ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2395 แต่ว่า คิดถึงนางเหลือเกิน
ตอนที่ 2395 แต่ว่า คิดถึงนางเหลือเกิน
………………..
มุมถนนที่อึกทึกวุ่นวาย เสียงผู้คนจอกแจกเซ็งแซ่ เขาในชุดซอมซ่อขาดริ้ว ได้รับความอับอายด้วยถูกรังแก
นางยื่นมือมาทางเขา
นางว่า ไปกับข้าเถอะ
ค่ำคืนที่หิมะตกมีลมโชยแผ่ว ลึกเข้าไปในวังที่เงียบงัน เขาที่อับสิ้นหนทาง หวาดกลัวแลกระวนกระวาย
นางยื่นพู่กันส่งมาให้
นางว่า ข้าสอนเจ้าเอง
นางคิดว่าเขาคือคนที่นางพากลับมา นับแต่นี้ย่อมเป็นคนของนางแล้ว เช่นนั้นนางต้องตั้งชื่อให้เขา ปกป้องเขาให้ปลอดภัย
มู่ชิงเห่อ มู่ชิงเห่อ
นางมอบชื่อให้แก่เขา มอบที่ซุกหัวนอนให้ และให้ทุกอย่างแก่เขา
แล้วสุดท้าย เขาเหลืออันใดไว้ให้นางบ้าง
คงจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกเผาไปจนวอดวายหมดสิ้นตอนเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ครั้งนั้นแล้วกระมัง
นางเฝ้าถามไถ่ตัวเองมาตลอดว่านางหาใช่คนดีเด่อันใด แต่ไหนแต่ไรมาหากมีแค้นต้องชำระ และนางจะตอบแทนคืนให้เป็นสิบเป็นร้อยเท่า
มีคนจำนวนมากที่อยากสังหารนาง ต้องการเอาชีวิตนาง ใคร่เห็นนางร่วงลงมาจากเมฆสูง หล่นสู่บ่อโคลนตม ให้ดิ้นรนตะเกียกตะกายสุดกำลัง
แต่บรรดาคนเหล่านั้นไม่ควรจะมีเขาอยู่ในนั้น!
ยามเห็นว่าก็มู่ชิงเห่อตกอยู่ในกองเพลิงครานั้นเช่นเดียวกัน ฉู่หลิวเยว่เคยคิดว่าทุกอย่างล้วนจบสิ้นแล้ว
อดีตที่ผ่านมาและความอยุติธรรมทั้งหมดก็ควรถูกลบตามความเป็นความตายไปอย่างช้าๆ
แต่…มู่ชิงเห่อยังไม่ตาย!
เขาไม่เพียงแต่ยังไม่ตาย แต่ถึงขั้นเปลี่ยนตัวตน กลายเป็นเสินสื่อลำดับที่หนึ่งผู้มีฐานะสูงส่งแห่งตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
“ข้ามีเรื่องจะพูดแค่นี้”
เขาเอ่ยเสียงนิ่ง
ปี้หลิงที่อยู่ข้างกันนั้นอยากเอ่ยโต้ฉู่หลิวเยว่มาแต่แรกกลับงุนงงไปโดยปริยาย
นางว่ากระไรนะ
นางเป็นคนตั้งชื่อให้เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง? นี่มันเรื่องอันใดกันแน่?
อีกอย่าง เสินสื่อลำดับที่หนึ่งก็ไม่ได้ปฏิเสธด้วย!
นี่คือยอมรับคำพูดของนางโดยสิ้นเชิงแล้ว?
แม่นางนี้มีที่มาอย่างใดกันแน่!?
ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ
“เจ้าไม่อยากพูดหรือไม่กล้าพูดกันแน่ สำหรับเจ้าแล้ว… การยอมรับเรื่องนี้มันยากมากนักหรือ”
“ข้าไม่อยากลงมือกับเจ้า”
“บังเอิญจริง ข้าก็เหมือนกัน”
มุมปากของฉู่หลิวเยว่คลี่เป็นรอยยิ้มบางเบา ทั้งยังกวาดสายตามองเขารอบหนึ่ง
“เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง… ข้าจะไปเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าได้อย่างใด”
อวี้เชียนที่มีฐานะเป็นเสินสื่อลำดับที่สองมีระดับขั้นพลังปราณอยู่เหนือผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์
มู่ชิงเห่อทำให้อวี้เชียนต้องคุกเข่าอยู่ข้างนอกสามวันสามคืนได้ ความสามารถย่อมเหนือกว่าเขาอย่างแน่นอน
เพียงไม่กี่ปี สิ่งต่างๆ ล้วนเหมือนเดิม ทว่าคนนั้นไม่ใช่
มู่ชิงเห่อชะงักไป กล่าวถามว่า
“เจ้าต้องการอันใดกันแน่”
ฉู่หลิวเยว่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะได้ยินประโยคเช่นนี้ออกมาจากปากของมู่ชิงเห่อ
“ในเมื่อเจ้ารู้หมดแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะพูดตรงๆ สิ่งที่ข้าต้องการนั้นเรียบง่ายมาก ปล่อยตัวผู้อาวุโสลำดับห้าไปเสีย”
“ไม่ได้เด็ดขาด” มู่ชิงเห่อปฏิเสธทันที “เมื่อครู่ข้าพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ชัดเจนพอแล้ว เห็นแก่ครั้งอดีต ครั้งนี้ข้ายังปล่อยพวกเจ้าไปได้ แต่จะไม่มีครั้งหน้าอีกเป็นอันขาด หากพวกเจ้ามาที่นี่อีกรอบ ข้าจะไม่ลงมือไว้ไมตรีอย่างแน่นอน”
“ลงมือไว้ไมตรี?”
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลงพลางแค่นเสียงแผ่วเบา
“ตอนนั้นที่เจ้าฆ่าข้า ก็ดูจะไม่ได้ไว้ไมตรีกันเท่าไรนี่?”
มือที่ห้อยอยู่ข้างกายมู่ชิงเห่อค่อยๆ กำเข้าหากันแน่น
ฉู่หลิวเยว่จดจ้องเขาด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ข้าต้องช่วยผู้อาวุโสลำดับห้าให้ได้แน่ ครั้งนี้ไม่สำเร็จ ก็ยังมีครั้งหน้า ครั้งหน้า ในเมื่อทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อยู่ในการควบคุมของเจ้า เช่นนั้น… ข้าว่ามิสู้ลงมือเสียตั้งแต่วันนี้ จะได้ตัดปัญหาในอนาคต เจ้าว่าอย่างใด”
นางเชิดศีรษะขึ้นน้อยๆ เผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียน
“มู่ชิงเห่อ ถ้าเจ้าเก่งจริงก็มาข้าฆ่าอีกรอบสิ!”
ในแววตาของมู่ชิงเห่อราวกับมีเกลียวคลื่นโถมซัด ก่อนจะวอดดับไปอย่างรวดเร็ว
เขาจดจ้องนางเขม็ง แล้วกล่าวอย่างช้าๆ ว่า
“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้า?”
สิ้นเสียงคำพูด เขาก็สะบัดข้อมือคราหนึ่ง กระบี่คมปลาบเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา
ชิ้ง!
คมกระบี่เย็นเยียบจรดลงบนลำคอของนาง!
“มู่ชิงเห่อ!”
มู่หงอวี่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตกใจ
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!?”
ตอนบอกว่ามู่ชิงเห่อทรยศหักหลังฉู่หลิวเยว่ นางยังตกใจอยู่นานทีเดียว
เพราะจะอย่างใดนางก็คิดไม่ตกว่าฉู่หลิวเยว่นั้นปฏิบัติต่อคนผู้หนึ่งอย่างจริงใจเช่นนี้ เขาทำเรื่องเช่นนี้ไปได้อย่างใด
กระทั่งตอนนี้ เขากลายเป็นเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง และกำลังจะลงมือจัดการฉู่หลิวเยว่อีกครา!
มู่ชิงเห่อหาได้สนใจมู่หงอวี่ไม่
จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่กลับหัวเราะออกมาคราหนึ่ง ในแววตาไร้ซึ่งแววประหลาดใจแม้แต่น้อย
“หงอวี่ เหตุใดต้องตกใจขนาดนั้นด้วย ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้สักหน่อย บางทีครั้งนี้อาจลงมือได้ราบรื่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ”
สีหน้าของมู่ชิงเห่อดุดันเย็นเยียบ แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่าง เขาพลิกข้อมือหมายจะตวัดกระบี่ฟันลงมา!
ในตอนนั้นเอง สุรเสียงแฝงแววตึงเครียดอย่างยิ่งก็ดังทะลุปล้อง
“หยุดนะ!”
