ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1495 ความล้มเหลวของการเจรจา
หลังจากอยู่ในวงการนี้มานานถึงแม้ว่าอาจารย์หงจะมีชีวิตที่มั่นคงแบบนี้ได้ในทุกวันนี้โดยบรรพบุรุษของเขาแต่เขาไม่ใช่คนงี่เง่า เพราะเขายังคงเห็นสิ่งที่เรียบง่ายแบบนี้ได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าตระกูลบิลล์จะต้องการตำหนิแต่เขาก็ยังหวังว่าพวกเขาจะชี้นิ้วและโยนความผิดไปที่ตระกูลโจนส์แต่ไม่ใช่ตัวเขาเอง แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกตัวเองออกจากความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิงและเขาแค่ต้องการทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้อีแวนส์บิลล์รู้สึกว่าเขากำลังมุ่งเป้าไปที่ตระกูลบิลล์
เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของอีแวนส์ไม่ดีเท่าเควินเมื่อได้ยินคำพูดที่หลีกเลี่ยงของอาจารย์หงแล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่พึงพอใจ เควินเฟตรู้นิสัยของอีแวนส์ดีเมื่อเห็นสีหน้าของอีแวนส์ดังนั้นเขาจึงรีบเตือนเขาใต้โต๊ะและส่งสัญญาณให้เขาอย่าเพิ่งโกรธในตอนนี้ อีแวนส์ก็ถอนหายใจด้วยความโกรธและหันหน้าหนีไป เห็นได้ชัดว่าเควินเฟตจะต้องจัดการที่เหลือต่อด้วยตัวเอง
เควินเฟตพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันไปมองอาจารย์หงแล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์หงผมเชื่อว่าคุณควรรู้ว่าท่าเรือทั้งสิบเอ็ดแห่งนั้นมีความสำคัญมากสำหรับแก๊งค์ชาวจีนด้วยแต่พวกเขาจะสูญเสียเงินระยะยาวไป..เมื่อพิจารณาจากสินค้าเข้าและออกที่ท่าเรือในช่วงหลายปีที่ผ่านมามันก็ไม่น่าจะขาดทุน..ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจดีว่าเหตุที่ตระกูลใหญ่ทั้งสามไม่ได้แย่งชิงดินแดนของเกาะสแตเทนในสิ่งเหล่านี้มันเป็นเพราะความร่วมมือกันระหว่างสามตระกูลหลักและยังเปิดโอกาสให้แก๊งค์ชาวจีนและแก๊งค์คนดำอยู่รอดและสิ่งที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับทั้งหมดนี้ก็คือมันมาจากท่าเรือทั้งสิบเอ็ดแห่งนี้..แต่ตอนนี้คุณหงกลับต้องการขายท่าเรือให้กับตระกูลโจนส์ซึ่งเท่ากับท้าทายความขัดแย้งระหว่างสามตระกูลหลักทั้งตระกูลบิลล์..ตระกูลโจนส์และตระกูลบรูนส์..ล้วนมีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาหลายร้อยปีและแต่ละตระกูลก็มีพลังอำนาจของตัวเองซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีทางล่มสลายได้..อาจารย์หงก็อยู่บนถนนสายนี้มาหลายปีแล้วและควรเข้าใจว่าการต่อสู้ระหว่างตระกูลใหญ่ต่างๆมักจะให้ความสำคัญกับการเจรจาสันติภาพเพื่อผลประโยชน์มากกว่าแล้วในที่สุดสามตระกูลใหญ่ก็จะตั้งเป้าว่าปัญหามันเกิดจากอะไร..ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแก๊งค์ชาวจีนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้และถึงแม้ว่าแก๊งค์ชาวจีนจะมีอำนาจมากแต่ถ้าสามตระกูลใหญ่ผนึกกำลัง กันอาจารย์หงคิดว่าแก๊งค์ชาวจีนมีโอกาสโต้กลับหรือเปล่า?”
