ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2385 ทำการค้า ตอนที่ 2386 ปฏิเสธ
………………..
น่าเสียดายที่เฉินอีเป็นคนสุขุมลึกล้ำมาแต่ไหนแต่ไร ดีร้ายอย่างใดไม่เคยแสดงอารมณ์ ความสามารถในการต่อสู้ของน้องแปดนั้นกลายเป็นศูนย์ไปโดยปริยายยามอยู่ต่อหน้าเขา มองอันใดไม่ออกทั้งนั้น
“ดังนั้นแล้ว?”
เฉินอีถามกลับด้วยเสียงราบเรียบ
สีหน้าของเขานั้นเปิดเผยและตรงไปตรงมาเกินไป กลายเป็นน้องแปดที่มึนงงแทนด้วยถูกถามกลับ
“ข้า…ไม่มีอันใด ข้าแค่…พูดพล่ามไปเรื่อย แค่ก”
น้องแปดเกือบกัดลิ้นตัวเองอยู่รอมร่อ ในใจลอบขุ่นเคืองกับตัวเอง
นางคิดให้ตายอย่างใดก็รู้สึกว่าค่ายกลวงนั้นมีความเกี่ยวข้องกับพี่ใหญ่อยู่ดีหนา?
นางยังคิดด้วยว่าเหตุใดตัวเองถึงสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของค่ายกลวงนั้นเสียด้วยซ้ำ…
เฉินอีเบนสายตากลับไป
ในตอนที่น้องแปดกำลังเตรียมจากไปพลันนึกอันใดบางอย่างออก จึงเดินเข้าไปใกล้พลางถามเสียงเบาว่า
“พี่ใหญ่ หากท่านคิดจะเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็น่าจะทำได้ง่ายกระมัง?”
ในบรรดาสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ หากต้องเลือกคนที่มีความสามารถและคุณสมบัติในการเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดมาคนหนึ่ง น้องแปดก็จะเลือกเฉินอีโดยไม่ลังเล
ไม่ใช่แค่นาง สิบสามผู้พิทักษ์เยว่คนอื่นที่เหลือเองก็ย่อมมีความคิดแบบเดียวกัน
เพียงแต่มิรู้เพราะเหตุใด เฉินอีถึงยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ มาจนถึงตอนนี้
ถึงขั้นที่แม้แต่เวลาออกไปข้างนอก เขายังออกนับครั้งได้
ช่างประหลาดพิกลโดยแท้
นัยน์ตาเรียวยาวของเฉินอีหรี่ลงน้อยๆ
“รีบด้วยเหตุใด”
แน่นอนว่าเมื่อเปรียบเทียบกับฉู่หลิวเยว่ล่ะนะ
ดูจากการที่เขาเพิ่งบุกทะลวงสู่ระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ นี่ก็ยอดเยี่ยมเกินต้านมากแล้ว
อย่างใดเสียระหว่างทางของเขาก็ไม่ถูกขัดขวางอันใด จึงก้าวเดินไปข้างหน้าได้ตลอดอย่างต่อเนื่อง
ยามค่ายกลเหล่านั้นที่เคยเอาชนะปรมาจารย์มาแล้วนับไม่ถ้วนอยู่เบื้องหน้าเขากลับแปรเปลี่ยนจนดูธรรมดาแลเรียบง่ายขึ้นมาทันใด
…
จิ้นอวิ๋นไหล่ยืนอยู่บนแท่นสูง พลางกวาดตามองไปบนเส้นทางดวงดาวที่อยู่ไกลออกไป
เรียวคิ้วของเขาที่ขมวดเข้าหากันน้อยๆ ปกคลุมด้วยแววเย็นเยียบเบาบางชั้นหนึ่ง
ดูออกเลยว่าเขาในตอนนี้ย่อมไม่นับว่าอารมณ์ดีอย่างแน่นอน
คราวก่อนก็มีฉู่หลิวเยว่คนหนึ่งแล้ว คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะมีชีหานเพิ่มขึ้นมาอีกคน
จิ้นอวิ๋นไหล่นั้นเข้าใจในรูปแบบของเส้นทางดวงดาวดี
ดูจากผลงานของชีหานในตอนนี้แล้ว อีกไม่นานเขาก็จะฝ่าฝันเส้นทางดวงดาวสำเร็จ และบรรลุทางในการเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้!
