ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2343 เสินสื่อลำดับที่หนึ่งคือผู้ใด
ขวดและหม้อที่อยู่บนโต๊ะร่วงหล่นลงพื้นทั้งหมด และแตกกระจายในทันที
โอสถทุกชนิดไหลออกมาจากภายใน
กลิ่นหอมเข้มข้นคละคลุ้งกลางอากาศ
แต่ในตอนนั้น เมื่อซูจิ้งได้กลิ่นนี้นางกลับรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียน!
เพราะเมื่อนางคิดขึ้นมาได้ว่า ช่วงเวลาก่อนหน้านี้นางเพียรพยายามหลอมโอสถช่วยเหลือมั่วสือเชียนมากขนาดไหน!
นางรู้ว่าที่มั่วสือเชียนออกไปด้านนอกเพราะช่วยเหลือเสินจู่ทำภารกิจ ดังนั้นตอนที่มั่วสือเชียนกลับเข้ามา นางจึงแสดงมิตรภาพที่ดีต่ออีกฝ่าย
มั่วสือเชียนไม่มีร่างศักดิ์สิทธิ์แล้ว?
เห็นได้ชัดว่า เขาตั้งใจทำงานเพื่อเสินจู่จนตกอยู่สภาพเช่นนี้ด้วยความไม่ระมัดระวัง
แต่เรื่องทั้งหมดมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคุณงามความดี พูดแต่เรื่องความลำบากที่ผ่านมาก็พอ
เสินจู่จะต้องมองมั่วสือเชียนใหม่และดูแลเขาอย่างดีที่สุดไม่ใช่หรือ?
…นี่คือความคิดเห็นที่เป็นไปได้มากที่สุดของซูจิ้ง
นางอยู่ในอันดับแปด เดิมทีก็ไม่ได้โดดเด่นอันใดนัก ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ยังทำให้ท่านเทพไม่พอใจ ไม่เพียงแค่สูญเสียอำนาจในการควบคุมยอดเขาโอสถ ตำแหน่งเสินสื่อลำดับที่แปดก็เกือบจะถูกถอดทิ้งแล้ว
แน่นอนว่านางต้องการที่พึ่ง
เสินสื่อลำดับที่หก มั่วสือเชียน ก็คือคนที่นางเลือก
แม้ลำดับของอีกฝ่ายจะไม่สูงนัก แต่ก็แข็งแกร่งกว่านาง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังยอมโดนทำลายร่างศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสินจู่ หากเขาสามารถรักษาตัวให้หายดีแล้ว อนาคตของเขาก็จะสดใสมากไม่ใช่หรือ?
เสินสื่อคนอื่นๆ ก็ล้วนมีความสามารถของตัวเอง แต่นางรู้แล้วว่าท่านเทพไม่ชอบใจนาง แล้วเขาจะมาอยู่ฝั่งเดียวกับนางได้อย่างใด?
ดังนั้นหลังจากพิจารณาเหตุผลหลายประการ มีเพียงเสินสื่อลำดับที่หกที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ซึ่งนั่นหมายความว่าสถานะมั่วสือเชียนภายในจิตใจของเสินจู่จะไม่มีทางต่ำต้อยแน่นอน
ตลอดช่วงเช้านี้นางก็รอคอยด้วยความตื่นเต้นยินดี
แต่ใครจะรู้เล่าว่า รอไปรอมา ไม่เพียงแค่มั่วสือเชียนจะไม่ได้หลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ใหม่ แต่เขายังถูกท่านเทพจับกุมไปลงโทษด้วย
ตำแหน่งเสินสื่อของมั่วสือเชียนถูกถอดถอนไปแล้ว อีกทั้งยังถูกพาตัวไป
แม้แต่คนโง่ก็ยังรู้ว่า ถ้าต้องรอเขาต่อไปก็มีเพียงแต่ความตายเท่านั้น!
แผนการมากมายของนางก่อนหน้านี้สูญเปล่าแล้ว!
ความโกรธของซูจิ้งยังไม่เสื่อมคลาย นางเริ่มทำลายข้าวของภายในห้องอีกครั้ง
ดูจากท่าทางเช่นนี้ มั่วสือเชียนน่าจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าตนเองได้ไปล่วงเกินท่านเทพ คาดไม่ถึงว่าเขาจะปกปิดมันมาโดยตลอด!