คำพูดของเควินเฟตเหมาะสมและชี้ให้เห็นถึงปมปัญหาได้อย่างดี แน่นอนว่าสิ่งที่เขาพูดก็เพื่ออีแวนส์บิลล์และจุดประสงค์ของเขาคือทำให้อีแวนส์บิลไว้ใจเขามากขึ้น
“คุณเควินคุณขู่ผมหรือเปล่า” ถึงแม้ว่าอาจารย์ฮงจะยอมรับว่าคำพูดของเควินเฟตว่ามีเหตุผลแต่เขาก็ไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้ตัวเองพ่ายแพ้ต่อคู่ต่อสู้ในแง่ของแรงกดดัน
เควินเฟตยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมคิดว่าคุณฮงเข้าใจผิดเพราะผมไม่จำเป็นต้องขู่คุณผมแค่อธิบายข้อเท็จจริงให้คุณฟังเพราะอาณาเขตของแก๊งค์ชาวจีนนั้นอยู่ที่ไชน่าทาวน์และเกาะสแตเทนและนอกจากนี้คุณฮงยังมีสถานะที่สูงมากในสายตาของชาวจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและชื่อเสียงของคุณก็ดีมากเช่นกัน..ดังนั้นหากคุณขายท่าเรือทั้งสิบเอ็ดแห่งให้กับตระกูลโจนส์คุณเคยคิดไหมว่าจะมีคนตกงานกี่คน?”
“ตระกูลโจนส์สัญญากับผมว่าพวกเขาจะจ้างคนจีนทำสิ่งต่างๆต่อไป” อาจารย์หงพูดอย่างไม่มั่นใจอย่างเห็นได้ชัด
เควินเฟตพูดด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามว่า “คุณฮงคุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม..เพราะหลังจากที่ตระกูลโจนส์คุมท่าเทียบเรือแล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงสายงานครั้งใหญ่อย่างแน่นอนและจะเป็นไปได้ยังไงที่พวกเขาจะเก็บชาวจีนเหล่านั้นเอาไว้เพื่อทำงานให้..ยิ่งไปกว่านั้นถ้าคุณฮงเข้าใจว่าอาณาบริเวณที่ใหญ่ที่สุดของแก๊งค์ชาวจีนอยู่ที่นั่นและถ้าเสียไปแก๊งค์ชาวจีนจะสูญเสียกำลังไปเท่าไร..ผมคิดว่าคุณหงน่าจะชัดเจนกว่าผมนะ”
อาจารย์หงสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “ผมไม่ได้เต็มใจหรอกแต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น..เพราะการหมุนเวียนเงินทุนของแก๊งค์ไม่ค่อยดีนักและเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดกิจการต่อไปหากไม่ขายท่าเรือพวกนั้นผมก็ทำได้แค่รอความตายใช่ไหม?”
“นี่เป็นการคาดเดาล่วงหน้าเพราะเท่าที่ผมรู้ภรรยาและลูกๆของคุณหงต่างก็ตั้งรกรากอยู่ในแคนาดาใช่ไหม” อีแวนส์บิลล์พูด
อาจารย์หงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นและรีบพูดว่า “คุณจะทำอะไร..อย่ายุ่งกับครอบครัวของผม..ถ้าคุณกล้าแตะต้องครอบครัวของผมล่ะก็ผมจะไม่มีวันยอมแน่นอน”
อีแวนส์บิลล์พูดด้วยรอยยิ้มว่า “อย่ากังวลไปเลยผมไม่ได้คิดจะทำร้ายพวกเขาแต่เท่าที่ผมรู้มาลูกชายของคุณหงดูเหมือนจะไม่สนใจทรัพย์สินของแก๊งค์ชาวจีนและเขาก็ไม่คิดจะยอมรับแก๊งค์เลย..ซึ่งนั่นเป็นรากฐานที่บรรพบุรุษของตระกูลหงสร้างเอาไว้..เพราะงั้นถ้าคุณต้องการมีความสุขในวัยชรากับภรรยาและลูกๆของคุณ..แต่การที่คุณขายท่าเทียบเรือไปมันเป็นเหมือนของขวัญให้ครอบครัวก็จริงแต่มันก็เท่ากับการส่งแก๊งค์ชาวจีนไปตายเพราะงั้นมันสมควรแล้วเหรอกับที่บรรพบุรุษของตระกูลหงสร้างมาหรือเปล่า?”
