ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2331 เสินสื่อ ข้าก็สู้ได้เหมือนกัน
เสียงของนางหยุดลงในทันที จู่ๆ นางนึกถึงอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ ทำให้ดวงตาของนางตกตะลึงขึ้นอย่างรวดเร็ว
น้องแปดหันมามองครู่หนึ่งและพูดขึ้น
“ค่ายกล? ค่ายกลอันใด? ตอนที่พวกข้ามาถึงก็ไม่เห็นมีอันใดเลยนี่”
ขณะที่พูดนางมองไปทางเจี่ยนเฟิงฉือ
“ข้าพูดใช่หรือไม่”
เจี่ยนเฟิงฉือพยักหน้าพลางพูดขึ้น
“ถูกต้อง พวกข้ามองไม่เห็นค่ายกลอันใดนั่นเลย”
หากมีพวกเขาก็คงไม่เข้ามาได้ง่ายๆ เช่นนี้หรอก
ซูจิ้งเงยหน้ามองอย่างไม่อยากเชื่อ
ค่ายกลที่อยู่ไกลออกไปนั้น ไม่รู้จริงๆ ว่าหายไปตั้งแต่เมื่อใดกัน!
ในใจของซูจิ้งหนักอึ้งทันที
เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้
ค่ายกลนั้นมีมานานนับหมื่นปีแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน!
เสี่ยวปากลอกตา พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“เสินสื่อลำดับที่แปด ท่านไม่ได้มาที่ยอดเขาโอสถนานแค่ไหนกัน ถึงขนาดที่ค่ายของตนเองหายไปแต่ตัวท่านกลับไม่รู้เลย?”
ซูจิ้งเม้มริมฝีปากแน่น แต่ไม่ได้พูดอันใด
จากนั้นนางจึงพูดขึ้น
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คราวนี้ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปก่อน แต่จะไม่มีครั้งหน้าอีก!”
พูดจบ นางก็หันหลังเตรียมจากไป
ซูจิ้งหันกลับมาและพูดขึ้นความรำคาญ
“เจ้ามีอันใดจะพูดหรือ”
หากไม่ใช่ว่านางกำลังรีบไปตรวจสอบบางอย่าง นางคงไม่มีทางปล่อยสองคนนี้ไปง่ายๆ เป็นแน่!
น้องแปดพูดขึ้น
“อันที่จริงก็ไม่มีเรื่องใหญ่อันใด แค่มีคำสองสามคำที่ต้องการจะพูดกับท่านเสินสื่อลำดับที่แปด”
ซูจิ้งขมวดคิ้วขึ้น
เจ้าเสี่ยวปาผู้นี้คิดจะทำอันใดกันแน่?
“ข้าไม่มีเวลามาฟังเจ้าพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้”
ซูจิ้งถอนสายตาและเตรียมจะจากไปทันที
ทว่าคำพูดหนึ่งของเสี่ยวปาที่ดังมาจากด้านหลังกลับทำให้นางหยุดฝีเท้ากะทันหัน
“เสินสื่อลำดับที่แปด ได้ยินว่าท่านดูแลยอดเขาโอสถนี้มาหลายหมื่นปีแล้ว ตามหลักแล้วท่านน่าจะรู้จัก ต้นหญ้าและต้นไม้ทุกต้น ภูเขาและแม่น้ำทุกแห่งที่นี่ดีกว่าใคร แต่ดูเหมือนว่าเสินสื่อลำดับที่แปด…จะไม่ได้ดูแลที่นี่ดีสักเท่าไรกระมัง?”
คำพูดนี้จุดชนวนความโกรธที่ซูจิ้งอดกลั้นมานานจนระเบิดออกมา!
นางหันกลับมาทันทีและตะโกนถามขึ้นด้วยความโมโหว่า
“เจ้าพูดอันใด!”
ยอดเขาโอสถคือสิ่งที่นางให้ความสำคัญมากที่สุด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางพยายามขยายอำนาจและสิทธิ์ของตัวเองอยู่เสมอ พยายามที่จะครอบครองยอดเขาโอสถนี้เป็นของตนเองโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครก็ดูออก
ดังนั้นนางจึงไม่ยอมให้ใครก็ตามมาตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้กับนางเป็นเด็ดขาด!
ครั้งก่อนที่เป็นเพราะท่านเทพลงมือด้วยตนเอง นางจึงเกรงกลัวและยอมคืนอำนาจทั้งหมดอย่างว่าง่าย
แม้ว่าในใจจะไม่เต็มใจและขมขื่นเพียงใด แต่นางก็ไม่กล้าต่อกรกับบุคคลผู้นั้น
ซูจิ้งโกรธจนถึงที่สุด คำพูดของนางเต็มไปด้วยความรุนแรงอย่างไม่ไว้หน้าใคร
แต่เสี่ยวปากลับไม่รู้สึกอันใด นางเพียงเลิกคิ้วและพูดขึ้น
“หากเสินสื่อลำดับที่แปดให้ความสนใจและดูแลยอดเขาโอสถแม้เพียงเล็กน้อย เกรงว่ายอดเขาโอสถคงไม่กลายเป็นเช่นนี้ ท่านไม่รู้จริงๆ หรือว่า… เมล็ดวายุพันสายและรากมันดาราที่มีอายุเกินร้อยปีนั้น ไม่มีแล้ว?”
