ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2368 ลองเข้าไปดู
“นายท่าน เหตุใดนายท่านออกมาเร็วเช่นนี้!”
เสี่ยวปาเอ่ยถามอย่างสงสัย
เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะต้องรอนานกว่านี้
ฉู่หลิวเยว่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า
“ข้าเข้าไปหาที่พัก และได้พบกับท่านซูและถวนจื่อจากนั้นก็ออกมา”
“ถวนจื่อก็อยู่? นางสบายดีหรือไม่?”
“อืม”
ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้พูดอันใดมาก นางก้าวไปข้างหน้าพลางบีบแก้มของแม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองเบาๆ
“ไม่ได้เจอกันนาน ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสองก็กลายเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ในช่วงหลายปีที่ข้าไม่อยู่ พวกเจ้าคงลำบากไม่น้อย”
แม่นางน้อยทั้งสองต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก ไม่รู้ว่าพวกนางผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างใด
บัดนี้พวกนางทะลวงไปถึงระดับเทพขั้นสูงแล้ว
สีหน้าที่นิ่งเฉยตลอดมาของแม่นางสิบเอ็ด ก็แสดงความคิดถึงขึ้นมาบางส่วนที่ยากจะได้เห็นนัก
“ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ”
แม่นางสิบสองน้ำตาคลอ มือจับแขนเสื้อของฉู่หลิวเยว่พลางพูดสะอื้นว่า
“พวกข้าไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ นายท่านต่างหากที่ลำบากที่สุด”
แม้ว่าพวกนางจะอยู่ข้างนอกมาโดยตลอด แต่ก็ได้ยินข่าวมากมายเกี่ยวกับฉู่หลิวเยว่ และรู้ดีว่านางต้องผ่านอันใดมาบ้างกว่าจะเดินมาถึงจุดนี้
“พี่ใหญ่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ไม่เคยปล่อยให้เราต้องลำบากเลยเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินแม่นางสิบสองพูดเช่นนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็รู้สึกเบาใจขึ้นไม่น้อย
ในเรื่องนี้เฉินอีทำได้ดีมาก ดูแลทุกอย่างได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
เรื่องราวที่ท่าเรือดอกท้อก็ต้องกลับไปอธิบายอย่างละเอียดเช่นกัน
อู่เหยาพยักหน้าเบาๆ โดยไม่ทันได้สังเกตเห็น
ในขณะนั้นหมิงซูก็เดินเข้ามาพร้อมยกมือขึ้นคำนับ สีหน้าดีใจพลางกล่าวว่า
“ฮูหยิน ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีกับท่านเลย!”
ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉู่หลิวเยว่เดินผ่านเส้นทางแห่งดวงดาวและเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ เป็นเพราะเขาตกตะลึงจนเกินไปจึงไม่ทันได้พูดอันใด ทำได้เพียงยืนส่งนางเข้าไปเท่านั้น
ตอนนี้เมื่อเห็นนางออกมาแล้วจึงไม่พลาดที่จะเข้ามาแสดงความยินดีอย่างจริงจัง
ฉู่หลิวเยว่เผยรอยยิ้มบางๆ
“จะว่าไปแล้วข้าต้องขอบคุณร้านเจินเป่าเก๋อเป็นอย่างมาก”
‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ ช่วยให้ความคิดของนางกระจ่างชัดขึ้น และยังมอบเหตุผลอันเหมาะสมนี้ให้นาง
ไม่ว่าจะมีใครสงสัยอย่างใด นางเพียงแค่แสดง‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ นี้ออกมาก็เพียงพอแล้ว
หมิงซูรีบโบกมือพลางกล่าวขึ้นในทันที
“มิกล้า มิกล้า! ที่ท่านสำเร็จได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะความสามารถของท่านเอง! พวกเราร้านเจินเป่าเก๋อก็รู้สึกเป็นเกียรติไปด้วย ยินดีกับท่านจริงๆ! ฮ่าๆ !”
