ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2354 ไม่รออีกต่อไปแล้ว
เสี่ยวปามีเสน่ห์และรูปโฉมงดงาม นางพิถีพิถันในการเลือกของใช้ของกินที่ดีที่สุดอยู่เสมอ
แม้แต่รองเท้าของนางก็เช่นกัน จะต้องประณีตและสวยงามที่สุด
บนรองเท้ามีลวดลายที่นางวาดเองกับมือ และยังประดับด้วยไข่มุกหยกสีสันสดใสและแผ่นหยกจำนวนมากมาย
เมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบ มันเปล่งประกายวาววับ เมื่อเคลื่อนไหวไปตามลมก็จะมีเสียงกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นเบาๆ
ทว่าขณะนี้รองเท้าคู่นั้นกลับไปตกอยู่บนยอดเขาน้ำแข็ง
หัวซวงซวงเบนสายตาไปทางอื่นอย่างเงียบๆ
ภาพนี้งดงามเกินไปจนเขาไม่กล้ามอง
“แค่ก ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ พวกเจ้าทำธุระของพวกเจ้าต่อเถอะ”
ขณะที่พูด เขาก็เคลื่อนตัวอย่างว่องไวกลับเข้าไปในห้อง “ปัง” เสียงประตูปิดลง
เจี่ยนเฟิงฉือจึงลากตัวเองกลับไปอย่างเกร็งๆ
“เช่นนั้น…ข้าจะกลับไปทำความสะอาดห้องก่อน…พวกเจ้าคุยกันต่อเถอะ…”
เดินได้เพียงก้าวเดียว ลมเย็นยะเยือกก็พัดมาปะทะทันที!
ฉับ!
ดาบยาวอันแหลมคมที่สว่างวาบราวกับหิมะ ได้มาขวางอยู่ตรงหน้าเขา!
เขาค่อยๆ หันหน้ามองไปทางเยี่ยนชิงและพูดขึ้น
“พี่เยี่ยนชิง…”
“หากไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ข้าช่วยเจ้าได้นะ”
เยี่ยนชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง!
เจี่ยนเฟิงฉือยกมือขึ้นปิดปากในทันทีและพูดขึ้น
เกือบไปแล้ว! กระบี่เล่มนั้นเกือบจะตัดศีรษะอันหล่อเหลาของเขาเสียแล้ว!
แม้ว่าเขาจะก่อเรื่องวุ่นวายกับฝั่งสิบสามผู้พิทักษ์เยว่มาตลอด แต่เยี่ยนชิงเป็นคนของหรงซิว ซึ่งเขาไม่กล้าล่วงเกินเป็นอันขาด
เพราะเป็นเขาผู้นี้จึงกล้าลงมืออย่างแน่นอน!
สัญชาตญาณเอาตัวรอดอันแรงกล้าทำให้เจี่ยนเฟิงฉือต้องเดินทวนลมกลับไปทางที่ที่ควันหนาทึบปกคลุมอีกครั้ง
เมื่อเทียบกับการถูกเยี่ยนชิงตัดหัว เขายอมถูกรมควันจนตายเสียดีกว่า
ร่างของเขาหายเข้าไปในกลุ่มควันดำในทันที ได้ยินเพียงสียงกระแอมไอดังมาเป็นครั้งคราว
ภายในลานบ้านจึงเหลือเพียงเยี่ยนชิงกับเสี่ยวปาสองคน
เมื่อสบตากับเยี่ยนชิง เสี่ยวปาก็เขินอายขึ้นมาเล็กน้อย
นางซ่อนเท้าที่เปลือยเปล่าไว้ด้านหลัง พลางส่งเสียงกระแอมไอขึ้น
“ใต้เท้าเยี่ยนชิง ท่าน…ท่านช่วยคืนรองเท้าให้ข้าได้หรือไม่”
ถ้าเป็นรองเท้าธรรมดาทั่วไป นางคงโยนทิ้งอย่างไม่สนใจไปแล้ว
แต่รองเท้าคู่นี้นางชอบมันอย่างมาก!
