ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2390 เข้าไป
ฉู่หลิวเยว่มุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาเฟิ่งหมิง
ทันทีที่ข้ามผ่านค่ายกล นางก็ตื่นตกใจในทันที
เพราะบนภูเขาเฟิ่งหมิงที่อยู่ห่างไปไม่ไกลมีเปลวเพลิงจำนวนหนึ่งกำลังลุกไหม้!
เปลวเพลิงสีทองบริสุทธิ์เหล่านั้นราวกับพวยพุ่งออกมาจากหินภูเขาก็มิปาน ร้อนระอุหาสิ่งใดเปรียบ ทั้งยังกระโจนผลุงอย่างเริงร่า
กระทั่งช่องว่างบริเวณใกล้กันที่อยู่ภายใต้การแผดเผาของเปลวเพลิงเองต่างก็ค่อยๆ บิดเบี้ยวขึ้นมาโดยพลัน
ส่วนบนยอดเขา ถวนจื่อกำลังนั่งขัดสมาธิ ดวงตาปิดสนิท
พลังแห่งสวรรค์และโลกอันไร้ขีดจำกัดจนน่าตะลึงกำลังไหลหลั่งสู่ภายในร่างของนางอย่างบ้าคลั่ง!
กระทั่งตัวฉู่หลิวเยว่ในตอนนี้ยังสัมผัสได้ถึงร่องรอยของอันตรายเลือนรางจากแรงกดดันบนร่างของ
ถวนจื่อ!
มิแปลกใจเลยว่าเหตุใดช่วงนี้ถวนจื่อถึงไม่มีการเคลื่อนไหวเลย ที่แท้ก็เป็นเพราะจดจ่ออยู่กับการฝึกตนนี่เอง
สายเลือดบริสุทธิ์นั้นหาใช่สิ่งสามัญโดยแท้ ภายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน พลังของถวนจื่อก็เพิ่มพูนขึ้นในระดับที่น่าหวาดหวั่น!
เมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เบื้องหน้าถวนจื่อนั้นเติบโตจนแตกหน่อใบไม้ออกมาหกใบแล้ว
ในตอนนั้นเอง ใบอ่อนสีเขียวสดก็พร้อมใจกันลู่ตามลม พวกมันดูดกลืนพลังที่อยู่โดยรอบอย่างต่อเนื่องพลางเร่งเร้าให้พลังส่วนหนึ่งถ่ายทอดสู่ร่างของถวนจื่อด้วยความเร็วที่เพิ่มกว่าเก่า
ฉู่หลิวเยว่จดจ้องตาเขม็ง
ในแง่หนึ่ง ถวนจื่อกับเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์เม็ดนี้ก็นับได้ว่าบรรลุความสำเร็จร่วมกัน…
ยามเห็นว่าถวนจื่อกำลังเข้าสู่จุดสำคัญของการบำเพ็ญเพียร ฉู่หลิวเยว่จึงไม่ได้เข้าไปหาแต่อย่างใด เพียงหยุดยืนอยู่กับที่แล้วรอคอยอย่างใจเย็น
ผ่านไปพักใหญ่ ถวนจื่อก็ดูดกลืนพลังส่วนสุดท้ายเสร็จสิ้น ตราที่ประทับอยู่กลางหว่างคิ้วเรืองแสงกะพริบเร็วรี่
จากนั้น นางก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ทั้งนุ่มนิ่มและหอมละมุน น่ารักน่าเอ็นดูดุจหยกหิมะ
สองแขนเล็กของถวนจื่อโอบรอบคอนางไว้แน่น
“อาเยว่! ข้าคิดถึงเจ้าจัง! มาได้อย่างใดกัน อื้ออื้ออื้อ…”
ฉู่หลิวเยว่พรมจูบไปทั่วใบหน้านาง
“ตอนนี้ข้าก็มาแล้วไม่ใช่หรือไร ถวนจื่อเด็กดี”
ถวนจื่อกล่าวด้วยท่าทีฮึดฮัด
“ตอนแรกข้าบอกว่าจะไปหาอาเยว่ แต่มีเสินสื่อที่ไหนไม่รู้ไม่ยอมให้ข้าไป!”
ฉู่หลิวเยว่เดาได้แต่แรกแล้วว่าหมายถึงอวี้เชียน นางกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก ไหนให้ข้าดูหน่อยสิว่าไม่ได้เจอกันระยะหนึ่ง ถวนจื่อเก่งขึ้นมากหรือเปล่าหนา?”
