ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2405 การเผชิญหน้าที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์
แต่อวี้เชียนไม่กล้าแสดงท่าทีขัดขืนออกไป
เขารู้ดีอย่างยิ่งว่าความสามารถของเสินสื่อลำดับที่หนึ่งนั้นห่างไกลกับตนเองมาก
ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ เสินสื่อลำดับที่หนึ่งคือผู้ที่เสินจู่ให้ความสำคัญและไว้วางใจมากที่สุด
เบื้องหลังของเขามีเสินจู่คอยสนับสนุนอยู่
ลำพังเพียงแค่ข้อนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้อื่นมิอาจเทียบชั้นแล้ว
ดังนั้น อวี้เชียนจึงทำได้แค่อดทน
ทันใดนั้น สีหน้าของเขาพลันแข็งทื่อ รีบตวัดตามองด้านหน้า
“ใคร?”
เขาแผดเสียงตะโกนลั่น
ร่างเงาสูงใหญ่ร่างหนึ่งย่างก้าวออกมาจากภายในป่า
นั่นคือเด็กหนุ่มวัยรุ่นผู้หนึ่ง รูปร่างสูงโปร่งกำยำ ถึงขนาดที่สูงกว่าอวี้เชียนครึ่งช่วงศีรษะเห็นจะได้
หน้าตาคมเข้ม ท่าทีการวางตัวโดดเด่นชวนให้จดจำ
ทั้งยังเป็นดวงหน้าที่ไม่คุ้นเคยด้วย
พอเห็นอวี้เชียนเข้า เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงข้ามเพียงตื่นตกใจชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าพลางคำนับ
“คารวะเสินสื่อลำดับสอง”
มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอวี้เชียนนั้นความสามารถโดดเด่น อีกทั้งยังมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ โดยพื้นฐานแล้วจึงมีเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น
สมองของอวี้เชียนแล่นพล่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดมุบมิบเดาชื่อของอีกฝ่ายออกมา
“…หัวซวงซวง?”
จะบอกว่ารู้จักก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่อวี้เชียนเคยได้ยินชื่อเขามาก่อนจริงๆ
ตั้งแต่ฉู่หลิวเยว่บรรลุผ่านเส้นทางดวงดาว เข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ อวี้เชียนก็ไปตรวจสอบข้ารับใช้เหล่านี้ที่อยู่ข้างกายของนางโดยเฉพาะ
หัวซวงซวงรูปร่างสูงอย่างยิ่ง มีเอกลักษณ์แยกออกได้ง่าย ดังนั้นอวี้เชียนจึงเดาออกอย่างรวดเร็ว
“เจ้ามาทำอันใดที่นี่”
อวี้เชียนถามเสียงเย็น
ประตูสวรรค์ใกล้ปิดแล้ว บัดนี้ผู้ฝึกคนส่วนใหญ่ล้วนสาละวนอยู่กับการเพิ่มพูนพลังของตัวเอง ไหนเลยจะมามัวโอ้เอ้อยู่ที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้
ในตอนที่หัวซวงซวงกำลังจะเอ่ยปากตอบ ก็มีศีรษะเล็กๆ โผล่ออกมาจากด้านหลังเขา จากนั้นก็หดวับกลับเข้าไปอย่างว่องไว
อวี้เชียนสายตาแหลมคมอย่างมาก
“สิ่งใดอยู่ด้านหลังของเจ้า”
หัวซวงซวงกระแอมไอ
“ไม่มีสิ่งใด แค่สหายน้อยตัวหนึ่ง ทำให้เสินสื่อลำดับสองต้องขบขันแล้ว”
“สหายน้อย…”
อวี้เชียนพลันส่งเสียงหัวเราะออกมา
“พยัคฆ์ย่ำวายุ?”
