ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2346 กระจก
ตอนที่ 2346 กระจก
………………..
“เอ๋?”
ซานซานได้ยินดังนั้นก็รีบเก็บสมุดบัญชีลงทันที
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
ก่อนที่นายท่านจะไป นางได้สั่งเอาไว้ว่าให้เฝ้าระวังม่านพลังนั้นอย่างดี หากเกิดปัญหาอันใดขึ้นให้รีบแก้ไขโดยเร็วที่สุด
อู่เหยาส่ายหน้า
“อธิบายไปมันก็คงไม่ชัดเจน พี่สามไปดูด้วยตนเองดีกว่า”
ตอนนี้พี่ใหญ่กับพี่รองล้วนไม่ได้อยู่ที่ท่าเรือดอกท้อ เรื่องสำคัญเช่นนี้จึงเป็นหน้าที่ของซานซานโดยปริยาย
ยิ่งไปกว่านั้นซานซานก็เป็นคนที่คุ้นเคยกลับสถานที่แห่งนี้มากที่สุด
ซานซานพยักหน้า
“ไปกันเถอะ อย่ารอช้าเลย”
…
ทั้งสองคนเดินทางไปที่ด้านหน้าของม่านพลังแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
อวี๋จิ่วยืนกอดดาบไม้อยู่ในอ้อมอก พร้อมยืนรออยู่ตรงนั้น
เมื่อเห็นเงาร่างของทั้งสองคน เขาก็รีบสาวเท้าขึ้นมาด้านหน้า
“พี่สาม พี่ห้า”
ซานซานหันไปมองทางม่านพลังนั้น เขาก็รู้สึกตกใจมาก
“นี่มัน…”
เดิมทีม่านพลังนั้นจะโปร่งแสง แต่ตอนนี้มันกลับมีลำแสงส่องประกายเจิดจ้า
แสงดาวส่องประกายอยู่รวมกัน จนเกิดเป็นกระจกทรงกลมขนาดใหญ่!
ซานซานที่เห็นภาพเหตุการณ์ดังนั้นก็ตะลึงค้างแล้วจ้องกระจกบานนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
กระจกบานนั้นดูศักดิ์สิทธิ์มาก มีขนาดหนา แต่กลับสามารถฝังอยู่ในม่านพลังบางๆ ได้ ซึ่งดูแล้วมันก็น่าแปลกประหลาดจริงๆ
“นี่มันปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อใด?”
“เมื่อเช้าวันนี้” อู่เหยาพูด “หลังจากพบมันแล้วข้าก็เรียกให้อวี๋จิ่วมาเฝ้าที่นี่ ส่วนตัวข้าก็ไปตามพี่สามมา”
เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้มันผิดปกติ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารอช้า
ซานซานสาวเท้าไปด้านหน้า จากนั้นเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันเข้มข้นทันที แรงกดดันนั้นแผ่กระจายออกจากส่วนกลาง ไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย
เมื่อกวาดสายตามองอย่างละเอียดก็เห็นว่าความว่างเปล่าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงม่านพลังนั้นก็ได้รับผลกระทบจากกระจกบานนี้จนทำให้มิติบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย
ซานซานขมวดคิ้วขึ้น
“พี่สาม เราต้องรีบรายงานนายท่านหรือไม่?”
อวี๋จิ่วถามขึ้น
ซานซานพยักหน้า
“ต้องรายงานแน่นอน”
จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองทั้งสองคน แล้วรู้สึกลังเลขึ้นมา
“แต่…จะส่งใครไปดี?”