ซูจิ้งทราบดีอย่างแน่นอน
เพราะสมุนไพรทุกต้นบนยอดเขาโอสถแห่งนี้ นางดูแลอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด
แต่นางไม่ได้สนใจ
“เช่นนั้นจะอย่างใด”
“เช่นนั้น จะ ทำ อย่าง ใด”
เสี่ยวปาทวนคำพูดของนางในใจซ้ำไปซ้ำมา มุมปากของนางยิ้มลึกขึ้นเรื่อยๆ แต่ในดวงตากลับค่อยๆ ปรากฏแววเย็นชาขึ้น
นางหัวเราะเย้ยหยัน
“วัตถุดิบวิเศษนั้นหายากอย่างมาก แต่ก็เพราะเหตุนี้ยิ่งต้องดูแลอย่างระมัดระวัง แต่เจ้ากลับเก็บไปจนหมด ไม่เหลือไว้เลยหรือ เสินสื่อลำดับที่แปด เรื่องง่ายๆ เช่นนี้ ข้ายังเข้าใจเลย แล้วท่านจะไม่เข้าใจได้อย่างใด”
คำอธิบายเดียวก็คือ ซูจิ้งไม่เคยคิดที่จะดูแลยอดเขาโอสถอย่างจริงจัง
นางแค่ต้องการกอบโกยผลประโยชน์จากที่นี่ให้ได้มากที่สุดเท่านั้น
อย่างใดในมือของนางก็ไม่มีวันขาดสมุนไพรอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องอื่น…นางไม่คิดจะสนใจเลย
ซูจิ้งโกรธจนหัวเราะออกมา เดินก้าวไปข้างหน้า มองเสี่ยวปาด้วยสายตาเหยียดหยามและเย้ยหยัน พลางพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
“ในเมื่อยอดเขาโอสถนี้ข้าเป็นผู้ดูแล เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นต้องมากังวล ที่นี่จะดีหรือร้าย มันเกี่ยวอันใดกับเจ้า…”
สีหน้าของเสี่ยวปาค่อยๆ เย็นชาลงเช่นกัน
“ข้ารู้ว่าเจ้าพึ่งทะลวงขั้นเป็นปรมาจารย์เซียนหมอ จึงกำลังลำพองใจ แต่ในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ การไม่มีปรมาจารย์เซียนหมออย่างเจ้านี่ ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังไม่มีตราสัญลักษณ์แห่งสายเลือดด้วยซ้ำ”
ตอนนี้เสี่ยวปาเข้ามาให้ระบายอารมณ์พอดี นางย่อมไม่ปล่อยไปง่ายๆ
“เจ้าก็เหมือนกับนายของเจ้าที่ทั้งเย่อหยิ่งและน่ารำคาญ! มีชาติกำเนิดชั้นต่ำ…”
ผัวะ!
ซูจิ้งยังไม่ทันพูดจบ ใบหน้าของนางก็ถูกตบเข้าอย่างแรง!
เสียงฝ่ามือดังสนั่น จนทำให้พื้นที่รอบๆ พลันหยุดนิ่งในทันที!
เสี่ยวปาตบหน้านางเต็มแรงจนทำให้ใบหน้าของซูจิ้งหันไปไปอีกด้านหนึ่ง
ไม่ใช่ว่านางอ่อนแอกว่าเสี่ยวปา แต่เพราะ…นางไม่คิดมาก่อนว่าเสี่ยวปาจะลงมือกะทันหันเช่นนี้!
ตั้งแต่ซูจิ้งได้เป็นเสินสื่อ นางก็อยู่เหนือผู้อื่นมาตลอด ไม่เคยมีใครกล้ามาหยามหน้านางเช่นนี้!
นางยกมือขึ้นกุมใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ชาและเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหวพลางมองเสี่ยวปาด้วยความโกรธอย่างที่สุด
“เจ้า!”
นางไม่ทันได้คิดอันใด ยกมือขึ้นเตรียมจะสวนกลับและตบไปที่หน้าของเสี่ยวปา!
แต่เสี่ยวปากลับคว้าข้อมือของนางไว้แน่น ดวงตาคู่งามที่มักจะเย้ายวนชวนหลงใหลในยามปกติ บัดนี้กลับเยียบเย็นและดุดัน!
“กล้าด่านายท่าน ข้าว่าเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
เจี่ยนเฟิงฉือที่อยู่ข้างๆ มองฉากนี้อย่างงุนงงไปชั่วขณะ
คุณหนูของข้า เจ้ากล้าต่อสู้กับเสินสื่อจริงๆ หรือ
ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยห้าม จู่ๆ ก็รู้สึกถึงความผิดปกติรอบๆ
เขาก้มหน้ามองครู่หนึ่ง
บนผิวน้ำมีระลอกคลื่นปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่รอบๆ เคลื่อนไหวโดยไม่มีลม
แรงกดดันอันทรงพลังที่แทบมองไม่เห็นค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
………………..
“แค่ไม่รู้เพียงคำเดียวคิดว่าจะหลบเลี่ยงได้อย่างนั้นหรือ”
ซูจิ้งโกรธจนหัวเราะออกมา
เสี่ยวปาผายมือพลางพูดขึ้น
“เสินสื่อลำดับที่แปด ท่านบอกว่านี่เป็นพื้นที่ของท่าน แต่ท่านไม่ทิ้งสัญลักษณ์อันใดเอาไว้เลย ใครจะรู้ได้เล่า”
ซูจิ้งตำหนิออกมาด้วยเสียงเย็นชา
“เหตุใดจะไม่มี! ค่ายกลที่ด้านนอก…”
………………..