ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2392 เสินสื่อลำดับที่หนึ่งก็คือเจ้า
ตอนที่ 2392 เสินสื่อลำดับที่หนึ่งก็คือเจ้า
………………..
เหนือทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ สะพานสีเงินที่กรุยทางจากประตูสวรรค์ทอดยาวลงไปถึงก้นบึ้งของทะเลยังคงตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน
บนผิวน้ำนั้นสะท้อนประกายแสงเจิดจ้าแลทอแววระยิบระยับ
ทว่าผืนทะเลที่ไกลออกไปยังคงมืดมิดไร้ปกติ ลึกลับมิอาจบรรยาย
สายลมอันเย็นยะเยือกพัดวูบมาจากผืนทะเลแฝงไอหนาวเหน็บที่เสียดลึกถึงกระดูก
…
ทั่วทุกสารทิศมืดมิดรอบด้าน
บรรดาช่องว่างอันน่าหวาดหวั่นหลั่งไหลบ้าคลั่งกำลังพวยพุ่งอยู่รอบๆ อย่างต่อเนื่อง
โชคยังดีที่มู่หงอวี่กางค่ายกลปกป้องคนทั้งสองไว้ก่อนแล้ว
ฉู่หลิวเยว่ที่ได้ยินเสียงของกระแสพลังเหล่านั้นพุ่งปะทะกันอย่างรุนแรงเหนือค่ายกลได้ชัดเจนก็ลอบถอนใจอย่างตื่นตะลึง
ขอบเขตมหายานขั้นสูง… ช่างแข็งแกร่งโดยแท้!
มู่หงอวี่ในตอนนี้ไม่เพียงแต่สามารถฉีกกระชากช่องว่าง แต่ยังมีกระทั่งพลังในการควบคุมช่องว่างโดยรอบอีกด้วย!
แม้จะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังมิอาจใช้ความสามารถพวกนี้ได้
“ข้างหน้าคือที่ที่เจ้าเคยพูดถึงก่อนหน้านี้”
มู่หงอวี่กล่าว
ก่อนหน้านี้นางเองก็มาที่ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์อยู่หลายรอบเห็นจะได้ จึงจับต้นชนปลายถึงสถานการณ์ภายในนี้ได้ถูก และรู้แจ่มชัดถึงสถานที่ที่ฉู่หลิวเยว่ไปเยือนตอนมาทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก
ทว่านางก็ยังพาฉู่หลิวเยว่มาถึงที่นี่เพื่อความสะดวกกว่าเก่า
เช่นนี้แล้ว บางทีพวกนางอาจจะหาตัวผู้อาวุโสลำดับห้าเจอไวยิ่งขึ้นก็เป็นได้
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“หากผู้อาวุโสลำดับห้ายังคงถูกขังอยู่ที่นั่น ทุกอย่างก็รับมือได้ง่ายแล้ว”
แต่ครั้งนี้นางกับมู่หงอวี่ร่วมมือกัน โอกาสชนะย่อมมีเยอะขึ้นมาก
ผ่านไปสักพัก ฉู่หลิวเยว่ก็รู้สึกว่าจู่ๆ เบื้องหน้าของตนก็มีแสงสว่างจ้าทอประกายออกมา
“ถึงแล้ว!”
มู่หงอวี่เอ่ยกระซิบ
นางพูดพลางใช้มือข้างหนึ่งออกแรงดึงฉู่หลิวเยว่ออกมาจากภายในช่องว่าง
แรงบีบอัดเข้าบดขยี้ร่างกายอย่างรวดเร็ว
ทว่าโชคยังดีที่มันไม่นับเป็นปัญหาอันใดสำหรับตัวฉู่หลิวเยว่ในตอนนี้
ทัศนวิสัยเบื้องหน้าค่อยๆ ทวีความแจ่มชัดขึ้น
นางกวาดตามองไปรอบสี่ทิศ
“ใช่ที่นี่หรือไม่” มู่หงอวี่เอ่ยถาม
ฉู่หลิวเยว่ผงกศีรษะ จากนั้นก็ชี้ไปยังตำแหน่งใต้ร่างของตน
ณ บริเวณตรงนั้นมีแสงสลัวกลุ่มหนึ่งที่ติดๆ ดับๆ อยู่
แม้จะเป็นระยะห่างค่อนข้างไกล แต่ก็ยังทำให้คนสัมผัสถึงแรงกดดันอันน่าตื่นตกใจจากมันได้อย่างชัดเจน!