ครั้นถวนจื่อได้ยินคำชมก็รีบสลัดเรื่องโมโหกวนใจทั้งหลายแหล่ทิ้งไว้ข้างหลัง ก็เผยรอยยิ้มรอคำชมออกมา
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว! ตอนนี้ข้าใกล้จะเปิดเส้นชีพจรเส้นที่แปดได้แล้วนะ!”
ฉู่หลิวเยว่ลอบถอนใจอย่างตื่นตะลึง
ภูเขาเฟิ่งหมิงนี่ยอดเยี่ยมโดยแท้ ถวนจื่อมาอยู่ที่นี่นานเท่าไรเอง ก็ใกล้จะเปิดเส้นชีพจรเส้นที่แปดได้แล้ว
แน่นอนว่านี่ก็มีความเกี่ยวข้องกับพื้นฐานสายเลือดเดิมของถวนจื่อด้วย
หากเปลี่ยนเป็นหงส์ทองคำตัวอื่นมาอยู่ที่นี่สักระยะก็ย่อมเทียบถวนจื่อไม่ได้อยู่ดี
“จริงสิอาเยว่ ระยะนี้ตอนเจ้าอยู่ในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ได้พบกับเสินสื่อลำดับที่หนึ่งผู้นั้นบ้างหรือไม่”
คำถามของถวนจื่อทำเอาฉู่หลิวเยว่ตกตะลึง
“ไม่นี่ เหตุใดจู่ๆ ถึงได้ถามเรื่องนี้ขึ้นมา”
ถวนจื่อบึนปาก ก่อนจะกลอกตาไปมาพลางกล่าวว่า
“ไม่มีอันใด ก็แค่รู้สึกว่าเสินสื่อลำดับที่หนึ่งผู้นี้… น่าจะแข็งแกร่งกว่าเสินสื่อลำดับที่สองผู้นั้นอยู่กระมัง?”
“ถ้าหาก… ถ้าหากให้เสินสื่อลำดับที่หนึ่งผู้นั้นจัดการเขาสักยกได้ก็คงดี!” ถวนจื่อกล่าวระคนโกรธา
ฉู่หลิวเยว่เกาจมูกของนางเบาๆ
“เจ้าเดาถูกจริงๆ ช่วงที่ผ่านมาไม่นาน เสินสื่อลำดับที่สองคุกเข่าอยู่หน้าจวนของเสินสื่อลำดับที่หนึ่งอยู่สามวันเทียว”
ถวนจื่อพลันเบิกตากว้าง
“จริงหรือ? เหตุใดกัน”
“ไม่มีใครรู้เหตุผลแน่ชัด แต่ว่าโทษทัณฑ์ครานี้ถูกมอบให้จริง อีกทั้งหลังจากนั้น เสินสื่อลำดับที่สองก็สงบลงไปมาก”
อย่างใดเสียนางก็ไม่ได้เจอหน้าเขามาระยะหนึ่งแล้ว
คิดดูก็พอเข้าใจได้
คนทั้งตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนรู้ถึงเรื่องที่เขาคุกเข่าครั้งนั้นกันถ้วนหน้า
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นก็คงไม่อยากก้าวเท้าออกมาข้างนอกแล้ว
ถวนจื่อแค่นเสียงในลำคอ
“คุกเข่าสามวันจะไปพออันใด?”
หากมีโอกาส สักวันนางจะจัดการเขาด้วยตัวเอง!
ฉู่หลิวเยว่กล่าวว่า
“ชีหานใกล้จะข้ามเส้นทางดวงดาวสำเร็จแล้ว อยากไปดูกับข้าหรือเปล่า”
ถวนจื่อพลันจิตใจเบิกบานขึ้นมาทันที
“ไปซี!”
เดิมทีนางยังคงกังวลเรื่องคำข่มขู่เมื่อคราวก่อนของอวี้เชียนอยู่หลายส่วน แต่ตอนนี้อาเยว่อยู่ที่นี่ อีกอย่างเสินสื่อลำดับที่หนึ่งก็ลงโทษเขาแล้ว คิดว่าน่าจะมาหาเรื่องพวกนางไม่ได้แล้วกระมัง
“ข้าจะไปกับอาเยว่!”
…
บรรดาฝูงชนล้วนตั้งตารอพลางสะกดกลั้นลมหายใจ
กระทั่งลั่วเฟิงยังประหม่าขึ้นมาทันควัน สองมือกำเข้าหากันแน่นเป็นกำปั้น
อิจฉาก็ส่วนอิจฉา บ่นคร่ำครวญก็ส่วนบ่นคร่ำครวญ ใจของเขาก็ยังคงหวังให้ชีหานทำสำเร็จอยู่ดี
ในที่สุด มือของชีหานที่สั่นเทาน้อยๆ ก็เคลื่อนไปยังตำแหน่งใจกลางสุดอย่างมั่นคง…
หึ่ง!