จากนั้น เปลวเพลิงสีทองอร่ามก็พุ่งมาจากที่ไกลๆ เข้าปะทะกับกระบี่เล่มนั้นอย่างหนักหน่วง
ขณะเดียวกันนั้นเอง เงาร่างสีเขียวร่างหนึ่งก็พุ่งชนบนข้อมือของมู่ชิงเห่อ!
ข้อมือของเขาเอียงไปหลายส่วน กระบี่ยาวบาดลงบนไหล่ของฉู่หลิวเยว่อย่างหวุดหวิด
ความเจ็บปวดเสียดแปลบแล่นปราดขึ้นมา
ฉู่หลิวเยว่เหลือบตามองแวบหนึ่ง ไหล่นางถูกบาดเป็นแผลตื้นรอยหนึ่ง เลือดสีแดงเข้มค่อยๆ ซึมออกมาจนเปรอะไปทั่ว
ร่างเล็กจ้อยของคนผู้หนึ่งมายืนขวางหน้านางไว้
เป็นถวนจื่อนั่นเอง
“ห้ามรังแกอาเยว่นะ!”
หว่างคิ้วของฉู่หลิวเยว่ขมวดแข็งน้อยๆ
“ถวนจื่อ เจ้ามาได้อย่างใด”
ไม่ใช่บอกให้นางรออยู่ที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์หรอกหรือ
ถวนจื่อหันขวับกลับมา ยามเห็นบาดแผลบนไหล่ของนางก็โมโหจนดวงหน้าเล็กจ้อยแดงก่ำ
“วางใจเถอะถวนจื่อ ข้าไม่เป็นไร”
ปากของถวนจื่อเบะออก นัยน์ตากลมโตดุจผลองุ่นเริ่มแดงก่ำ ทั้งยังคลอเปี่ยมด้วยน้ำตา
ฉู่หลิวเยว่ลูบเรือนผมที่ยุ่งเหยิงของนาง
“เหตุใดถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”
ทันใดนั้น การเคลื่อนไหวของนางก็หยุดชะงัก ก่อนจะตวัดสายตามองไปด้านบนราวกับตระหนักถึงอันใดบางอย่าง
นกชิงเชวี่ยขนาดตัวเท่าฝ่ามือตัวหนึ่งกำลังจ้องมองนางอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
เปลวเพลิงสีเขียวปกคลุมทั่วปีกยาว ดวงตาสองข้างใสกระจ่างและงดงามดุจทับทิมแดงที่ล้ำค่าที่สุด
เหมือนกับภาพในความทรงจำไม่มีผิด
“…ปีศาจแดง?”
สีหน้าของฉู่หลิวเยว่ฉายแววตื่นตะลึง ริมฝีปากของนางสั่นระริก
เมื่อครู่… เป็นมันที่พุ่งชนเข้าหามือของมู่ชิงเห่อ?
ปีศาจแดงจ้องมองนางโดยที่ตาไม่กะพริบแม้แต่น้อย หยดน้ำตาเม็ดใหญ่ร่วงหล่นอย่างเงียบเชียบ
ใจของฉู่หลิวเยว่ราวกับถูกอันใดบางอย่างบิดอย่างแรงจนแสบร้อนและเจ็บปวดอย่างยิ่ง
นางเม้มริมฝีปากพลางเอื้อนเอ่ยเสียงเบา
“ปีศาจแดง มานี่สิ”
ปีศาจแดงก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ทว่าเพียงแค่ก้าวเดียว มันก็กลับมารู้สึกตัวโดยพลัน จึงหยุดการเคลื่อนไหว
มู่ชิงเห่ออยู่ด้านหลังของมัน
บัดนี้คนทั้งสองเผชิญหน้ากัน มันทำได้แค่หยุดอยู่ตรงนี้
หยดน้ำตาที่ร่วงเผาะยิ่งมากกว่าเดิม ปีศาจแดงพลันกระพือปีกรัวเร็ว ก่อนจะซุกศีรษะลงใต้ปีกแล้วขยี้ไปมา
ไม่อยากละสายตาจากนาง แต่ยิ่งมองน้ำตาก็ยิ่งไหลจนเหมือนไหลอย่างใดก็ไม่หมดเสียที
ขายหน้าจริง
แต่ว่า…
คิดถึงนางเหลือเกิน
………………..