ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2345 ความอันตรายของม่านพลัง
ตอนที่ 2345 ความอันตรายของม่านพลัง
………………..
เรื่องนี้ถ้าพูดไปแล้วมันก็ดูง่ายดาย แต่ถ้าให้ทำจริงๆ มันยากมาก
ตอนที่ฉู่หลิวเยว่อยู่ที่สุสานสังหารเทพเคยทดลองมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ
เนื้อเพลงฉินทั้งสามนี้แยกส่วนออกจากกัน และกระจัดกระจายออกไป
นางกลั้นลมหายใจ มือทั้งสองข้างยกขึ้นเบาๆ
ก้อนหินเหล่านั้นถูกจัดเรียงตามลำดับ
แต่ต่อให้ฉู่หลิวเยว่เล่นตามท่วงทำนองที่เคยได้ยินมา และวางพวกมันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง แต่มันก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด
เพราะ…เหมือนมีสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็นระหว่างก้อนหินเหล่านี้ ดังนั้นมันจึงขัดแย้งกันอย่างคลุมเครือ
ยิ่งรวมก้อนหินเข้าด้วยกันมากเท่าไร พลังต้านทานเหล่านั้นก็เหมือนจะเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
ในที่สุดวินาทีนั้น ก้อนหินเหล่านั้นที่อยู่ตรงหน้านางก็ระเบิดและแตกกระจายออกไป!
ฉู่หลิวเยว่เบิกตากว้างขึ้น
นางพบว่าด้วยพลังของนางในตอนนี้ ไม่สามารถควบคุมพลังทั้งหมดได้
ต่อให้นางจะเป็นระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่ตอนที่ก้อนหินเหล่านี้ไม่เชื่อฟัง นางก็ไม่สามารถทำอันใดได้
…ภายในก้อนหินแต่ละก้อนนั้น มีแรงกดดันของเทพศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่ทุกก้อน
ฉู่หลิวเยว่ทดลองอีกหลายครั้งอย่างไม่ยินยอม
แต่ไม่ว่านางจะใช้วิธีอันใด สุดท้ายม่านพลังเหล่านั้นก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ท้ายที่สุดแล้วฉู่หลิวเยว่ก็เลือกที่จะยอมแพ้
“ช่างเถอะ”
นางนั่งลุกขึ้นยืน จากนั้นก็เก็บอาณาเขตเซียนเทพและก้อนหินเหล่านั้นลงไป
ชั้นสอง ร้านเจินเป่าเก๋อ
ภายในห้อง เหยียนเก๋อกำลังเอนตัวพิงตั่งไม้เล็กๆ แล้วหยิบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ในมือขึ้นมาเล่นอย่างเกียจคร้านและเบื่อหน่าย
“เฮ้อ…”
เขาถอนหายใจยาวๆ ออกมา จากนั้นก็พลิกตัวกลับไป
“เมื่อใดช่วงเวลาเช่นนี้ถึงจะหมดไป…”
ตั้งแต่เขากลับมาจากพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ เขาก็อยู่บนชั้นสองนี้มานานมากแล้ว และไม่กล้าออกนอกประตูเลย
เขาเดินออกไปมีใครบ้างจะไม่ตกใจ?
ก๊อกๆ
“ผู้ดูแลรอง” นั่นคือเสียงของหมิงซู
เหยียนเก๋อพูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน
“เข้ามา”
หมิงซูถึงได้เปิดประตูเข้ามา จากนั้นเขาก็มายืนอยู่ด้านข้างของเหยียนเก๋อ พร้อมยื่นของที่อยู่ในมือให้
“ผู้ดูแลรอง นี่คือบัญชีของเดือนนี้ เชิญตรวจสอบขอรับ”
เหยียนเก๋อยกเปลือกตาขึ้น
“เดือนนี้ไม่ได้ทำอันใดเลย บัญชีเล่มนี้มีอันใดน่าดูกัน”
หมิงซู “…”
แม้ยอดเขาโอสถจะเปิดขึ้นอีกครั้ง คนที่มาซื้อสมุนไพรของที่นี่ก็มีจำนวนลดลงไปไม่น้อย แต่ร้านของเราก็มีสินค้าส่วนอื่นอยู่!
ท่านจะปล่อยตามอำเภอใจเช่นนี้จริงหรือ?
เหยียนเก๋อเหลือบสายตามองเขา
“นี่เจ้ากำลังด่าข้าอยู่ใช่หรือไม่?”
หมิงซูรีบตอบทันที
เหยียนเก๋อแค่นหัวเราะดัง จากนั้นก็หยิบบัญชีเล่มนั้นออกมาแล้วเปิดพลิกดูผ่านๆ
“เจ้าซ่อนความคิดเหล่านั้นให้ลึกลงกว่านี้อีกหน่อย”
มุมปากของหมิงซูกระตุกขึ้น แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างชาญฉลาด
“ผู้ดูแลรอง ท่านอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว ผู้ดูแลใหญ่ไม่ว่าอันใดหรอกหรือ?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของเหยียนเก๋อก็เต็มไปด้วยความคับข้องใจ
เขาถอนหายใจออกมายาวๆ
“เฮ้อ…นี่มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ!”