ในใจของหัวซวงซวงตึงเครียดขึ้นมาโดยพลัน
สายตาของอวี้เชียนแหลมคมอย่างยิ่ง แม้จะเพียงแวบเดียว เขาก็มองออกได้อย่างรวดเร็วว่านั่นคือพยัคฆ์ย่ำวายุ
แต่ว่าภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยมีอสูรเผ่าพันธุ์นี้มาก่อน
แล้วเจ้าตัวที่อยู่บนแผ่นหลังของหัวซวงซวงมาจากที่ใดกัน
อวี้เชียนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบนร่างของเจ้าพยัคฆ์ย่ำวายุตัวน้อยนั้นมีลมปราณอันคุ้นเคยไหลวนอยู่
ตอนนั้นเขาถูกพยัคฆ์ย่ำวายุกัดจนได้แผล เกิดอารมณ์โมโหอย่างมาก ด้วยบันดาลโทสะจึงฆ่าตัดหัวมันเสียเดี๋ยวนั้น ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่าจะทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ด้วยตัวหนึ่ง
อีกทั้งตอนนี้มันยังอยู่ข้างกายหัวซวงซวงด้วย!
อวี้เชียนยื่นมือออกไป
“ส่งมันมาให้ข้า”
หากแต่หัวซวงซวงมิได้เคลื่อนไหว
เขารู้แจ้งแก่ใจดีว่าอวี้เชียนคิดจะทำอะไร
เพราะรับรู้ได้ถึงลมปราณอันตรายบนร่างของอวี้เชียน เจ้าตัวเล็กที่อยู่บนหลังของเขาจึงตัวสั่นระริกขึ้นมาทันที
นั่นทำให้รอยยิ้มบนดวงหน้าของหัวซวงซวงจางหายลงไปมาก
“เสินสื่อลำดับสอง มันตัวเดียวไร้ที่พึ่ง เดิมก็น่าเวทนาอยู่แล้ว เหตุใดท่านต้องสังหารมันให้สิ้นซากด้วยเล่า”
อวี้เชียนราวกับได้ยินเรื่องน่าหัวเราะก็มิปาน
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้มาไม่น้อยเลย แต่เจ้าน่ะนับเป็นตัวอันใดถึงคู่ควรมาพูดจากับข้าเช่นนี้”
หัวซวงซวงราวกับไม่รู้สึกถึงเจตนาคุกคามในคำพูดของเขาแม้แต่น้อย เพียงกล่าวเสียงเรียบ
“ข้ารู้ว่าภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์อยู่ในการดูแลของท่าน แต่…ก็เพราะเหตุนี้ เรื่องบางเรื่องถึงได้ไม่เหมาะให้ท่านจัดการที่สุดอย่างใดเล่า”
อสูรศักดิ์สิทธิ์มากมายในที่แห่งนี้ล้วนเชื่อฟังและนอบน้อมต่อคำของอวี้เชียนทั้งนั้น
แต่ภายใต้ความนอบน้อม เห็นได้ชัดว่าส่วนมากเป็นเพราะหวาดกลัว
เมื่อครู่เขากำลังพาสหายตัวน้อยไปเล่นอยู่ดีๆ อวี้เชียนมาทีเดียว อสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่นต่างพากันจรลีไปทันทีด้วยความตื่นตระหนก
จินตนาการออกได้ไม่ยากว่าปกติแล้วอวี้เชียนปฏิบัติต่อพวกมันเช่นไร
แล้วก็ อวี้เชียนส่งอสูรปีกทองกระดูกดำไปตามอำเภอใจให้จวินจิ่วชิงเล่นสนุกโดยไม่สนใจไยดีความเป็นความตายของอสูรศักดิ์สิทธิ์พวกนี้ จะมีเรื่องแบบใดอีกที่เขาทำไม่ได้
อวี้เชียนฉิวเสียจนหัวร่อออกมา
“นี่เจ้ากำลังสั่งสอนเสินสื่อเช่นข้าอยู่หรือ”
แต่…หัวซวงซวงผู้นี้มันนับเป็นตัวอะไรได้
อารมณ์ของอวี้เชียนเดิมก็ขุ่นมัวอยู่แล้ว บัดนี้หัวซวงซวงนับว่าชนเข้ากับปลายหอกเสียแล้ว
ไม่ให้หาเรื่องเขา แล้วจะไปหาเรื่องใคร?
