ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2355 ข้ามผ่านธาราแห่งดวงดาว
ตอนที่ 2355 ข้ามผ่านธาราแห่งดวงดาว
………………..
หมิงซูเต็มไปด้วยความประหลาดใจ จนไม่รู้จะพูดอันใดต่อไปดี
“แต่…แต่ว่าตอนนี้ท่านเพิ่งจะเสร็จธุระจากเรื่องพวกนี้ ในเวลานี้ควรจะต้องพักฟื้นร่างกาย…”
แม้จะต้องไปเส้นทางแห่งดวงดาว ก็พักฟื้นร่างกายให้ดีขึ้นเสียก่อนแล้วค่อยไปไม่ดีกว่าหรือ?
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มลึกที่มุมปากขึ้นเล็กน้อย
“เช่นนั้นคงไม่จะเป็น ข้ากำลังจะไปตอนนี้เลย”
ในด้านหนึ่งนางเพิ่งคัดลอกค่ายกลทั้งหมดเสร็จสิ้นและทำความเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
อีกด้านหนึ่ง นางไม่รู้ว่าเหตุใดหลังจากที่ได้ดูค่ายกลสุดท้ายแล้วนั้น แทบไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลย แต่กลับมีพลังมากขึ้นเสียอีก
ในตอนแรกนางไม่ได้คิดจะไปในทันที แต่ตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะราบรื่นกว่าที่คาดไว้ เช่นนั้น การตีเหล็กในขณะที่ยังร้อนอยู่ก็ไม่เลวนัก
เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ หมิงซูจึงไม่กล้าคัดค้านอันใดอีก พลางพูดขึ้นว่า
“ท่านโปรดรอก่อน ข้าจะไปกับท่านด้วย!”
เมื่อพูดเช่นนั้น เขาก็รีบนำกล่องกลับเข้าไปในห้อง แล้วเดินกลับออกมา
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ใต้เท้าหมิงซู ไม่ต้องลำบากขนาดนี้…”
หมิงซูอธิบายว่า
“ฮูหยิน ในเมื่อท่านสามารถคัดลอกค่ายกลทั้งหมดจากบนนั้นได้แล้ว ข้าคาดว่าท่านคงจะข้ามเส้นทางแห่งดวงดาวนี้ได้สำเร็จอย่างราบรื่นเป็นแน่ ท่านต้องรู้ไว้ว่า หลังจากเสินสื่อลำดับที่เจ็ดแล้ว ก็ไม่มีใครทำเช่นนี้ได้อีกเลย!”
แน่นอนว่าเขาจึงอยากไปเห็นด้วยตาตัวเอง
อีกอย่างคนคนนี้ก็คือฮูหยินเชียวนะ!
ฉู่หลิวเยว่คิดไปคิดมาจึงเห็นด้วยกับเขา
“ใต้เท้าหมิงซู เชิญ…”
…
เมื่อฉู่หลิวเยว่กับหมิงซูมาถึงเส้นทางแห่งดวงดาว ที่นี่กลับไม่มีใครเลย บรรยากาศเงียบสงัดอย่างมาก
หมิงซูอธิบายต่อว่า
“ตั้งแต่ที่มู่หยาเฟิงถูกจับได้ว่าโกง ทุกคนก็ระมัดระวังตัวกันมากขึ้น”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
นางเดินมาถึงตำแหน่งที่เคยหยุดไว้ครั้งก่อนและมองไปข้างหน้า
เส้นทางแห่งดวงดาวทอดยาว ส่องแสงระยิบระยับ
ค่ายกลที่เหลืออยู่นั้นคือการมีอยู่ที่ซับซ้อนที่สุดบนเส้นทางแห่งดวงดาวนี้
แต่สำหรับนาง…กลับเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในหัวมานานแล้ว
นางกลั้นลมหายใจรวบรวมสมาธิ พลางค่อยๆ ประสานมือขึ้น
ทันใดนั้นแสงสว่างหลายสายพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของนางผสานซ้อนกันกลางอากาศ!
“รวดเร็วยิ่งนัก!”
หมิงซูอุทานด้วยความตกใจ
นี่มันค่ายกลระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่!
แต่นางกลับใช้มันได้อย่างง่ายดายและลื่นไหลขนาดนี้เชียว!
ไม่…ไม่แปลกใจเลยที่นางสามารถคัดลอก ‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ ทั้งเล่มจนสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น
คาดว่าแต่ละค่ายกลที่อยู่บนนั้น นางคงทำความเข้าใจมันอย่างทะลุปรุโปร่งหมดแล้วสินะ?
ในไม่ช้าแสงสว่างสายหนึ่ง พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือศีรษะของนางและระเบิดออกอย่างฉับพลัน!
ปัง!
เสียงระเบิดนั้นแผ่ขยายออกไปไกลในทันที!
