ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2391 ปฏิบัติการ
ตอนที่ 2391 ปฏิบัติการ
………………..
ถวนซิ่นจื่อที่ลอยไหวตามลมพลันเงียบลงในทันใด
รอยอักษรบนถวนซิ่นจื่อที่เดิมทีสีเข้มจนสะดุดตาที่ปริออกมาจากตรงกลางเอวก็จางลงไปมาก ก่อนจะฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพแรกเริ่ม
ชีหานจับจ้องไปยังเบื้องหน้า
ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อันใหญ่โตโอ่อ่าและศักดิ์สิทธิ์ตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน
เขาค่อยๆ กำถวนซิ่นจื่อในมือแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“อื๋อ? เหมือนว่าพวกเราจะมาทันเวลาพอดี?”
สุรเสียงใสกังวานของแม่นางคนหนึ่งทำลายความเงียบงันในบริเวณ
บรรดาฝูงชนต่างพากันหันศีรษะกลับไปมองโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพบว่าฉู่หลิวเยว่กำลังจูงมือของถวนจื่อเดินมุ่งหน้ามาทางนี้
ครั้นได้ยินสุ้มเสียงนี้ ชีหานเองก็หันไปมองทางนั้นเช่นกัน
เขาปล่อยถวนซิ่นจื่อในมือลงอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะค้อมกายคำนับ
“ชีหานขอคารวะนายท่าน”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยแกมหัวเราะเสียงใส
“จะสนใจเรื่องพรรค์นี้ไปเหตุใดอีก? เจ้าเพิ่งท่องเส้นทางดวงดาวได้สำเร็จ ก็ต้องฉลองกันหน่อยซี”
ถวนจื่อเองก็เชิดหน้าขึ้นพลางชูนิ้วโป้ง
“ชีหานเกอเกอ ท่านเยี่ยมยอดมากจริงๆ!”
สายตาของชีหานหยุดอยู่บนดวงหน้าของถวนจื่อ หางตาปรากฏรอยยิ้มเคลื่อนผ่าน
“ในเมื่อบังเอิญขนาดนี้ เช่นนั้นก็เข้าไปพร้อมกันเถอะ!”
“นายท่าน…”
สุ้มเสียงอันน่าสงสารของลั่วเฟิงแว่วดังมาจากด้านข้าง
นี่มันใช่สิ่งที่ขยันแล้วจะทำสำเร็จหรือ
ท่านเข้าใจผิดเรื่องความขยันแล้วใช่หรือไม่นี่ นายท่านข้า!
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดไปมา ก่อนจะกล่าวปลอบใจว่า
“วางใจเถอะ ถึงเจ้าจะไม่ใช่คนแรก แต่ตราบใดที่ไม่ใช่คนสุดท้ายก็นับว่าดีแล้วหนา!”
ลั่วเฟิง “…นายท่าน คำปลอบใจแบบนี้ไม่ต้องให้ดีกว่าขอรับ…”
ถวนจื่อโบกมือไหวๆ
“ลั่วเฟิงเกอเกอ พวกข้าเข้าไปก่อนนะ!”
ลั่วเฟิง “…”
ที่แห่งนี้มันอยู่ไม่ได้แล้ว!
ครั้นเห็นลั่วเฟิงพร้อมจะวิ่งเตลิดเต็มแก่ ฉู่หลิวเยว่ก็กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปด้วยรู้สึกเวทนาอย่างล้นเหลือในท้ายที่สุด
…ขืนแทงใจดำต่อ ลั่วเฟิงอาจจะสิ้นสติไปจริงๆ ก็ได้
นางหันมองไปทางหร่วนเจี้ยนเฟิง ก่อนจะยิ้มตาหยีพลางกล่าวว่า
“เสินสื่อลำดับที่ห้าไม่เข้าไปพร้อมกันหรือ? คงต้องรบกวนท่านจัดการเรื่องที่อยู่ของชีหานให้ด้วย แน่นอนว่าถ้าท่านคร้านจะเข้าไป ก็ให้ชีหานอยู่ถัดจากข้าเลย เป็นอย่างใด?”
ในอกของหร่วนเจี้ยนเฟิงราวกับมีกระแสคลื่นกระเพื่อมไหวอยู่ก็มิปาน
จนถึงตอนนี้ เขาเองก็คิดไม่ตกว่าสรุปแล้วชีหานเปิดประตูได้อย่างใดกันแน่!
แต่แน่นอนว่าตอนนี้หาใช่เวลามาสืบเสาะไล่ตามเรื่องพวกนี้ไม่
เขาไม่ได้ตอบโต้ฉู่หลิวเยว่ หากแต่เดินเข้าไปข้างในด้วยสีหน้าราบเรียบ
ในตอนนั้นเอง สุรเสียงคุ้นหูสายหนึ่งพลันแว่วดังมาจากด้านหลัง
“รอเดี๋ยวก่อน!”
ฉู่หลิวเยว่หันศีรษะกลับไป ก่อนเอ่ยอย่างตกใจว่า
มู่หงอวี่… ดูจะแตกต่างกับก่อนหน้านี้อยู่หน่อยๆ นะ?
ยามมองเพียงผิวเผิน มู่หงอวี่ก็ดูจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใด
แต่ว่ายามนางเดินเข้ามา ความว่างเปล่าที่อยู่โดยรอบกำลังไหลหลั่งตามอย่างแผ่วเบา!