มู่หงอวี่มั่นใจอย่างมาก
“ท่านอาจารย์อยู่ตรงนั้น!”
ตอนนี้ตราบใดที่พวกนางเริ่มเดินทางจากตรงนี้ ข้ามผ่านช่องว่างที่ตวัดซ้อนทับกันอุตลุดด้านล่าง ตรงไปถึงตำแหน่งที่ผู้อาวุโสลำดับห้าอยู่ ก็จะสามารถหลบหนีไปได้โดยราบรื่น!
มู่หงอวี่พูดพลางโบกมือเบาๆ
จากนั้น ฉู่หลิวเยวก็รู้สึกได้ว่าพลังช่องว่างโดยรอบที่กำลังจะบีบอัดเข้ามาค่อยๆ สลายหายไป
ต่อจากนั้น เบื้องหน้าของมู่หงอวี่ก็ค่อยๆ แหวกออกเป็นรอยแตกของช่องว่างอย่างไร้สุ้มเสียง
มู่หงอวี่ก้าวเข้าไปในรอยแยกนั้น
มู่หงอวี่กับฉู่หลิวเยว่ต่างก็ตื่นตกใจ มีคนอยู่ที่นี่!
ทั้งสองคนสบสายตากัน เห็นพ้องต้องกันทันทีว่า… ต้องรีบลงมือให้ไวที่สุด!
ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว!
กระแสพลังอันแข็งแกร่งหาสิ่งใดเปรียบสายหนึ่งพลันกวาดโถมเข้ามาจากผืนทะเลลึก!
ฉู่หลิวเยว่ดึงตัวมู่หงอวี่มาหลบด้านหลัง จึงหลบไปได้อย่างหวุดหวิด
ทว่ารอยแยกของช่องว่างเบื้องหน้าคนทั้งสองกลับพังทลายตามไป!
ปึง!
ครั้นเห็นดังนั้น ทั้งคู่ต่างก็ใจดิ่งวูบพร้อมกัน
ร่องรอยของพวกนางถูกเห็นเข้าจนได้ แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะไปช่วยผู้อาวุโสห้าออกมาเสียตอนนี้
ฉู่หลิวเยว่รีบตัดสินใจเร็วรี่
“ไป!”
มู่หงอวี่ผงกศีรษะหงึกหงัก ขณะเดียวกันโบกมือ จัดการบังคับแหวกช่องว่างออก!
สำหรับแผนของวันนี้… มีแค่ต้องรีบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!
แต่ทันทีที่นางแหวกช่องว่างออก แส้ยาวเส้นนั้นพลันตวัดฟาดเข้ามาอีกครา!
เพียะ!
เส้นทางด้านหน้าถูกตัดขาดอีกรอบ!
จากนั้น แม่นางแรกรุ่นเจ้าของเรือนร่างบอบบางผู้หนึ่งก็พุ่งมาจากทะเลลึกด้วยความรวดเร็ว
“ผู้ใดกัน! ถึงได้กล้าบุกรุกเข้ามาในทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์!”
ทันทีที่สิ้นเสียงคำพูด นางก็มายืนขวางกั้นอยู่ต่อหน้าฉู่หลิวเยว่และมู่หงอวี่เรียบร้อยแล้ว
นางเป็นแม่นางที่ดูแล้วอายุอานามเพียงแค่สิบห้าสิบหกหนาว หน้าตาสวยสดงดงาม นัยน์ตาคู่นั้นประดับด้วยสีเขียวหยก
“เสินสื่อลำดับที่สิบสอง!”