แต่ปกติแล้วขอให้ได้มีโอกาสรั้งกลับมา เสินจู่ก็ไม่น่าจะปล่อยเขาออกไปง่ายดายขนาดนั้น!
ตอนนี้ซูจิ้งรู้สึกเคียดแค้นมั่วสือเชียนมาก
นางทำตัวถ่อมตนก็แล้ว อีกทั้งช่วงนี้นางก็ได้ช่วยมั่วสือเชียนไปมากมาย เสินสื่อทุกคนภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็น่าจะรู้เรื่องนี้
ตอนนี้มั่วสือเชียนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว นางก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกี่ยวข้องไม่ได้
เรียกได้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ!
…
จิ้นอวิ๋นไหล่บังเอิญเดินผ่านหน้าประตูมาพอดี เมื่อได้ยินเสียงทำลายข้าวของจากภายใน เขาก็ชะงักฝีเท้า จากนั้นก็ส่ายหน้า
ซูจิ้งเป็นคนฉลาดมาก สุดท้ายนางก็ถูกความฉลาดหลอกเข้า
นางคิดว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของนาง แต่ไม่รู้เลยว่าเรื่องราวส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแล้ว
สุดท้ายนางก็ถูกหลอกอย่างเลวร้ายที่สุด
มั่วสือเชียนถูกตัดออกจากตำแหน่งเสินสื่อ นั่นหมายความว่าสิ่งที่ท่านเทพพูดก่อนหน้านี้เป็นคำเตือนไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น
หากซูจิ้งยังทำเช่นนี้ต่อไป สักวันหนึ่งนางก็จะมีจุดจบเช่นนี้
แต่ความจริงแล้ว…สถานการณ์ของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไรนัก
ฉู่หลิวเยว่เดินทางกลับไปยังที่พำนัก
แต่นางเพิ่งเดินออกมาไม่กี่ก้าว เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หางตา
นางชะงักฝีเท้า จากนั้นก็หันไปมองทางด้านนั้น
ในระยะที่ไกลออกไป ภายใต้กำแพงของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีคนผู้หนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่
มู่หยาเฟิง
นางแตกต่างไปจากเดิมมาก ตอนนี้เสื้อผ้าของนางไม่เรียบร้อย ผมเพ้ายุ่งเหยิง นางคุกเข่าอยู่อย่างไร้เสียง ศีรษะก้มต่ำลง ท่าทางหมดสภาพ
เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้ต้องการจะคุกเข่าเอง
“นางเป็นอันใดไปหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่ถาม
เซียวหรานมองไปตามสายตาของนาง แล้วแค่นหัวเราะออกมา
“เจ้าหมายถึงนางนะหรือ? หึ นางโกงวิธีการเดินบนเส้นทางดวงดาวแล้วมีคนจับได้น่ะสิ! นางจึงคุกเข่าอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว”
“โกง?”
“ใช่แล้ว! ได้ยินมาว่าเสินสื่อลำดับที่เจ็ดอบรมสั่งสอนนางไม่น้อย นั่นทำให้นางสามารถทะลวงค่ายกลไปได้ทีละแห่ง! แต่เรื่องนี้เสินสื่อลำดับที่หนึ่งเป็นคนพบเข้า ดังนั้นนางจึงถูกลงโทษ!”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไป
ก่อนหน้านี้นางก็รู้สึกว่าแปลกใจเล็กน้อย แต่เพราะนางรู้ว่าพรสวรรค์ของมู่หยาเฟิงไม่เพียงพอสำหรับการทะลวงค่ายกลอย่างต่อเนื่อง
แต่ตอนนั้นนางกำลังสนใจเรื่องของตนเอง ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจอีกฝ่ายมาก
คิดไม่ถึงเลยว่าจิ้นอวิ๋นไหล่จะลอบช่วยเหลือนางอยู่?
“เหตุใดเสินสื่อลำดับที่เจ็ด…ถึงทำเช่นนั้น?”
