ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2396 ไม่เคืองโกรธหรือ?
ตอนที่ 2396 ไม่เคืองโกรธหรือ?
………………..
ดวงตาของมู่ชิงเห่อจ้องมองปีศาจแดงด้วยความเยือกเย็นและไม่แยแส
“เจ้าปีศาจแดง”
ปีศาจแดงหวนกายกลับฉับพลัน มองเขาอย่างโกรธเกรี้ยว
ไยจึงต้องลงมือ!
แววตาของมู่ชิงเห่อเย็นชาดุจน้ำแข็งที่ทำให้รู้สึกหนาวเหน็บจนถึงกระดูก
“เสินสื่อลำดับหนึ่ง!”
ชิวถงที่ตามหลังถวนจื่อและปีศาจแดงมาอย่างรีบเร่ง มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ไม่คาดคิดว่าเสินสื่อลำดับที่หนึ่งจะมาอยู่ที่แห่งนี้!
แม้ทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ในการดูแลของเขาอย่างแท้จริง ทว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่านอยู่แต่ในเขตอาศัยของตนและไม่ออกไปยังแห่งหนใดไม่ใช่หรอกหรือ?
ได้ยินมาว่าแม้ในตอนเขาลงโทษจิ้นอวิ๋นไหล เสินสื่อลำดับที่เจ็ด ท่านเพียงแค่แบ่งลมปราณส่วนหนึ่งออกมา แต่กลับไม่ปรากฏตัวตนให้เห็นสักนิด
ทว่า ณ ตอนนี้ กลับเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นเสินสื่อลำดับหนึ่ง!
ข้างกายเสินสื่อลำดับหนึ่ง มีปี้หลิงยืนอยู่
ชิวถงรู้ว่านางเร้นกายอยู่ในทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์มาตลอด จึงไม่แปลกใจนักที่พบเจอนาง
แต่จุดสำคัญคือ แม่นางทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้าเสินสื่อลำดับหนึ่งต่างหาก…
ซั่งกวนเยว่? มู่หงอวี่? ไยจึงมาอยู่ตรงนี้!
มู่ชิงเห่อเหลือบมองเขา
“ชิวถง เจ้าช่างเหมาะสมกับการดูแลประตูสวรรค์เสียจริง”
หรือว่ามู่หงอวี่จะทะลวงด่านต้าเฉิงแล้ว!
และมีเพียงทางนี้เท่านั้นที่นางทั้งสองจะมายังทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์อย่างไร้ซุ่มเสียงได้เช่นนี้
มากไปกว่านั้น ยังไม่คาดคิดว่าจะสามารถทำให้เสินสื่อลำดับหนึ่งตื่นตัวขึ้นมาได้
“เมื่อครู่เพียงแค่ตักเตือนเจ้าเท่านั้น หากเจ้าไม่เชื่อ เจ้าจะลองอีกคราก็ย่อมได้”
มู่ชิงเห่อเอ่ยอย่างเย็นชา
นี่คือสิ่งที่กล่าวกับฉู่หลิวเยว่อย่างชัดเจน
ฉู่หลิวเยว่ยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะ
“ได้สิ”
มู่หงอวี่ก้าวออกมาก่อนคว้าแขนนางไว้
“หลิวเยว่ เรากลับกันก่อนดีหรือไม่”
ในสถานการณ์เช่นนี้ เราไม่สามารถดำเนินต่อได้เป็นแน่
ทำได้เพียงออกจากที่แห่งนี้เสียก่อนแล้วค่อยหาหนทางอื่นภายหลัง
มองดูท่าทีของมู่ชิงเห่อแล้ว เขาจะลงมือทำจริงเป็นแน่
ฉู่หลิวเยว่โอบกายถวนจื่อ เบือนตามองไปยังมู่ชิงเห่อ
“สิ่งใดที่เป็นของข้า ข้าจะเอามันกลับคืน!”
ไร้คำกล่าวใดจากมู่ชิงเห่อ
มู่หงอวี่ฉีกรอยแยกในอวกาศแล้วดึงฉู่หลิวเยว่ออกไป
แม้จะถูกมู่ชิงเห่อและผู้อื่นพบเห็นเข้าแล้ว หากแต่ผู้ที่รู้เรื่องนี้นั้นยิ่งน้อยเท่าไรยิ่งดี
มองเห็นทั้งสองจากไปอย่างเปิดเผย ท้ายที่สุดปี้หลิงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา
“เสินสื่อลำดับหนึ่ง ท่านจะปล่อยพวกนางไปเช่นนี้จริงๆ หรือ!”