ของล้ำค่าที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจไปขนาดนี้ จะให้ทิ้งง่ายๆ ไปได้อย่างไร
เยี่ยนชิงเดินตรงมาหานาง
เสี่ยวปารู้สึกประหม่าขึ้นทันที
เยี่ยนชิงคงไม่ได้ตั้งใจจะลงมือใช่หรือไม่? ใครถูกขว้างรองเท้าใส่เช่นนี้จะไม่โกรธบ้างล่ะ?
แต่นางไม่ได้ตั้งใจ หากพูดกันดีๆ ก็น่าจะไม่มีปัญหาอันใดหรอกกระมัง?
ขณะที่เสี่ยวปากำลังคิดวนไปวนมา เยี่ยนชิงก็เดินมาถึงหน้าประตู
เขามาพร้อมกับกลิ่นอายอันเย็นเยียบ และยังถือกระบี่เล่มหนึ่งไว้ในมือ
ส่วนมืออีกข้างถือรองเท้าที่สวยงามประณีตไว้ ดูช่างขัดตายิ่งนัก
เสี่ยวปาจับประตูไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว นางแอบมองเยี่ยนชิงอย่างระแวดระวัง หวังจะสังเกตเห็นสีหน้าของเขาสักเล็กน้อย
จากนั้น…
เยี่ยนชิงจึงส่งรองเท้าให้นาง
แต่เสี่ยวปาไม่รับ
นางยื่นมือออกไปอย่างน่าสงสารพลางพูดว่า
“มือข้าเปื้อนอยู่ จับรองเท้าไม่ได้หรอก มันจะเปื้อนเอาได้ง่ายๆ”
เยี่ยนชิงก้มมองพลางกวาดตาผ่านมืออ่อนนุ่มและเรียวบางของนาง
นิ้วมือขาวผ่องราวหยก ที่เลอะคราบสีแดงสดอยู่จริงๆ ในตอนนี้
เขาหยุดชะงักไปและคุกเข่าลง
“เยี่ยนชิง…”
ขณะที่เสี่ยวปากำลังสงสัยอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเขาพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า
“ยื่นเท้ามา”
เสี่ยวปาชะงักไปครู่หนึ่ง และยื่นเท้าเปล่าออกไปโดยไม่รู้ตัว
จากนั้นมืออันอบอุ่นของเขาก็คว้าข้อเท้านางไว้
ปฏิกิริยาแรกของเสี่ยวปาคือจะดึงเท้ากลับ แต่แรงของเยี่ยนชิงมากเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้
นางขยับเท้าไปมาสองสามครั้ง แต่ก็ไร้ผล
“อย่าขยับ”
เยี่ยนชิงพูดเสียงเข้ม
เสี่ยวปาหยุดนิ่งไม่กล้าขยับในทันที นางก้มมองลงไปแวบหนึ่ง
เยี่ยนชิงกำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้านาง เพื่อ…ใส่รองเท้าให้นาง
นางกะพริบตาปริบๆ ไม่รู้เพราะเหตุใดแต่ใบหน้ากลับรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา
รองเท้าของนางใส่ง่ายอย่างมาก ทำให้เยี่ยนชิงสวมให้นางได้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืน
เยี่ยนชิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย
“ขออภัยที่ล่วงเกิน”
เสี่ยวปารีบโบกมือทันทีพลางพูดขึ้น
“ไม่ ไม่เป็นไร ข้าต้องขอบคุณเจ้ามากกว่า”
เยี่ยนชิงพยักหน้าเบาๆ สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งและเย็นชาเหมือนเคยโดยไม่ได้พูดอันใดสักคำ ก่อนจะหันหลังจากไป
เสี่ยวปามองตามแผ่นหลังของเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงปิดประตูลง
นางหันหลังพิงประตู และเอามือกุมหน้าอกไว้ พลางสูดหายใจเข้าอย่างช้าๆ
อีกด้านหนึ่ง เยี่ยนชิงเดินไปตามระเบียบ เมื่อพ้นมุมระเบียงเขาก็หยุดชะงักทันที
เขาหลับตาลง พลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก
…
ณ ชั้นสองของร้านเจินเป่าเก๋อ
ด้านหน้าของฉู่หลิวเยว่ แสงรัศมีเคลื่อนวนไปมา
นางจ้องมองอย่างตั้งมั่น รวบรวมสมาธิและค่อยๆ วาดเส้นสุดท้ายจนสำเร็จ
“หึ่ง”
ค่ายกลสุดท้ายบน ‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ ถูกนางคัดลอกจนสำเร็จในที่สุด!