หมื่นปีมานี้ จิ้นอวิ๋นไหล่เคยคิดเค้นสรรหาวิธีมากมายนับไม่ถ้วน ด้วยหวังว่าจะมีใครสักคนผ่านด่านนี้ได้สำเร็จ
ทว่าคนเหล่านั้นทั้งหมดล้วนแต่ล้มเหลวเหมือนกันหมดโดยไม่มีข้อแม้
กระทั่งมู่หยาเฟิงที่เขาเคยคาดหวังไว้มากที่สุดก็ไม่พ้นเช่นกัน
เพื่อทำให้มู่หยาเฟิงสำเร็จ เขายอมลอบใช้เล่ห์อุบายทั้งหลายโดยไม่ลังเล แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงทำให้เขาผิดหวังมากอยู่ดี
อีกทั้งแม้แต่ตัวเขาเองก็ถูกลงโทษอย่างหนักเพราะเรื่องนี้ด้วย
แต่จะอย่างใดเขาก็คิดไม่ถึงว่าภายในระยะเวลาสั้นขนาดนี้ ฉู่หลิวเยว่กับเซียวหรานกลับทยอยทำสำเร็จตามกันไปทีละคน ดูแล้วเดี๋ยวก็มีชีหานร่วมขบวนไปด้วยคนอีก!
หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นเช่นนี้ ไฉนเลยเขาจะไปเลือกมู่หยาเฟิง?
ทว่าตอนนี้จะพูดอันใดก็สายเกินไปแล้ว
ณ ร้านเจินเป่าเก๋อ
หมิงซูกำลังยืนตรวจสอบสมุดบัญชีอยู่หลังโต๊ะกั้น
ระยะนี้พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์บรรยากาศคึกคักอย่างยิ่ง ที่นี่จึงย่อมสงบเงียบลงไปมากกว่าเก่า
แต่หมิงซูเองก็หาได้สนใจมากไม่ ตรงกันข้ามเขากลับค่อนข้างรื่นรมย์กับเวลาว่างอันหาได้ยากทีเดียว
ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าสายหนึ่งก็แว่วดังเข้ามา
หมิงซูกล่าวโดยไม่ได้เงยศีรษะขึ้นมา
“ขออภัยด้วย วันนี้ปิดทำการแล้ว ต้องขอเชิญท่านกลับไปด้วย!”
สุรเสียงหนึ่งลอยแว่วมาจากด้านนอก
“ใต้เท้าหมิงซู ข้าไม่ได้มาซื้อของ”
ครั้นได้ยินสุ้มเสียงนี้ ใจของหมิงซูพลันหล่นวูบ รีบเงยศีรษะขึ้นมามองทันที
ยามเห็นรูปลักษณ์ของผู้มาใหม่ได้ถนัดถนี่ นัยน์ตาของเขาก็หดเล็กลงทันควัน!
“เจ้ามาได้อย่างใด?”
ตอนที่ 2386 ปฏิเสธ
ผู้มาใหม่คือชายหนุ่มอายุราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดคนหนึ่ง
รูปลักษณ์ของเขาธรรมดาสามัญ อย่างมากก็นับว่าหน้าตาหมดจด แต่มีดีที่การวางตัวโดดเด่นออกมาจากฝูงชน เขาสวมเสื้อคลุมสีเทาอมฟ้า ไหล่กว้างเอวสอบ ทั่วทั้งร่างแฝงด้วยรัศมีของบัณฑิตเจือจาง
ครั้นได้ยินคำตอบของหมิงซู เขาก็หัวเราะออกมาคำรบหนึ่ง
“ใต้เท้าหมิงซูไม่ยินดีต้อนรับข้าเลยนี่นา?”