อู่เหยากับอวี๋จิ่วมองหน้ากัน
พวกเขาทั้งสองคนผลัดเวรกันเฝ้าม่านพลังนี้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องให้พวกเขาไปถึงจะเหมาะสมที่สุด
“ข้าไปก็แล้วกัน”
อู่เหยาครุ่นคิด จากนั้นก็พูดขึ้น
“แม้ข้าจะเพิ่งเคยเห็นสถานการณ์นี้เป็นครั้งแรก แต่ก็สามารถพูดให้นายท่านเข้าใจสถานการณ์ได้”
ภายในท่าเรือดอกท้อมีผู้แข็งแกร่งจำนวนมาก แต่นายท่านก็ให้ความสำคัญกับม่านพลังนี้มาก ดังนั้นนางจึงมอบความไว้วางใจให้สิบสามผู้พิทักษ์เยว่ดูแล
ตอนนี้ เฉินอีแล้วคนอื่นๆ ล้วนตามฉู่หลิวเยว่ไปที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์หมดแล้ว มีแค่พวกเขาไม่กี่คนที่เฝ้าท่าเรือดอกท้อ
ต่อให้คัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดไป แต่ก็ต้องมีคนเฝ้าม่านพลังอยู่ที่นี่ ดังนั้นซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก
ในตอนนั้นเอง บนยอดเขาไม่ไกลออกไปก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นไปมอง จากนั้นก็เห็นเงาร่างสูงโปร่งคนหนึ่งกำลังยืนอยู่บนยอดเขา
พลังสวรรค์และโลกที่อยู่โดยรอบกำลังถ่ายเทเข้าไปในร่างกายของเขา!
“นั่นมัน…น้องสิบสาม?”
อวี๋จิ่วถามขึ้นอย่างประหลาดใจ
“เขากำลังจะทะลวงด่านหรือ?”
“ใช่” อู่เหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย “ช่วงนี้เด็กคนนี้ออกมาตั้งแต่เช้ากลับค่ำอยู่เสมอ คิดไม่ถึงเลยว่าเขากำลังจะทะลวงด่านแล้ว?”
ซานซานถูฝ่ามือเจ้าเนื้อของตนเองไปมา
“ข้าจำได้ว่าน้องสิบสามกำลังจะทะลวงจอมยุทธ์ระดับเก้าใช่หรือไม่? หึๆ ครั้งที่แล้วเขาเพิ่งทะลวงด่านไปเองนี่นา? พรสวรรค์ของน้องสิบสามนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ ”
ตู้ม!
ขณะที่พูด ลมปราณอันทรงพลังก็แผ่กระจายออกจากร่างกายของสิบสาม!
เขากำลังจะก้าวเข้าสู่จอมยุทธ์ระดับเก้าแล้ว!
ซานซานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ไม่เลว! ข้าจะต้องกลับไปนำสมุนไพรชั้นยอดมาให้น้องสิบสามเพื่อทำให้พลังเกิดความเสถียรแล้ว!”
อวี๋จิ่วมองเขาครู่หนึ่ง
“ยากนักที่จะเห็นพี่สามใจกว้างเช่นนี้…”
ซานซานแค่นหัวเราะ
“พวกเจ้าจะมาเปรียบเทียบกับน้องสิบสามได้หรือ? เด็กคนนั้น…”
พรึ่บ!
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ซานซานก็พบว่า พลังแห่งสวรรค์และโลกที่อยู่รอบข้างถ่ายเทเข้าไปในร่างกายของน้องสิบสามด้วยความเร็วที่สูงขึ้น
พลังท่วมท้นทะลักทลาย ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่
เหมือนอู่เหยาตระหนักถึงอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาสว่างวาบ
“น้องสิบสามต้องการจะทะลวงด่านต่อเนื่อง?”
ตอนนี้เขาอยู่ในระดับจอมยุทธ์ขั้นเก้า หากทะลวงต่อไปก็จะเป็นเทพขั้นสูงแล้ว!
อวี๋จิ่วสาวเท้าขึ้นไปด้านหน้าสองก้าว จากนั้นก็พบว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ
อาณาเขตพลังเช่นนี้เป็นการทะลวงเข้าสู่ระดับเทพขั้นสูงจริงๆ !
“ให้ตายเถอะ จากระดับจอมยุทธ์ขั้นเก้าทะลวงไปเทพขั้นสูง แบบนี้มันเป็นการทะยานขึ้นฟ้าแล้ว! คิดถึงว่าเขาจะไม่ได้เตรียมตัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับทะลวงด่านขึ้นไปอย่างนั้น?”