เพียงชั่วพริบตา ค่ายกลเส้นสุดท้ายก็ถูกเขาสำแดงออกมาได้สำเร็จในท้ายที่สุด!
เส้นทางดวงดาวพลันทอแสงวาบขึ้นมาอีกครา!
ทุกคนต่างก็มองภาพฉากนี้ด้วยตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ภาพฉากแบบเดียวกันนี้ได้ปรากฏขึ้นเป็นครั้งที่สามแล้ว!
แม้ก่อนหน้านี้จะคาดเดาถึงผลลัพธ์ออกแล้วก็ตาม แต่เมื่อได้เห็นของจริง ก็ยังชวนให้ปลดปลงแลตื่นตะลึงอย่างช่วยไม่ได้อยู่ดี
เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้ยอดเยี่ยมล้ำหน้าปานนี้กันหมดหนา!?
ชีหานหันศีรษะกลับมามองแวบหนึ่ง
เส้นทางดวงดาวทอดยาวเป็นทาง ดวงดาราจำนวนนับไม่ถ้วนต่างกระจายกรุยกรายไปยังทิศทางของประตูสวรรค์
บนดวงหน้าของเขาเผยรอยยิ้มบางเบาอย่างหาได้ยากขึ้นมาในท้ายที่สุด
จากนั้น เขาก็หมุนกายกลับมามองหร่วนเจี้ยนเฟิง
หร่วนเจี้ยนเฟิงถอยหลังไปก้าวหนึ่งพลางกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ผลักประตูให้เปิดออก เจ้าก็เข้าไปข้างในได้แล้ว”
แม้สุรเสียงของเขาจะเย็นเยียบ ทว่าสายตากลับจ้องไปที่ชีหานเขม็ง
เห็นได้ชัดว่าเขาก็ยังใส่ใจในเรื่องนี้มากอยู่ดี
ชีหานพยักหน้า ก่อนจะสาวเท้าก้าวไปข้างหน้า
เขาออกแรงทันที ถวนซิ่นจื่อที่ห้อยอยู่บริเวณเอวพลันลอยปลิวไปตามลม!
ทว่าบานประตูกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิด
หร่วนเจี้ยนเฟิงหรี่ตาลงน้อยๆ มุมปากวาดรอยยิ้มเย็นยะเยือกเบาบาง
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มีเงื่อนไขเด็ดขาดข้อหนึ่งสำหรับผู้ฝึกตน
ผู้ที่ไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ย่อมมิอาจเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้โดยแท้จริง!
ฉู่หลิวเยว่คราก่อนต้องเป็นเพราะสถานการณ์พิเศษอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่… ชีหานกลับแตกต่างออกไป
เขาไม่มีทางเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้อย่างแน่นอน!
ชีหานเพิ่มแรงในมือมากกว่าเก่า บานประตูก็ยังคงเปิดไม่ออก
กระทั่งรอยแยกประตูยังไม่ปรากฏออกมาเลยด้วยซ้ำ
ลั่วเฟิงนิ่วหน้า
บรรดาฝูงชนที่คอยเฝ้าดูอยู่โดยรอบเองก็สบสายตาไปมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างใดดี
นี่… นับเป็นสถานการณ์แบบใดกันแน่
หรือว่าชีหานจะถูกบานประตูปฏิเสธไว้ข้างนอกจริงๆ?
ทันใดนั้น ชีหานก็ลดมือลง แล้วถอยหลังไปครึ่งก้าว
หร่วนเจี้ยนเฟิงคิดว่าเขากำลังจะยอมแพ้แล้ว จึงกล่าวเสียงเรียบว่า
“ข้าบอกเจ้าตั้งแต่แรกแล้วว่าประตูบานนี้เจ้าเปิดไม่ออกหรอก ยอมแพ้เสียตอนนี้ก็ไม่นับว่า…”
ชีหานมิได้สนใจเขาแต่อย่างใด เขาก้าวไปข้างหน้าอีกรอบ ก่อนจะออกแรงผลักทันที!
หร่วนเจี้ยนเฟิงส่งเสียงแค่นหัวเราะออกมา “เจ้ากำลังคิดหวังลมๆ…”
แอ๊ด…
หร่วนเจี้ยนเฟิงยังไม่ทันเอ่ยจบ ประตูบานนั้นก็ค่อยๆ เปิดออก!
ทุกคนล้วนแต่ตะลึงงันจนนิ่งค้างอยู่กับที่!
ชีหานจดจ้องไปยังด้านหน้า จากนั้นก็คว้าถวนซิ่นจื่อบริเวณเอวในมือทันควัน