หัวซวงซวงเอ่ยโดยมิได้แฝงเจตนาทำตนต่ำต้อย
“มิกล้า ข้าแค่เอ่ยไปตามท้องเรื่องเท่านั้น”
แน่นอนว่าเขาย่อมดูออกว่าอวี้เชียนโกรธเกรี้ยวเข้าแล้ว
ความจริงแล้วเวลาเช่นนี้ คนธรรมดาล้วนรู้ว่าควรถอยก้าวหนึ่ง แล้วก้มศีรษะรับผิด
ทว่า…
หัวซวงซวงไม่อยากทำ
สุรเสียงของอวี้เชียนเข้มงวดดุดัน
“ซั่งกวนเยว่หยิ่งผยองจนติดเป็นนิสัย กระทั่งข้ารับใช้นางก็เป็นเหมือนกัน ดูท่าไม่สั่งสอนบทเรียนเจ้าสักหน่อย เจ้าก็คงไม่รู้ว่าสิ่งใดคือความแข็งแกร่ง”
ระหว่างที่พูด ลมปราณบนร่างของเขาพลันปะทุออกมา!
สีหน้าของหัวซวงซวงเครียดขึ้งขึ้นมาทันที
เห็นได้ชัดว่าความสามารถของเขาในตอนนี้มิอาจต่อกรกับอีกฝ่ายได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าขอแค่อวี้เชียนต้องการ ก็สามารถกำจัดเขาได้ในคราเดียว
ใบไม้ที่กองทับถมในป่าพลันปลิวว่อน
บรรยากาศตกสู่ภาวะแข็งค้าง ช่องว่างโดยรอบราวกับถูกแช่แข็งก็มิปาน
ทว่าในตอนนั้นเอง พยัคฆ์ย่ำวายุตัวนั้นกลับปีนไต่จากแผ่นหลังของหัวซวงซวงขึ้นมาบนไหล่ของเขา จากนั้นก็หย่งตัวกระโจนลงไปบนพื้น ขวางกั้นเบื้องหน้าหัวซวงซวงเอาไว้
“กรร!”
มันแผดเสียงอย่างดุร้ายไปทางอวี้เชียน
น่าเสียดายที่ตอนนี้มันอายุยังน้อยนัก สุรเสียงนี้จึงฟังแล้วอ้อแอ้อย่างมาก ไร้ซึ่งแรงคุกคามโดยแท้
อวี้เชียนเห็นแล้วขบขันยิ่ง
“อันใด เจ้าเองก็อยากจะปกป้องเขา? ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!”
“กรร กรร!”
พยัคฆ์ย่ำวายุตัวน้อยได้ยินเสียงของเขา นัยน์ตาพลันปรากฏแววหวาดหวั่นวูบผ่าน ทว่าอารมณ์ผวาก็ถูกมันกดเอาไว้อย่างรวดเร็ว
มันยืนหยัดขวางกั้นอยู่หน้าหัวซวงซวง หมายมั่นว่าหากอวี้เชียนลงมือ มันก็จะเสี่ยงชีวิตสู้จนตายถึงที่สุด
หัวซวงซวงนิ่วหน้า ก่อนจะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าแล้วรวบเจ้าพยัคฆ์ย่ำวายุตัวน้อยขึ้นมาอย่างว่องไว
“เสินสื่อลำดับสอง โมโหอันใดก็มาลงที่ข้าเถอะ ไปต่อล้อต่อเถียงกับมันจะนับเป็นอันใดได้”