เมื่อมองดูค่ายกลตรงหน้าที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ นางก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจขึ้นที่มุมปาก
“ในที่สุดก็สิ้นสุดเสียที…”
ช่วงเวลานี้นางอยู่ที่นี่ตลอดโดยไม่หลับไม่นอน สุดท้ายนางก็ทำทุกอย่างจนสำเร็จ!
นางพักสายตาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเก็บ ‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ และหนังสือที่คัดลอกไว้สองเล่มเก็บใส่กล่อง จากนั้นจึงลุกขึ้น
เมื่อเปิดประตูออกมาก็เห็นหมิงซูรออยู่หน้าประตู
“ฮูหยิน ในที่สุดท่านก็ออกมาแล้ว!”
ในตอนแรกเขาเพียงแวะมาดูเป็นครั้งคราว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างในมากขึ้น จึงเลือกที่จะรอคอยอยู่ที่นี่มาโดยตลอด
สุดท้าย…การรอคอยก็มาถึง!
เมื่อเห็นสีหน้าของหมิงซูที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ ฉู่หลิวเยว่ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนจะยื่นกล่องในมือส่งให้เขา
“ข้าบอกใต้เท้าหมิงซูแล้วว่าไม่จำเป็นต้องรออยู่ที่นี่ เมื่อคัดลอกเสร็จ ข้าจะออกมาเอง”
หมิงซูรีบรับกล่องมาไว้ในมือ เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่หลิวเยว่ เขาก็พึ่งได้สติกลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและพูดขึ้น
“ท่าน ท่านทำทั้งหมดจริงๆ …”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มขึ้น
“ใต้เท้าหมิงซูลองตรวจสอบเองก็จะรู้”
หมิงซูฝืนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือสั่นเทาขณะเปิดกล่อง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในตัวฉู่หลิวเยว่ แต่เรื่องนี้มัน… น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
หมิงซูหยิบหนังสือสองเล่มที่ฉู่หลิวเยว่คัดลอกออกมาเปิดอ่านอย่างละเอียด
ทุกครั้งที่เขาพลิกหน้าหนังสือ ความตกใจก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อยู่ในใจของเขา จนเมื่อพลิกมาถึงหน้าสุดท้าย ก็ยิ่งเต็มไปด้วยความตกตะลึงจนไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้เป็นเวลานาน
ทั้งหมด…
คาดไม่ถึงเลยว่านางจะคัดลอกทั้งหมดได้จริงๆ!
“นี่ใช้เวลานานเท่าไร!”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเบาๆ และพูดขึ้น
“ใต้เท้าหมิงซู หากไม่มีปัญหาอันใด ข้าขอตัวก่อนนะ”
หมิงซูรีบหลีกทางให้นาง และพูดขึ้นอีกว่า
ฮูหยินใช้พลังไปมากเช่นนี้ ท่านควรกลับไปพักก่อนเถิด”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มบางๆ พล่างส่ายหน้า
“ใต้เท้าหมิงซูเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้ตั้งใจจะกลับไปพัก”
“เช่นนั้นท่าน…”
“ข้าจะไปเส้นทางแห่งดวงดาว”
เพียงคำง่ายๆ ไม่กี่คำ ทำให้หัวใจของหมิงซูสั่นไหวอย่างรุนแรง!
“ท่านจะเดินข้ามเส้นทางแห่งดวงดาว เพื่อเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เลยหรือ”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มน้อยๆ พลางพยักหน้า
“ใช่”
ก่อนหน้านี้นางรอคอยมานานเกินไป ตอนนี้นางไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว
………………..