หมิงซูหัวเราะร่า เก็บสมุดบัญชีในมือของตนเองลง มุมปากวาดโค้งเป็นรอยยิ้มสุภาพหมดจด
“จะเป็นไปได้อย่างใด? เสินสื่อลำดับที่สามให้เกียรติแวะมาเยี่ยมเยียนทั้งที ข้าในนามเจินเป่าเก๋อย่อมยินดีต้อนรับสุดคณา”
พูดให้ถูกคือ ไม่สนใจต่างหาก
ท่าทีของเจินเป่าเก๋อที่มีต่อเขาเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด เขาคุ้นชินตั้งนานแล้ว
ฝานอวิ๋นเซียวก้าวเข้ามาพลางกวาดสายตามองรอบๆ
“คิดไม่ถึงว่าเจินเป่าเก๋อจะมีวันที่ร้านร้างเช่นนี้ด้วย”
หมิงซูมิได้นำพาแต่อย่างใด
“เส้นทางดวงดาวตรงโน่นคึกคักยิ่ง มิสู้เสินสื่อลำดับที่สามลองแวะเวียนไปดู”
ฝานอวิ๋นเซียวส่งเสียงหัวเราะ
“นั่นไม่จำเป็น วันนี้ข้าตั้งใจมาที่เจินเป่าเก๋อโดยเฉพาะ มิทราบว่าผู้ดูแลรองอยู่ชั้นบนหรือไม่”
หมิงซูนิ่วหน้า
“ร่างกายของผู้ดูแลรองไม่สู้ดีนัก กำลังพักฟื้นอยู่ ท่านมีเรื่องอันใดจะพูด เสินสื่อลำดับที่สามบอกกับข้าก็ได้เหมือนกัน”
“อ้อ…”
ฝานอวิ๋นเซียวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะถามเป็นเชิงสงสัยอยู่หลายส่วน
“ข้าจำได้ว่าสุขภาพของผู้ดูแลรองแข็งแรงดีมาโดยตลอดหนา เหตุใดกลับมาคราวนี้ถึงล้มหมอนนอนเสื่อกัน? หากจำไม่ผิดแล้วก็น่าจะผ่านมาครึ่งปีได้แล้วกระมัง เหตุใดผู้ดูแลรองถึงอาการไม่ดีขึ้นเลย? ท่าไม่ดีแล้วจริงๆ ข้าไปเชิญเสินสื่อลำดับที่แปดมาดูให้ดีหรือไม่”
“ไม่ต้องลำบากไปหรอกท่าน” หมิงซูปฏิเสธไปทันทีโดยไม่ต้องคิด”
ซูจิ้ง?
หากนางมาละก็ เกรงว่าผู้ดูแลรองคงจะทำให้นางทุกข์ทนจนป่วยทั้งที่เขาไม่ได้ป่วยแทน
คนผู้นั้นหาใช่คนที่รับมือด้วยได้ง่ายไม่ พวกเขาจึงไม่ชอบใจเท่าไรหากต้องร่วมมือกับนาง
“ผู้ดูแลรองแค่อ่อนแรง พักผ่อนเพียงพอก็เป็นอันใช้ได้แล้ว มิได้เจ็บไข้หนักอันใด เสินสื่อลำดับที่สามมิจำเป็นต้องใส่ใจถึงเพียงนี้หรอก”
ท่าทีของหมิงซูเด็ดขาดเป็นเชิงน้ำเชี่ยวขวางเรือ
สีหน้าของฝานอวิ๋นเซียวจางหายไปหลายส่วน
จะมีก็แต่ทุกครั้งที่มาเจินเป่าเก๋อแห่งนี้ที่ล้วนแต่ได้รับการปฏิบัติอย่างเย็นชา
ในเมื่อหมิงซูมีท่าทีเช่นนี้ เช่นนั้นฝานอวิ๋นเซียวเองคร้านจะต่อปากต่อคำไร้สาระกับเขา จึงกล่าวไปตรงๆ ว่า
“ข้ามาคราวนี้เพราะอยากยืมของสิ่งหนึ่ง”
หมิงซูเอ่ยแกมหัวเราะ
“เสินสื่อลำดับที่สามฐานะสูงส่งมีสิ่งใดที่ไม่มีบ้าง? เหตุใดถึงต้องมายืมของจากเจินเป่าเก๋อด้วย”
ฝานอวิ๋นเซียวไม่สนใจน้ำเสียงของเขา กล่าวตอบว่า
“สิ่งที่ข้าต้องการยืมใช้ มีเพียงเจินเป่าเก๋อเท่านั้นที่มี”
หมิงซูราวกับนึกอันใดบางอย่างออก เขาหรี่ตาลงน้อยๆ
เป็นไปตามคาด จากนั้นก็ได้ยินฝานอวิ๋นเซียวพูดว่า
“ข้าอยากจะยืมใช้สมุดบัญชีของเจินเป่าเก๋อเสียหน่อย”
หมิงซูปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเสียเดี๋ยวนั้น
“เสินสื่อลำดับที่สาม ข้าไม่เข้าใจคำพูดของท่านเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านน่ะรับผิดชอบบัญชีภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับเจินเป่าเก๋อเลยหนา?”
