ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2407 เขามีความอดทนกับนางมากทีเดียว
ตอนที่ 2407 เขามีความอดทนกับนางมากทีเดียว
………………..
สายตาของเยี่ยนชิงคมปลาบดุจคมดาบที่ทิ่มแทงผ่านร่างของอวี๋มั่ว
อวี๋มั่วพลันถอยหลังอย่างรู้หน้าที่ ด้วยกลัวว่าคนตรงหน้าจะชักกระบี่ออกมาหากพูดจาไม่เข้าหู
“แหะๆ ข้าก็แค่เป็นแสดงความเป็นห่วงเจ้ามิใช่หรือไร”
เยี่ยนชิงหมุนกายเตรียมจากไปด้วยคร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาเต็มที
อวี๋มั่วยังคงไล่ตามไปอย่างไม่ยอมแพ้
“เฮ้ย เจ้าก็พูดอันใดหน่อย สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ พวกเจ้าเป็นคนรักกันแล้วจริงๆ หรือ ก่อนหน้านี้เหตุใดข้าไม่เห็นจะรู้เลย ดีร้ายอย่างใดเราก็เป็นพี่น้องกัน แต่เจ้ากลับปิดข้าไว้มิดเสียขนาดนี้!”
ฝีเท้าของเยี่ยนชิงพลันหยุดชะงัก ก่อนจะตวัดสายตาเย็นเยียบมองเขาคราหนึ่ง
“หนวกหู”
เสียงดังน่ารำคาญจริง
อวี๋มั่วพลันถูกจู่โจมเข้าอย่างจัง มือหนึ่งยกมากุมหัวใจเอาไว้ เอ่ยด้วยความชอกช้ำเหลือแสนว่า
“เจ้ามันคนไร้หัวใจ หากเป็นผู้อื่นข้าก็คงไม่มาไล่ถามหรอก! เจ้า…เดี๋ยวนะ!”
เขาพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องจึงเบิกตากว้างทันควัน
“เจ้าหมายความว่า…จริง?”
เจ้าหมอนี่ไม่ได้ปฏิเสธนิ
หว่างคิ้วของเยี่ยนชิงแข็งทื่อ เขาเม้มริมฝีปากพลางเตรียมจากไป
ส่วนอวี๋มั่วนั้นตกใจจนตัวแข็งค้างอยู่กับที่ไปแล้ว
“…ให้ตาย! แม่นางแปดเกิดมางดงามขนาดนั้น เหตุใดสายตาถึงใช้การไม่ได้ถึงเพียงนี้ ข้า…”
สุรเสียงของอวี๋มั่วพลันหยุดชะงักทันควัน
เขาก็แค่พูดความในใจออกมาก็เท่านั้นมิใช่หรือไร ไฉนต้องทำขนาดนี้ด้วย
อีกอย่าง นี่ก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้นหนา!
“อะแฮ่ม เจ้าว่าแม่นางแปด ชอบพอสิ่งใดในตัวเจ้าเล่า?”
อวี๋มั่วกวาดตามองเขาหัวจรดเท้ารอบหนึ่งพลางเดาะลิ้นจนส่งเสียงออกมาดังจิ๊
“คนไล่ตามแม่นางแปดมีมากมายขนาดนั้น นางไล่ตามอันใดจากเจ้ากัน สีหน้าไร้อารมณ์ของเจ้าหรือไร”
ตอนนี้สายตาของเยี่ยนชิงเย็นเยียบมากพอที่จะสังหารคนให้ตายตกได้แล้ว
อวี๋มั่วยกมือทั้งสองข้างขึ้น
“ข้าบอกเลยนะว่าคราวนี้ข้ามาคุ้มกันนายท่าน หากเจ้าฆ่าข้า เรื่องพวกนี้ทั้งหมดก็จะถูกโยนไปให้เจ้าคนเดียวเลยหนา”
ด้วยเหตุนี้ เยี่ยนชิงจึงยอมเก็บกระบี่กลับไป
อวี๋มั่วเขยิบเข้าไปใกล้ พลางถามเสียงต่ำว่า
“แต่ว่าก็ว่าเถอะ แม่นางแปดรู้ตัวตนของเจ้าแล้วหรือยัง”
สีหน้าของเยี่ยนชิงพลันชะงักไป
อวี๋มั่วแค่นเสียงออกมาเบาๆ
“ข้าคิดอยู่แล้วว่านางต้องยังไม่รู้”
ตอนนี้กระทั่งนายท่านยังไม่สารภาพเรื่องตัวตนออกไป ไหนเลยจะมาถึงตาของพวกเขา?
