเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่เคยตั้งข้อสงสัยหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำพูดของอีแวนส์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเลย เว้นแต่อีแวนส์จะยืนยันว่าเขาควรแสดงความคิดเห็น เช่นเดียวกับการทานอาหารเช้าถึงแม้ว่าเขาจะกินอาหารเช้าข้างนอกมาแล้วแต่ถ้าอีแวนส์ชวนเขากินเขาก็จะไม่มีวันปฏิเสธ
จากนั้นเควินก็ตามอีแวนส์ไปที่ห้องครัวและนั่งลง จากนั้นคนรับใช้ก็นำอาหารเช้าในรูปแบบต่างๆมาเสิร์ฟรวมถึงแซนวิช,ขนมปัง,บะหมี่ผัด,นม,น้ำผลไม้และอื่นๆ ซึ่งอีแวนส์ก็ก้มหน้ากินประทานอาหารหลังจากชวนเควินแล้ว ในฐานะทายาทของตระกูลบิลล์แล้วเขาได้รับการศึกษาจากชนชั้นสูงตั้งแต่ยังเด็กดังนั้นท่าทางการกินของเขาจึงดูสง่างามมากซึ่งต่างจากเย่เชียนที่เหมือนนักเลงอันธพาล
แน่นอนว่าในมุมมองของเย่เชียนนั้นการกินก็คือการกินและจุดประสงค์คือเพื่อความอยู่รอดและไม่จำเป็นต้องกินอย่างสง่าผ่าเผยแต่อย่างใดและไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเพราะเมื่อวันหนึ่งคุณถึงจุดสุดยอดของอำนาจไม่ว่าการกินของคุณจะน่าเกลียดแค่ไหนคนอื่นก็จะยกย่องคุณว่าคุณยิ่งใหญ่และน่านับถืออยู่ดี ซึ่งนี่คือความอัปลักษณ์ของมนุษย์ที่มักจะเยินยอกันและกัน!
เควินรู้นิสัยของอีแวนส์ดีและเขาจะไม่คุยกันเรื่องต่างๆระหว่างมื้ออาหารดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรและกินอาหารอย่างเงียบๆ ถึงท้องเควินจะอิ่มไปหน่อยแต่เขาก็ยังยัดอาหารเข้าปากได้และหลังจากนั้นไม่นานอีแวนส์ก็ดื่มนมปิดท้ายมื้อเช้าแล้วเช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปากจากนั้นก็หยิบซิการ์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วจุดไฟพร้อมกับมองไปที่เควินตรงหน้าเขา
เควินก็รีบวางอาหารลงตรงหน้าเขาและอีแวนส์ก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เควินนายก็อยู่กับฉันมานานแล้วเพราะงั้นนายก็ทำตัวสบายๆบ้างเถอะ..นายอย่าเกร็งเกินไปสิ..ถ้านายยังไม่อิ่มก็ค่อยๆกินไป”
“นั่นเป็นเพราะนายไม่เคยว่างท่าและเอาเปรียบฉันเลยเพราะงั้นก็เลยต้องมีมารยาทและเกรงใจนายอย่างที่ควรเป็น” เควินเฟตพูด “ฉันกินเสร็จแล้วเหมือนกัน..เข้าเรื่องกันเลยนะ..เมื่อวานฉันไปไชน่าทาวน์มาเพื่อไปพบหัวหน้าแก๊งค์ชาวจีนอาจารย์หงและได้นัดหมายในการเจรจากับเขาที่ร้านอาหารในย่านไชน่าทาวน์ช่วงเช้าของวันนี้”
อีแวนส์บิลล์ขมวดคิ้วเล็กน้อยและใบหน้าของเขาก็ดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดแล้วพูดว่า “ความเย่อหยิ่งของเขาไม่น้อยเลยแถมยังกล้าให้ฉันเป็นฝ่ายไปพบอีกงั้นเหรอ!”