คำพูดนี้เป็นความจริงใจจากหมิงซูโดยแท้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีผู้อื่นได้อ่าน ‘ภาพทมิฬสิ้นอัคคี’ แต่ในท้ายที่สุดคนที่สามารถเข้าใจค่ายกลบนเส้นทางแห่งดวงดาวทั้งหมดและเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้มีเพียงฉู่หลิวเยว่เท่านั้น
เช่นนี้ยังไม่พอจะพิสูจน์อันใดอีกหรือ
ฉู่หลิวเยว่ยกคิ้วเล็กน้อยและยิ้มพลางกล่าวว่า
“ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเถ้าแก่ใหญ่และเถ้าแก่รอง เมื่อใดที่เถ้าแก่รองอาการดีขึ้น ข้าจะไปเยี่ยมด้วยตัวเองแน่นอน”
สถานะของเถ้าแก่ใหญ่ คาดว่านางคงไม่มีโอกาสได้พบ
รอยยิ้มของหมิงซูแข็งค้างไปทันที ในใจพลางรู้สึกลำบากใจ
เหตุใดฮูหยินยังไม่ลืมเรื่องนี้อีก?
“เช่น…เช่นนั้นข้าจะกลับไปบอกเรื่องนี้กับเถ้าแก่รองให้ดีๆ…”
“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านหมิงซูแล้ว”
เมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการ ฉู่หลิวเยว่รู้สึกพึงพอใจและพาคนของนางออกไปทันที
…
คนกลุ่มนั้นเดินจากไปอย่างสง่างาม ปล่อยให้ผู้คนที่ยังอยู่ต่างมองหน้ากันอย่างงุนงง
แค่ แค่นี้ก็ไปแล้ว?
เหตุใดตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าของฉู่หลิวเยว่ยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม?
นางเดินผ่านเส้นทางแห่งดวงดาวและเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แล้วนะ!
หากเป็นคนอื่นที่อยู่ที่นี่ คงจะตื่นเต้นดีใจจนแทบเก็บไว้ไม่อยู่เป็นแน่
ทว่านางกลับเป็นเช่นนี้…
ไม่ว่าอย่างใดดูเหมือนว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่นางสมควรได้รับอยู่แล้ว
นางอาจคาดการณ์ไว้นานแล้วหรือมั่นใจแต่แรกว่าตนจะสามารถมาถึงจุดนี้และได้รับทั้งหมดนี้อย่างแน่นอน!
ทว่านาง…เป็นเพียงผู้ที่มาจากอาณาจักรเสิ่นซวี่ซึ่งไม่มีแม้แต่สัญลักษณ์แห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์
ในช่วงเวลาอันยาวนานนับหมื่นปี นอกจากเสินสื่อลำดับที่เจ็ดจิ้นอวิ๋นไหล ก็มีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถผ่านเส้นทางแห่งดวงดาวเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้
แม้พวกเขาต่างตื่นเต้นกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน แต่กลับมีเพียงนางที่เยียบเย็นและสงบนิ่งจนเกินคาด
เมื่อเทียบกับนางแล้ว ปฏิกิริยาของพวกเขากลับดูจะเกินไปเสียด้วยซ้ำ
ผู้คนมากมายต่างเงียบเสียงลง
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในกลุ่มคน
ตอนนี้พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า กฎเกณฑ์และข้อจำกัดทั้งหลายดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับฉู่หลิวเยว่
ทุกสิ่งที่เรียกว่าอุปสรรคและความเป็นไปไม่ได้ กลับกลายเป็นเรื่องน่าขันสำหรับนาง!
เช่นนั้นต่อไปใครจะกล้าพูดว่านางทำไม่ได้?