แวะเวียนมาหาเพราะต้องการสมุดบัญชีนี่ออกจะไร้ยางอายไปหน่อยกระมัง
ฝานอวิ๋นเซียวกล่าวว่า
“ประตูสวรรค์กำลังจะปิดในไม่ช้า ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จำเป็นต้องชำระบัญชีก่อนหน้านี้ ทั้งเจ้าและข้าก็รู้ดีว่าสมุดบัญชีของเจินเป่าเก๋อนั้นครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นข้าก็เลยแวะมาวันนี้ ใต้เท้าหมิงซู คงมิใช่ว่าท่านไม่อยากให้ยืมหรอกกระมัง”
“จะเป็นไปได้อย่างใด”
หมิงซูหัวเราะออกมาคำรบหนึ่งพลางเคาะสมุดบัญชีในมือ
“หากเสินสื่อลำดับที่สามต้องการของสิ่งนี้ ข้าจะกล้าไม่ให้หรือ เพียงแต่…เรื่องใหญ่เช่นนี้มิใช่เรื่องที่ข้าทำเองได้ ข้าต้องขึ้นไปขอคำปรึกษาของผู้ดูแลรองเสียก่อน”
“เชิญใต้เท้าหมิงซูเถิด ข้าจะรออยู่ตรงนี้เอง”
ฝานอวิ๋นเซียวเอามือหนึ่งไพล่หลัง สีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องมอบสมุดบัญชีให้แก่เขาอย่างแน่นอน
…
“อยากได้สมุดบัญชี?”
เหยียนเก๋อไม่แม้แต่จะเงยศีรษะขึ้นมา
“ไม่เอา ไม่ให้!”
ล้อกันเล่นแน่ เวลาล่วงมาถึงป่านนี้แล้ว ใครอยากจะไปเกี่ยวข้องพัวพันกับพวกเขากัน?
ภาระชัดๆ
“บอกเขาว่าทีหลังก็ไม่ต้องมาขออีก! หากเขายังดื้อด้านก็ให้เขาไปขอเถ้าแก่ใหญ่เอา!”
…
หมิงซูเดินลงบันไดมาด้วยใจอิ่มเอม แล้วถ่ายทอดคำพูดของเหยียนเก๋อทุกคำไม่มีตกหล่นไปให้ฝานอวิ๋นเซียว
“…เสินสื่อลำดับที่สาม ท่านดูซี ข้าเองก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกันนี่ถูกหรือไม่? ผู้ดูแลรองออกคำสั่ง พวกเราจะไปกล้าขัดคำสั่งได้อย่างใด? ท่านกลับไปเสียดีกว่ากระมัง!”
