ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2353 ข้าสบายดี
แม้เสินสื่อทั้งสองนางไม่อาจล่วงเกินได้ แต่คนต่ำต้อยที่ไม่มีสัญลักษณ์สายเลือดศักดิ์สิทธิ์นั่น นางยังสั่งสอนได้!
ยังไม่ทันเดินถึงหน้าประตู จู่ๆ นางก็รู้สึกได้ถึงอันใดบางอย่างจึงหยุดฝีเท้าลง
จากนั้นพื้นบริเวณตรงหน้านางก็สั่นไหว
เงาร่างที่สูงสง่าค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น
นางชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงจำได้ว่าผู้นั้นเป็นใคร ดวงตาของนางเปล่งประกายอย่างประหลาดใจจนเห็นได้ชัด
“เยี่ยน”
“เจ้าจะไปไหน?”
เสียงที่เย็นเยียบดังขึ้น
ซูจิ้งนิ่งค้างไปชั่วครู่ และพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า
“ข้า… ข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย…”
“เจ้าไม่ได้จะไปยอดเขาโอสถหรือ”
“เอ่อ…”
น้ำเสียงของฝั่งตรงข้ามฟังดูมั่นใจอย่างมาก
ซูจิ้งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป สายตาเป็นประกายเล็กน้อยพลางกล่าวขึ้น
“หากข้าไม่ไปยอดเขาโอสถ แล้วจะไปที่ใดกันเล่า?”
ร่างของชายตรงหน้าถูกซ่อนอยู่หลังความว่างเปล่าที่ผันผวน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน
อย่างใดก็ตามซูจิ้งกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาแหลมคมและเย็นเยือกจับจ้องมาที่นางอยู่
นางเกร็งไปทั้งตัว
ผ่านไปสักพัก นางจึงได้ยินเสียงของอีกฝ่ายพูดขึ้น
“ข้าหมายถึงในช่วงเวลาต่อจากนี้นอกจากพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์และยอดเขาโอสถ ทางที่ดีเจ้าควรอยู่เฉยๆ ไม่ควรไปที่ไหนทั้งสิ้น และยิ่งไม่ควรไปสร้างเรื่องยุ่งยากอันใดอีก”
หัวใจของซูจิ้งสั่นสะท้าน
คำพูดนี้…เหตุใดถึงฟังดูแปลกประหลาดเช่นนี้?
พูดว่าอันใดนะ ไม่ให้ไปสร้างเรื่องยุ่งยากอันใดอีก?
พูดเหมือนกับว่านางเป็นคนสร้างปัญหามาก่อนหน้าอย่างนั้น?
ซูจิ้งรู้สึกอัดอั้นในใจ แต่ก็ยังฝืนยิ้มตอบกลับไป
“ข้าทราบแล้ว”
เมื่อพูดจบ ขณะที่ชายผู้นั้นหันหลังและกำลังจะจากไป
“ช้าก่อน!”
ซูจิ้งรีบเรียกให้เขาหยุดลงทันที
ชายผู้นั้นหันกลับมาเพียงครึ่ง
“มีเรื่องอันใดอีก?”
ซูจิ้งเม้มริมฝีปาก และเอ่ยถามขึ้นด้วยความประหม่าเล็กน้อย
“ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ เพียงแค่ไม่ได้เจอท่านมานาน เพียงอยากถามไถ่…ช่วงนี้ท่านเป็นอย่างใดบ้าง”
เมื่อเอ่ยถามเช่นนี้ออกมา ซูจิ้งรู้สึกว่าใบหน้าของตนเริ่มร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย
คำถามเช่นนี้ฟังดูค่อนข้างประหลาด…
“ช่วงนี้… ข้าสบายดี”
นึกไม่ถึงเลยว่าชายคนนั้นจะตอบกลับมา
ซูจิ้งตกใจไปชั่วครู่
ปกติแล้วเขาจะไม่พูดอันใดเลยแม้แต่ครึ่งคำ แต่ครั้งนี้กลับ…
ขณะที่ซูจิ้งกำลังจะพูดต่อ แต่ความว่างเปล่าที่สั่นไหวทำให้ชายคนนั้นจากไป
เมื่อพลันเห็นความว่างเปล่าตรงหน้า ในใจของซูจิ้งก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย
แต่เมื่อนึกถึงคำที่เขาตอบกลับมาเมื่อครู่ ความรู้สึกดีใจก็เบ่งบานขึ้นในใจทันที
ระหว่างใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ ซูจิ้งจึงค่อยๆ ขจัดความคิดที่พลุ่งพล่านในใจให้สงบลง และเริ่มพิจารณาถึงคำพูดที่เขาพูดก่อนหน้านี้
“อย่า…สร้างปัญหาอีก อยู่แต่ในยอดเขาโอสถและตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น?”
เขามาที่นี่ในวันนี้ เพื่อบอกสิ่งเหล่านี้กับนางอย่างนั้นหรือ
หรือว่า…เพื่อเตือนนาง อย่าทำอันใดบุ่มบ่าม?
ซูจิ้งสับสนขึ้นในใจ
ในด้านหนึ่งนางอยากไปเอาคืนเสี่ยวปาที่ตบนางเมื่อวันก่อน
แต่ในอีกด้านหนึ่งการมาถึงอย่างกะทันหันของชายผู้นี้ก็ทําให้นางสับสนเช่นกัน
คิดไปคิดมา สุดท้ายนางตัดสินใจเก็บความคิดเรื่องเสี่ยวปาไว้ก่อน
จู่ๆ ชายผู้นั้นก็พูดออกมาเช่นนี้ ต้องมีความหมายลึกซึ้งเป็นแน่ ไม่ว่าจะพิจารณาจากมุมไหน การรอดูสถานการณ์ไปก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ในที่สุดนางก็เปลี่ยนทิศทางไปทันที
…
ภายในลานเงียบสงบ
ทันใดนั้นเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากห้องหนึ่ง
ปัง!