เพียงเพราะฉู่หลิวเยว่อย่างนั้นหรือ?
ปี้หลิงคิดไม่ออกจริงๆ
พวกเขาเป็นเสินสื่อที่มักอยู่เหนือผู้อื่นอยู่เสมอ ไยจึงถูกยั่วยุต่อหน้าเช่นนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายคือเสินสื่อลำดับหนึ่งซึ่งมีฐานะสูงส่งที่สุด
มู่ชิงเห่อมองไปที่นาง
ดวงใจของปี้หลิงเต้นระรัว นางรีบกลืนคำกล่าวที่เหลือของตนคืนกลับ
นางก็สับสนไม่ต่างกัน บังอาจมีปัญหาต่อหน้าเสินสื่อลำดับหนึ่งเช่นนี้
“ข้าไม่อยากได้ยินเรื่องของวันนี้จากปากผู้อื่น เข้าใจหรือไม่?”
ปี้หลิงและชิวถงเข้าใจอย่างถ่องแท้และเอ่ยตอบทันที
“ทราบแล้ว!”
มู่ชิงเห่อหยิบกระบี่ขึ้นมา มองไปยังปีศาจแดง
ปีศาจแดงไม่สนใจเขาและหันหลังกลับก่อนแยกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
มู่ชิงเห่อคิ้วขมวด แต่กลับไม่ได้เอ่ยสิ่งใดมากนัก
ครั้นน้ำกระเพื่อม เงาของเขาก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
“น้อมส่งเสินสื่อลำดับหนึ่ง!”
เวลาผ่านไปพักหนึ่ง ปี้หลิงกับชิวถงจึงจะรู้สึกโล่งอกเมื่อยืนยันได้ว่ามู่ชิงเห่อออกไปแล้วจริงๆ
สองนางมองหน้ากันด้วยสีหน้าอันซับซ้อน
“เมื่อครู่..เกิดสิ่งใดขึ้น?”
ชิวถงเอ่ยถาม
ปี้หลิงมีสีหน้าเรียบเฉย
“ซั่งกวนเยว่”
“ใช่! คือนางเป็นแน่! นางมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเสินสื่อลำดับหนึ่ง แต่ข้าฟังจวนครึ่งวันก็ยังไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วมันคือเรื่องอันใด หลังจากที่เสินสื่อลำดับหนึ่งตักเตือนพวกนางเพียงไม่กี่คำก็เลือกที่จะปล่อยพวกนางไป ข้าพยายามที่จะหยุดเขา อีกทั้งยังโดนเสินสื่อลำดับหนึ่งเอ่ยเตือนมาอีกด้วย”
ชิวถงขมวดคิ้ว
“เสินสื่อลำดับหนึ่งถึงกับปกป้องพวกนางเช่นนี้เลยหรือ?”
ปี้หลิงขบคิดก่อนกล่าวออกมา
“ไม่ถือว่าเป็นการปกป้องหรอก ถึงอย่างไรเสินสื่อลำดับหนึ่งก็ลงมือไปแล้ว เพียงแต่โดนหงส์ทองคำและนกชิงเชวี่ยหยุดเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องราวหลังจากนี้เจ้าก็คงรู้หมดแล้ว ”
เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขามีข้อตกลงบางอย่างระหว่างกัน
เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่
การสืบเสาะหาความชัดเจนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเสินสื่อลำดับหนึ่งเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก
“จริงสิ! เมื่อเอ่ยถึงนกชิงเชวี่ย…ข้าจำไม่ได้ว่าเสินสื่อลำดับที่หนึ่งมีสัตว์อสูรตามพันธสัญญาหรือไม่ เมื่อครู่ข้าเห็นนกชิงเชวี่ยตรงประตูสวรรค์ ข้าแอบสงสัยมานานว่านกตัวนี้ปรากฏอยู่ในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่เมื่อใด…จริงๆ แล้วมันมาจากเสินสื่อลำดับหนึ่งงั้นหรือ?”