คาดไม่ถึงเลยว่า นางจะคอยเฝ้าดูแลทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์!
ปี้หลิงมองคนทั้งสองด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย
ในตอนที่สายตาของนางหยุดอยู่ที่มู่หงอวี่ นางก็เหยียดยิ้มเย็นเยียบ
“ก่อนหน้านี้หลายต่อหลายครั้งก็คือเจ้าเองสินะ? เฮอะ ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว!”
ใจของฉู่หลิวเยว่พลันดิ่งวูบ
เสินสื่อลำดับที่สิบสองผู้นี้เป็นดั่งเสือซ่อนเล็บ ทั้งยังรออยู่ที่นี่มานานแล้วอย่างเห็นได้ชัด!
ตอนนี้การหลบหนีออกไปอย่างราบรื่น เกรงว่าคงยากอยู่หลายส่วน
“พวกเจ้าสองคนใจกล้าไม่เบาจริงๆ ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ก็ยังกล้ามาบุกรุก?”
ปี้หลิงคอยเฝ้าดูแลอยู่ที่นี่มาตลอด ดังนั้นจึงไม่ได้รู้จักพวกนางสองคนแต่อย่างใด
นางใช้มือหนึ่งที่ถือแส้ยาวเอาไว้เคาะเบาๆ ลงบนฝ่ามืออีกข้าง พลางปรายตามองกลุ่มแสงข้างล่างแวบหนึ่ง
“ผู้ที่ถูกขังอยู่ในนั้นคือคนทรยศที่เลวทรามที่สุดของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์! เสินจู่ต้องการจะลงโทษเขา พวกเจ้าก็ยังกล้ามาช่วยหรือ ช่างรนหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ”
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลงโดยพลัน
คนทรยศ?
ผู้อาวุโสลำดับห้า?
“ผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องรับโทษตายทั้งหมด!”
ปี้หลิงสะบัดแส้เส้นยาวในมือ
“ทำให้ข้าลงมือประหารด้วยตัวเองก็นับว่าเป็นเกียรติของพวกเจ้าแล้ว!”
เพียะ!
แส้เส้นยาวพลันเหวี่ยงออกไปทันควัน!
ขณะเดียวกันนั้นเอง ช่องว่างที่อยู่โดยรอบก็เริ่มบีบอัดมาทางคนทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง!
มู่หงอวี่ที่กำลังจะลงมือกลับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งทันที
ฉู่หลิวเยว่เข้าไปประคองนางไว้ ก่อนจะหมุนกายมาบังอยู่ด้านหน้าแทน
ยามเห็นแส้ยาวเส้นนั้นอีกที มันก็กำลังจะตวัดฟาดลงกลางหลังนางอยู่รอมร่อ!
ลมปราณอันเย็นเยียบสายหนึ่งทำให้ข้างหูของนางเกิดเสียงก้องไปทั่ว แหลมเสียดหาสิ่งใดเทียบ!
ในตอนนั้นเอง สุรเสียงทุ้มต่ำราบเรียบสายหนึ่งพลันดังแว่วขึ้นมา
“ปี้หลิง หยุดก่อน”
ปี้หลิงถึงกับตื่นตะลึง รีบหันศีรษะกลับไปมองทันที
“เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง!?”
ครั้นฉู่หลิวเยว่ได้ยินสุรเสียงนี้ ในใจก็พลันสั่นระรัวขึ้นมา!
ร่างกายทั้งหมดของนางแข็งทื่อ ก่อนจะค่อยๆ หมุนกายอย่างเชื่องช้าหันไปมองทางผู้มาใหม่
มุมปากของนางสั่นระริก สุ้มเสียงแผ่วเบาราวกับสลายหายไปกับสายลม
“เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง…ก็คือเจ้า?”