อวี๋จิ่วมีใบหน้าอิจฉาและโมโห
“ข้าอิจฉาแล้ว”
ในตอนแรกเพื่อที่จะสัมผัสธรณีประตูของเทพขั้นสูง เขายังจำเป็นต้องใช้พลังจำนวนมาก อีกทั้งต้องสูญเสียกระบี่ไม้ไปไม่รู้กี่เล่มต่อกี่เล่ม
แต่เจ้าเด็กสิบสามนี่แค่ขยับเท้าก็สามารถทำสำเร็จแล้ว!
อู่เหยาเหลือบสายตามองทางซานซาน
“พี่สาม น้องสิบสามจะเลื่อนขั้นสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว นี่เรียกเขาว่าเด็กไม่ได้แล้วล่ะมั้ง?”
เด็กที่ไหนจะยอดเยี่ยมขนาดนี้!
ซานซาน “ข้าก็รู้สึกอิจฉาแล้ว”
เสียงทัณฑ์สวรรค์หนึ่งดังออกมาจากในหมู่เมฆ!
ทั้งสามคนยืนอยู่ที่เดิมอย่างอดทน พวกเขาตั้งใจรอให้น้องสิบสามทะลวงด่านเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยว่ากัน
ท้ายที่สุดแล้วด่านนี้ก็ไม่ใช่ด่านที่สามารถทะลวงได้อย่างง่ายดาย หากเขาสังเกตการณ์ด้วยตาตนเองก็จะสบายใจมากกว่า
แต่หลังจากนั้น พวกเขาก็พบว่ามีอันใดบางอย่างผิดปกติ
หลังจากที่เสียงทัณฑ์สวรรค์นั้นตกลงมาแล้ว มันก็ไม่มีการรวมตัวของทัณฑ์สวรรค์อีกเลย
“…นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”
อวี๋จิ่วขมวดคิ้ว
ในเมื่อน้องสิบสามตัดสินใจทะลวงด่านสู่ระดับเทพขั้นสูง เขาก็น่าจะมีความมั่นใจมากพอ
แต่ตอนนี้เขากลับไม่สามารถอัญเชิญทัณฑ์สวรรค์ออกมาได้สักสาย?
ทันใดนั้น ซานซานก็ตบเข่าดังฉาด
“ข้านึกออกแล้ว!”
ทั้งสามคนหันไปมองโดยพร้อมเพรียง
ซานซานขมวดคิ้วแล้วอธิบายว่า
“ช่วงนี้ผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ในท่าเรือดอกท้อก็เหมือนว่าจะไม่สามารถอัญเชิญทัณฑ์สวรรค์ออกมาได้เหมือนกัน! พวกเจ้าทั้งสองคนเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอด ดังนั้นอาจจะไม่รู้ข่าวนี้ แต่ข้าก็ได้ยินเรื่องนี้มาไม่น้อย ไม่เพียงแค่เทพขั้นสูง แม้กระทั่งคนที่เตรียมตัวจะทะลวงระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกัน ไม่ว่าพวกเขาจะใช้วิธีการใดก็ไม่สามารถอัญเชิญพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์ออกมาได้เลย ก่อนหน้านี้ข้ายุ่งอยู่ตลอด จึงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท”
ในตอนแรกซานซานไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจด้วยซ้ำ
แต่ดูจากสถานการณ์ของน้องสิบสามในตอนนี้ เหมือนว่าเรื่องนี้จะย่ำแย่กว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก!
“ไม่ได้ทั้งหมดเลยหรือ?” อู่เหยาและอวี๋จิ่วตกใจมาก พวกเขาสบสายตากัน “นี่มันเรื่องอันใดกันแน่? ต้องบอกก่อนว่า ถ้าไม่มีพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์เข้ามาช่วยหลอมก็จะไม่สามารถทะลวงด่านได้สำเร็จอย่างราบรื่น!”
แต่ต่อให้สามารถฝืนทะลวงด่านได้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องเหล่านั้นได้
ซานซานหันกลับไปมอง
“นี่มัน…”
ตึง!
เสียงของบางอย่างแตกกละเอียดและกระจายออกไปทั่วท้องฟ้าอย่างกะทันหัน!
………………..