ปี้หลิงกระวนกระวายอย่างมาก
“ข้าจะรู้ได้เช่นไร”
ปัญหาของที่แห่งนี้ช่างชัดเจนเหลือเกิน
ถ้าหากเสินสื่อลำดับหนึ่งต้องการเก็บซ่อนเอาไว้ ใครจะสามารถรู้ได้
ชิวถงคิ้วผูกกันแน่น
“ข้ายังคงคิดว่าเรื่องนี้ดูมีเงื่อนงำเหลือเกิน เมื่อก่อนเกิดปัญหามากมายถึงเพียงนั้น เสินสื่อลำดับหนึ่งก็ไม่เคยปรากฏตัว เหตุใดครานี้จึงเผยตนออกมาเสียอย่างนั้น? อีกทั้งยังสั่งให้พวกเราเก็บเรื่องของวันนี้เอาไว้เงียบๆ อีกด้วย นี่มัน…”
ณ ที่นี้ไม่มีแผนอื่นแล้วจริงหรือ?
“ที่นี่คือทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเสินสื่อลำดับหนึ่งมาเป็นเวลาหนึ่งหมื่นปี ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้น ไม่ปกติหรือที่เขาจะมาที่แห่งนี้ นอกจากนี้ ซั่งกวนเยว่และอีกสองคนก็ข้ามไปยังประตูสวรรค์อย่างเงียบๆ จนมาถึงที่นี่ ซ้ำยังเกือบแย่งชิงผู้อาวุโสลำดับห้าไปได้อีก หากเรื่องราวนี้ถูกแพร่ขยายออกไป ไม่เพียงแค่เจ้ากับข้า หากแต่เสินสื่อลำดับหนึ่งก็จะถูกติเตียนไปด้วย เจ้ายังอยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตอยู่อีกหรือไม่”
ชิวถงพลันปัดมืออย่างรวดเร็ว
“เป็นไปได้อย่างไรกัน ข้าคิดว่ามันแปลกนิดหน่อยจึงเอ่ยไปอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ที่เจ้าว่ามาก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งเหตุผล หากเป็นเรื่องผู้อาวุโสลำดับห้าและทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ การที่เสินสื่อลำดับหนึ่งจะระมัดระวัง…ก็ถือเป็นเรื่องปกติ”
“ช่างมันเถอะ อย่างไรเสียเสินสื่อลำดับหนึ่งก็เคยกล่าวเอาไว้ว่าหากพวกนางมาอีกคราจะถูกลงโทษโดยไร้ความปรานี! พวกเราแค่ทำเรื่องของตัวเองให้ดีก็เพียงพอ ”
หลังจากปี้หลิงเอ่ยจบก็หันหลังกลับแล้วด่ำดิ่งลงสู่ทะเลลึก
ชิวถงอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง ในที่สุดก็จากไป
…
พวกของฉู่หลิวเยว่กลับไปยังตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อย่างไวว่อง
นางปล่อยถวนจื่อลง รินชาใส่ถ้วยให้ตนเองและมู่หงอวี่ ท้ายที่สุดจึงนั่งลงเพื่อรักษาบาดแผลบริเวณไหล่ของนาง
บาดแผลไม่ลึก ทว่าตอนนี้มู่ชิงเห่ออยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว จึงไม่สามารถดูหมิ่นพลังที่มีอยู่ในกระบี่เล่มนี้ได้
ภายในห้องอันเงียบสงัด
มู่หงอวี่ถือถ้วยชาเอาไว้ และมองดูฉู่หลิวเยว่เป็นครั้งคราว
ท่าทางของฉู่หลิวเยว่ดูเงียบสงบ หลังจากรักษาบาดแผลเรียบร้อยแล้ว นางยังไปช่วยถวนจื่อหวีเกศาอีก
“โดนปีศาจแดงจับได้หรือ?”
นางถามขึ้น
ถวนจื่อตอบเสียงแผ่ว
“อืม”
ฉู่หลิวเยว่ผงกศีรษะตอบรับ และผูกเชือกแดงจินหลิงอีกหน
สุดท้ายมู่หงอวี่ก็ทนไม่ไหว เอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบา
“หลิวเยว่ เจ้า…ไม่เคืองโกรธหรือ?”
………………..