สีหน้าของฝานอวิ๋นเซียวมืดครื้มไปทั้งดวง
แต่พออีกฝ่ายบ่ายเบี่ยงไปหาเถ้าแก่ใหญ่ เขาเองก็ไม่กล้าสร้างปัญหาอันใดขึ้นมาจริงๆ
เมื่อเจรจาไม่ได้ผล ท้ายที่สุดฝานอวิ๋นเซียวก็จากไปพร้อมไฟสุมทรวง
หมิงซูหัวเราะในลำคอพลางเดินไปปิดประตู
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากด้านบน
ทว่ากลับเป็นเหยียนเก๋อที่ลงมาชั้นแรกอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
หมิงซูละล่ำละลักเอ่ยว่า
“ผู้ดูแลรอง ท่านลงมาเหตุใดกัน”
เหยียนเก๋อโบกมือไปมา
“ก็จริง แต่ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเสินสื่อลำดับที่สามจะมาขอสมุดบัญชีกับพวกเรา”
เหยียนเก๋อแค่นเสียงในลำคอ
“เขาก็แค่อยากมาดูว่าผู้ฝึกตนในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์แต่ละคนมีไพ่ตายอันใดในมือบ้างก็เท่านั้น เป็นเช่นนี้แล้ว ยามถึงวันที่ประตูสวรรค์ปิด ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็จะพอรู้ได้คร่าวๆ ว่าสรุปแล้วมีใครบ้างที่สามารถขึ้นสวรรค์บรรลุสู่เทพได้จริง แบบนี้ก็จะได้เตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ สรุปก็คืออยากจะคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ในมือของตัวเองนั่นแหละ”
ทั้งอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ยาอายุวัฒนะ ม้วนภาพค่ายกล…
บัญชีทุกรายการที่เจินเป่าเก๋อบันทึกเอาไว้ล้วนแสดงถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ชัดเจน
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ย่อมต้องอยากดูเป็นแน่แท้
หมิงซูพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”
“แต่ว่าฝานอวิ๋นเซียวผู้นี้ก็น่าสนใจอยู่หน่อยๆ ของของผู้อื่นยังขอได้คล่องปากขนาดนี้ เฮอะ”
เดิมทีเหยียนเก๋อก็ไม่ใคร่จะชอบใจในตัวคนผู้นี้อยู่แล้ว พอวันนี้เกิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้น ในใจของเขาก็ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเก่า
“ต่อไปถ้าเขามาอีก ไม่ให้เข้าพบทุกกรณี!”
“ขอรับ!”
หมิงซูขานรับ ก่อนกล่าวต่อว่า
“เช่นนั้น…หากเขายืนกรานจะขึ้นไปชั้นบนเล่าขอรับ”
อย่างใดเสียก็เขาเป็นถึงเสินสื่อลำดับที่สาม หากฝานอวิ๋นเซียวเกิดมีท่าทีแข็งกร้าวขึ้นมา พวกเขาเองก็คงรับมือได้ไม่ง่ายนัก
เหยียนเก๋อเบิกตากว้าง ก่อนจะแค่นหัวเราะ
“เช่นนั้นก็เชิญเขาออกไป! ข้าก็อยากดูนักว่าเขาจะกล้าทำตัวกร่างที่นี่หรือไม่?”
ไม่ต้องพูดถึงฝานอวิ๋นเซียวเลย อีกสองคนที่ลำดับสูงกว่าเขาก็ไม่กล้าทำเช่นนี้หรอก!
หมิงซูหยักยกมุมปากขึ้น
“ได้ขอรับ”
หลังเหยียนเก๋อเดินมาถึงโต๊ะกั้น ก็ทรุดตัวลงนั่ง แล้วยืดเหยียดร่างกายไปมา
ปึง!
พลันมีเสียงกึกก้องกระหึ่มดังขึ้นมาอีกครา
ไม่ต้องถามก็รู้ว่าย่อมต้องเป็นชีหานที่แก้ค่ายกลระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้แล้ววงหนึ่ง
“เอ้อ…ฟังสิ การเคลื่อนไหวแบบนี้! เส้นทางดวงดาวฟากโน้นนี่ครึกครื้นดีจัง!”
เหยียนเก๋อแสดงสีหน้าออกมาพลางอิจฉาทอดถอนใจ
เขาเองก็อยากออกไปดูบ้างเหมือนกันหนา!
หมิงซูมองดูผู้ดูแลรองของตนแล้วพลันบังเกิดความเห็นใจขึ้นมาหลายส่วนอย่างหาได้ยาก
“ผู้ดูแลรอง ไม่อย่างนั้นท่าน…”
ปัง…ตึง!
หมิงซูยังไม่ทันพูดจบ จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากความเปล่า!