อาจารย์หงถอนหายใจด้วยความโกรธและพูดว่า “นี่คือสิ่งที่ผมคนจีนช่วยกันสร้างมาและไม่ใช่สิ่งที่คนนอกจะเข้ามายุ่งเกี่ยว” เห็นได้ชัดว่ารอยแผลเป็นของอาจารย์หงถูกเปิดเผยและเขาไม่สามารถระงับเอารมณ์เอาไว้ได้อีก
เควินเฟตยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณหงนี่ไม่ใช่แค่เรื่องภายในของแก๊งค์ชาวจีนเท่านั้นแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังใต้ดินของทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาเพราะสิ่งที่คุณหงทำอาจทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาปั่นป่วนเพราะองค์กรใต้ดินทำสงครามกันและคุณน่าจะชัดเจนมากเกี่ยวความร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น..นอกจากนี้ถ้าคุณหงต้องการขายท่าเรือก็ควรขายในราคาที่เหมาะสมด้วยไม่ใช่เหรอ..จากมูลค่าตลาดโลกแล้ว 18000 ล้านหยวนนั้นก็ถือว่าถูกเกินไปมาก”
อาจารย์หงยิ้มอย่างลับๆในใจและเขาคิดว่าหลังจากที่เขาเสแสร้งไปมากมายก่อนหน้านี้ก็ถึงเวลาเข้าประเด็นจริงๆแล้ว “หืม?..ถ้าเป็นตามที่คุณเควินพูดแล้วราคาท่าเรือทั้งสิบเอ็ดแห่งควรจะขายในราคาเท่าไหร่ล่ะครับ” อาจารย์หงพูด
“ผมลองประเมินดูแล้วและถ้าตระกูลโจนส์เสนอราคาให้คุณหง 18000 ล้านหยวนแล้วคุณพอใจในราคานั่นก็อีกเรื่องแต่ถ้าคุณหงต้องการจะขายจริงๆอีแวนส์บิลก็ก็ยินดีที่จะเสนอในราคา 2 หมื่นล้านหยวน” เควินเฟตพูด “ในทางธุรกิจแล้วราคานี้เป็นราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดใช่ไหมครับ..หากคุณหงยอมขายให้กับตระกูลโจนส์ในราคาต่ำแทนที่จะขายให้กับตระกูลบิลล์ในราคาที่สูงกว่าจะไม่ดีกว่าหรอครับ..หรือคุณคิดว่าตระกูลบิลล์นั้นไม่มีกำลังทางการเงินมากพอ”
ในประโยคหลังนั้นทำให้อาจารย์หงตอบได้ยากจริงๆเพราะถ้าเขาปฏิเสธก็เห็นได้ชัดว่าเขาจงใจทำให้ตระกูลบิลล์ต้องขายหน้าและต้องการจะต่อกรกับตระกูลบิลล์..แต่ถ้าเขาตกลงเขาก็ทำให้ตระกูลโจนส์ขุ่นเคืองเพราะท้ายที่สุดแล้วเขาต้องการที่จะหลีกเลี้ยงปัญหาที่ร้ายแรงก่อนและมันยากสำหรับเขาที่จะอธิบายให้ตระกูลโจนส์ฟัง
หญิงแกร่งแห่งตระกูลโจนส์อย่างลินลาโจนส์นั้นอาจารย์หงก็ได้พบเธอเป็นการส่วนตัวและเธอก็เป็นคนที่มีอำนาจมาก แน่นอนว่าเธอไม่ได้มาคุยกับเขาเกี่ยวกับปัญหาทางธุรกิจแต่ใช้ตระกูลโจนส์กดดันอย่างจงใจ ดังนั้นสิ่งที่ตามมาคือหายนะจริงๆและหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
อาจารย์หงอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและไม่คืบหน้าหรือย่ำอยู่กับที่
“อย่าเลย..เพราะเราจะไม่มีวันขายท่าเรือนี้ให้กับใคร” ในขณะที่พูดเสียงหนึ่งดังมาจากชั้นล่างและหลังจากนั้นไม่นานชายวัยสามสิบก็ขึ้นมาจากชั้นล่างพร้อมกับลูกน้องสองสามคนและเมื่อเขามาถึงโต๊ะชายคนนั้นก็ชำเลืองมองไปที่อีแวนส์บิลล์และเควินเฟตก็พูดว่า “คุณคือคนของตระกูลบิลล์งั้นเหรอ..ผมบอกเลยนะว่าตอนนี้ท่าเทียบเรือของแก๊งค์ชาวจีนของเราจะไม่มีวันถูกขายให้กับใครทั้งนั้นและไม่ว่าใครจะจ่ายให้เท่าไหร่เราก็ไม่ยอม”
“หงหมิงทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่” อาจารย์หงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูด ในแก๊งค์ชาวจีนนั้นหงหมิงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำของกลุ่มหัวรุนแรงและกลุ่มที่เขาคอยจัดการนั้นล้วนเป็นหัวรุนแรงทั้งหมด แน่นอนว่านอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีการต่อสู้มากที่สุดในแก๊งค์ชาวจีนอีกด้วย
“ลุงหง..ท่าเทียบเรือในเกาะสแตเทนเป็นสมบัติของแก๊งค์ชาวจีนของเราและเป็นโลกที่สร้างโดยบรรพบุรุษของแก๊งค์มาหลายชั่วอายุคน..สายเลือดของแก๊งค์ชาวจีนได้หลั่งไหลเข้ามามากแค่ไหนและยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นรากฐานของชาวจีนและครั้งล่าสุดที่คุณเจรจากับผู้หญิงคนนั้นจากตระกูลโจนส์ผมไม่รู้แต่ตอนนี้ลุงกำลังเจรจากับใครบางคนจากตระกูลบิลล์อยู่เพราะงั้นผมก็เลยยอมไม่ได้..นี่ลุงต้องขายท่าเทียบเรือจริงๆงั้นเหรอ” หงหมิงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “ลุงเป็นหัวหน้าแก๊งค์หรือเปล่า..ผมเคารพลุง และผมจะทำทุกอย่างที่ลุงพูดแต่ผมจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
“หงหมิงเราไม่ได้มาที่นี่ในวันนี้เพื่อขอให้คุณหงขายท่าเรือให้กับเราเพราะเราแค่หวังว่าคุณหงจะไม่ขายท่าเรือให้กับตระกูลโจนส์ก็แค่นั้น..แต่ถ้าคุณต้องการขายมันจริงๆตระกูลบิลล์ของผมก็ยินดีที่จะซื้อมันในราคาที่สูงกว่าตระกูลโจนส์” เควินเฟตพูด
“ก็ดี..ถ้างั้นผมจะบอกคุณให้ชัดๆว่าเราจะไม่ขายท่าเรือ” หงหมิงพูด “ถ้าคุณต้องการท่าเรือล่ะก็ข้ามศพพวกผมไปก่อน!” เห็นได้ชัดว่าหงหมิงไม่ต้องการคุยกับพวกเขามากเกินไปและได้พูดคำสั่งที่เป็นการปฏิเสธไปแล้ว
อีแวนส์บิลล์ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเขาไม่พอใจอย่างมากเพราะท่าทีของหงหมิงทำให้เขาอึดอัดมากและเขาก็มองข้ามหัวตัวเองไป โดยธรรมชาติแล้วเควินเฟตไม่ต้องการประสบความสำเร็จในการเจรจาอย่างรวดเร็วและช่วยให้อีแวนส์บิลล์ดีลท่าเรือทั้ง 11 แห่ง ไม่เช่นนั้นแผนของเขาจะดำเนินต่อไปอย่างไร เมื่อเห็นความไม่พอใจของอีแวนส์บิลล์เควินเฟตจึงดึงแขนของเขาอย่างเร่งรีบจากนั้นมองไปที่หงหมิงด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ผมหวังว่าคุณหงจะรักษาคำพูดได้เนื่องจากคุณ หงหมิงได้พูดไปแล้วเราจะไม่รบกวนพวกคุณอีกต่อไป..คุณจัดการเรื่องของคุณเอาเองก็แล้วกันลาก่อนนะครับ!” หลังจากพูดจบ เควินเฟตก็หันหน้าไปมองอีแวนส์และขยิบตาให้เขาและทั้งสองก็ลุกขึ้นและเดินลงไปที่ชั้นล่าง
.