เควินเฟตผงะและตัวสั่นโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อรู้ว่าอีแวนส์กำลังโทษตัวเองทางอ้อมสำหรับความไร้ประสิทธิภาพของเขา ดังนั้นเขาจึงรีบพูดว่า “ฉันขอโทษจริงๆ..มันยากมากและถ้าฉันไม่พยายามจนถึงที่สุดฉันก็คงไม่มีโอกาสแม้แต่จะคุยกับเขาเลย..ถึงแม้ว่าตระกูลบิลล์ของเราจะไม่กลัวแก๊งค์ชาวจีนของเขาแต่ฉันคิดว่าอย่าสร้างปัญหาเพิ่มจะดีกว่า..อีกอย่างอาจารย์หงก็ไม่มีอะไรจะเสียเพราะเขาได้เจรจากับตระกูลโจนส์เอาไว้แล้วแต่เรามาที่หลังเพราะงั้นเขาจึงให้เราไปเจรจากันที่ถิ่นของเขา”
อีแวนส์บิลพูดอย่างเย็นชาว่า “เขาเป็นคนหยิ่งผยองแต่มันจะไม่เป็นการดูถูกฉันเกินไปเหรอจะต้องยอมลดศักดิ์ศรีไปหาเขา..นอกจากนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาได้สมรู้ร่วมคิดกับตระกูลโจนส์เพื่อวางแผนกำจัดฉัน..เพราะงั้นถ้าฉันไปไชน่าทาวน์แล้วเขาเล่นตลกกับฉันล่ะแบบนั้นฉันจะไม่แย่เอาเหรอ..เควินเรื่องนี้มันมีบางอย่างผิดปกติไป”
เควินเฟตก็แอบสาปแช่งอย่างโกรธเกรี้ยวอยู่ในใจ ‘ไอ้คนขี้ขลาดเอ๊ย..แกยังมีหน้ามาหาข้ออ้างอีกงั้นเหรอ’ แต่เขาไม่กล้าพูดสิ่งนี้ออกไปและเขาก็ไม่กล้าที่จะแสดงมันออกมา เขาจึงรีบพูดว่า “ฉันขอโทษฉันพลาดเอง..ยังไงก็เถอะอีแวนส์นายวางใจได้เลยว่าอาจาร์หงก็แค่ต้องการใช้ชีวิตในวัยชราอย่างสงบสุขและเขาจะไม่สร้างปัญหาอะไร..ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พวกเขาก็เจรจากับตระกูลโจนส์ไปแล้วและเราก็ต้องการครอบครองท่าเทียบเรือในมือของพวกเขาดังนั้นเราก็แค่ให้ข้อเสนอที่ดีกว่า..ที่เขาทำแบบนี้ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการพยายามเพิ่มมูลค่าของตัวเองและเขาจะต่อรองกับเรามากขึ้น”
อีแวนส์บิลล์เงียบไปครู่หนึ่งและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เรื่องนี้มันถูกำหนดเอาไว้แล้วและไม่มีทางเลือกอื่นอีก..นายรอฉันที่ชั้นล่างก่อนเดี๋ยวฉันจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้นบน” นอกจากนี้เขายังเข้าใจด้วยว่าเนื่องจากอาจารย์หงร้องขอมาถึงแม้ว่าเขาจะโกรธแต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้ เขาไม่ใช่คนโง่และเขาก็เข้าใจว่าการตกลงกับอาจารย์หงในเวลานี้จะไม่สะดวกแต่ทว่าตอนนี้มันเป็นการแข่งขันระหว่างเขากับจอร์จบิลล์และถ้าหากใครแพ้อาจจะต้องเสียตำแหน่งผู้นำตระกูลบิลล์ไป ดังนั้นเขาซึ่งมักจะอวดดีมาตลอดจะยอมพ่ายแพ้ให้กับจอร์จบิลล์ในเรื่องนี้ได้อย่างไร?