แบบนี้มันกล้าเกินไปแล้ว
เซียวหรานหัวเราะขึ้น สีหน้าเย็นชา
“ตอนนี้คนจำนวนไม่น้อยต่างสงสัยว่า ฝีมือของนางก่อนหน้านี้เป็นเพราะการช่วยเหลือของเสินสื่อลำดับที่เจ็ดหรือไม่”
เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ยากที่จะไม่ให้คนอื่นคิดไปในทางนั้น
เพียงแต่…
“ไม่สามารถเดินบนเส้นทางแห่งดวงดาวได้ นั่นก็หมายความว่าหลังจากนี้นางไม่สามารถเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ และขึ้นสวรรค์ทลายเทพได้แล้วน่ะหรือ?”
“ใช่แล้ว! แต่นี่จะโทษใครได้เล่า?”
เซียวหรานยักไหล่
“เดิมทีนางก็บำเพ็ญเพียรมาอย่างขยันขันแข็ง หลังจากทำความเข้าใจค่ายกลทีละแห่ง นางก็ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ นางกลับตัดเส้นทางทั้งหมดของตัวเองทิ้ง”
แต่มันก็สมควรแล้ว
ส่วนเขาติดอยู่ที่ค่ายกลด่านสุดท้ายมาไม่รู้ตั้งกี่ปี ผมใกล้ร่วงหมดหัวแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะใช้หนทางอื่นเลย
มู่หยาเฟิงสุดยอดจริงๆ สามารถขอให้เสินสื่อลำดับที่เจ็ดทำเช่นนี้เพื่อนางได้ด้วย!
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไป
“แล้วทางด้านของเสินสื่อลำดับที่เจ็ดล่ะ เขาไม่ช่วยขอร้องให้นางหรือ?”
“เสินสื่อลำดับที่เจ็ดจะมาสนใจเรื่องนี้ได้อย่างใด? ตอนนี้ แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ถูกริบอำนาจในการควบคุมดูแลเส้นทางแห่งดวงดาว จริงสิ เจ้าเพิ่งกลับมาดังนั้นจึงไม่รู้เรื่องเหล่านี้”
ตอนนั้นฉู่หลิวเยว่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอันใดดี
แต่นางเพิ่งออกไปเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องราวมากมายขนาดนี้…
“ถ้าเช่นนั้นตอนนี้ใครเป็นคนดูแลเส้นทางแห่งดวงดาว?”
“ได้ยินว่าเป็นเสินสื่อลำดับที่ห้า แต่เสินสื่อลำดับที่ห้าไม่ใช่ปรมาจารย์ค่ายกล ไม่รู้ว่าเหตุใดเสินสื่อลำดับที่หนึ่งถึงได้เลือกเขา…เดิมทีพวกเราคิดว่าเขาจะเลือกเสินสื่อลำดับที่สิบเอ็ดที่เป็นปรมาจารย์ค่ายกลเหมือนกัน”
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้นมา
“จริงสิ ก่อนหน้านี้เสินสื่อลำดับที่เก้าและสิบออกจากประตูสวรรค์ไป ไม่รู้ว่าตอนนี้เขากลับมาหรือยัง?”
เซียวหรานพยักหน้า
“กลับมาตั้งนานแล้ว! แต่ทั้งสองคนนั้นไม่ได้อยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาอยู่ที่ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ ได้ยินมาว่าเขาทำความผิดอันใดบางอย่าง…แต่ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะถามเรื่องนี้ ดังนั้นจึงรู้แค่เล็กน้อย”
“ทำความผิด?”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไป
หรือเพราะเขาไม่สามารถนำเนื้อเพลงฉินกลับมาได้สำเร็จ?
แต่ตอนที่อยู่ในสุสานสังหารเทพ คนทั้งสองได้หายไปอย่างลึกลับ คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้เขาจะถูกคุมขังอยู่ในทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์
ทันใดนั้นนางก็นึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนถามว่า
“ผู้อาวุโสเซียวหราน ท่านเคยเห็นเสินสื่อลำดับที่หนึ่งหรือไม่?”
แม้กระทั่งหลานเซียวและคนอื่นๆ ก็เคยเห็นมาแล้ว ตามหลักการแล้วเขาก็น่าจะรู้จักเสินสื่อลำดับที่หนึ่งอยู่บ้าง?
เซียวหรานชะงักไป
“เจ้าถามถึงคนก่อนหน้านี้ หรือว่าคนปัจจุบัน?”