ในเวลาเดียวกัน ผู้คนจำนวนไม่น้อยในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ต่างรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวทางด้านนี้
“มีคนกำลังข้ามเส้นทางแห่งดวงดาว?”
“ใครกัน? เหตุใดถึงเลือกเวลานี้?”
ค่ายกลระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่
ปัง!
หลายคนยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็เห็นค่ายกลที่สองระเบิดออกกลางอากาศขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง!
ครั้งนี้ทุกคนต่างพากันตื่นตกใจ
“ความเร็วนี้ยังเร็วกว่ามู่หยาเฟิงเสียอีก!”
“อย่าพูดถึงมู่หยาเฟิงเลย อย่างใดนางก็โกง!
“ก็เพราะอย่างนี้ข้าถึงได้ตกใจน่ะสิ! ในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์นี้ยังมีใครที่มีพรสวรรค์สูงกว่ามู่หยาเฟิงอีกหรือ”
“เดี๋ยวก่อน…ข้าว่าเหตุใดนางดูคุ้นๆ นักล่ะ? เหมือนจะ…เหมือนจะเป็นซั่งกวนเยว่?”
หินหนึ่งก้อนก่อเกิดระลอกคลื่นนับพัน
ทุกคนต่างรู้ดีว่าผลงานของฉู่หลิวเยว่บนเส้นทางดวงดาวก่อนหน้านี้ยอดเยี่ยมกว่ามู่หยาเฟิงอย่างแท้จริง
แต่สถานการณ์ในตอนนี้ดูจะเกินจริงไปหน่อย
“ข้าจำได้ว่าหลังจากนางก้าวเข้าสู่ระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ นางก็หยุดลง เหตุใดตอนนี้ถึงกลับมาเริ่มใหม่อีก? และรวดเร็วขนาดนี้…คงไม่ได้ใช้วิธีการอันใดเหมือนกับมู่หยาเฟิงหรอกนะ?”
“โอ้ว…ไม่น่าเป็นไปได้หรอก? มู่หยาเฟิงและเสินสื่อลำดับที่เจ็ดเพิ่งถูกลงโทษเรื่องนี้ไป นางจะกล้าทำผิดอีกได้อย่างใด? อีกอย่างคงไม่มีใครช่วยนางได้หรอก?”
“ไปดูกัน!”
…
เมื่อเซียวหรานได้ยินเสียงนี้เข้า ยังไม่ทันได้คิดอันใด เขาก็รีบวิ่งไปที่นั่นในทันที
ทุกสายตาต่างจ้องมองฉู่หลิวเยว่
ปัง!
อีกหนึ่งค่ายกลพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างเจิดจ้า
ผู้คนที่มาถึงต่างตกอยู่ในความเงียบงัน มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความสับสนมึนงง
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดตรงหน้าพวกเขาเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ จนไม่รู้ว่าจะเอ่ยคำใดออกมาดี
แต่สำหรับฉู่หลิวเยว่กลับไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เลย
ใบหน้าของนางสงบนิ่งและมุ่งมั่น ที่ใต้เท้าของนาง ค่ายกลส่องสว่างขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแสงเจิดจ้าในดวงตาของนาง
เมื่อมองบนเส้นทางแห่งดวงดาวที่ทอดยาวออกไปไกล แสงสว่างระยิบระยับ
และแม่นางที่สวมชุดแดงนั้น ราวกับข้ามผ่านธาราแห่งดวงดาว และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ!
…
ณ ประตูสวรรค์
อู่เหยาพาแม่นางทั้งสองมาถึงที่นี่
ขณะที่ยืนอยู่หน้าประตู อู่เหยามองไปที่ประตูสวรรค์พลางขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
แม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองต่างมองหน้ากัน
“พี่ห้า ประตูสวรรค์นี้มีปัญหาอันใดหรือ”
อู่เหยาลูบคาง พลางพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“ข้าคิดว่ามี”
แม่นางสิบสองเอ่ยถามเสียงเล็กขึ้นว่า
“พี่ห้า มันมีปัญหาอันใดหรือ”
อู่เหยากล่าวอย่างจริงจังว่า
“ประตูสวรรค์นี้…ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำความสะอาดมานานแล้ว”
แม่นางทั้งสองคน “…”
นี่ถือว่าเป็นปัญหา?
อู่เหยาประสานมือทั้งสอง
ไม่รู้เพราะเหตุใด เขารู้สึกว่าประตูนี้มีบางอย่างผิดแปลกไป
“พวกเจ้าลองดูสิ ประตูเปิดอยู่ในมุมที่ไม่ถูกต้อง”
แม่นางสิบเอ็ดเงียบไปชั่วครู่และพูดขึ้น
“พี่ห้า ถ้าพี่ไม่เข้าไป พวกเราจะเข้าไปก่อนแล้วกัน”
อู่เหยากระแอมไอออกมาเล็กน้อยและรีบพูดว่า
“อย่า อย่านะ! เราเข้าไปด้วย ด้วยกันเถอะ!”
………………..