เสียงระเบิดที่ดังขึ้นนี้ทำให้หัวซวงซวงตกใจจนวิ่งผลักประตูออกมาทันที
“เกิดอันใดขึ้น เกิดอันใดขึ้น? ทำอันใดกันเนี่ยะ?”
เมื่อได้กลิ่นไหม้ลอยมา เขาก็ตะโกนออกไปทันที
“พี่รอง! ข้ายุ่งอยู่ในห้องตลอดเลยนะ! ตาไหนของท่านที่เห็นว่าข้าก่อเรื่องกัน!?”
นางจับประตูไว้ เท้าทั้งสองยังสวมรองเท้าอย่างลวกๆ และยังมีรอยสีแดงชาดติดอยู่บนมือของนาง
ทำให้เสี่ยวปาโมโหอย่างมาก
เดิมทีนางกำลังทาสีเล็บอย่างตั้งใจ จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น!
นางตกใจจนมือสั่น ขวดน้ำหอมที่สกัดจากน้ำค้างดอกไม้อย่างยากลำบากก็หกออกจนหมด!
นางจะขอความเป็นธรรมจากใครได้?
หัวซวงซวงเอามือกุมขมับ
“ไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใคร!”
“ชะชะ…ชะ…ใช่…เป็นข้า!”
ประตูห้องข้างๆ เปิดออกอย่างกะทันหัน มีควันดำหนาทึบพวยพุ่งออกมาพร้อมกับร่างที่ดูทุลักทุเลวิ่งออกมาพลางกระแอมไอ
ดวงตาคู่สวยของเสี่ยวปาแผ่ความโกรธออกมา
“เจี่ยน เฟิง ฉือ! เจ้าต้องชดใช้ค่าน้ำค้างดอกไม้ให้ข้า!”
เจี่ยนเฟิงฉือมาถึงลานอย่างยากลำบากและทรุดตัวลงตรงม้านั่งหินในทันที ทำให้เขาพอได้พักหายใจ
“รอ… รอให้ข้าฟื้นตัวก่อน…”
หัวซวงซวงเหลือบตามองเขาพลางพูดขึ้น
“เจี่ยนเฟิงฉือ นี่เจ้ากำลังหลอมโอสถหรือจุดไฟเผาบ้านกันแน่!?”
บ้านเกือบจะถูกเผาไปแล้ว!
ใบหน้าของเจียนเฟิงฉือมีรอยดำกระด่าง ไม่เหลือเค้ารูปงามสง่าในวันวานอยู่เลย
“แค่ก แค่ก…ข้า ข้า ตอนหลอมโอสถ…รีบร้อนไปหน่อย…เกือบจะสำเร็จแล้วเชียว!”
อีกนิดเดียว แค่อีกนิดเดียวเท่านั้น!
“ครั้งต่อไป ครั้งต่อไปต้องสำเร็จอย่างแน่นอน!”
เมื่อเยี่ยนชิงกลับมาถึง จึงเห็นภาพเหตุการณ์นี้เข้าพอดี
เขากวาดตามองรอบๆ อย่างรวดเร็ว และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที
เมื่อสายตาหยุดลงที่เสี่ยวปา คิ้วเรียวงามดั่งกระบี่ของเขาขมวดขึ้นเล็กน้อย
เสี่ยวปากำลังกลุ้มใจกับสภาพตนเองที่ไม่สามารถทำอันใดได้ แต่เมื่อเห็นเยี่ยนชิง นางกลับมีชีวิตชีวาขึ้นทันที
“พี่เยี่ยนชิง! รีบลากเจี่ยนเฟิงฉือออกไป! จนกว่าจะหลอมโอสถระดับปรมาจารย์เซียนหมอสำเร็จ ห้ามให้เขากลับมาอีกเด็ดขาด!”
เจี่ยนเฟิงฉือรู้สึกไม่สบายใจ จึงรีบหันไปมองเยี่ยนชิงทันที
“พี่เยี่ยนชิง! อย่าไปฟังนาง!”
เยี่ยนชิงชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง
เสี่ยวปาเบิกตากว้างพลางพูดขึ้น
“เจี่ยนเฟิงฉือ! เจ้ายังมีความละอายอยู่หรือไม่!”
เจี่ยนเฟิงฉือพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ก็แค่เรียกพี่ชายเท่านั้นเอง ข้าก็ทำได้เช่นกัน!”
“ถุย!”
เสี่ยวปาโกรธก้มลงหยิบรองเท้าแล้วขว้างออกไป
แม้เจี่ยนเฟิงฉือจะหลอมโอสถล้มเหลว แต่ปฏิกิริยายังคงว่องไวอยู่ ทันทีที่นางขว้างรองเท้าออกมา เขาก็เอนตัวหลบได้ทัน
จากนั้น…รองเท้าคู่นั้นก็ลอยตรงไปหาเยี่ยนชิงแทน
ตุบ!
เสียงดังขึ้น
เยี่ยนชิงยกมือขึ้นรับรองเท้าไว้ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ในลานบ้านตกอยู่ในความเงียบสงัดขึ้นทันที