หลังจากนั้นไม่นานอีแวนส์บิลล์ก็ลงมาจากห้องหลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและเดินออกไปทันที เควินเฟตก็เดินตามหลังเขาไปติดๆ และเข้าไปในรถ เควินเฟตก็สตาร์ทรถและขับไปยังไชน่าทาวน์ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาทำหน้าที่เป็นคนขับรถของอีแวนส์บิลล์มาตลอดและเขาก็คุ้นเคยกับหน้าที่นี้ดี หากคุณต้องการสำเร็จเขาก็ต้องรู้วิธีอดทนต่อความอัปยศอดสู
“นายรู้ไหมว่าตระกูลโจนส์จ่ายเงินเท่าไหร่สำหรับท่าเรือ 11 แห่งที่แก๊งค์ชาวจีนเป็นเจ้าของ” อีแวนส์บิลล์ถาม
“ตระกูลโจนส์เสนอ 18,000 ล้านหยวนสำหรับท่าเรือ 11 แห่ง” เควินเฟตพูด “ตามราคาตลาดแล้วตระกูลโจนส์เสนอค่อนข้างต่ำเพราะงั้นฉันคิดว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้ ” นั่นเป็นเหตุผลที่แก๊งค์ชาวจีนยอมขายมันให้กับตระกูลโจนส์ในราคาที่ต่ำมากขนาดนี้”
“นั่นคือ..ตราบใดที่เราเสนอราคาที่สูงกว่าบางทีเราอาจจะโน้มน้าวใจอาจารย์หงได้” อีแวนส์บิลล์พูด
“ในทางทฤษฎี” เควินเฟตพูดว่า “เหตุผลที่อาจารย์หงยอมขายท่าเทียบเรือทั้งสิบเอ็ดท่านี้ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้เงินบำนาญสำหรับตัวเองและเป็นดั่งชนชั้นสูงที่เกษียณอายุ..อีกอย่างเนื่องจากเข้าเกรงกลัวตระกูลโจนส์ดังนั้นเขาก็ไม่ควรจะเพิกเฉยต่อความแข็งแกร่งของตระกูลบิลล์ของเราได้..เพราะงั้นถ้าหากเราเสนอราคาที่สูงและเพิ่มการข่มขู่เข้าไปด้วยฉันคิดว่าอาจารย์หงก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเรา” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเควินเฟตก็พูดต่อ “ฉันได้เตรียมการและระดมคนจำนวนมากไปที่ไชน่าทาวน์แล้วและถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นเรารับประกันได้ว่าเราจะหนีได้อย่างปลอดภัยโดยที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรนายได้”
อีแวนส์บิลล์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ฉันสบายใจที่ได้อยู่กับนายจริงๆ..แล้วฝั่งของจอร์จล่ะมีข่าวอะไรบ้าง..เขาได้ติดต่อแก๊งค์คนดำไปหรือยัง?”
“ยัง..ตอนนี้จอร์จยังไม่ได้ดำเนินการใดๆเพราะแก๊งค์คนดำค่อนข้างเข้มงวดและคงไม่ง่ายที่จะพูดถึงเรื่องนี้และเขาต้องคิดอย่างรอบคอบและวางแผนให้ดี” เควินเฟตพูด “ฉันได้ส่งคนไปเฝ้าที่นั่นเอาไว้แล้วและถ้ามีอะไรคืบหน้าพวกเขาจะแจ้งให้เราทราบทันที”
อีแวนส์ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “หากเราจัดการแก๊งชค์าวจีนได้โดยเร็วที่สุดและลงนามในสัญญาเพราะบางทีเราอาจจะเจรจากับแก๊งค์คนดำได้ด้วย..ถ้าหากเราครอบครองเท่าเทียบเรือในอนาคตจอร์จก็จะพ่ายแพ้ให้กับเรา..เมื่อถึงตอนนั้นเขาคงจะโกรธมาก..แต่ฉันจะประเมินจอร์จต่ำเกินไปไม่ได้เพราะวิธีการของเขาค่อนข้างน่ารังเกียจเสมอและเราต้องป้องกันไม่ให้เขาใช้วิธีสกปรกๆเพื่อทำลายแผนของเรา”
“อย่ากังวลไปเลยเพราะฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วและฉันเชื่อว่าจอร์จจะไม่สามารถทำอะไรได้” เควินเฟตพูด “วิธีการของเขาก็เหมือนเดิม..มันไม่มีอะไรมากไปกว่าวิธีการของพวกนักเลงและตราบเท่าที่เราใช้สมองและระวังตัวให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เล่นสกปรกๆลับหลังเราแบบนั้นเราก็จะไม่มีปัญหา”
อีแวนส์บิลล์พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “นายติดตามฉันมาหลายปีแล้วและฉันก็สบายใจในทุกสิ่งที่นายทำ..เพราะงั้นถ้าฉันได้รับตำแหน่งผู้นำตระกูลบิลล์ล่ะก็ฉันจะไม่ปฏิบัติต่อนายอย่างเลวร้ายแน่นอน..นายจะมีทั้งชื่อเสียง..ความมั่งคั่ง..อำนาจและถสานะเพราะงั้นทำสิ่งดีๆให้กับฉันไปเรื่อยๆ..ฉันเชื่อในตัวนาย” ในขณะที่พูดอีแวนส์บิลล์ก็ตบไหล่เควินเฟต
“ขอบคุณมาก!” เควินเฟตพูด
.
.