…
ฉู่หลิวเยว่เดินกลับไปพร้อมกับคนอื่นๆ
ระหว่างเดินไปฉู่หลิวเยว่ก็เอ่ยถามถึงความเป็นอยู่ของแม่นางทั้งสอง
สิ่งที่ทำให้นางสบายใจขึ้นก็คือ เฉินอีดูแลแม่นางทั้งสองเป็นอย่างดี แม้จะไม่ได้ให้ติดตามแม่นางทั้งสองไปด้วยทุกที่ แต่ก็แทบจะดีกว่าที่ดูแลน้องสิบสามเสียอีก
จนถึงขั้นที่น้องสิบสามยังต้องผ่านการทดสอบอันเข้มงวดของเฉินอีอยู่บ่อยๆ แต่แม่นางทั้งสองกลับไม่จำเป็นต้องทำอันใดเช่นนั้นเลย
พวกนางมีเพียงแค่ตั้งใจทานอาหารให้อิ่มก็เพียงพอแล้ว
เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว พวกนางแทบไม่ต้องฝึกฝนอันใดเลย เพราะเพียงโอสถที่กลืนเข้าไปก็อัดแน่นไปด้วยพลังอันมหาศาลแล้ว
และพวกนางทั้งสองมีร่างที่พิเศษ สามารถย่อยและดูดซับพลังจากโอสถเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์ แปรเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง
พลังของพวกนางจึงเพิ่มขึ้นได้เองตามธรรมชาติ
เรื่องนี้ช่างเป็นสิ่งที่น่าอิจฉาอย่างยิ่ง
แม่นางสิบเอ็ดคิดไปคิดมาจึงเอ่ยถามขึ้น
“นายท่าน ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างใดหรือ”
ฉู่หลิวเยว่คิดว่าอีกฝ่ายคงแค่สงสัยเท่านั้น เลยหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า
“อันที่จริงก็ไม่มีอันใดพิเศษ ก็แค่มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์มากกว่าหน่อย”
แม่นางสิบเอ็ดเม้มริมฝีปากเล็กน้อย
“เช่นนั้น…นายท่านพาพวกเราเข้าไปดูได้หรือไม่”
ครั้งนี้ฉู่หลิวเยว่รู้สึกประหลาดใจจริงๆ
แม่นางสิบสองจึงพยักหน้าตามแล้วมองฉู่หลิวเยว่ด้วยความประหม่าเล็กน้อย “นายท่าน เช่นนี้จะลำบากหรือไม่เจ้าคะ…ข้าได้ยินมาว่าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ จะไม่ให้คนธรรมดาเข้าไปได้”
หากทำให้นายท่านลำบากใจคงไม่ดีนัก
ฉู่หลิวเยว่มองทั้งคู่แวบหนึ่งพลางครุ่นคิด
คงเป็นเพราะต้องดูแลน้องสาว แม่นางสิบเอ็ดจึงเติบโตมาอย่างเข้มแข็งและเด็ดขาดตั้งแต่เด็ก นางไม่ชอบรบกวนผู้อื่น หากทำเองได้นางจะไม่พึ่งพาคนอื่นเลย
ดังนั้นนางจึงแทบไม่เคยเอ่ยปากขออันใดด้วยตนเองเลย
ส่วนแม่นางสิบสองนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
นางมีนิสัยอ่อนโยนและขี้อาย หากพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นสักหน่อย เด็กสาวตัวน้อยก็จะตกใจจนดวงตาแดงก่ำ
นอกจากนางจะเชื่อฟังแล้ว ก็ไม่มีอันใดนอกจากการเชื่อฟัง เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายอย่างยิ่ง
แต่ตอนนี้แม่นางทั้งสองกลับอยากเข้าไปดูในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์?
ช่างเป็นเรื่องที่หาได้ยากจริงๆ
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นว่า
“ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา การเข้าไปไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แม้แต่ข้าเองตอนนี้ก็ยังไม่สามารถพาพวกเจ้าเข้าไปได้”
สีหน้าของแม่นางทั้งสองเศร้าหมองลง
ในใจของฉู่หลิวเยว่สั่นไหว จึงถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า
“เหตุใดพวกเจ้าถึงอยากเข้าไปขนาดนั้นล่ะ?”