นี่เป็นคำสั่งของนายท่าน แน่นอนว่าข้าจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
“แต่ได้ยินมาว่าช่วงนี้ฮูหยินเคลื่อนไหวบ่อยมาก? ความสำเร็จน่าจะอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว!”
หมิงซูพูดพร้อมรอยยิ้ม
“ได้ยินมาว่าผู้ดูแลรองกับฮูหยินเคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อถึงตอนที่ได้เจอท่าน นางจะต้องดีใจมากแน่นอน”
ระหว่างคิ้วของเหยียนเก๋อกระตุกขึ้น
โอ๊ย!
ตามที่เขาเคยรู้จักกับท่านผู้นั้นมา หากนางรู้ว่าผู้ดูแลรองของร้านเจินเป่าเก๋อแห่งนี้คือเขา ถะ…ถึงตอนนั้น เขายังจะมีชีวิตอยู่หรือไม่?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เหยียนเก๋อก็รีบพูดขึ้นมาว่า
“ไม่รีบร้อน”
รอจนกระทั่งนายท่านเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงแล้วค่อยว่ากันก็ยังไม่สาย!
ร้ายดีอย่างใดก็ยังมีนายท่านคอยรองรับไม่ใช่หรือ?
ขณะที่เหยียนเก๋อพูด จากนั้นก็พลิกหน้ากระดาษออกไปหลายหน้า เขานวดขมับของตัวเองอย่างปวดหัวจนทนไม่ไหว
“เฮ้อ ข้าไม่อยากดูของเหล่านี้เลย หากเป็นเสินสื่อลำดับที่สามล่ะ…”
เสียงของเขาหยุดชะงักค้างไป
นั่นมันเสียงของฉู่หลิวเยว่!
เหยียนเก๋อกับหมิงซูรีบสบตากันอย่างรวดเร็ว
เหยียนเก๋อมือไม้ว่องไว เขารีบยัดสมุดบัญชีเล่มนั้นกลับเข้าไปในมือของหมิงซู จากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
การกระทำของเขารวดเร็วมาก
หมิงซู “…”
“ใต้เท้าหมิงซู อยู่หรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่รออยู่ชั้นหนึ่งสักครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นใครออกมา ดังนั้นจึงตัดสินใจขึ้นมาด้านบน
หลังจากตะโกนอยู่สองครั้ง ในที่สุดหมิงซูก็ผลักบานประตูออกมา จากนั้นก็เดินออกมาจากด้านใน
“คุณหนูซั่งกวน ท่าน…”
“เรียกข้าว่าหรงฮูหยินเถอะ”
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น
ไม่ว่าอย่างใดก็ตามตอนนี้หรงซิวได้อยู่ที่นี่แล้ว หากเรียกขานเช่นนี้น่าจะเหมาะสมกว่า
หนังตาของหมิงซูกระตุก
“ขอรับ ฮูหยิน”
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เดิมทีนางอยากจะแก้ไขคำพูด แต่ก็คิดว่าเรื่องนี้มันไม่ได้สำคัญอันใด จึงไม่ได้พูดออกไป
“ใต้เท้าหมิงซู ที่ข้ามาวันนี้เพราะต้องการคัดลอกภาพทมิฬสิ้นอัคคีส่วนที่เหลือทั้งหมด”
หมิงซูคาดเดาได้อยู่แล้วว่านางต้องมาที่นี่เพราะภาพทมิฬสิ้นอัคคี แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นของนาง เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“ทะ ทั้งหมด?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าเบาๆ ดวงตาดำขลับเปล่งประกาย ลำแสงสว่างขึ้นจางๆ
“ใช่ ทั้งหมด”
…
ท่าเรือดอกท้อ
จวนเยว่
ซานซานถือสมุดบัญชี จากนั้นก็สาวเท้าก้าวเล็กๆ เดินโซซัดโซเซไปตามโถงทางเดิน
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกคันจมูกขึ้นมา ก่อนจามขึ้นมาอย่างแรง
“ฮัด…ชิ้ว!”
เสียงนั้นทำให้เขาเวียนหัวตาลาย
“ให้ตายเถอะ ใครกำลังนินทาข้าอยู่นะ?”
เขามองไปทางสะพานสีเงินทันทีโดยไม่รู้ตัว
“เฮ้อ ไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะเป็นอย่างใดบ้าง…”
ในขณะเดียวกัน อู่เหยาก็รีบร้อนเดินออกมา
“พี่สาม!”
ซานซานถูจมูกของตนเอง เมื่อหันกลับไปมองเขาก็เห็นว่าสีหน้าของอู่เหยาผิดปกติไป เขากะพริบตาปริบๆ
“เป็นอันใดไป? เกิดอันใดขึ้นหรือ เหตุใดถึงรีบร้อนเช่นนี้?”
อู่เหยาเดินมาอยู่ตรงหน้าเขาด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็พูดว่า
“พี่สาม เกิดปัญหาขึ้นกับม่านพลังนั้นแล้ว!”
………………..