“ข้าว่าแม่นางแปดดูจะเจ้าอารมณ์ไม่เบา เจ้าระวังตัวไว้เถอะ อย่าได้ไปหลอกนางเข้า มิเช่นนั้นภายภาคหน้า…”
เยี่ยนชิงนิ่วหน้า
“นางเป็นคนอารมณ์ดี”
อวี๋มั่วถึงกับเซจนก้นเกือบนั่งลงติดพื้นอยู่รอมร่อ
“จะ จะ เจ้าว่าอันใดนะ”
แม้อวี๋มั่วจะไม่ค่อยสนิทชิดเชื้อกับน้องแปดเท่าใดนัก แต่ระยะนี้ก็ได้ยินข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับนางมาไม่น้อยเลยทีเดียว
นั่นก็คือเรื่องนางพญาผู้ทรงอำนาจที่ตบหน้าเสินสื่อลำดับแปดเพราะพูดจาไม่เข้าหูอย่างไรเล่า!
คนประเภทนี้มีความข้องเกี่ยวกับ ‘เป็นคนอารมณ์ดี’ สี่คำนี้ตรงไหนกัน?
เยี่ยนชิงไม่ได้ปรายมองอวี๋มั่วเลยสักแวบ ทำเพียงแค่ยกเท้าจากไป
อวี๋มั่ว
“???”
เหมือนเมื่อครู่เขาจะโดนดูถูกอย่างไรอย่างนั้น!
…
เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านพ้นไป
ภายในห้องพัก หมากตานี้ของฉู่หลิวเยว่และหรงซิวกลับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ฝ่ามือของฉู่หลิวเยว่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ
ทุกการเดินหมากของนางในตอนนี้ล้วนใช้แรงกายแรงใจมหาศาลอย่างมาก
ดังนั้นความเร็วจึงเชื่องช้ายิ่ง
เมื่อเทียบกับสภาพสบายอารมณ์และสงบราบเรียบของหรงซิวที่อยู่ตรงข้ามแล้ว สภาพนางนั้นนับว่าดูไม่จืดโดยแท้
จนถึงตอนนี้ นางมั่นใจเต็มสิบส่วนแล้วว่าพลังปราณศักดิ์สิทธิ์สีดำภายในร่างของหรงซิวไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าพลังปราณศักดิ์สิทธิ์สีทองที่เขาเผยให้คนภายนอกได้เห็นมาโดยตลอดเลย หรืออาจจะทรงพลังและคาดเดาได้ยากกว่าด้วยซ้ำไป!
“ก่อนหน้านี้ที่ยอมอ่อนข้อให้ข้าตั้งหลายรอบ เจ้าช่างมีน้ำอดน้ำทนเสียจริง…”
ฉู่หลิวเยว่แค่นเสียงออกมาแผ่วเบา
มุมปากของหรงซิวหยักยกเป็นรอยยิ้มบางเบา
“ข้าก็ทำแบบนี้แค่กับเจ้ามาแต่ไหนแต่ใด อีกอย่าง…”
อีกอย่าง ความอดทนของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้เสียหน่อย
เดิมนางคิดว่าหากจบหมากกระดานนี้ได้เร็ว ก็จะต้อนถามหรงซิวให้รู้แล้วรู้รอดไปได้
แต่ดูท่าแล้วตอนนี้ยังคงต้องใช้เวลาไม่น้อยทีเดียว
ในตอนนั้นเอง ด้านนอกพลันแว่วเสียงกึกก้องเข้ามา!