ทุกการเคลื่อนไหวของนางดูแล้วลื่นไหลเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ทั้งยังผ่อนคลายสบายอารมณ์
จนเหมือนกับ… จนเหมือนกับ… สายลมวูบหนึ่งที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างอิสระ
เห็นได้ชัดเลยว่านางเดินไม่เร็วนัก ทว่าเพียงชั่วพริบตากลับมาหยุดอยู่ต่อหน้าผู้คนแล้ว
ที่สำคัญที่สุดก็คือ… ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อพลังเลยแม้แต่น้อย!
“เจ้า… บุกทะลวงแล้วหรือ!?”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยถามอย่างยินดี
ดวงตากลมโตของมู่หงอวี่เป็นประกายวาววับ
“ใช่แล้ว! ทันทีที่สำเร็จ ข้าก็มาหาเจ้าเลยนี่ไง! คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอกันที่นี่พอดี!”
นางพูดพลางหันไปมองทางหร่วนเจี้ยนเฟิง “เสินสื่อลำดับที่ห้า พวกเราเข้าไปพร้อมกันหรือไม่”
ในเมื่อนางบรรลุถึงขอบเขตมหายานขั้นสูงแล้ว ก็ย่อมมีคุณสมบัติในการเข้าออกตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
…
กระทั่งหร่วนเจี้ยนเฟิงที่พบเจอเหตุการณ์ใหญ่โตมามากมาย ครานี้ก็ยังตื่นตกใจจนหยุดอยู่กับที่
มู่หงอวี่กะพริบตาปริบๆ
“เสินสื่อลำดับที่ห้า ไม่ใช่ว่าข้าเข้าไปไม่ได้หรอกหนา? หรือว่าข้าเองก็ต้องผลักประตูด้วยตัวเอง? แต่ว่า… ข้าสามารถทะลุประตูไปได้เลย คงไม่ต้องหรอกกระมัง?”
หนังตาของหร่วนเจี้ยนเฟิงกระตุกถี่ยิบ เขายับยั้งอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจลงไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะหมุนกายเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์โดยไม่พูดอันใด
ฉู่หลิวเยว่บุ้ยคางไปทางมู่หงอวี่ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
มู่หงอวี่และชีหานต่างก็เลือกอยู่ข้างจวนของฉู่หลิวเยว่โดยไม่ลังเล
หร่วนเจี้ยนเฟิงตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหุนหันจากไปโดยไม่พูดไม่จา
สถานการณ์เหนือความคาดหมายเกินพอแล้ว เขาต้องรีบกลับไปหารือกับเสินสื่อคนอื่นให้เร็วที่สุดว่าควรจัดการอย่างใดดี
มู่หงอวี่ยักไหล่คล้อยหลังหร่วนเจี้ยนเฟิง
“ไปไวเสียจริง เหตุใดเสินสื่อพวกนี้ถึงได้ชอบปลีกตัวกันจัง”
ฉู่หลิวเยว่ลากนางเข้าไปในห้อง
“ชีหาน เจ้าเฝ้าอยู่ข้างนอก ห้ามให้ใครเข้ามาเด็ดขาด”
ชีหานพยักหน้า “ขอรับ”
…
มู่หงอวี่เดินตามฉู่หลิวเยว่เข้ามาในห้อง
กันไว้ดีกว่าแก้ ฉู่หลิวเยว่จึงกางค่ายกลอีกชั้นหนึ่งอย่างระแวดระวัง
จากนั้นนางก็มองมู่หงอวี่
“หงอวี่ เจ้ามั่นใจมากแค่ไหน”
มู่หงอวี่พยักหน้าเบาๆ
“ขอแค่ไม่เกิดอุบัติเหตุ รอบนี้ช่วยท่านอาจารย์กลับมาได้แน่นอน!”
ฉู่หลิวเยว่พ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ใจเต้นตุบเร็วแรง
“ตอนนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว”
ทุกคนล้วนเห็นว่าพวกนางเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ย่อมไม่มีใครคาดคิดแน่นอนว่ารอบนี้พวกนางจะลักลอบเข้าไปในทะเลมายาศักดิ์สิทธิอย่างเงียบเชียบ!
สีหน้าของมู่หงอวี่แน่วแน่ยิ่ง
“พวกเราไปพร้อมกันเถอะ!”
ฉู่หลิวเยว่หันมองไปทางถวนจื่อ
“ถวนจื่อรอ เจ้ารออยู่ในนี้ไปก่อนหนา”
ความสัมพันธ์เรื่องพันธะระหว่างนางกับถวนจื่อมิอาจถูกคนล่วงรู้ได้ เช่นนั้นถวนจื่อจึงทำได้แค่รออยู่ที่นี่ชั่วคราว
ถวนจื่อผงกศีรษะหงึกหงักอย่างจริงจัง
“ถวนจื่อจะเชื่อฟังอย่างแน่นอน! อาเยว่ พวกเจ้าระวังตัวมากๆ นะ”
ฉู่หลิวเยว่ลูบดวงหน้าเล็กของนาง
“หงอวี่ ไปกันเถอะ!”
มู่หงอวี่สะกดกลั้นลมหายใจ ก่อนจะยกสองมือขึ้น
จากนั้น ช่องว่างเบื้องหน้านางก็กระเพื่อมขึ้นมาราวกับผิวน้ำก็มิปาน
นางคว้ามือของฉู่หลิวเยว่ไว้ ก่อนจะกระโจนเข้าไป!
เงาร่างของคนทั้งสองหายวับไปในชั่วพริบตา!