ตูม!
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับตื่นตกใจ รีบเงยศีรษะหันไปมองตามเสียงทันที
ทัณฑ์สวรรค์สีเงินสายหนึ่งผ่าลงมาจากผืนฟ้าอย่างว่องไว!
ฉู่หลิวเยว่พลันตกตะลึง
นี่…
สระอัสนีบาตถูกปิดผนึกไปแล้วเรียบร้อย ตามหลักแล้วไม่ควรจะ…
ตูมตูมตูม!
ทัณฑ์สวรรค์จำนวนหนึ่งทยอยปรากฏขึ้นราวกับบานประตูสักบานหนึ่งพลันเปิดออกก็มิปาน!
ตอนนี้เป็นเวลาดึกแล้ว ผืนฟ้ามืดมิดไร้แสงสว่างใด
การปรากฏตัวของทัณฑ์สวรรค์เหล่านี้พลันทอแสงสว่างไปทั่วสวนหย่อม เป็นประกายวาววับสะดุดตา
ที่สำคัญที่สุดก็คือ พวกมันทั้งหมดล้วนพากันมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง!
ฉู่หลิวเยว่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นั่นมันทิศที่องค์ไท่จู่อยู่นี่!
นี่เขากำลัง…หลอมอาวุธอยู่หรือ
อีกอย่าง การเคลื่อนไหวนี้ดูจะแตกต่างจากคราวก่อนหน้าอยู่หลายส่วน เหมือนกับว่า…
หัวใจของฉู่หลิวเยว่พลันเต้นถี่ระรัว
องค์ไท่จู่กำลังลองหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือ
เช่นนั้นทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้นมาจากที่ใดกัน
ในไม่ช้า ฉู่หลิวเยว่ก็หาคำตอบเจอ
ทัณฑ์สวรรค์เหล่านี้ไม่ได้มาจากสระอัสนีบาตจริงๆ แต่เป็น…
“พี่สาว เท่านี้พอหรือไม่”
เป็นสุ้มเสียงของแม่นางสิบสองนั่นเอง
ฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวนั้นนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง เพียงหันศีรษะไปก็มองเห็นสถานการณ์ในสวนหย่อมได้ชัด
แม่นางสิบสองกำลังยืนอยู่กลางสวน ในมือถือกระบี่ยาวเล่มหนึ่งที่แตกหักไปแล้ว
นางยืนอยู่ข้างกายแม่นางสิบเอ็ด
ซึ่งสิ่งที่ไม่เหมือนกับนางก็คือ ในมือของแม่นางสิบเอ็ดกำลังถือหอกยาวเล่มหนึ่งอยู่
แต่ตอนนี้มันเองก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ด้วยถูกแม่นางสิบเอ็ดจับบิดจับดัดแล้วโยนทิ้งไปอย่างง่ายดาย
“ไม่พอ ผู้อาวุโสถังเคอเคยบอกเอาไว้ว่า สมบัติศักดิ์สิทธิ์กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งราชาและอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อล้วนแตกต่างกัน ปริมาณทัณฑ์สวรรค์ที่ต้องใช้นั้นมากมายมหาศาล แค่นี้ยังได้ไม่ถึงไหนเลยกระมัง”
แม่นางสิบสองผงกศีรษะหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง
“อ้อ”
นางนำกระบี่หักในมือมารวมกันเป็นก้อน ก่อนจะวางลงข้างเท้าเบาๆ จากนั้นก็หยิบดาบเล่มหนึ่งออกมา
เคร้ง!
ดาบเล่มหนาดูน่าเกรงขามเล่มนั้นพลันถูกหักออกเป็นสองส่วนในทันใด
แม่นางสิบสองไกวฝ่ามือ ทัณฑ์สวรรค์สีเงินจำนวนหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากกองเศษดาบ แล้วพุ่งตรงไปยังเบื้องหน้าทันที
………………..